Share

บทที่18 อย่าทำให้หวง

last update Petsa ng paglalathala: 2026-09-06 10:53:16

"แก พี่บีม"

"ปล่อยให้ยืนหน้าแก่อยู่ตรงนั้นแหละ"

"ห๊ะ?"

ระหว่างรอเรียนช่วงบ่าย ฉันกับเมจิเลยมานั่งหลบอากาศร้อนในร้านกาแฟไม่ไกลจากอาคารเรียน พากันนั่งดูจอโทรศัพท์อยู่นานสายตาก็เริ่มเมื่อยล้าจากแสงสีฟ้าที่ส่งผ่านมาจากหน้าจอเป็นเหตุให้ฉันต้องพักสายตาโดยการหันไปมองต้นไม้สีเขียวที่อยู่รอบๆ ร้านแต่กลับเห็นพี่รหัสของเมจิยืนทำหน้าตึงเหมือนพี่พายเมื่อก่อนอยู่ด้านนอก และถ้าให้เดาสาเหตุคงมาจากยัยเมจิเพื่อนฉันคนนี้ไม่ผิดแน่

"ฉันว่าแกควรออกไปนะ"

"..."

ไม่อย่างนั้นมดที่เดินผ่านตรงนั้นได้กลั้นหายใจตายก่อนพอดีเพราะรัศมีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากหน้าพี่บีมตอนนี้ ฉันเองยังไม่กล้าสบตาทำเป็นมองนั่นมองนี่ไปเรื่อยเลย ฉะนั้นคนที่จะช่วยแก้สถานการณ์อันน่ากลัวนี้ได้ดีที่สุดมีแค่ยัยเมจิเท่านั้น เชื่อฉันสิ!

และก็เป็นอย่างที่ฉันคิด ทันทีที่เพื่อนของฉันเดินออกไปบรรยากาศโดยรอบก็สดชื่นขึ้นมาในพริบตาเพราะทั้งคู่ได้เดินตามกันไป คงจะไปหาที่ทะเลาะ เอ้ย! ที่คุยปรึกษาปัญหาหัวใจกัน เพื่อนอย่างฉันทำได้แค่นั่งรอให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ตรงนี้

"ฮัลโหล พี่พาย"

"อยู่ไหน"

"ร้านกาแฟอักษรค่ะ"

"อืม"

ระหว่างที่กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่คนเดียว แรงสั่นของโทรศัพท์ที่วางอยู่ตรงหน้าเรียกความสนใจให้ตาคู่กลมหลุบตาลงมองหน้าจอสี่เหลี่ยม เป็นเขาคนที่เรียนอยู่อีกคณะและเพิ่งแยกกันเมื่อเช้าให้ฉันต้องรีบกดรับสาย ไม่อย่างนั้นคงได้บ่นเป็นหมีกินผึ้งแน่ แต่ยังไม่ทันได้ความอะไรอยู่อยู่คนใจร้อนก็กดวางสายไม่รอให้ฉันถามบ้างสักคำ ถึงจะอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน ฉันเองอยากจะรู้บ้างเหมือนกันนะ ว่าเขาอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรอยู่

"ขนมปัง"

"สวัสดีค่ะพี่พี"

"พี่นั่งด้วยสิ"

"อ๋อ ได้สิคะ"

เพราะทั้งร้านมีแค่โต๊ะของฉันที่ว่างอีกหนึ่งที่เป็นที่ที่ยัยเมจิเคยนั่งเมื่อครู่ ฉันเลยต้องแสดงความมีน้ำใจแบ่งที่นั่งให้รุ่นพี่ในคณะได้นั่งด้วย ไม่เสียหายอะไรนี่นา ฉันคิดอย่างนั้นนะ

"ปัง!"

