LOGIN"อื้อ..."
บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้น สัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจนหัวใจคนใต้ร่างเต้นระรัวดังให้ได้ยิน มีมือหนาคอยลูบไล้ไปตามแนวสันหลังสลับกับบีบเฟ้นเอวคอดกิ่วเพื่อย้ำเตือนให้รู้ว่ามีเพียงผมเท่านั้นคนที่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้ได้ จนอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านเริ่มร้อนระอุจากที่ริมฝีปากค่อยๆ ละเมียดชิมเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงขึ้นพาให้แผ่นหลังบางจมลึกลงกับความนุ่มของโซฟา ก่อนริมฝีปากร้อนจะผละออกมาเพียงนิดเพื่อให้คนตัวเล็กได้กอบโกยอากาศหายใจ แต่ยังคงไม่เปิดโอกาสให้ปากบวมเจ่อได้เอ่ยคำทัดทานใดๆ สายตาของผมจับจ้องใบหน้าหวานที่เวลานี้กลับแดงซ่าน นัยน์ตาคู่กลมกำลังสั่นระริกพร้อมกับลมหายใจหอบถี่เป็นเครื่องยืนยันว่าบทลงโทษจากผมกำลังได้ผล "พร้อมยัง" "มะ ไม่" "หึ" ฟอด "ต้องพร้อมครับ" เสียงแหบพร่ากระซิบชิดใบหูขาวเหมือนจะถามหาความสมัครใจแต่ความเอาแต่ใจที่ผมมีมันมากกว่า เลื่อนปลายจมูกกดลงบนแก้มแดงจนผิวนุ่มบุ๋มลงไปตามแรงเป็นการปลอบใจที่ไม่สามารถคัดค้านใดใดได้ ก่อนจะซุกไซ้ซอกคอหอมกลิ่นแป้งเด็กที่คุ้นเคยบทลงโทษบทใหม่ที่เธอต้องรับมือ เริ่มจากมือหนาที่เคยบีบเฟ้นเอวบางเลื่อนขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อของเธอออกอย่างใจเย็นแต่มั่นคงในทุกสัมผัสที่ปลายนิ้วเลื่อนผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดพาให้คนใต้ร่างสั่นไหวส่งเสียงหวานประท้วงในลำคอแผ่วเบา มือเล็กๆ พยายามดันไหล่กว้างให้ออกห่างแต่กลับไร้เรี่ยวแรงกลายเป็นขยุ้มเสื้อยืดสีเข้มจนยับย่น สัมผัสจากปลายนิ้วเรียวยาวที่ค่อยๆ ลากผ่านสีข้างทำเอาเธอสะดุ้งคว้าคอผมลงไปกอดให้ผมพรมจูบไล่ไปตามลาดไหล่อย่างแผ่วเบาหลอกให้เธอโอนอ่อนไปตามสัมผัสที่ผมมอบให้ ที่ทำให้ผมรู้สึกหวามไหวไม่ต่างกันอาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ฟันคมขบเม้มเบาๆ ตามผิวเนื้ออ่อนบริเวณลำคอ ทิ้งรอยสีกุหลาบจางๆ ไว้เป็นตราประทับประกาศความเป็นเจ้าของ ให้มือหนาค่อยๆ แยกเสื้อตัวบางออกจากกันจนเผยให้เห็นความอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายใต้ลูกไม้สีขาวเปลี่ยนความขุ่นมัวที่เคยมีเป็นอยากค้นหาความหอมนุ่มข้างในนั้น ไวเท่าความคิด นิ้วซุกซนก็จัดการสิ่งกีดขวางทุกชิ้นออกจนหมดภายในเสี้ยววินาทีให้ได้กวาดตาคู่คมชื่นชมสิ่งสวยงามตรงหน้า ไม่รู้ว่าเสียงหัวใจที่ดังอยู่ตอนนี้มาจากเธอหรือที่จริงแล้วเป็นของผม เลยจำต้องก้มหน้าลงไปให้ปลายจมูกสัมผัสความนุ่มปิดบังความเสียอาการที่มี รู้ตัวอีกทีเสื้อยืดสีเข้มก็โผล่พ้นออกไปให้ผิวของผมและเธอได้สัมผัสกัน จนความอดทนของผมเท่ากับศูนย์ "อ๊ะ พ พี่..." เสียงหวานสั่นพร่าที่พยายามจะเรียกชื่อผมขาดห้วง เมื่อผมโน้มตัวลงไปฝังใบหน้าเข้ากับความนุ่มหยุ่นที่โหยหาอีกครั้ง สูดกลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมยิ่งกว่าน้ำหอมราคาแพงแบรนด์ไหนๆ มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวด้วยมือเดียว เพื่อไม่ให้เธอมีโอกาสได้ขัดขืนหรือปกปิดความงามตรงหน้า ส่วนมืออีกข้างก็เริ่มทำหน้าที่สำรวจความโค้งเว้าอย่างเอาแต่ใจ และวันนี้จะเป็นวันที่ผมทำอะไรอะไรตามใจตัวเองได้ ไม่ใช่เพียงเพราะอยากลงโทษ แต่...