LOGIN
สามปีก่อน...ฉันถูกพ่อส่งมาเป็นเด็กฝึกงานที่บริษัทของพี่เขย แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าฉันมาฝึกงานที่นี่จะได้ความรู้กลับไปไหม
แต่ตรงกันข้ามเป็นสิ่งที่พ่อจะได้กลับไปต่างหาก...
‘หากสามปีนี้แกทำให้ตระกูลภัทรารินทร์ยอมรับเป็นลูกสะใภ้คนเล็กไม่ได้ก็ออกจากบ้านฉันไป!’
สรัสจันทร์ ยิ้มขื่นกับคนเป็นพ่อที่เรียกเธอกลับจากเมืองนอกเพราะฟังคำของเมียใหม่ว่าเธอเรียนต่อไปก็ทำให้สิ้นเปลือง และวางแผนส่งมาอยู่บ้านพี่สาวที่แต่งออกไป อย่าง จันทร์ทิพย์ เพื่อต้องการให้เธอแต่งกับน้องชายพี่เขย!
พ่อของเธอทำทุกอย่างก็เพราะว่าต้องการจะฮุบสมบัติของภัทรารินทร์ เมื่อพี่สาวแต่งแล้วยัดเธอแต่งอีกคน จากนั้นก็ค่อย ๆ รีดไถลูกสาว ตอนนี้ลูกสาวคนโตนอนป่วย ไม่สะดวกรีดไถ ก็ส่งเธอเข้ามาเพื่อเป็นเครื่องมือหาเงินตัวใหม่
เหอะ...คิดว่าฉันจะยอมเป็นตู้เอทีเอ็มให้งั้นสิ...นอนฝันหวานอยู่บ้านไปเถอะ!
เธอไม่ลงรอยกับพ่อ เพราะเกลียดที่พ่อทำให้แม่ต้องตาย ครั้งนั้นต่อให้ใครบอกว่าอุบัติเหตุเธอไม่เชื่อเด็ดขาด
เพราะประกันชีวิตวงเงินสูงถึงห้าสิบล้านมันเป็นชื่อพ่อผู้รับผลประโยชน์...แม้ว่าเธอจะให้สืบยังไงสุดท้ายก็ยังเป็นแค่อุบัติเหตุ
แค่ชู้ของพ่อรับโทรศัพท์ จากนั้นแม่ก็ออกไป ต่อให้แก้ตัวยังไง ทั้งสองคนก็มีส่วนเกี่ยวข้องให้แม่เธอตาย และนั่นคือชนวนเหตุให้เธอเกลียดพ่อ!
เกลียดจนแทบจะไม่เผาผี และไม่คิดกลับมาเหยียบตระกูลพิมล
โชคดีที่พี่สาวของเธอแต่งออกมาก่อน ไม่ต้องทนอยู่กับพ่อเฮงซวย แต่ใช้ชีวิตดี ๆ ได้ไม่กี่ปีแต่ดันโชคร้ายที่ตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายจึงทำให้เธอต้องมาอยู่ดูแลพี่สาวในช่วงวาระสุดท้ายและช่วยงานพี่เขย!
พี่สาวเป็นมะเร็งที่ก้านสมอง ผ่าตัดมาสามครั้งก็ไม่ดีขึ้นหมอจึงใช้วิธีรักษาแบบประคับประคอง เธอจึงสงสารพี่สาวมากเป็นพิเศษและเลือกมาช่วยงานพี่เขย โดยไม่ได้อยู่ในแผนปอกลอกตระกูลตามที่พ่อวางแผนแต่แรก
วันนี้เธอมาถึงเข้าไปดูพี่สาวที่นอนพักอยู่ในห้องแล้ว หลังจากจัดของในห้องส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย เธอก็คิดว่าสมควรไปแนะนำตัวและฝากเนื้อฝากตัวอย่างเป็นทางการเสียที
ในบ้านใหญ่ตระกูลภัทรารินทร์นั้นมีห้องทำงานส่วนตัวที่แทนคณินพี่เขยของเธอทำงานอยู่ และเขาที่เป็นสามีแสนดีมักจะหอบเอางานมาทำที่บ้านเพื่อจะอยู่ใกล้ชิดภรรยา
ลึก ๆ แล้วเธอชื่นชมเขาที่รักพี่สาว และคิดว่าจะตั้งใจทำงานช่วยเขาอย่างดี เธออยู่ในชุดกระโปรงสั้นเหนือเข่า เพราะเมืองไทยร้อนเกินไปทำให้ไม่อยากใส่ชุดที่ปิดทั้งตัว
ขณะกำลังจะเคาะห้องทำงานของเขา...แต่ว่าห้องแง้มไว้ เมื่อเธอขยับสาวเท้าเข้าไปใกล้กลับพบว่า ...
