مشاركة

บทที่22 ไม่ให้ผ่าน

last update تاريخ النشر: 2026-09-13 14:06:51

และแล้วก็ถึงวันที่ฉันได้ไปฉลองวันเกิดในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนนั่นก็คือร้านเหล้า อยากจะลองไปดูสักครั้งอยากลองสัมผัสบรรยากาศที่ใครหลายคนพากันหลงใหลสักหน่อย

อันที่จริงวันคล้ายวันเกิดของฉันล่วงเลยมาหลายวันแล้วนะ แต่เพราะว่าวันนั้นฉันโดนพิษไข้เล่นงานเสียก่อนพาให้ต้องเลื่อนนัดยัยเมจิมาเป็นวันนี้แทน จะวันไหนสำหรับฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเขาคุณแฟนของฉันและเพื่อนที่สนิทที่สุดมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็สุขใจมากแล้ว

"พี่พาย พี่พายเห็นเสื้อกล้ามสีดำของปังมั้ยคะ" ฉันจำได้ว่าเขาอาสาเอาไปส่งร้านซักรีดให้นี่นา ไม่ใช่ว่าทางร้านเอามาส่งแล้วหรอกเหรอ

"ทิ้งไปแล้ว"

"ห๊ะ?"

"ตกใจอะไร"

"เอาเสื้อปังไปทิ้งทำไม"

"พี่ไม่ชอบ"

"แต่นั่นเสื้อปังนะ"

"เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่"

ฉันไม่ได้ฟังผิดไปหรอกใช่ไหม อยู่อยู่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนเอาเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งหน้าตาเฉย เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหลือจะเชื่อเขาเลย!

แล้ววันนี้ฉันจะใส่ชุดอะไรไปกันละ ในเมื่อตู้เสื้อผ้าของฉันตอนนี้เหลือเพียงชุดเดรสน่ารักๆ และเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เหมาะกับการใส่ไปทำบุญที่วัดมากกว่า ไม่หลงเหลือเสื้อที่เข้ากับสถานที่ที่จะไปคืนนี้เลยสักตัว

ฮือ...ขนมปังเศร้า เศร้ามาก เศร้าที่สุด

"ลองดูชุดอื่น"

"ปังชอบชุดนี้ค่ะ"

ฉันในชุดจั้มสูทขาสั้นสีดำด้านบนเป็นแบบเกาะอกพอใส่ถุงน่องกับรองเท้าหุ้มข้อก็ช่วยพรางตาให้ไม่ดูหวาบหวิวจนเกินไป ยืนหมุนตัวสามร้อยหกสิบองศาให้คนนั่งกอดอกทำหน้าตึงพิจารณาดูอีกรอบเพราะเขาเป็นคนจ่ายเงินซื้อให้ตามที่เขารับปากก ซึ่งกว่าฉันจะตัดสินใจเลือกชุดนี้ก็คิดมาเป็นอย่างดีแล้วว่าเขาจะให้ผ่าน

"เก็บทิ้งอยู่ดี"

"อะไรนะคะ"

"ลองตัวนี้"

เสียงทุ้มพึมพำเบาเบาจนฉันเองก็ฟังไม่ถนัด ตาคู่กลมได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างลุกจากโซฟาเดินไปเลือกชุดมากมายที่แขวนไว้เป็นตัวอย่างบนราว ก่อนมือใหญ่จะหยิบไม้แขวนที่มีเสื้อแขนยาวสีดำเปิดไหล่ข้างหนึ่งกับกางเกงยีนส์ขายาวพอดีตัวสีเดียวกันส่งมาให้ฉันรับไปเปลี่ยนในห้องลองเสื้อผ้าแล้วเดินกลับออกมาให้เขาดูอีกครั้ง