ให้สมกับที่ผมรอจึงถึงเวลา ฟอด "พี่ขอทำนะ" "ไหน ไหนบอกจะรอปังครบยี่สิบก่อนไง" เป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมงที่ผมเปิดโอกาสให้เธอได้พักหายใจและตอบคำถามที่ผมหวังเพียงคำตอบเดียวคือคำอนุญาตเท่านั้น จนกระทั่งเสียงเล็กปะปนด้วยเสียงหอบหายใจทัดทานย้อนคำพูดของผมที่เคยสัญญาไว้กับเธอ แน่นอนว่าผมไม่เคยลืมและผมทำตามที่พูดมาตลอดเพียงแต่เวลานี้ตัวเลขบนนาฬิกาดิจิตอลกำลังจะเปลี่ยนเป็นอีกวัน วันเกิดของเธอ ทำมุมปากเหยียดยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขยับตัวขึ้นไปเปิดลิ้นชักข้างโซฟาแล้วหยิบกล่องสีขาวเล็กผูกริบบิ้นสีชมพูออกมาวางลงลงบนเนินนุ่มนิ่มชวนให้แววตากลมโตเต็มไปด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เธอลืมช่วงเวลาวันสำคัญของตัวเอง เรียนจนเบลอหรืออารมณ์หวามไหวที่มีผมเป็นผู้ควบคุมอยู่ตอนนี้ "ยังไม่ให้แกะ" "..." จุ๊บ "ตอบมา" "จะเจ็บมั้ยคะ" "อยากรู้?" "อะ อืม" "พี่จะทำเบาเบาครับ" จุ๊บ มือใหญ่ค่อยๆ ดึงริบบิ้นสีชมพูออกจากกล่องของขวัญอย่างเชื่องช้า สายตายังคงจับจ้องปฏิกิริยาของคนใต้ร่างที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้ผมลุ้นตามไปด้วยว่าเธอจะชอบของขวัญที่ผมตั้งใจสั่งทำให้เธอโดยเฉพาะสิ่งนี้หรือเปล่า สร้อยคอทองคำขาวเรียบหรูที่มีจี้รูปเครื่องหมายพายประดับด้วยเพชรน้ำงามเม็ดเล็กๆ ที่ผมคิดว่าพอดีสำหรับเธอ ทำตากลมโตเป็นประกายวิบวับรอให้ผมค่อยๆ สวมให้ทั้งที่เธอยังคงนอนหอบหายใจอยู่ในอ้อมกอด และเมื่อจี้เย็นเฉียบสัมผัสลงบนผิวร้อนกรุ่นแล้วยิ่งขับเน้นให้ความขาวอมชมพูนั้นดูเย้ายวนมากขึ้นจนผมต้องลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ก่อนจะขยับกายเข้าไปบดเบียดร่างบางจนไร้ช่องว่างระหว่างเราสองคน พาให้สองมือเล็กที่วางอยู่บนแผ่นหลังแกร่งเปลี่ยนมาโอบรอบคอผมไว้แน่นราวกับหาที่ยึดเหนี่ยวยามที่ผมค่อยๆ เริ่มรุกล้ำสำรวจพื้นที่ของเธอ ความอ่อนนุ่มที่สัมผัสได้ทำสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดขาดลงจนไม่เหลือ เหลือเพียงความปรารถนาและความร้อนแรงที่ผมจะพาเธอให้หลงใหลไปด้วยกัน "ต่อไป ไม่ใช่แค่จูบแล้วนะ""เลิกกี่โมง""สี่โมงเย็นค่ะ""ในตารางเลิกเที่ยง"สองสามวันมานี้เธอดูแปลกไปจนผมเองเริ่มเกิดความรู้สึกสงสัยว่าเธอกำลังปิดบังอะไรไว้ไม่อยากให้ผมรู้หรือเปล่า ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรรู้สึกอย่างนั้น เรื่องของความคิดเป็นสิ่งที่ไม่อาจห้ามได้แต่ไม่ถึงขนาดที่ผมจะเอามาเป็นชนวนอารมณ์ให้ต้องทะเลาะกันจนเรื่องราวไปกันใหญ่"ก็ คือว่า...""สี่โมงพี่รอตรงนี้""ค่ะ"ฟอด"ปังไปก่อนนะ"รอฟังคำตอบที่เธอพยายามคิดหาเหตุผลมาบอกกันอยู่นาน เหลือบมองมือเล็กที่วางประสานบีบเข้าหากันแน่นบนตักดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะเสียงหวานอึกๆอักๆ กับสีหน้าคล้ายกังวลจนผมต้องเป็นฝ่ายตัดบทเสียเอง เลือกที่จะมารอรับกลับห้องพร้อมกันตามเวลาที่เธอบอก เพียงเท่านั้นก็ทำให้ใบหน้าที่กำลังจะร้องไห้เปลี่ยนเป็นสดใสได้ในพริบตายื่นหน้าเข้ามากดปลายจมูกเชิดรั้นหอมแก้มผมฟอดใหญ่อย่างออดอ้อนก่อนจะลงรถไปด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ทำตาคู่คมมองตามแผ่นหลังบางจนลับสายตาหายเข้าไปในอาคารเรียนด้วยสายตาเกินคาดเดา เธอคงไม่รู้ว่าตัวเองโกหกไม่เก่งเลยสักนิดจนเผยพิรุธออกมาให้ผมจับสังเกตได้เต็มไปหมดkanom.pang🍞 : พี่มินิน ขนมปังถึงแล้วค่ะ(ข้อความถูกยกเลิก)ผมเลือก