"พี่พาย"

แต่ฉันอาจจะคิดน้อยไปเพราะไม่คิดว่าคนที่เพิ่งโทรมาหาเมื่อครู่จะพาตัวเองมาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าด้วยใบหน้าบึ้งตึงได้รวดเร็วขนาดนี้เหมือนพายุลูกใหญ่ที่ทำให้บรรยากาศภายในร้านถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝนอีกครั้งจนทุกคนที่นั่งอยู่ในร้านค่อยๆ ทยอยเดินออกพร้อมกับสายตาที่คอยลอบมองมาเหมือนส่งกำลังใจมาให้

'แฟนน้องขนมปังเหรอ'

'หล่อเนอะ แต่ดูดุมากเลย'

'นั่นพี่ว้ากคณะวิศวะเชียวนะ'

ไหนจะเสียงซุบซิบเบาเบาที่แว่วมาให้ได้ยินชวนให้เหงื่อฉันเริ่มตกสองมือเย็นเฉียบไปหมดจนต้องบีบกันเอาไว้เพื่อให้กำลังใจตัวเอง คงไม่ต่างจากรุ่นพี่ผู้ที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกับฉันที่ต้องทนสายตาอาฆาตจากคนขี้หวงจนฉันต้องยิ้มเบาเบาส่งไปแทนคำขอโทษที่พาพายุมาปกคลุมทั้งที่ไม่มีอะไรชวนให้คิดเกินเลยสักนิด โชคดีที่ถึงคิวรับกาแฟพอดีเลยทำให้พี่พีปลีกตัวลุกออกไปได้สะดวกไม่ต้องรู้สึกอึดอัดหรือลำบากใจจนทำอะไรไม่ถูก

"อื้อ...ปังเจ็บนะคะพี่พาย"

"ยิ้มไปเรื่อย"

พอรุ่นพี่ของฉันเดินลับตาไป คนตัวโตก็เดินเข้ามานั่งแทนที่แล้วยื่นมือใหญ่มาดึงแก้มฉันจนยืดออกเป็นบทลงโทษที่เขาชอบทำเวลาเขารู้สึกไม่พอใจในที่สาธารณะพร้อมกับมองกันตาขวางจนฉันรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว แต่ก็อดไม่ได้ขอเถียงสักหน่อย

"เอ้า! ให้ทำหน้ายักษ์เหมือนพี่พายเหรอคะ"

"..."

เพี๊ยะ!

"แล้วก็ชอบนักกระโปรงสั้นๆ"

เขาปล่อยให้ฉันยิ้มดีใจที่เถียงชนะอยู่ได้ไม่นาน มือใหญ่ก็แอบยื่นมาใต้โต๊ะตีลงขาขาวที่โผล่พ้นชายกระโปรงพลีทสีดำสั้นออกมาอย่างไม่เบามือเอาเสียเลย ไม่ต้องก้มลงไปดูฉันก็รับรู้ได้ว่าผิวขาวต้องขึ้นเป็นรอยแดงให้เห็นแน่

"กลับไปห้องห้ามหาเรื่องทำโทษปังแล้วนะคะ" ไม่รู้หละ ฉันต้องยื่นคำขาดไว้ก่อน

"ไม่รับปาก"

"พี่พาย ปังจะโกรธ"

"ไม่ให้โกรธ"

เหมือนว่าเขาชอบใจมากจนเก็บรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนเอาไว้ไม่อยู่นั่งเท้าคางมองหน้าดูดีใจที่ได้แกล้งและทำให้ฉันโกรธได้สำเร็จ จนฉันเริ่มโมโหตัวเองที่ทำอะไรเขาไม่ได้เลย แพ้ตลอด แพ้เขาทุกทาง ไม่ไหวเลยนะยัยขนมปัง!

"กลับไปคณะตัวเองเลยค่ะ"

"หึ เลิกกี่โมง"

"ไม่บอกค่ะ"

"ดื้อ"

นั่งให้เขาแกล้งอยู่ได้ไม่นาน นาฬิกาบนหน้าจอก็บอกเวลาให้ฉันรีบพาตัวเองเดินไปอาคารเรียนให้เร็วที่สุดก่อนจะไม่มีที่นั่งให้ฉันเลือก ว่าแต่...ยัยเมจิอยู่ที่ไหนกันนะ ไม่เป็นไร...ใครถึงห้องเรียนก่อนคนนั้นจองที่นั่งเผื่อก็แล้วกัน

"เอาไปวางที่ขา"

"ร้อนค่ะ"

"หรือให้พี่ไปนั่งเรียนด้วย"

"ไม่เอาหรอกค่ะ"