ไม่น่าเชื่อว่านอกจากเสื้อและกางเกงจะเป็นขนาดของฉันแบบพอดีไม่หลวมไปไม่เล็กไป ยิ่งพออยู่บนตัวฉันแทนไม้แขวนดูเข้ากันมากอย่างน่าประหลาดใจ ชายเสื้อเอวลอยเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบนิดหน่อยช่วงไหล่เปิดลงมาพอให้ดูน่าค้นหา พอใส่คู่กับกางเกงยีนส์เอวต่ำพอดีตัวยิ่งทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่ต่างจากเขาที่พอเห็นฉันออกมาจากห้องลองในชุดนี้แล้ว สีหน้าที่เคยบึ้งตึงก่อนหน้าก็เผยรอยยิ้มบางเบาให้ได้เห็นเหมือนว่าเขาพอใจในผลงานตัวเองและเต็มใจที่จะจ่ายเงินซื้อชุดนี้ให้มากกว่าหลายชุดที่ฉันลองมาตลอดเกือบสองชั่วโมง

"ขอบคุณค่ะ"

"แค่นี้?"

"หว่านพืชหวังผลเหรอคะ"

"ก็หวัง"

"..."

จุ๊บ

คนเจ้าเล่ห์ก็คือคนเจ้าเล่ห์อยู่วันยังค่ำทั้งที่ตัวเองเป็นคนเก็บเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งแท้ๆ การซื้อคืนให้ก็เป็นสิ่งที่เขาควรทำมากที่สุดนี่นา แต่นอกจากเขาจะไม่คิดอย่างนั้นแล้ว เขายังไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้ทันคิดหาวิธีการตอบแทนนอกจากคำขอบคุณอีกด้วย เพราะแขนแกร่งที่พาดอยู่ตรงไหล่มนได้เปลี่ยนมาจับแก้มกลมให้หันไปรับจูบรุกล้ำจนเขาพอใจโดยที่ไม่สนใจสายตาหยอกล้อจากพนักงานในร้านเลยสักนิด

แล้วครั้งหน้าฉันจะกล้ามาร้านนี้อีกได้อย่างไรกัน

"หาอะไรกินก่อนมั้ย"

"อยากกินแต่กลัวพุงออกค่ะ"

อีกสามชั่วโมงถึงจะเป็นเวลานัดที่ทุกคนจะไปรวมตัวกันที่ร้าน แน่นอนว่าร้านเหล้าที่ว่าฉันไม่ได้เป็นคนเลือกเพราะมีหน้าที่แค่เป็นเจ้าของวันเกิดแต่งตัวสวยๆ ไปร่วมงานเท่านั้น ส่วนคนที่จัดการทุกอย่างไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนเดียวกับที่เดินจูงมือฉันอยู่ตอนนี้นี่แหละ

เพราะฉะนั้น ฉันว่าฉันควรหาอะไรเบาเบากินลองท้องสักหน่อย อย่างซูชิร้านดังสักสี่ห้าคำน่าจะตอบโจทย์มากที่สุด

"อูนิมั้ย"

"ไม่เอาดีกว่าค่ะ แพงเกินไป"

"พี่จ่าย"

"คืนนี้พี่พายก็ต้องจ่าย" และดูจากร้านที่จะไปแล้วน่าจะต้องจ่ายแพงมากด้วย

"ไม่เป็นไร พี่ค่อยคิดบัญชีทีเดียว"

"..."

บอกฉันให้มั่นใจทีว่าฉันไม่ได้คิดผิด ที่ปล่อยให้เขาเป็นเจ้ามือมื้อใหญ่ตลอดวันนี้หรอกใช่ไหม หรือเป็นเพราะความเจ้าเล่ห์ที่มีของเขากันแน่? ฉันว่าเป็นตามข้อหลังมากกว่า

แต่เอาเถอะ! ในเมื่อเขายอมควักเงินในกระเป๋าให้ฉันมากมาย พรุ่งนี้ฉันจะตื่นแต่เช้ามาทำมาอาหารแสนอร่อยเป็นการตอบแทนเขาบ้างก็แล้วกัน หรือทุกวันที่ไม่มีเรียนช่วงเช้าก็ได้ เอ้า!