“อื้ม...คุณคณิน...ขา! พินอ้ากว้างแล้วนะ...เข้ามาสิคะ”
มีเสียงครวญครางอึดอัดแว่วออกมาจากข้างใน...ทำให้สรัลจันทร์ผงะ เธอคิดว่าตัวเองหูแว่ว จึงแนบหูลงข้างประตู
“แจะ...แจะ...แจะ”
แล้วเสียงเฉอะแฉะดังตามมาทันที ทำให้เธอยกมือปิดปากตกตะลึงกับเสียงด้านในนั้น...
เสียงฝ่ามือกระแทกทุบสลับกับเท้าที่กระโดดทีบบานประตูบานยักษ์หน้าคฤหาสน์ภัทรารินทร์ยังคงดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่น ดั่งคนไร้อารยธรรม“เปิดสิ...นังลูกเนรคุณ ไอ้ลูกเขยสารเลว”ฉัตรพศินกลายเป็นคนล้มละลายภายในข้ามคืน เมื่อทุกสิ่งที่มีถูกอายัดจนหมด รวมทั้งเงินมรดกของอดีตภรรยาอีกด้วย ไม่รู้ว่าเขาประมาทตรงไหน ในเมื่อทนายบอกว่าอย่างไรเขาก็เป็นสามีถูกต้องตามกฎหมาย หากจะต้องแบ่งทรัพย์สินย่อมต้องหารสาม แต่เขาอุตส่าห์ทำให้ทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของตนเองผู้เดียวแล้วแท้ ๆ“นี่คุณ...ถีบแรง ๆ สิ” สริตาเองก็ไม่อยากยอมรับว่าตนเองมีผัวถังแตก สุขสบายมาหลายปี จะไม่ยอมกัดก้อนเกลือกับผู้ชายคนไหนเด็ดขาดภาพโวยวายหน้าประตูนั้นฉายไปยังจอในบ้านได้อย่างชัดเจน ทว่ามันกลับไม่อาจสั่นคลอนความเยือกเย็นของชายหนุ่มผู้กุมอำนาจสูงสุดในบ้านหลังนี้ได้แม้แต่น้อย แทนคณินปรายตามองหน้าจอดิจิทัลของระบบอินเตอร์คอมด้วยแววตาสมเพชระคนขยะแขยง ภาพของฉัตรพศินและสริตาที่ยืนหอบหายใจตัวสั่นเหมือนหมาบ้าไร้ที่พึ่ง ไม่ได้มีค่าพอให้เขาต้องลดตัวลงไปเสวนาด้วยแทนคณินหันไปมองหัวหน้
หลังจากทริปหัวหินแบบฉ่ำ ๆ ก็ถึงวันที่นัดกับหมอเรื่องตรวจร่างกาย กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศอันเงียบสงบในห้องตรวจแพทย์เฉพาะทางระบบประสาทของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ไม่ได้สร้างความกดดันให้จันทร์ทิพย์เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา หญิงสาวนั่งเคียงข้างแทนคณินที่กุมมือเธอไว้มั่น ใบหน้าของแพทย์เจ้าของไข้ที่เคยเคร่งเครียดกลับมีประกายความยินดีฉายชัด“ผลการตรวจชิ้นเนื้อและยีนพันธุกรรมรอบล่าสุดของคนไข้ ถือเป็นปาฏิหาริย์มากครับ” นายแพทย์อาวุโสคลี่ยิ้ม หมุนหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้ทั้งคู่ดูภาพสแกนสมอง “จากเดิ
