LOGINท่ามกลางแสงสีเสียงเพลงที่ดูครึกครื้น ซะที่ไหนเล่า!? เขากระดกเหล้าหมดไปหลายขวดแล้ว แต่ยังไม่เห็นว่ามันจะสนุกเลยสักนิด
“แม่งโคตรไม่หนุกเลยว่ะ นักร้องส้นตีนนั่นมันร้องท่อนหนึ่งว่าเมียเก่า”
เขาท่าจะประสาทแล้วจริง ๆ เกลียดคำว่าเมียเก่าที่ตามหลอกหลอนจนด่าสาดเสียเทเสีย ทำเอาหมอธีธัชสุดหล่อที่นั่งอยู่ด้วยส่ายหน้าอย่างคนเอือมระอาเต็มอก สภาพงี้เขาเห็นแล้วไม่ชินตาเลยสักนิด
ผู้ชายตัวโต ๆ มาดแมนแบบชายแท้หกสิบงี้มานั่งทำหน้าตาหงอย ๆ เหงา ๆ เศร้าเป็นไก่ป่วย หน้าซีดเป็นบ๊วยเค็มไร้อารมณ์แบบนี้มันไม่ใช่เลยสักนิด
“กูว่ามึงเมาแล้วว่ะ กลับไหม? เดี๋ยวกูไปส่ง”
“ไม่กลับ กูยังไม่อยากกลับ”
กลับไปก็คิดถึงน่ะสิ… ใครจะบ้ากลับ อยู่บ้านคนเดียวมันเหงาจะตาย ถ้ามีสาวตัวเล็ก ๆ ขาว ๆ คนเดิมวิ่งไปวิ่งมาในบ้านก็ดีดิ
“เฮ้ย นั่น…เมียเก่ามึง”
ประโยคนั้นทำเอาคนแบบเฮียสองหูผึ่งและตื่นเต้น นั่นเพราะคำว่าเมียเก่าที่ดังเข้าโสตประสาท ต่อให้เมาจนเอาหน้าไปจิ้มพื้นเขาก็จะลุกขึ้นมาอย่างไม่ต้องสงสัย
“ฮะ” เขามองตามตาแข็ง ๆ พอมองไปฝั่งที่เพื่อนชี้ก็เจอเธอเข้า มินตรามากับเพื่อนของเธอซึ่งเขาพอจะรู้จัก มินตราเคยเล่าให้ฟังและพามาบ้านสองสามครั้ง แต่เจ้าหล่อนนั้นมีท่าทีเกร็ง ๆ กลัว ๆ เขาทุกครั้งที่มา อาจจะเพราะหน้าไม่รับแขกของเขาด้วยแหละมั้ง…
จังหวะนั้นเองมินตราก็เจอะเข้ากับชายหนุ่มรูปหล่อคนที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี สายตาที่ส่งมายังเธอนั้นราวกับมีคลื่นความร้อนส่งผ่าน ทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่นชอบกล
คล้ายกับตอนที่ถูกผัวจับได้ว่าแอบออกมานอกบ้าน แต่เธอไม่ได้อยากออกมาเลยสักนิด ที่มาเพราะโบตั๋นเพื่อนสนิทของเธอรบเร้าจะพาเธอออกมาเอาบรรยากาศใหม่ ๆ ให้ได้
“โบตั๋น ฉันว่าบรรยากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กลับดีไหม?”
บรรยากาศแปลกใหม่มาก แปลกใหม่จนขนลุก…
“กลับได้ไง เพิ่งมาเลยนะ แกจะมุดอยู่แต่ในห้องไม่ได้นะมิน ต้องออกมาใช้ชีวิตบ้างสิ” โบตั๋นสาวสวยตัวแม่ไม่ยอมง่าย รบเร้าเพื่อนสนิทให้อยู่ต่อ นี่เพิ่งก้าวเท้าเข้าร้านมาเองนะ?
“ไม่มีเงิน” มินตราพูดตรง ๆ เธอไม่มีเงินแบบไม่มีจริง ๆ เธออายุยี่สิบสามงานก็หายรายได้ก็ไม่มี เมื่อก่อนยอมรับได้เต็มปากว่าอยู่สุขสบายได้เพราะเขาจริง ๆ
“เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”
“ไม่เอา เกรงใจแก”
“เกรงใจอะไร อะ ๆ ฉันว่าวันนี้เราต้องไม่ได้จ่ายเองแน่นอน เชื่อฉัน” โบตั๋นยิ้มร่า สายตาแม่เสือสาวอย่างเธอดูไม่พลาดแน่นอน ไม่นานนักก็มีเป้าหมายใหม่เดินเข้ามาพอดี
“ทำไมล่ะ?”