เรื่องอะไรฉันจะให้หนุ่มฮอตตัวพ่อแห่งคณะวิศวะไปนั่งเรียนด้วยกัน เพราะแค่เขาเดินไปส่งฉันก็แทบทนสายตาวิบวับที่คอยแอบมองคนตัวโตข้างๆ กันไม่ไหวจนนึกหมันไส้อยู่ในใจอยากเอื้อมมือขึ้นไปดึงแก้มเขาให้ยืดออกเหมือนที่เขาชอบทำกับฉันบ้าง แต่ก็ได้แค่คิดเพราะไม่อาจเดาอารมณ์คนนิสัยไม่ดีได้ถูกเกิดอยากทำอะไรที่เหนือความคาดหมายของฉันขึ้นมา เป็นฉันนั่นแหละที่แพ้ ได้แต่ยื่นมือไปรับเสื้อช้อปของเขามาถือไว้แล้วปลีกตัวเดินขึ้นอาคารเรียนไปทำหน้าที่ของตัวเอง

รีบเดินจ้ำอ้าวขึ้นมาบนห้องเรียนกวาดสายตาหาที่นั่งแถวกลางที่ยังว่างอยู่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเห็นยัยเมจินั่งโบกไม้โบกมือหน้าบานฉ่ำอยู่ตรงมุมเดิมที่พวกเรานั่งประจำ ดูจากหน้าเพื่อนฉันตอนนี้ต่างจากตอนที่เดินออกไปจากร้านกาแฟลิบลับ

"อารมณ์ดีแล้วเหรอ?"

"ดี แต่ไม่เท่าแกหรอกจ๊ะ"

"ตลอดเลยนะ"

ทำฉันอดไม่ได้ที่จะแกล้งแซวพลางหย่อนตัวลงนั่งที่ว่างข้างเพื่อน รีบพับเสื้อช้อปตัวใหญ่ในมือใส่ลงกระเป๋าสะพายเพราะไม่อาจทนสายตาที่มองมาจากเพื่อนทั้งห้องได้โดยเฉพาะจากเพื่อนสนิทของฉัน

pie.pi : ตั้งใจเรียน

pie.pi : ถ้ารู้ว่าเก็บเสื้อไว้ในกระเป๋า โดนหนักแน่!

ข้อความจากเจ้าของเสื้อทำฉันเผลอเม้มปากแน่นหันซ้ายมองขวากลัวว่าเขาจะแอบมองอยู่มุมไหนสักมุมในห้องนี้ ในสมองก็เต็มไปด้วยคำขู่ของเขาที่ทำเอาใบหน้าขาวใสร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ ยิ่งนึกถึงแววตาเจ้าเล่ห์ตอนที่อยู่ร้านกาแฟด้วยแล้วฉันก็ยิ่งรู้สึกไม่เป็นตัวเองเลยสักนิด

"เป็นอะไร หน้าแดงเชียวแก ไข้ขึ้นเหรอ?"

"ตัวก็ไม่ร้อนนะ" เมจิยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับมือที่คอยแตะวัดอุณหภูมิตรงหน้าผาก

"เปล่าๆ แอร์มันร้อนหน่ะ"

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่25 ถ้าน้องไม่กลับมา

    "เลิกกี่โมง""สี่โมงเย็นค่ะ""ในตารางเลิกเที่ยง"สองสามวันมานี้เธอดูแปลกไปจนผมเองเริ่มเกิดความรู้สึกสงสัยว่าเธอกำลังปิดบังอะไรไว้ไม่อยากให้ผมรู้หรือเปล่า ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรรู้สึกอย่างนั้น เรื่องของความคิดเป็นสิ่งที่ไม่อาจห้ามได้แต่ไม่ถึงขนาดที่ผมจะเอามาเป็นชนวนอารมณ์ให้ต้องทะเลาะกันจนเรื่องราวไปกันใหญ่"ก็ คือว่า...""สี่โมงพี่รอตรงนี้""ค่ะ"ฟอด"ปังไปก่อนนะ"รอฟังคำตอบที่เธอพยายามคิดหาเหตุผลมาบอกกันอยู่นาน เหลือบมองมือเล็กที่วางประสานบีบเข้าหากันแน่นบนตักดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะเสียงหวานอึกๆอักๆ กับสีหน้าคล้ายกังวลจนผมต้องเป็นฝ่ายตัดบทเสียเอง เลือกที่จะมารอรับกลับห้องพร้อมกันตามเวลาที่เธอบอก เพียงเท่านั้นก็ทำให้ใบหน้าที่กำลังจะร้องไห้เปลี่ยนเป็นสดใสได้ในพริบตายื่นหน้าเข้ามากดปลายจมูกเชิดรั้นหอมแก้มผมฟอดใหญ่อย่างออดอ้อนก่อนจะลงรถไปด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ทำตาคู่คมมองตามแผ่นหลังบางจนลับสายตาหายเข้าไปในอาคารเรียนด้วยสายตาเกินคาดเดา เธอคงไม่รู้ว่าตัวเองโกหกไม่เก่งเลยสักนิดจนเผยพิรุธออกมาให้ผมจับสังเกตได้เต็มไปหมดkanom.pang🍞 : พี่มินิน ขนมปังถึงแล้วค่ะ(ข้อความถูกยกเลิก)ผมเลือก