ลำท่อนเอ็นขนาดมหึมาที่คาค้างอยู่เพียงแค่ครึ่งหัวบีบอัดช่องทางรักของสองสาวจนปวดหนึบ ความร้อนผ่าวและแรงตอดรัดที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็มทำให้ความทรมานทวีคูณจนแทบคลั่ง กำแพงศักดิ์ศรีและความเขินอายที่เหลืออยู่พังทลายลงในพริบตาเมื่อเผชิญกับสายตากดดันอันของสองพี่น้องผู้คุมเกมที่เหนือชั้นกว่าจันทร์ทิพย์เป็นฝ่ายทนแรงเสียดทานไม่ไหวเป็นคนแรก น้ำตาแห่งความเสียวซ่านคลอเบ้าตาคู่สวย เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ก่อนจะอ้าปากเค้นเส
แทนคณินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำสะท้อนความหื่นออกมาอย่างชัดเจน ปลายลิ้นร้อนที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำหวานตวัดเลียริมฝีปากตัวเองช้าๆ ชายหนุ่มไม่ยอมทำตามคำขอร้องของจันทร์ทิพย์ในทันที ทว่ากลับยกมือข้างที่เพิ่งใช้ล้วงคว้านร่องรักของสรัลจันทร์ขึ้นมา ปลายนิ้วยาวยังคงชุ่มโชกไปด้วยเมือกใสและกลิ่นคาวกามของน้องเมีย เขาขยับก้าวเข้ามายื่นปลายนิ้วเปียกชุ่มนั้นไปแตะบดคลึงริมฝีปากอิ่มของภรรยาตัวเองให้ได้ลองชิม“อยากให้
คำว่า‘อยากเอากับน้องสาวคุณให้คุณดู’ยังคงดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของจันทร์ทิพย์ ร่างกายของหญิงสาวแข็งทื่อ ปากอิ่มเผยอค้าง สติสัมปชัญญะคล้ายหลุดลอยออกจากร่าง ความกระดากอายและเส้นแบ่งศีลธรรมที่ยึดถือมาทั้งชีวิตกำลังส่งเสียงกรีดร้องเตือน ทว่าก่อนที่ความลังเลจะดึงเธอถอยหนี ลมหายใจร้อนผ่าวของใครอีกคนก็เป่ารดลงตรงซอกคอขาวระหงพร้อมทัพพ์ขยับก้าวเข้ามายืนซ้อนหลังเก้าอี้ของพี่สะใภ้อย่างเงียบเชียบ ฝ่ามือหนาหยาบกร้านสอดแทรกผ่านสาบเสื้อคลุมผ้าซาติน สัมผัสเข้ากับผิวเนื้ออุ่นเนียนตรงแผ่นหลังบาง ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ นุ่มนวล ทว่าแฝงรอยยิ้มล่อลวงของปีศาจราคะตัวร้าย“ไม่ต้องกลัวไปหรอกครับพี่สะใภ้... แค่ปล่อยใจให้สบาย เปิดตากว้างๆ แล้วดูหนังสดตรงหน้า เดี๋ยวผมช่วยดูแลพี่เอง”ไม่พูดเปล่า ฝ่ามือใหญ่ของน้องสามีเลื่อนลูบไล้ขึ้นมาตามสีข้าง โอบอุ้มก้อนเนื้อทรวงอกอวบอิ่มของจันทร์ทิพย์ไว้เต็มไม้เต็มมือ พร
ความเงียบสงัดโรยตัวเข้าปกคลุมห้องโถงพูลวิลล่าทันทีที่หน้าจอดับวูบ เสียงคลื่นซัดสาดชายหาดยามเช้าดังแว่วเข้ามาแทนที่เสียงกรีดร้องสาปแช่งจากบ้านใหญ่ สรัลจันทร์กับจันทร์ทิพย์ยังคงจ้องมองสมาร์ตโฟนที่วางนิ่งอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนด้วยแววตาทึ่งระคนไม่อยากเชื่อสายตาจันทร์ทิพย์ค่อยๆ ละสายตาจากหน้าจอดำสนิท หันไปมองสามีที่นั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางของแทนคณินดูสงบนิ่ง ผ่อนคลาย ราวกับเรื่องคอขาดบาดตายเมื่อครู่เป็นเพียงเกมที่เขาปัดนิ้วเล่นแก้เบื่อ