รู้ว่าวันนี้เธอมีนัดกินข้าวกับเพื่อนตามประสาผู้หญิง ซึ่งแฟนอย่างผมก็เข้าใจไม่ตามไปให้เธอต้องรู้สึกอึดอัดจนคุยกับเพื่อนไม่สนุก แต่ถึงตัวไม่ไปผมก็ไม่ลืมที่จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายถือโอกาสยื่นบัตรแบล็คการ์ดอีกใบที่แอบทำไวัให้เผื่ออยากได้กระเป๋าสักใบสองใบ เธอจะได้ชอปปิ้งอย่างสบายใจแต่ที่ทำให้ผมหงุดหงิดมากจนอยากจะจับมาฟาดก้นสักทีสองทีก็เพราะธอเล่นขาดการติดต่อไปนานหลายชั่วโมง โทรไปไม่รับ ส่งข้อความไปไม่ตอบจนผมเป็นห่วงคิดกังวลไปต่างๆ นานากลัวว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุหรือมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า กระทั่งเห็นข้อความแจ้งเตือนการใช้บัตรแบล็คการ์ดผมถึงโล่งอกพอจะนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็นได้บ้าง แต่ก็ไม่เย็นมากพอที่จะหายหงุดหงิดเพียงได้กินแซนวิชที่เธอป้อนไม่กี่คำ"...""ถ้าพี่พายไม่พูด ขนมปังไม่ง้อ"แล้วดูเอาเถอะ! ว่าเธอดื้อมากขนาดไหน พอเห็นว่าผมไม่หายโกรธ ปากเล็กๆ ก็เชิดขึ้นจนเกือบถึงปลายจมูกนั่งทำหน้างอนใส่ จนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดในชั้นลานจอดรถของคอนโด คนแสนดื้อก็เปิดประตูลงจากฝั่งข้างคนขับรีบซอยเท้าเดินไปกดลิฟต์ไม่รอผมเดินไปพร้อมกันเหมือนทุกวัน"ไม่ง้อพี่ แล้วจะง้อใคร""ง้อใครก็ได้ค่ะ ขนมปังโต
"ไหนแกลองว่ามาซิ ทำไมถึงเบี้ยวนัดฉันได้""ก็..."เมื่อวันที่นัดกันไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของฉัน ทั้งๆ ที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเพื่อนสนิทที่สุดของฉันกลับส่งข้อความมาบอกว่ามีธุระกระทันหันในตอนสามทุ่มและขอชดเชยเวลาให้โดยการพาฉันมาเลี้ยงปิ้งย่างวันนี้แทน"อื้ม ก็..."มีธุระฉันพอจะเข้าใจได้ แต่ที่ทำให้ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้คือท่าทางอึกอักเหมือนเจอโจทย์ที่ยากมากดูพยายามคิดหาเหตุผลมาอธิบายให้ฉันฟังไม่ได้ ไหนจะสายตาเลิ่กลั่กพยายามซ่อนพิรุธไม่ให้ฉันสังเกตได้นั่นอีก ชวนให้ฉันนึกสนุกอยากจะแกล้งลองเป็นฝ่ายไล่ต้อนให้เพื่อนจนมุมดูบ้าง วางตะเกียบในมือแล้วเปลี่ยนมานั่งเท้าคางมองฝั่งตรงข้ามด้วยสายตากรุ่มกริ่มรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจอย่างที่ฉันเคยเจอ ก็จากยัยเมจินี่แหละสนุกดีเหมือนกันนะ"โอเค ฉันยอมแล้วๆ"และในที่สุดธุระที่ว่าของยัยเมจิก็ถูกเล่าออกมาอย่างอัดอั้นจนฉันเองแทบจะฟังไม่ทันประติดประต่อเรื่องราวแทบไม่ถูก สรุปได้เพียงว่าสิ่งที่ยัยเมจิเจอไม่ต่างจากฉันมากนัก แต่ฉันอาจจะดีกว่าตรงที่คนขี้หวงพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ถึงจะเป็นเหตุผลของเขาคนเดียวก็เถอะ!"ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไ
และแล้วก็ถึงวันที่ฉันได้ไปฉลองวันเกิดในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนนั่นก็คือร้านเหล้า อยากจะลองไปดูสักครั้งอยากลองสัมผัสบรรยากาศที่ใครหลายคนพากันหลงใหลสักหน่อยอันที่จริงวันคล้ายวันเกิดของฉันล่วงเลยมาหลายวันแล้วนะ แต่เพราะว่าวันนั้นฉันโดนพิษไข้เล่นงานเสียก่อนพาให้ต้องเลื่อนนัดยัยเมจิมาเป็นวันนี้แทน จะวันไหนสำหรับฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเขาคุณแฟนของฉันและเพื่อนที่สนิทที่สุดมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็สุขใจมากแล้ว"พี่พาย พี่พายเห็นเสื้อกล้ามสีดำของปังมั้ยคะ" ฉันจำได้ว่าเขาอาสาเอาไปส่งร้านซักรีดให้นี่นา ไม่ใช่ว่าทางร้านเอามาส่งแล้วหรอกเหรอ"ทิ้งไปแล้ว""ห๊ะ?""ตกใจอะไร""เอาเสื้อปังไปทิ้งทำไม""พี่ไม่ชอบ""แต่นั่นเสื้อปังนะ""เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่"ฉันไม่ได้ฟังผิดไปหรอกใช่ไหม อยู่อยู่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนเอาเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งหน้าตาเฉย เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหลือจะเชื่อเขาเลย!แล้ววันนี้ฉันจะใส่ชุดอะไรไปกันละ ในเมื่อตู้เสื้อผ้าของฉันตอนนี้เหลือเพียงชุดเดรสน่ารักๆ และเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เหมาะกับการใส่ไปทำบุญที่วัดมากกว่า ไม่หลงเหลือเสื้อที่เข้าก
กว่าสองชั่วโมงพายุลูกใหญ่ถึงจะสงบลง เป็นผมที่ใจดีปล่อยให้คนอ่อนแรงนอนพักเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจกับสัมผัสของผมจนไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมจะไม่ยอมและยอมไม่ได้เด็ดขาดค่อยๆ ช้อนตัวเธอเดินเข้าห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงกว้างให้เธอได้นอนพักสบายๆ ส่วนผมพาตัวเองไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วออกมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดผิวสีชมพูอย่างทะนุถนอมจนทั่วไม่เหลือความเหนียวเหนอะหนะให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ก่อนจะกลับไปจัดการตัวเองในห้องน้ำบ้างแล้วกลับออกมาล้มตัวนอนลงข้างๆ ดึงเอวบางเข้ามานอนหนุนแขนในอ้อมกอดหลับตาลงตามเธอเข้าไปในความฝัน"..."จนกระทั่งแผงอกสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่ค่อยๆ สูงขึ้นปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เวลานี้ผิวขาวอมชมพูของคนในอ้อมกอดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคิ้วเรียวเล็กผูกกันเป็นปมแน่นราวกับกำลังฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น ให้ผมต้องรีบลุกไปหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเจลลดไข้มาวางบนหน้าผากมนด้วยความร้อนใจ คอยเช็ดตัวไม่ห่างให้อุณหภูมิที่สูงค่อยๆ ลดจนเย็นลง ให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์ค่อยๆ คลายออกปมออกให้ผมรู้สึกโล่งใจที่เธอต้องนอนซมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผม
"อื้อ..."บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้นสัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจ





![[1] SEXY GRIL รัก ร้อน แรง](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

