LOGINกว่าสองชั่วโมงพายุลูกใหญ่ถึงจะสงบลง เป็นผมที่ใจดีปล่อยให้คนอ่อนแรงนอนพักเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจกับสัมผัสของผมจนไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมจะไม่ยอมและยอมไม่ได้เด็ดขาด
ค่อยๆ ช้อนตัวเธอเดินเข้าห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงกว้างให้เธอได้นอนพักสบายๆ ส่วนผมพาตัวเองไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วออกมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดผิวสีชมพูอย่างทะนุถนอมจนทั่วไม่เหลือความเหนียวเหนอะหนะให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ก่อนจะกลับไปจัดการตัวเองในห้องน้ำบ้างแล้วกลับออกมาล้มตัวนอนลงข้างๆ ดึงเอวบางเข้ามานอนหนุนแขนในอ้อมกอดหลับตาลงตามเธอเข้าไปในความฝัน "..." จนกระทั่งแผงอกสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่ค่อยๆ สูงขึ้นปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เวลานี้ผิวขาวอมชมพูของคนในอ้อมกอดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคิ้วเรียวเล็กผูกกันเป็นปมแน่นราวกับกำลังฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น ให้ผมต้องรีบลุกไปหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเจลลดไข้มาวางบนหน้าผากมนด้วยความร้อนใจ คอยเช็ดตัวไม่ห่างให้อุณหภูมิที่สูงค่อยๆ ลดจนเย็นลง ให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์ค่อยๆ คลายออกปมออกให้ผมรู้สึกโล่งใจ ที่เธอต้องนอนซมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผม "ปัง กินยา" "ปะ ปังไม่กินยา" "..." ไม่สบายขนาดนี้ยังจะดื้อปลุกอย่างไรก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมากินยาง่ายๆ เม้มปากแน่นก้มหน้างุดซุกลงหมอนหนีเม็ดยาที่รอพร้อมเพียงแค่เธออ้าปากรับเท่านั้น จนผมอยากจะฟาดก้นกลมงอนสักที ได้แต่คิด...เพราะขืนลงมือทำอะไรเธอในตอนนี้มีหวังได้ตื่นมาทำหน้างอนให้นั่งง้อกันอีกแน่ ฉะนั้นผมจึงเลือกที่จะส่งเม็ดยาลดไข้เข้าปากตัวเองตามด้วยน้ำแล้วประคองแก้มนุ่มให้หันมารับยาที่ผมป้อนให้ด้วยปากไล่ต้อนให้เธอยอมกลืนยาลงไปก่อนจะช่วยกวาดความขมของรสยาให้เปลี่ยนเป็นรสหวานสร้างประสบการณ์ใหม่ให้เธอไม่กลัวการกินยาอีกต่อไป ปึก! "พี่พายนิสัยไม่ดี" "ดื้อก่อนทำไม" "..." แต่พอปากได้รูปปล่อยปากบวมเจ่อให้เป็นอิสระ เสียงแหบแห้งก็เริ่มต่อว่ากันทันทีพร้อมกับตากลมโตจ้องมองดุใช้กำปั้นเล็กทุบลงแขนแกร่งแรงเท่ามด ทำผมนึกขำมากกว่ากลัวอย่างที่เธออยากให้เป็น เผลอยกมุมปากเหยียดยิ้มบางเบาขึ้นมายิ่งทำให้คนป่วยถลึงตาใส่เปลี่ยนเป็นยื่นมือเล็กมาหยิกตรงกล้ามท้องให้ผมรู้สึกเจ็บจนต้องนิ่วหน้า หายดีเมื่อไหร่ ผมค่อยเอาคืนก็ไม่สาย... ฮึบ! "หึ หายปวดหัวแล้ว?" ระหว่างที่ผมกำลังทำข้าวต้มหมูอาหารมื้อแรกของวันที่ผมตั้งใจทำให้คนป่วยอยู่นั้น แผ่นหลังแกร่งก็มีร่างนุ่มนิ่มกระโดดขึ้นมาเกาะพร้อมกับสองแขนเล็กคล้องคอผมเอาไว้แน่นจนผมต้องปล่อยมือที่กำลังจับทัพพีมาช่วยประคองก้นกลมงอนเอาไว้รอให้เธอตั้งหลักได้สักหน่อยถึงจะหันกลับมาสนใจหม้อข้าวต้มที่กำลังเดือดปุดต่อ "ยังปวดอยู่นิดหน่อยค่ะ" "ไม่นอนต่อก่อน" "ปังหิว" ฟอด "ใกล้สุกแล้ว" "..." ปลายจมูกมีสันหันไปกดลงบนแก้มนุ่มเพื่อวัดอุณหภูมิบนตัวของเธออีกครั้งจนแน่ใจว่าไข้ที่เคยขึ้นสูงลดลงบ้างแล้ว