เมื่อถึงเวลานัดมือใหญ่คอยจูงมือเล็กเดินเข้ามาในร้านที่เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงเพลงดังก้อง ดังแข่งกับใจที่เต้นแรงของฉันในตอนนี้ ทั้งรู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกประหม่ามากอย่างอธิบายไม่ถูก

"สวัสดีค่ะพี่เฟิร์ส พี่พาลัน พี่พริบพราว"

"สวัสดีจ๊ะน้องขนมปัง"

"น่ารักจังเลยนะวันนี้"

"พี่พริบพราวก็สวยมากๆ เลยค่ะ"

ทันทีที่มาถึงห้องวีไอพีชั้นบน ด้านหนึ่งของห้องเป็นกระจกมองเห็นบรรยากาศด้านล่างของร้านและเวทีที่มีนักร้องยืนร้องเพลงอยู่อย่างชัดเจน ฉันก็กล่าวทักทายเพื่อนๆ ของเขาที่มาถึงก่อนเวลาไม่นานเป็นอันดับแรก เป็นพี่เฟิร์สกับพี่พาลันเจ้เดิม เพิ่มเติมคือพี่พริบพราวคนสวยคู่หมั้นของพี่พาลันที่ฉันเคยมีโอกาสเจอบ้างแล้วครั้งสองครั้ง ส่วนเพื่อนของฉันหน่ะเหรอ? ยังไม่เห็นแม้แต่เงาเลย แต่ไม่เป็นไร จะมาช้าสักหน่อยได้ไม่ว่ากัน

"น้องขนมปังดื่มอะไรดี"

"มึงไม่ต้องยุ่ง"

ไม่ทันที่ฉันจะได้คุยกับพี่เฟิร์ส กลับต้องกลืนทุกคำพูดลงไปเพราะคนตัวโตข้างๆ พูดแทนทุกอย่าง ให้ฉันได้แต่ยิ้มเบาเบาตอบกลับเพื่อนของเขาไปอย่างมีมารยาทและนั่งรอเครื่องดื่มสีสวยที่เขาเป็นคนจัดการชงให้ก็เท่านั้น

"อร่อยเหมือนน้ำส้มเลยค่ะ" แก้วที่ฉันเข้าใจว่าเป็นน้ำคอกเทลสีส้มสวยในมือใหญ่ส่งมาให้ฉันลองชิมรสชาติเป็นแก้วแรก มีรสหวานอมเปรี้ยวดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นและชอบมาก จนฉันอยากจะรู้ชื่อไว้เป็นหนึ่งในเมนูโปรดที่จะสั่งมาดื่มหากมาในครั้งต่อไป

"น้ำส้มคั้น"

"..."

แต่คำตอบของเขาทำฉันถึงกับอึ้งทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งทำตาปริบๆ ด้วยความข้องใจ ไม่ใช่ว่ามาร้านเหล้าแล้วจะได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันทุกคนหรอกเหรอ เป็นฉันที่หาข้อมูลมาผิด หรือเป็นเขาที่เข้าใจผิดว่าฉันอยากดื่มน้ำผลไม้กัน

เพื่อความมั่นใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดนั้นเป็นจริง ฉันจึงวางแก้วน้ำส้มที่ดื่มไปเกือบครึ่งลงบนโต๊ะตรงหน้า ทำทีเป็นหันไปมองดูนักร้องด้านล่างผ่านกระจกบานใหญ่ แต่แท้ที่จริงฉันกำลังรอจังหวะที่เขาเผลอเพราะสนใจน้ำสีชาในแก้วของเขาอยู่ต่างหาก รออยู่ไม่นานโอกาสนั้นก็มาถึงให้ฉันได้เอื้อมมือไปคว้าแก้วของเขามาดื่มชิมรสอึกใหญ่เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นตาคู่คมก็ตวัดมามองเหมือนเสือโคร่งตัวใหญ่ให้ใจฉันรู้สึกตุ้มตุ้มต่อมต่อมเหมือนไม่เป็นตัวเอง จนฉันต้องรีบวางแก้วในมือกลับลงที่เดิม

"ซนนะ"

"ปังแค่ชิม"

ในตอนแรก ฉันคิดว่าเขาจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ เพราะเห็นมือใหญ่หยิบแก้วเดียวกันขึ้นมาดื่มต่อจนหมดไม่เหลือน้ำสักหยด คงจะกลัวว่าฉันจะแอบไปคว้าแก้วของเขามาดื่มอีกแน่ ฉันเข้าใจอย่างนั้น...

"ลองชิมอย่างอื่นมั้ย"

"..."

จนกระทั่งเสียงแหบพร่ามากระซิบข้างใบหูให้พอได้ยินกันสองคนพร้อมกับมือใหญ่ยื่นมาจับมือเล็กพาไปวางบนตักแกร่งใกล้กับตำแหน่งที่มีอาวุธร้ายซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดสลัวที่ไม่มีใครสนใจและมองเห็น ฉันถึงได้รู้ว่าตัวเองมองโลกในแง่ดีจนเกินไปไม่มีทางทันความคิดคนนิสัยไม่ดีอย่างเขา ได้แต่นั่งตัวตรงดูแข็งทื่อจะยื่นมืออีกข้างไปหยิบอะไรหรือจับอะไรก็กลัวว่ามืออีกข้างที่โดนมือร้ายๆ กุมไว้อยู่ไปสัมผัสโดนอะไรอะไรจนอาจเป็นชนวนให้ไฟที่ติดง่ายปะทุขึ้นมาจนแผดเผาให้ฉันต้องรู้สึกหวามไหว

"ชิมมั้ย?"

"มะ ไม่เอา"

"พี่อยากให้ชิม"

"อื้อ..."

แล้วก็เป็นอย่างที่ฉันคิด ถึงมือของฉันจะไม่ได้ซุกซนจนไปโดนอะไรที่อันตรายต่อหัวใจเข้า แต่ทันทีที่เข้ามานั่งในรถร่างกายของฉันก็ล่องลอยอยู่ในอากาศรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังมึนและเมาทั้งที่ได้ชิมน้ำสีชาไปเพียงไม่ถึงครึ่งแก้ว

เป็นเขาที่คอยหลอกล่อให้ฉันหลงไปกับ...รสชาติของเขา

 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่25 ถ้าน้องไม่กลับมา

    "เลิกกี่โมง""สี่โมงเย็นค่ะ""ในตารางเลิกเที่ยง"สองสามวันมานี้เธอดูแปลกไปจนผมเองเริ่มเกิดความรู้สึกสงสัยว่าเธอกำลังปิดบังอะไรไว้ไม่อยากให้ผมรู้หรือเปล่า ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรรู้สึกอย่างนั้น เรื่องของความคิดเป็นสิ่งที่ไม่อาจห้ามได้แต่ไม่ถึงขนาดที่ผมจะเอามาเป็นชนวนอารมณ์ให้ต้องทะเลาะกันจนเรื่องราวไปกันใหญ่"ก็ คือว่า...""สี่โมงพี่รอตรงนี้""ค่ะ"ฟอด"ปังไปก่อนนะ"รอฟังคำตอบที่เธอพยายามคิดหาเหตุผลมาบอกกันอยู่นาน เหลือบมองมือเล็กที่วางประสานบีบเข้าหากันแน่นบนตักดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะเสียงหวานอึกๆอักๆ กับสีหน้าคล้ายกังวลจนผมต้องเป็นฝ่ายตัดบทเสียเอง เลือกที่จะมารอรับกลับห้องพร้อมกันตามเวลาที่เธอบอก เพียงเท่านั้นก็ทำให้ใบหน้าที่กำลังจะร้องไห้เปลี่ยนเป็นสดใสได้ในพริบตายื่นหน้าเข้ามากดปลายจมูกเชิดรั้นหอมแก้มผมฟอดใหญ่อย่างออดอ้อนก่อนจะลงรถไปด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ทำตาคู่คมมองตามแผ่นหลังบางจนลับสายตาหายเข้าไปในอาคารเรียนด้วยสายตาเกินคาดเดา เธอคงไม่รู้ว่าตัวเองโกหกไม่เก่งเลยสักนิดจนเผยพิรุธออกมาให้ผมจับสังเกตได้เต็มไปหมดkanom.pang🍞 : พี่มินิน ขนมปังถึงแล้วค่ะ(ข้อความถูกยกเลิก)ผมเลือก