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่24 อยาก(ให้)ง้อ

    รู้ว่าวันนี้เธอมีนัดกินข้าวกับเพื่อนตามประสาผู้หญิง ซึ่งแฟนอย่างผมก็เข้าใจไม่ตามไปให้เธอต้องรู้สึกอึดอัดจนคุยกับเพื่อนไม่สนุก แต่ถึงตัวไม่ไปผมก็ไม่ลืมที่จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายถือโอกาสยื่นบัตรแบล็คการ์ดอีกใบที่แอบทำไวัให้เผื่ออยากได้กระเป๋าสักใบสองใบ เธอจะได้ชอปปิ้งอย่างสบายใจแต่ที่ทำให้ผมหงุดหงิดมากจนอยากจะจับมาฟาดก้นสักทีสองทีก็เพราะธอเล่นขาดการติดต่อไปนานหลายชั่วโมง โทรไปไม่รับ ส่งข้อความไปไม่ตอบจนผมเป็นห่วงคิดกังวลไปต่างๆ นานากลัวว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุหรือมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า กระทั่งเห็นข้อความแจ้งเตือนการใช้บัตรแบล็คการ์ดผมถึงโล่งอกพอจะนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็นได้บ้าง แต่ก็ไม่เย็นมากพอที่จะหายหงุดหงิดเพียงได้กินแซนวิชที่เธอป้อนไม่กี่คำ"...""ถ้าพี่พายไม่พูด ขนมปังไม่ง้อ"แล้วดูเอาเถอะ! ว่าเธอดื้อมากขนาดไหน พอเห็นว่าผมไม่หายโกรธ ปากเล็กๆ ก็เชิดขึ้นจนเกือบถึงปลายจมูกนั่งทำหน้างอนใส่ จนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดในชั้นลานจอดรถของคอนโด คนแสนดื้อก็เปิดประตูลงจากฝั่งข้างคนขับรีบซอยเท้าเดินไปกดลิฟต์ไม่รอผมเดินไปพร้อมกันเหมือนทุกวัน"ไม่ง้อพี่ แล้วจะง้อใคร""ง้อใครก็ได้ค่ะ ขนมปังโต

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่23 พี่ขี้งอน

    "ไหนแกลองว่ามาซิ ทำไมถึงเบี้ยวนัดฉันได้""ก็..."เมื่อวันที่นัดกันไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของฉัน ทั้งๆ ที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเพื่อนสนิทที่สุดของฉันกลับส่งข้อความมาบอกว่ามีธุระกระทันหันในตอนสามทุ่มและขอชดเชยเวลาให้โดยการพาฉันมาเลี้ยงปิ้งย่างวันนี้แทน"อื้ม ก็..."มีธุระฉันพอจะเข้าใจได้ แต่ที่ทำให้ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้คือท่าทางอึกอักเหมือนเจอโจทย์ที่ยากมากดูพยายามคิดหาเหตุผลมาอธิบายให้ฉันฟังไม่ได้ ไหนจะสายตาเลิ่กลั่กพยายามซ่อนพิรุธไม่ให้ฉันสังเกตได้นั่นอีก ชวนให้ฉันนึกสนุกอยากจะแกล้งลองเป็นฝ่ายไล่ต้อนให้เพื่อนจนมุมดูบ้าง วางตะเกียบในมือแล้วเปลี่ยนมานั่งเท้าคางมองฝั่งตรงข้ามด้วยสายตากรุ่มกริ่มรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจอย่างที่ฉันเคยเจอ ก็จากยัยเมจินี่แหละสนุกดีเหมือนกันนะ"โอเค ฉันยอมแล้วๆ"และในที่สุดธุระที่ว่าของยัยเมจิก็ถูกเล่าออกมาอย่างอัดอั้นจนฉันเองแทบจะฟังไม่ทันประติดประต่อเรื่องราวแทบไม่ถูก สรุปได้เพียงว่าสิ่งที่ยัยเมจิเจอไม่ต่างจากฉันมากนัก แต่ฉันอาจจะดีกว่าตรงที่คนขี้หวงพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ถึงจะเป็นเหตุผลของเขาคนเดียวก็เถอะ!"ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไ

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่22 ไม่ให้ผ่าน

    และแล้วก็ถึงวันที่ฉันได้ไปฉลองวันเกิดในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนนั่นก็คือร้านเหล้า อยากจะลองไปดูสักครั้งอยากลองสัมผัสบรรยากาศที่ใครหลายคนพากันหลงใหลสักหน่อยอันที่จริงวันคล้ายวันเกิดของฉันล่วงเลยมาหลายวันแล้วนะ แต่เพราะว่าวันนั้นฉันโดนพิษไข้เล่นงานเสียก่อนพาให้ต้องเลื่อนนัดยัยเมจิมาเป็นวันนี้แทน จะวันไหนสำหรับฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเขาคุณแฟนของฉันและเพื่อนที่สนิทที่สุดมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็สุขใจมากแล้ว"พี่พาย พี่พายเห็นเสื้อกล้ามสีดำของปังมั้ยคะ" ฉันจำได้ว่าเขาอาสาเอาไปส่งร้านซักรีดให้นี่นา ไม่ใช่ว่าทางร้านเอามาส่งแล้วหรอกเหรอ"ทิ้งไปแล้ว""ห๊ะ?""ตกใจอะไร""เอาเสื้อปังไปทิ้งทำไม""พี่ไม่ชอบ""แต่นั่นเสื้อปังนะ""เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่"ฉันไม่ได้ฟังผิดไปหรอกใช่ไหม อยู่อยู่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนเอาเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งหน้าตาเฉย เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหลือจะเชื่อเขาเลย!แล้ววันนี้ฉันจะใส่ชุดอะไรไปกันละ ในเมื่อตู้เสื้อผ้าของฉันตอนนี้เหลือเพียงชุดเดรสน่ารักๆ และเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เหมาะกับการใส่ไปทำบุญที่วัดมากกว่า ไม่หลงเหลือเสื้อที่เข้าก

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่21 ติดหนึบ

    กว่าสองชั่วโมงพายุลูกใหญ่ถึงจะสงบลง เป็นผมที่ใจดีปล่อยให้คนอ่อนแรงนอนพักเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจกับสัมผัสของผมจนไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมจะไม่ยอมและยอมไม่ได้เด็ดขาดค่อยๆ ช้อนตัวเธอเดินเข้าห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงกว้างให้เธอได้นอนพักสบายๆ ส่วนผมพาตัวเองไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วออกมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดผิวสีชมพูอย่างทะนุถนอมจนทั่วไม่เหลือความเหนียวเหนอะหนะให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ก่อนจะกลับไปจัดการตัวเองในห้องน้ำบ้างแล้วกลับออกมาล้มตัวนอนลงข้างๆ ดึงเอวบางเข้ามานอนหนุนแขนในอ้อมกอดหลับตาลงตามเธอเข้าไปในความฝัน"..."จนกระทั่งแผงอกสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่ค่อยๆ สูงขึ้นปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เวลานี้ผิวขาวอมชมพูของคนในอ้อมกอดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคิ้วเรียวเล็กผูกกันเป็นปมแน่นราวกับกำลังฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น ให้ผมต้องรีบลุกไปหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเจลลดไข้มาวางบนหน้าผากมนด้วยความร้อนใจ คอยเช็ดตัวไม่ห่างให้อุณหภูมิที่สูงค่อยๆ ลดจนเย็นลง ให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์ค่อยๆ คลายออกปมออกให้ผมรู้สึกโล่งใจที่เธอต้องนอนซมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผม

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่20 ลงโทษเด็ก NC

    "อื้อ..."บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้นสัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status