แต่ยังคงสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาเปลี่ยนผิวขาวใสให้เป็นสีชมพูอ่อนเปลี่ยนเด็กดื้อให้กลายเป็นเด็กขี้อ้อนวางแก้มนุ่มลงบนบ่าแกร่งใช้สองขาเรียวเกี่ยวเอวสอบเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าผมจะหนีหาย "หอมจัง" "ไปกัน" จะมีใครแข็งแรงเท่าผมอีกหรือเปล่า ในมือถือชามข้าวต้มบนแผ่นหลังก็มีลูกลิงเกาะไม่ห่างให้ผมพาเดินไปยังโต๊ะอาหาร เดินไปเดินมาถึงสามรอบกว่าที่บนโต๊ะจะมีทั้งข้าวทั้งน้ำวางพร้อมรอให้ทั้งผมและเธอลงมือกินมื้อแรกของวัน แน่นอนว่าบนตักของผมตอนนี้กลายเป็นเก้าอี้ให้คนตัวเล็กนั่งตักข้าวต้มกินอย่างสบายใจ "อร่อยมั้ย" "อร่อยเพราะหิวค่ะ" "หึ เดี๋ยวจะโดน" จะไม่อร่อยได้อย่างไรในเมื่อผมโทรไปขอให้คุณแม่ช่วยส่งวิธีทำพร้อมกับอธิบายมาให้อย่างละเอียด ซึ่งคุณแม่เองก็คงจะรู้สึกสงสัยอยู่ไม่น้อยที่อยู่อยู่ลูกชายของท่านอยากจะทำอาหารขึ้นมาทั้งที่ไม่เคยคิดอยากทำมาก่อน เพียงแต่รอให้ผมเป็นฝ่ายเล่าให้ท่านฟังเองเหมือนทุกเรื่อง และเรื่องของเธอจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ท่านทั้งแปลกใจแล้วก็ดีใจมากเช่นกัน ผมเชื่อว่าอย่างนั้น หลังจากจัดการข้าวต้มแสนอร่อยฝีมือผมจนเกือบหมดชาม คนบนตักที่บ่นว่าหิวหนักหนาก็เริ่มหนังตาหย่อน ความร้อนจากพิษไข้ที่ยังหลงเหลืออยู่บวกกับท้องที่อิ่มแปล่และฤทธิ์ของยาทำให้ร่างนุ่มนิ่มเริ่มโอนเอนซบลงกับอกแกร่งอีกครั้ง "เด็กอ้วน" ทำผมอดเอ็นดูไม่ได้ยื่นมือไปเกลี่ยผิวแก้มนุ่มเบาเบาอย่างมันเขี้ยวก่อนจะประคองแผ่นหลังบางเอาไว้ กลัวว่าคนขี้เซาจะหงายหลังตกตักไปเสียก่อน และคนผิดจะกลายเป็นผม "อุ่นจัง" เสียงหวานพึมพำราวกับละเมออยู่แถวซอกคอ พาลมหายใจร้อนๆ มาเป่ารดทำเอาผมต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ ข่มใจตัวเองไว้ไม่ให้รังแกคนป่วยไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งที่อยากจะทำตามเสียงในหัวมากก็ตาม เบี่ยงเบนความสนใจตัวเองโดยจัดการเช็ดปากให้คนตัวเล็กอย่างเบามือ ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นแนบอกเพื่อพากลับไปยังห้องนอนที่เพิ่งจากมาเมื่อครู่ ทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสฟูกนุ่ม สองแขนเล็กก็รีบคว้าหมอนข้างมากอดหมุบหมับ แต่ก็ไม่ลืมที่จะปัดป่ายมือหาหมอนข้างที่มีชีวิตอย่างผมให้ลงไปนอนข้างๆ กัน ให้ไออุ่นจากตัวผมช่วยกล่อมให้เธอหลับสนิทไปอย่างง่ายดาย ฟอด "ตัวแสบ" แสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านม่านสีอ่อนเข้ามาไม่ได้ทำให้คนที่หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดรู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย ตาคู่คมมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่จมอยู่ในแผงอกนิ่งๆ พลางใช้นิ้วโป้งคลึงวนที่ข้อนิ้วเล็กของเธอเล่นอย่างเพลินมือ หยิบหนังสือการ์ตูนบนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาอ่านให้กลิ่นหอมจางๆ จากแป้งเด็กที่ติดตัวเธอแทนเทียนหอมที่ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ไม่รู้ว่าเวลานี้เป็นผมที่ติดเธอหรือเป็นเธอที่อยากอยู่ใกล้ผม รู้เพียงแค่ต่อจากนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมจะไม่มีทางห่างจากเธออีก ผมมั่นใจ"เลิกกี่โมง""สี่โมงเย็นค่ะ""ในตารางเลิกเที่ยง"สองสามวันมานี้เธอดูแปลกไปจนผมเองเริ่มเกิดความรู้สึกสงสัยว่าเธอกำลังปิดบังอะไรไว้ไม่อยากให้ผมรู้หรือเปล่า ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรรู้สึกอย่างนั้น เรื่องของความคิดเป็นสิ่งที่ไม่อาจห้ามได้แต่ไม่ถึงขนาดที่ผมจะเอามาเป็นชนวนอารมณ์ให้ต้องทะเลาะกันจนเรื่องราวไปกันใหญ่"ก็ คือว่า...""