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่24 อยาก(ให้)ง้อ

    รู้ว่าวันนี้เธอมีนัดกินข้าวกับเพื่อนตามประสาผู้หญิง ซึ่งแฟนอย่างผมก็เข้าใจไม่ตามไปให้เธอต้องรู้สึกอึดอัดจนคุยกับเพื่อนไม่สนุก แต่ถึงตัวไม่ไปผมก็ไม่ลืมที่จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายถือโอกาสยื่นบัตรแบล็คการ์ดอีกใบที่แอบทำไวัให้เผื่ออยากได้กระเป๋าสักใบสองใบ เธอจะได้ชอปปิ้งอย่างสบายใจแต่ที่ทำให้ผมหงุดหงิดมากจนอยากจะจับมาฟาดก้นสักทีสองทีก็เพราะธอเล่นขาดการติดต่อไปนานหลายชั่วโมง โทรไปไม่รับ ส่งข้อความไปไม่ตอบจนผมเป็นห่วงคิดกังวลไปต่างๆ นานากลัวว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุหรือมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า กระทั่งเห็นข้อความแจ้งเตือนการใช้บัตรแบล็คการ์ดผมถึงโล่งอกพอจะนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็นได้บ้าง แต่ก็ไม่เย็นมากพอที่จะหายหงุดหงิดเพียงได้กินแซนวิชที่เธอป้อนไม่กี่คำ"...""ถ้าพี่พายไม่พูด ขนมปังไม่ง้อ"แล้วดูเอาเถอะ! ว่าเธอดื้อมากขนาดไหน พอเห็นว่าผมไม่หายโกรธ ปากเล็กๆ ก็เชิดขึ้นจนเกือบถึงปลายจมูกนั่งทำหน้างอนใส่ จนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดในชั้นลานจอดรถของคอนโด คนแสนดื้อก็เปิดประตูลงจากฝั่งข้างคนขับรีบซอยเท้าเดินไปกดลิฟต์ไม่รอผมเดินไปพร้อมกันเหมือนทุกวัน"ไม่ง้อพี่ แล้วจะง้อใคร""ง้อใครก็ได้ค่ะ ขนมปังโต

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่23 พี่ขี้งอน

    "ไหนแกลองว่ามาซิ ทำไมถึงเบี้ยวนัดฉันได้""ก็..."เมื่อวันที่นัดกันไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของฉัน ทั้งๆ ที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเพื่อนสนิทที่สุดของฉันกลับส่งข้อความมาบอกว่ามีธุระกระทันหันในตอนสามทุ่มและขอชดเชยเวลาให้โดยการพาฉันมาเลี้ยงปิ้งย่างวันนี้แทน"อื้ม ก็..."มีธุระฉันพอจะเข้าใจได้ แต่ที่ทำให้ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้คือท่าทางอึกอักเหมือนเจอโจทย์ที่ยากมากดูพยายามคิดหาเหตุผลมาอธิบายให้ฉันฟังไม่ได้ ไหนจะสายตาเลิ่กลั่กพยายามซ่อนพิรุธไม่ให้ฉันสังเกตได้นั่นอีก ชวนให้ฉันนึกสนุกอยากจะแกล้งลองเป็นฝ่ายไล่ต้อนให้เพื่อนจนมุมดูบ้าง วางตะเกียบในมือแล้วเปลี่ยนมานั่งเท้าคางมองฝั่งตรงข้ามด้วยสายตากรุ่มกริ่มรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจอย่างที่ฉันเคยเจอ ก็จากยัยเมจินี่แหละสนุกดีเหมือนกันนะ"โอเค ฉันยอมแล้วๆ"และในที่สุดธุระที่ว่าของยัยเมจิก็ถูกเล่าออกมาอย่างอัดอั้นจนฉันเองแทบจะฟังไม่ทันประติดประต่อเรื่องราวแทบไม่ถูก สรุปได้เพียงว่าสิ่งที่ยัยเมจิเจอไม่ต่างจากฉันมากนัก แต่ฉันอาจจะดีกว่าตรงที่คนขี้หวงพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ถึงจะเป็นเหตุผลของเขาคนเดียวก็เถอะ!"ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไ

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่22 ไม่ให้ผ่าน

    และแล้วก็ถึงวันที่ฉันได้ไปฉลองวันเกิดในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนนั่นก็คือร้านเหล้า อยากจะลองไปดูสักครั้งอยากลองสัมผัสบรรยากาศที่ใครหลายคนพากันหลงใหลสักหน่อยอันที่จริงวันคล้ายวันเกิดของฉันล่วงเลยมาหลายวันแล้วนะ แต่เพราะว่าวันนั้นฉันโดนพิษไข้เล่นงานเสียก่อนพาให้ต้องเลื่อนนัดยัยเมจิมาเป็นวันนี้แทน จะวันไหนสำหรับฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเขาคุณแฟนของฉันและเพื่อนที่สนิทที่สุดมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็สุขใจมากแล้ว"พี่พาย พี่พายเห็นเสื้อกล้ามสีดำของปังมั้ยคะ" ฉันจำได้ว่าเขาอาสาเอาไปส่งร้านซักรีดให้นี่นา ไม่ใช่ว่าทางร้านเอามาส่งแล้วหรอกเหรอ"ทิ้งไปแล้ว""ห๊ะ?""ตกใจอะไร""เอาเสื้อปังไปทิ้งทำไม""พี่ไม่ชอบ""แต่นั่นเสื้อปังนะ""เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่"ฉันไม่ได้ฟังผิดไปหรอกใช่ไหม อยู่อยู่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนเอาเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งหน้าตาเฉย เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหลือจะเชื่อเขาเลย!แล้ววันนี้ฉันจะใส่ชุดอะไรไปกันละ ในเมื่อตู้เสื้อผ้าของฉันตอนนี้เหลือเพียงชุดเดรสน่ารักๆ และเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เหมาะกับการใส่ไปทำบุญที่วัดมากกว่า ไม่หลงเหลือเสื้อที่เข้าก

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่21 ติดหนึบ

    กว่าสองชั่วโมงพายุลูกใหญ่ถึงจะสงบลง เป็นผมที่ใจดีปล่อยให้คนอ่อนแรงนอนพักเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจกับสัมผัสของผมจนไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมจะไม่ยอมและยอมไม่ได้เด็ดขาดค่อยๆ ช้อนตัวเธอเดินเข้าห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงกว้างให้เธอได้นอนพักสบายๆ ส่วนผมพาตัวเองไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วออกมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดผิวสีชมพูอย่างทะนุถนอมจนทั่วไม่เหลือความเหนียวเหนอะหนะให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ก่อนจะกลับไปจัดการตัวเองในห้องน้ำบ้างแล้วกลับออกมาล้มตัวนอนลงข้างๆ ดึงเอวบางเข้ามานอนหนุนแขนในอ้อมกอดหลับตาลงตามเธอเข้าไปในความฝัน"..."จนกระทั่งแผงอกสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่ค่อยๆ สูงขึ้นปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เวลานี้ผิวขาวอมชมพูของคนในอ้อมกอดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคิ้วเรียวเล็กผูกกันเป็นปมแน่นราวกับกำลังฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น ให้ผมต้องรีบลุกไปหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเจลลดไข้มาวางบนหน้าผากมนด้วยความร้อนใจ คอยเช็ดตัวไม่ห่างให้อุณหภูมิที่สูงค่อยๆ ลดจนเย็นลง ให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์ค่อยๆ คลายออกปมออกให้ผมรู้สึกโล่งใจที่เธอต้องนอนซมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผม

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่20 ลงโทษเด็ก NC

    "อื้อ..."บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้นสัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status