“นั่นไง”
“คนสวยมากันแค่สองคนเหรอครับ?”
“มาปุ๊บก็เสน่ห์แรงเชียวนะ” โบตั๋นกระซิบแซวเพื่อนสาว เพราะสังเกตจากสายตาก็รู้ว่าหนุ่มคนนี้หมายตาใครอยู่ แต่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาอีกคู่ที่หมายมาเช่นกัน แถมกำลังตาร้อนผ่าวอีกต่างหาก
“ใช่ค่ะ เรามากันสองคน” เป็นโบตั๋นที่ออกปากแทน
“ไปดื่มด้วยกันไหมครับ ที่โต๊ะยังมีที่ว่างอีกเยอะเลย” หนุ่มคนนั้นเล็งมาที่มินตราจริง ๆ มองผิวเนื้อขาวนวลของเธออย่างหื่นกระหายแบบไม่ปิดบังเลยสักนิด แม้มินตราจะใส่เพียงเสื้อสายเดี่ยวสีดำกับกางเกงยีนต์ขายาวตัวใหญ่ก็ตาม
มินตราเป็นคนตัวเล็กก็จริง แต่ส่วนที่ผู้หญิงมีนั้นเธอกลับไม่ได้น้อยหน้าเลยสักนิด สัดส่วนที่เหมาะเจาะสมส่วนนั้นทำเอาน่าดึงดูดมากจริง ๆ
“คนสวยชื่ออะไรเหรอครับ?”
“มะ มินตราค่ะ” มินตรารีบสะกิดแขนโบตั๋น เธอเริ่มไม่อยากอยู่ร้านนี้ต่อแล้วจริง ๆ ไม่คิดว่าจะโชคดีเจอะเขาเข้านี่
จังหวะนั้นเองเป็นเฮียสองที่ลุกพรวดจากที่นั่ง ทำเอาคุณหมอที่นั่งข้างรีบร้องถามทันที
“อะไรวะ! มึงจะไปไหน?”
“ไปฉี่”
“ห้องน้ำอยู่ทางนู้น”
“กูจะเดินอ้อม กูชอบเดิน”
ตอนนี้สีหน้าและแววตาที่ดูอึมครึมและจริงจังของเขานั้นทำเอาขนลุกแปลก ๆ ชายหนุ่มเดินไปยังฝั่งที่มินตรายืนอยู่ การมาเยือนของเขาทั้งแปลกและชวนอึดอัดแบบสุด ๆ ยืนจ้องสักพักจนมินตรากลัวถอยหลัง โบตั๋นก็กลัวเหมือนกันเลยถอยหลังคู่
“ผมอยากจะขอแลกไลน์มินตราไว้หน่อยได้ไหมครับ เผื่อเราได้คุยกัน”
ไอ้หน้าจืดนี่ยังไม่รู้ชะตากรรมสินะ… เจ้าของใบหน้าดุดันจ้องหน้าแบบหาเรื่องสุด ๆ ร่างที่สูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรนั้นไม่เป็นจุดสนใจของมันบ้างหรือไง
ออกไปกูลากมึงไปต่อยนะ ตอนนี้ต่อยทางสายตาไปก่อน
เขายืนดูว่ามินตราจะให้ไหม สรุปมินตราส่ายหน้าและรีบเดินออกจากร้านไปโดยไม่ทักทายหรือพูดจาอะไรกับเขา พอเธอออกไปแล้วเขาก็ชี้นิ้วมาที่ปากตัวเอง ก่อนจะขยับปากแต่ไม่ออกเสียง
“อย่า ยุ่ง กับ คน ของ กู ค__ ” นิ้วที่ผสานงานกันไม่เป็นท่านักยกขึ้นมาเพียงแค่นิ้วกลางนิ้วเดียว เจริญจริง ๆ …เสร็จแล้วก็เดินกลับมาหน้าตาเฉย ทำเอาคุณหมออย่างธีธัชถึงกับนั่งไม่ติด เริ่มรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ไม่ควรนัก
“ไอ้เหี้ย! มึงไปทำงี้เดี๋ยวได้แดกตีนหรอก”
“มาดิ กูอยากแตกพอดี อยากนอนโรงบาล” ไม่ได้หมายถึงปากแตกหรือคิ้วแตกอะไรทำนองนี้หรอกน่า หมายถึงอย่างอื่นมากกว่า…
“ไอ้นี่เมาแล้วพูดงี้นะมึง ปากไม่มงคลมาก มิน่าล่ะใครก็อยู่กับมึงไม่ได้”
คำพูดของเพื่อนสนิททำเอาเขาบีบแก้วแน่นขึ้น ก่อนจะยกเหล้าแก้วนั้นกระดกจนหมดรวดเดียว บาดคอฉิบหาย! กินมาหลายขวดแล้วมากลืนยากแก้วนี้เนี่ยนะ! เหล้าปลอมแน่ ๆ
“กูไม่อยู่ด้วยต่างหาก” เขาน่ะอีโก้สูงกว่าเปรตแน่นอน ไม่มีทางยอมรับอะไรแบบนี้อยู่แล้ว
“กล้าพูดเนอะ” หากธีธัชส่ายหน้าส่ายคอมมากกว่านี้ล่ะก็คงคอหลุดเป็นแน่
“ก็เออดิ” รายนี้ดื้อดึงแบบสุด ๆ ไม่ยอมรับว่าเธอนั้นไม่อยากอยู่กับเขาเพราะอะไรกัน!
“แต่เมื่อกี้มึงหวงเมียเก่าปะ?”
“…” ประโยคนั้นทำเอาชายหนุ่มมองขวับ เจ้าของคำถามนั้นก็มองเขาเเช่นกัน มันตั้งใจจะจับพิรุธเขาแหง แต่เขาไม่มีพิรุธอะไรนี่
“ถ้าเป็นผัวเก่าแล้วเหมือนหมาบ้าหวงเขาขนาดนี้ ไมไม่กลับไปวะ?”คำพูดดังเข้าโสตประสาทคนที่กระดกเหล้าอยู่ สองเพียงแค่หลุบตาต่ำ ก่อนจะตอบด้วยโทนเสียงจริงจัง
“รอให้มาง้อกูก่อน” ง้อแบบลึก ๆ ...
“นั่นไง ก็เพราะมึงเป็นแบบนี้แหละ ทำทรงจัด”
“ก็บอกเลิกกูเอง กูไม่มีวันง้อหรอกจะบอกให้ ยัยนั่นต่างหากที่ต้องเป็นคนคลานมาขอกู”
“มิน เสร็จยังครับ?” เสียงทุ้มมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่เดินมาถามมินตราที่นั่งทำบัญชีอยู่ เธอกำลังขะมักเขม้นกับงานตรงหน้า จนไม่หันมามองหน้าเขา เพียงแต่ตอบกลับเสียงใสอย่างเช่นทุกครั้ง“อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้วค่ะ”“เหนื่อยไหม?”“อึก~” มินตราหยุดนิ่งสักพัก เพราะคนที่ถามเธอว่าเหนื่อยหรือไม่ก่อนหน้านี้ เขากำลังยืนเบียดและยัดเยียดเป้าตุง ๆ เข้ามาใกล้ ๆ มินตรา หญิงสาวกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเมื่อส่วนนั้นสัมผัสที่ไหล่ของเธอมินตราหันไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาพยายามถูไถไปมา ก่อนจะกล่าว… “มากกกกก มินขอเติมพลังหน่อยสิคะ”“ได้สิ”เพียงแค่เขาอนุญาตใบหน้าสวยก็ซุกเข้าตรงส่วนนั้น และสูดดมเป้ากางเกงเข้าเต็มปอด สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มพึงพอใจให้กับคนตัวโตแบบสุด ๆชอบจังเวลาเสนอปุ๊บเธอก็สนองปั๊บแบบนี้…“ฮะ ฮ่า ฮ่า” คนทำเองยังหัวเราะเองเลย ทั้งคู่ทำแบบนี้ได้นั่นก็เพราะห้องทำงานนี้มีแค่เขากับมินตราต่างหากเล่า เขาจะทำแบบไหนก็ย่อมได้นี่“ชื่นใจสุ
แต่คนแบบเฮียสองที่ไม่สนผีสนคนก็ไม่ทำอย่างอื่นนอกจากเอาใจมินตรา และคอยเสิร์ฟความหวานไม่หยุดหย่อน เรียกได้ว่าคลั่งรักจัด ๆ แถมตอนนี้เขายังทำตัวเหมือนหนุ่มน้อยเพิ่งจะหัดมีความรักครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่ขัดกับสภาพหน้าตาดิบ ๆ เถือน ๆ ของเขาซะจริง“พี่ลืมของฝากให้ไอ้หมออยู่หลังรถน่ะ ฝากมินไปหยิบให้พี่หน่อยได้ไหม?” พอนั่งทานไปได้สักพักเขาก็สะกิดมินตรา“ได้สิค่ะ สบายมาก”มินตรารีบพยักหน้ารับคำทันที แค่ไปเอาของเท่านั้นสบายมาก มินตรารีบวิ่งไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนที่เธอจะเปิดหลังรถโดยไม่คิดมาก แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำเอาเธอแทบหยุดหายใจเธอเจอดอกไม้และป้ายสุขสันต์วันเกิด! ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจจนกักเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่ หญิงสาวถึงกับกรี๊ดลั่น“กรี๊ดดดดด นะ นี่…”“สุขสันต์วันเกิดครับมิน” เสียงนั้นมาพร้อมกับร่างหนาที่เข้ามากอดเธอจากทางด้านหลัง เสียงเชียร์เบา ๆ จากอีกฝั่งเป็นหมอธีธัชและโบตั๋นที่คอยให้กำลังใจ ทำเอาเธออดน้ำตาคลอไม่ได้จริง ๆ“ฮึก~~ขอบคุณนะคะ” เธอลืมแม้กระท
เช้าวันถัดมา…“ตื่นแล้วเหรอ เราไปเก็บของกัน” เพียงแค่ลืมตาตื่นยังไม่ทันไรก็มีเสียงทุ้มแทรกเข้ามา มินตรายังคงทำหน้างง เธอเพิ่งจะตื่นนอนสติก็ยังไม่เข้ารูปเข้ารอยนัก“เก็บของ…เก็บของอะไรเหรอคะ?”“เก็บของบ้านนู้นไง” ของที่อุตส่าห์ทำทรงขนไป เขาอยากกลับมาอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่เป็นบ้านที่ทั้งคู่ตัดสินใจซื้อไว้เป็นเรือนหอในอนาคต จริงสิ เขายังไม่ได้ขอมินตราแต่งงานเป็นจริงเป็นจังเลย“หืม?” หญิงสาวขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันจนเป็นปม เธอยังไม่เข้าใจว่าของที่ว่านั้นคืออะไร? แต่แน่นอนว่าเขาไม่ยอมให้เธอได้สงสัยนาน รีบเฉลยให้เลยแล้วกัน“ไม่ต้องทำหน้างง ของที่พี่ขนไปนั่นแหละ จะขนกลับมาที่นี่”“เฮียจะกลับมาอยู่ที่นี่เหรอคะ”“เอ้า เรากลับมาคืนดีกันแล้วพี่ก็ต้องกลับมาอยู่กับเมียสิ แล้วนี่ก็บ้านของเรานะ”ปากหยักยกคว่ำอย่างคนงอแง ก็คืนดีกันแล้ว ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อย เธอจะใจร้ายให้เขาไปอยู่บ้านนู้นงั้นเหรอ? ไม่มีทางซะหรอก เขาไม่ยอมจะอยู่กับเมียโว
เพราะรอยยิ้มสดใสประดับหน้าของสาวเจ้า ทำเอาเขาอดดีใจและอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เชื่อเถอะว่าเขามีความสุขได้ทุกครั้งเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เขารัก แค่นี้ก็ทำเอาใจชื้นมือหนายกมือขึ้นขยี้ผมคนตัวเล็กอย่างเบามือ พร้อมกับทำหน้ายิ้ม ๆ อย่างคนมีความสุข ที่ตอนนี้ความสุขล้นออกหน้าออกตา แทบจะออกปากแล้วด้วยซ้ำ“ยังไม่บอกเลยว่าโดนว่ายังไง”“ก็…ป้าแกบอกว่ามินวาสนาไม่ถึงเฮีย วันที่เฮียควงสาวโชว์คนในซอยน่ะค่ะ”มินตรายังเอ่ยด้วยโทนเสียงที่ปกติ เธอว่าไปพลางยังควานหาลิปสติกที่หลุดมือ ท่าทีไม่เดือดร้อนใจ ต่างจากเขาที่หุบยิ้มแทบไม่ทัน เขาถึงกับหน้าชาไปทั้งแถบ ในใจก็พลันปวดจี๊ดขึ้นมามินตราต้องเสียใจมากแค่ไหนกัน….“มิน~ เฮียขอโทษ” ชายหนุ่มเอ่ยคำขอโทษเสียงอ่อนเขารู้สึกผิดที่ควงสาวเยาะเย้ยเธอหวังให้เธอเจ็บใจ ตอนนั้นคิดเพียงอยากเอาชนะเธอที่ทิ้งเขา ไม่คิดให้ดีเสียก่อน เขารู้แล้วว่าตอนนี้ความรักของเขาและมินตรา ไม่จำเป็นต้องหาผู้ชนะผู้แพ้สักหน่อยเขาไม่เอาอะไรแล้วก็ได้ นอกจากขอให้มินตรารักเขาและอยู่กับเ
“ฮือ ฮื่อ ขะ ขอโทษค่ะ~ ” มินตราร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน เขาจะทนเห็นเธอร้องไห้ขนาดนี้ได้อย่างไรไหว ชายหนุ่มรีบโอบกอดพร้อมกับปลอบโยนสาวเจ้าเสียงอ่อน“รอบที่เท่าไหร่แล้ว ไม่ร้องแล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอต้องบอกพี่เข้าใจไหม?”รอบที่เท่าไหร่เขาก็ไม่ชินสักครั้งเวลาที่มินตราร้องไห้ ชายหนุ่มยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มนวลอย่างคนรักใคร่และหวังปลอบประโลมให้คนตัวเล็กดีขึ้น“ไปอาบน้ำบ้านนู้นเถอะ เดี๋ยวส่วนนี้ฉันจัดการเอง”เขาพูดจบก็ช้อนร่างของสาวเจ้าลอยหวือขึ้นกลางอากาศ เท้ายาวก้าวเดินพาเธอไปยังรถ เขาเข้าใจทุกเรื่องเป็นอย่างดีแล้ว ต่อไปนี้เขาจะใจเย็นและมีอะไรก็ต้องหันหน้าคุยกันเสมอเขาจะไม่ยอมปล่อยมือผู้หญิงที่ชื่อมินตราแน่นอน…หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย มินตราที่สวมใส่ชุดนอนที่เขาเป็นฝ่ายเตรียมให้ก็เดินเข้ามาในห้อง พอเข้ามาก็ยังเห็นว่าทุกพื้นที่ยังมีของ ๆ เธอที่ย้ายมาจากบ้านนู้นด้วย“ของนี่...”“ของคนเก่า” พื้นที่ทุกพื้นที่ยังเป็นของคนเก่า คนเดิมในใจเขาเสม
“พี่จะทำอะไร!? อย่าเข้ามานะ!”มินตรากลัวจนขวัญเสีย ใบหน้าสวยซีดเผือดไร้สีเลือดด้วยความตกใจกลัว หญิงสาวถอยหลังกรูจนชนกับกระถางต้นไม้ ตอนนี้ชายตรงหน้าทั้งสองทำเธอกลัวจนตัวสั่นแล้ว!“เรื่องเยอะจังวะ! จับมันลากเข้าบ้าน” ไอ้เวรสองคนนั้นมันกำลังจะลากเธอไปทำอะไร!“อย่านะ! อย่าเข้ามา! ฮือ! อย่าเข้ามานะ”มินตราร้องลั่นอย่างคนหวาดกลัวสุดขีด ไอ้ชั่วทั้งสองนี่ต้องหวังเก็บดอกเบี้ยอย่างอื่นจากเธอแน่นอน! สายตาแทะโลมที่มองมายังเรือนร่างของหญิงสาวช่างน่าขยะแขยงสิ้นดีในช่วงเวลาที่มินตรากำลังสิ้นหวังและตกใจกลัวขั้นสุด จู่ ๆ ก็มีเสียงตะเบ็งร้องของใครบางคนดังขึ้น“พวกมึงจะทำอะไร!?”“เฮียสอง ฮึก! ช่วยมินด้วย!” เหมือนกับว่าสวรรค์มาโปรด คนที่มาช่วยเธอคือคนที่เธอรักมากที่สุด เฮียสอง!ร่างสูงเกือบสองเมตรปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าหล่อยังคงเคร่งขรึม น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ยังคงแข็งกระด้างสักหน่อย แต่ทว่ากลับดูน่าเกรงขามยิ่ง ปากหยักขยับเอ่ย “มานี่” ก่อนที่มินตราจะวิ่งเข้าไปหลบหลังเขาโด