สี่โมงพี่รอตรงนี้""ค่ะ"ฟอด"ปังไปก่อนนะ"รอฟังคำตอบที่เธอพยายามคิดหาเหตุผลมาบอกกันอยู่นาน เหลือบมองมือเล็กที่วางประสานบีบเข้าหากันแน่นบนตักดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะเสียงหวานอึกๆอักๆ กับสีหน้าคล้ายกังวลจนผมต้องเป็นฝ่ายตัดบทเสียเอง เลือกที่จะมารอรับกลับห้องพร้อมกันตามเวลาที่เธอบอก เพียงเท่านั้นก็ทำให้ใบหน้าที่กำลังจะร้องไห้เปลี่ยนเป็นสดใสได้ในพริบตายื่นหน้าเข้ามากดปลายจมูกเชิดรั้นหอมแก้มผมฟอดใหญ่อย่างออดอ้อนก่อนจะลงรถไปด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ทำตาคู่คมมองตามแผ่นหลังบางจนลับสายตาหายเข้าไปในอาคารเรียนด้วยสายตาเกินคาดเดา เธอคงไม่รู้ว่าตัวเองโกหกไม่เก่งเลยสักนิดจนเผยพิรุธออกมาให้ผมจับสังเกตได้เต็มไปหมดkanom.pang🍞 : พี่มินิน ขนมปังถึงแล้วค่ะ(ข้อความถูกยกเลิก)ผมเลือก
รู้ว่าวันนี้เธอมีนัดกินข้าวกับเพื่อนตามประสาผู้หญิง ซึ่งแฟนอย่างผมก็เข้าใจไม่ตามไปให้เธอต้องรู้สึกอึดอัดจนคุยกับเพื่อนไม่สนุก แต่ถึงตัวไม่ไปผมก็ไม่ลืมที่จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายถือโอกาสยื่นบัตรแบล็คการ์ดอีกใบที่แอบทำไวัให้เผื่ออยากได้กระเป๋าสักใบสองใบ เธอจะได้ชอปปิ้งอย่างสบายใจแต่ที่ทำให้ผมหงุดหงิดมากจนอยากจะจับมาฟาดก้นสักทีสองทีก็เพราะธอเล่นขาดการติดต่อไปนานหลายชั่วโมง โทรไปไม่รับ ส่งข้อความไปไม่ตอบจนผมเป็นห่วงคิดกังวลไปต่างๆ นานากลัวว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุหรือมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า กระทั่งเห็นข้อความแจ้งเตือนการใช้บัตรแบล็คการ์ดผมถึงโล่งอกพอจะนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็นได้บ้าง แต่ก็ไม่เย็นมากพอที่จะหายหงุดหงิดเพียงได้กินแซนวิชที่เธอป้อนไม่กี่คำ"...""ถ้าพี่พายไม่พูด ขนมปังไม่ง้อ"แล้วดูเอาเถอะ! ว่าเธอดื้อมากขนาดไหน พอเห็นว่าผมไม่หายโกรธ ปากเล็กๆ ก็เชิดขึ้นจนเกือบถึงปลายจมูกนั่งทำหน้างอนใส่ จนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดในชั้นลานจอดรถของคอนโด คนแสนดื้อก็เปิดประตูลงจากฝั่งข้างคนขับรีบซอยเท้าเดินไปกดลิฟต์ไม่รอผมเดินไปพร้อมกันเหมือนทุกวัน"ไม่ง้อพี่ แล้วจะง้อใคร""ง้อใครก็ได้ค่ะ ขนมปังโต
"ไหนแกลองว่ามาซิ ทำไมถึงเบี้ยวนัดฉันได้""ก็..."เมื่อวันที่นัดกันไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของฉัน ทั้งๆ ที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเพื่อนสนิทที่สุดของฉันกลับส่งข้อความมาบอกว่ามีธุระกระทันหันในตอนสามทุ่มและขอชดเชยเวลาให้โดยการพาฉันมาเลี้ยงปิ้งย่างวันนี้แทน"อื้ม ก็..."มีธุระฉันพอจะเข้าใจได้ แต่ที่ทำให้ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้คือท่าทางอึกอักเหมือนเจอโจทย์ที่ยากมากดูพยายามคิดหาเหตุผลมาอธิบายให้ฉันฟังไม่ได้ ไหนจะสายตาเลิ่กลั่กพยายามซ่อนพิรุธไม่ให้ฉันสังเกตได้นั่นอีก ชวนให้ฉันนึกสนุกอยากจะแกล้งลองเป็นฝ่ายไล่ต้อนให้เพื่อนจนมุมดูบ้าง วางตะเกียบในมือแล้วเปลี่ยนมานั่งเท้าคางมองฝั่งตรงข้ามด้วยสายตากรุ่มกริ่มรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจอย่างที่ฉันเคยเจอ ก็จากยัยเมจินี่แหละสนุกดีเหมือนกันนะ"โอเค ฉันยอมแล้วๆ"และในที่สุดธุระที่ว่าของยัยเมจิก็ถูกเล่าออกมาอย่างอัดอั้นจนฉันเองแทบจะฟังไม่ทันประติดประต่อเรื่องราวแทบไม่ถูก สรุปได้เพียงว่าสิ่งที่ยัยเมจิเจอไม่ต่างจากฉันมากนัก แต่ฉันอาจจะดีกว่าตรงที่คนขี้หวงพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ถึงจะเป็นเหตุผลของเขาคนเดียวก็เถอะ!"ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไ
และแล้วก็ถึงวันที่ฉันได้ไปฉลองวันเกิดในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนนั่นก็คือร้านเหล้า อยากจะลองไปดูสักครั้งอยากลองสัมผัสบรรยากาศที่ใครหลายคนพากันหลงใหลสักหน่อยอันที่จริงวันคล้ายวันเกิดของฉันล่วงเลยมาหลายวันแล้วนะ แต่เพราะว่าวันนั้นฉันโดนพิษไข้เล่นงานเสียก่อนพาให้ต้องเลื่อนนัดยัยเมจิมาเป็นวันนี้แทน จะวันไหนสำหรับฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเขาคุณแฟนของฉันและเพื่อนที่สนิทที่สุดมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็สุขใจมากแล้ว"พี่พาย พี่พายเห็นเสื้อกล้ามสีดำของปังมั้ยคะ" ฉันจำได้ว่าเขาอาสาเอาไปส่งร้านซักรีดให้นี่นา ไม่ใช่ว่าทางร้านเอามาส่งแล้วหรอกเหรอ"ทิ้งไปแล้ว""ห๊ะ?""ตกใจอะไร""เอาเสื้อปังไปทิ้งทำไม""พี่ไม่ชอบ""แต่นั่นเสื้อปังนะ""เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่"ฉันไม่ได้ฟังผิดไปหรอกใช่ไหม อยู่อยู่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนเอาเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งหน้าตาเฉย เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหลือจะเชื่อเขาเลย!แล้ววันนี้ฉันจะใส่ชุดอะไรไปกันละ ในเมื่อตู้เสื้อผ้าของฉันตอนนี้เหลือเพียงชุดเดรสน่ารักๆ และเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เหมาะกับการใส่ไปทำบุญที่วัดมากกว่า ไม่หลงเหลือเสื้อที่เข้าก
กว่าสองชั่วโมงพายุลูกใหญ่ถึงจะสงบลง เป็นผมที่ใจดีปล่อยให้คนอ่อนแรงนอนพักเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจกับสัมผัสของผมจนไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมจะไม่ยอมและยอมไม่ได้เด็ดขาดค่อยๆ ช้อนตัวเธอเดินเข้าห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงกว้างให้เธอได้นอนพักสบายๆ ส่วนผมพาตัวเองไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วออกมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดผิวสีชมพูอย่างทะนุถนอมจนทั่วไม่เหลือความเหนียวเหนอะหนะให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ก่อนจะกลับไปจัดการตัวเองในห้องน้ำบ้างแล้วกลับออกมาล้มตัวนอนลงข้างๆ ดึงเอวบางเข้ามานอนหนุนแขนในอ้อมกอดหลับตาลงตามเธอเข้าไปในความฝัน"..."จนกระทั่งแผงอกสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่ค่อยๆ สูงขึ้นปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เวลานี้ผิวขาวอมชมพูของคนในอ้อมกอดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคิ้วเรียวเล็กผูกกันเป็นปมแน่นราวกับกำลังฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น ให้ผมต้องรีบลุกไปหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเจลลดไข้มาวางบนหน้าผากมนด้วยความร้อนใจ คอยเช็ดตัวไม่ห่างให้อุณหภูมิที่สูงค่อยๆ ลดจนเย็นลง ให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์ค่อยๆ คลายออกปมออกให้ผมรู้สึกโล่งใจที่เธอต้องนอนซมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผม
"อื้อ..."บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้นสัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจ







