เข้าสู่ระบบ“ฮือ ฮื่อ ขะ ขอโทษค่ะ~ ” มินตราร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน เขาจะทนเห็นเธอร้องไห้ขนาดนี้ได้อย่างไรไหว ชายหนุ่มรีบโอบกอดพร้อมกับปลอบโยนสาวเจ้าเสียงอ่อน
“รอบที่เท่าไหร่แล้ว ไม่ร้องแล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอต้องบอกพี่เข้าใจไหม?”
รอบที่เท่าไหร่เขาก็ไม่ชินสักครั้งเวลาที่มินตราร้องไห้ ชายหนุ่มยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มนวลอย่างคนรักใคร่และหวังปลอบประโลมให้คนตัวเล็กดีขึ้น
“ไปอาบน้ำบ้านนู้นเถอะ เดี๋ยวส่วนนี้ฉันจัดการเอง”
เขาพูดจบก็ช้อนร่างของสาวเจ้าลอยหวือขึ้นกลางอากาศ เท้ายาวก้าวเดินพาเธอไปยังรถ เขาเข้าใจทุกเรื่องเป็นอย่างดีแล้ว ต่อไปนี้เขาจะใจเย็นและมีอะไรก็ต้องหันหน้าคุยกันเสมอ
เขาจะไม่ยอมปล่อยมือผู้หญิงที่ชื่อมินตราแน่นอน…
หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย มินตราที่สวมใส่ชุดนอนที่เขาเป็นฝ่ายเตรียมให้ก็เดินเข้ามาในห้อง พอเข้ามาก็ยังเห็นว่าทุกพื้นที่ยังมีของ ๆ เธอที่ย้ายมาจากบ้านนู้นด้วย
“ของนี่...”
“ของคนเก่า” พื้นที่ทุกพื้นที่ยังเป็นของคนเก่า คนเดิมในใจเขาเสมอ
“หยอกน่า ของเธอนั่นแหละ”
“เฮียยังเก็บไว้ทุกอย่างเลยเหรอคะ?” หญิงสาวเอ่ยถาม ในใจพลันอุ่นซ่านขึ้นมาอย่างคนดีใจ เมื่อคิดว่าตัวเธอนั้นสำคัญกับเขาขนาดนั้นเชียวหรือ
“เก็บสิ ของเมียเก่าก็เก็บไว้ให้” เขาแค่อยากพูดเพื่อแกล้งเธอนิดหน่อยก็เท่านั้นเอง
“เฮียยังโกรธมินอยู่ใช่ไหม?” มินตรารู้ว่าเขาไม่โกรธเธอแล้ว แต่เธอกลับถามเข้าด้วยเสียงออดอ้อน มือเรียวเริ่มปลดเปลื้องชุดคลุมตัวบางออกช้า ๆ นี่เธอกำลังอ่อยแบบตั้งใจอ่อยอยู่นะ
“อึก” น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงคออย่างฝืดเคือง ความรู้สึกตื่นตัวทำเอาเขาร้อนวูบวาบไปทั่วร่าง
“ต้องทำยังไงเฮียถึงหายโกรธมินได้” ยิ่งมินตราทำเสียงหวานได้มากเท่าไหร่ นั่นเท่ากับว่าเธอกำลังลากเขาเข้าสู่ห้วงอารมณ์อ่อนไหว และโอนอ่อนให้กับเธอเสมอ
“ก็แค่เมียเก่าคนโปรดไหมวะ”
ประโยคนี้เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบาพลางกลืนน้ำลายอีกหน เมื่อเรือนร่างสุดแสนเย้ายวนนั้นคลานเข้ามาตรงหว่างขาของเขา เพียงเท่านี้ก็ปลุกเร้าส่วนที่หลับใหลภายใต้กางเกงผ้าเนื้อดีจนแข็งขึ้นรูป เด่นชัดต่อสายตา
“แต่ถ้าเธอยอมง้อเฮียดี ๆ _มลึก ๆ หน่อย เฮียยกโทษให้ก็ได้ ให้เป็นเมียปัจจุบันคนโปรดเลยแหละ”
ชายหนุ่มเอ่ยพลันยกยิ้มมุมปากอย่างจอมเจ้าเล่ห์ เขายกเอวเข้าใกล้ใบหน้าสวยมากยิ่งขึ้น เรียกว่าเสิร์ฟให้ถึงที่เลยแหละ เสนอตัวขนาดนี้แล้วมินตราคงไม่ใจร้ายมองข้ามแท่งไอติมของเขาใช่ไหม?
“แต่มินเพิ่งหายป่วยนะคะ” มินตราแสร้งทำเป็นเสียงอ่อนลง
“นั่นแหละยาแก้หวัดแก้ไข้ชั้นดี อมแล้วจมูกโล่งเลยแหละ”
“เฮีย!”
“มินไม่ทำก็ได้นะ แต่วันนี้อย่าหวังว่าจะได้นอน” ชายหนุ่มกำลังจะดีดตัวลุก วันนี้เขาจะกดเธอให้จมเตียง ให้สมกับความคิดถึงที่มีในใจ
“เดี๋ยวสิคะ” มือเรียวดันแผงอกกว้างของชายหนุ่มให้นอนราบลงบนที่นอนเช่นเดิม ก่อนจะขยับเข้าใกล้ความเป็นชายของเขามากยิ่งขึ้น
“มินทำเองค่ะ มินขอตัดกำลังเฮียก่อนแล้วกัน” พอเธอใช้น้ำเสียงและสีหน้านี้มากล่าว ทำเอาเขาแทบสติหลุดลอย
เสียวตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยเว๊ย!!!
สองวันต่อมา…
“อ๊ะ อ้า อ๊ะ อ๊ะ~~” เสียงครวญครางไม่เป็นศัพท์ดังผสานกับเสียงเนื้อหยาบโลน ส่วนล่างที่ยังคงถูกอัดกระแทกด้วยดุ้นปีศาจ ทั้งหนักหน่วงและเร็วถี่สลับกัน ทำเอาเสียวจนตาขาวพลิกกลับ เสียวจนจะหยุดหายใจเป็นแบบนี้หรือ…
“ซี๊ดส์~ อ๊า เสียวที่สุดเลยมินตรา มิน อื้ม~ มิน~”
เสียงครางเสียวจากคนที่กระหน่ำตัวตนเข้ามาในรูคับแน่น ยิ่งใกล้แตะขอบสวรรค์เขาก็รีบเร่งจังหวะกระชั้นถี่ ทำเอาเสียวจนหูอื้อตาลอย สติปลิวหายไปในทันที ความรู้สึกสุขสมปนจุกหน่วงที่ท้องน้อยเกิดขึ้นอย่างรุนแรง
ไม่นานก็สัมผัสได้ถึงอาการเกร็งกระตุกของร่างใหญ่โต เมื่อความสุขพวยพุ่งมาจนถึงจุดสูงสุด ของเหลวอุ่นถูกฉีดพ่นเข้าสู่ตัวเธอทุกหยาดหยด จนรู้สึกอุ่นวาบไปทั่วมวลท้องน้อย
“อ๊าส์~~อึก แฮ่ก”
“อ่าส์~ โคตรโล่งเลย”
“แฮ่ก~ อึก”
เสียงหอบหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย ใบหน้าสวยซุกเข้ากับหมอน ส่วนล่างยังคงอยู่ในท่าโก่งโค้ง ตัวตนที่ฝังอยู่ในกายเธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะถอดถอนออกไปโดยง่าย เธอซุกหน้าทั้งขายังสั่น เรี่ยวแรงที่มีก็ถูกดึงหายไปเพราะกิจกรรมเรียกเหงื่อก่อนหน้า
ก็เขาเล่นเอากันกลางวันแสก ๆ นี่ อย่าว่าแต่กลางวันกลางคืนเลย เขาน่ะทำหมดไม่รู้ไม่สนเวลาเลยสักนิด ราวกับหิวโหยเรื่องอย่างว่าหนักหนา
ชายหนุ่มถอนกายออกอย่างเสียดาย ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนข้างกัน คนตัวโตดึงร่างเล็กที่เปลือยเปล่านอนหมดแรงเข้ามากอดไว้อย่างคนรักใคร่ จมูกโด่งเริ่มคลอเคลียหน้าผากมน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “ไปกินข้าวไหม?”
“มินขอพักสักแป๊บหนึ่งนะคะ หายใจไม่ทัน” มินตราพูดทั้งยังหลับตาพริ้ม ทำเอาเขาอดขำไม่ได้จริง ๆ
“อายุแค่นี้เหนื่อยง่ายกว่าฉันตั้งเยอะ” เขาแกล้งจิ้มแก้มมินตราไปทีหนึ่ง
“ก็เฮียเล่น! เล่น… ทำตั้งนาน มินก็เหนื่อยเป็นนะคะ”
“เดี๋ยวมีรางวัลค่าเหนื่อยให้ จุ๊บ~”
รางวัลที่ว่าขอไม่เอาแบบตะกี้แล้วนะ เอะอะก็จะจับกด ๆ แล้วหลอกเด็กว่านี่เป็นรางวัลน่ะนะ…
.
.
.
“แวะร้านอื่นได้ไหมคะ? มินไม่อยากกินร้านป้าแก”
มินตรารีบสะกิดแฟนหนุ่มทันที เมื่อดูท่าเขาจะมาจอดที่ร้านเจ้าประจำที่เคยพูดประโยคฝังใจให้เธอเจ็บ มินตราไม่อยากมานั่งร้านนี้เลยด้วยซ้ำ
คิ้วหนาเริ่มขมวดมุ่นเล็กน้อย เมื่อก่อนมินตราชอบร้านนี้มากไม่ใช่หรือ เขาก็พาเธอมาประจำ ทำไมวันนี้เธอถึงไม่อยากมาเล่า?
“ทำไมเหรอ? เมื่อก่อนก็กินบ่อยนี่”
มินตรามีท่าทีอึกอัก เธอไม่อยากตอบเขา แต่ก็เลี่ยงไม่ได้…
“ก็ตอนที่เลิกกับเฮีย_”
“แค่ก!” เขาถึงกับสำลัก เขาน่ะไม่ชอบคำนี้เลย ไม่ชอบแบบไม่ชอบสุด ๆ ได้ยินทีไรมันปวดใจทุกที
“พูดต่อ ๆ ” เขาบอกเธอ เมื่อกี้เผลอขัดจังหวะเธอนิดหน่อย
“ป้าแกว่ามิน”
“ว่าไงนะ!”
“มินตกใจนะคะ” มินตราสะดุ้งจริง ๆ จู่ ๆ เขาก็ร้องเสียงดังขึ้นมานี่ เธอก็กำลังตั้งใจคิดคำพูดต่าง ๆ นา ๆ ทำเอานึกไม่ออกเลยทีนี้
“ฉันอยากรู้ไง ใครมันกล้ามาด่ามินของฉัน” เขากำหมัดแล้วนะเว๊ย! ใครกล้ามาด่ามินตราของเขากันวะ!
“เฮียคนที่หนึ่งค่ะ”
มินตราก็ตอบแบบใสซื่อ แต่คำตอบของเธอกลับทำเอาใครบางคนถึงกับสะอึกไปชั่วครู่ พอคิดว่าเป็นตัวเองที่พูดจาไม่ดีกับมินตราก็ทำเอาน้ำตาคลอ อยากจะร้องไห้ออกมาเสียให้รู้แล้วรู้รอด
เฮียผิดไปแล้ว~~~
“ไม่เอาน่าตอนนั้นพี่ไม่เข้าใจนี่ว่าทำไมมินถึงขอเลิกกับพี่ ตั้งแต่เกิดมามินเป็นคนแรกนะที่บอกเลิกพี่ พี่เกือบเป็นบ้ารู้ไหม”
“มินต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ด้วยไหมคะเนี่ย”
“มิน เสร็จยังครับ?” เสียงทุ้มมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่เดินมาถามมินตราที่นั่งทำบัญชีอยู่ เธอกำลังขะมักเขม้นกับงานตรงหน้า จนไม่หันมามองหน้าเขา เพียงแต่ตอบกลับเสียงใสอย่างเช่นทุกครั้ง“อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้วค่ะ”“เหนื่อยไหม?”“อึก~” มินตราหยุดนิ่งสักพัก เพราะคนที่ถามเธอว่าเหนื่อยหรือไม่ก่อนหน้านี้ เขากำลังยืนเบียดและยัดเยียดเป้าตุง ๆ เข้ามาใกล้ ๆ มินตรา หญิงสาวกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเมื่อส่วนนั้นสัมผัสที่ไหล่ของเธอมินตราหันไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาพยายามถูไถไปมา ก่อนจะกล่าว… “มากกกกก มินขอเติมพลังหน่อยสิคะ”“ได้สิ”เพียงแค่เขาอนุญาตใบหน้าสวยก็ซุกเข้าตรงส่วนนั้น และสูดดมเป้ากางเกงเข้าเต็มปอด สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มพึงพอใจให้กับคนตัวโตแบบสุด ๆชอบจังเวลาเสนอปุ๊บเธอก็สนองปั๊บแบบนี้…“ฮะ ฮ่า ฮ่า” คนทำเองยังหัวเราะเองเลย ทั้งคู่ทำแบบนี้ได้นั่นก็เพราะห้องทำงานนี้มีแค่เขากับมินตราต่างหากเล่า เขาจะทำแบบไหนก็ย่อมได้นี่“ชื่นใจสุ
แต่คนแบบเฮียสองที่ไม่สนผีสนคนก็ไม่ทำอย่างอื่นนอกจากเอาใจมินตรา และคอยเสิร์ฟความหวานไม่หยุดหย่อน เรียกได้ว่าคลั่งรักจัด ๆ แถมตอนนี้เขายังทำตัวเหมือนหนุ่มน้อยเพิ่งจะหัดมีความรักครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่ขัดกับสภาพหน้าตาดิบ ๆ เถือน ๆ ของเขาซะจริง“พี่ลืมของฝากให้ไอ้หมออยู่หลังรถน่ะ ฝากมินไปหยิบให้พี่หน่อยได้ไหม?” พอนั่งทานไปได้สักพักเขาก็สะกิดมินตรา“ได้สิค่ะ สบายมาก”มินตรารีบพยักหน้ารับคำทันที แค่ไปเอาของเท่านั้นสบายมาก มินตรารีบวิ่งไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนที่เธอจะเปิดหลังรถโดยไม่คิดมาก แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำเอาเธอแทบหยุดหายใจเธอเจอดอกไม้และป้ายสุขสันต์วันเกิด! ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจจนกักเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่ หญิงสาวถึงกับกรี๊ดลั่น“กรี๊ดดดดด นะ นี่…”“สุขสันต์วันเกิดครับมิน” เสียงนั้นมาพร้อมกับร่างหนาที่เข้ามากอดเธอจากทางด้านหลัง เสียงเชียร์เบา ๆ จากอีกฝั่งเป็นหมอธีธัชและโบตั๋นที่คอยให้กำลังใจ ทำเอาเธออดน้ำตาคลอไม่ได้จริง ๆ“ฮึก~~ขอบคุณนะคะ” เธอลืมแม้กระท
เช้าวันถัดมา…“ตื่นแล้วเหรอ เราไปเก็บของกัน” เพียงแค่ลืมตาตื่นยังไม่ทันไรก็มีเสียงทุ้มแทรกเข้ามา มินตรายังคงทำหน้างง เธอเพิ่งจะตื่นนอนสติก็ยังไม่เข้ารูปเข้ารอยนัก“เก็บของ…เก็บของอะไรเหรอคะ?”“เก็บของบ้านนู้นไง” ของที่อุตส่าห์ทำทรงขนไป เขาอยากกลับมาอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่เป็นบ้านที่ทั้งคู่ตัดสินใจซื้อไว้เป็นเรือนหอในอนาคต จริงสิ เขายังไม่ได้ขอมินตราแต่งงานเป็นจริงเป็นจังเลย“หืม?” หญิงสาวขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันจนเป็นปม เธอยังไม่เข้าใจว่าของที่ว่านั้นคืออะไร? แต่แน่นอนว่าเขาไม่ยอมให้เธอได้สงสัยนาน รีบเฉลยให้เลยแล้วกัน“ไม่ต้องทำหน้างง ของที่พี่ขนไปนั่นแหละ จะขนกลับมาที่นี่”“เฮียจะกลับมาอยู่ที่นี่เหรอคะ”“เอ้า เรากลับมาคืนดีกันแล้วพี่ก็ต้องกลับมาอยู่กับเมียสิ แล้วนี่ก็บ้านของเรานะ”ปากหยักยกคว่ำอย่างคนงอแง ก็คืนดีกันแล้ว ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อย เธอจะใจร้ายให้เขาไปอยู่บ้านนู้นงั้นเหรอ? ไม่มีทางซะหรอก เขาไม่ยอมจะอยู่กับเมียโว
เพราะรอยยิ้มสดใสประดับหน้าของสาวเจ้า ทำเอาเขาอดดีใจและอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เชื่อเถอะว่าเขามีความสุขได้ทุกครั้งเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เขารัก แค่นี้ก็ทำเอาใจชื้นมือหนายกมือขึ้นขยี้ผมคนตัวเล็กอย่างเบามือ พร้อมกับทำหน้ายิ้ม ๆ อย่างคนมีความสุข ที่ตอนนี้ความสุขล้นออกหน้าออกตา แทบจะออกปากแล้วด้วยซ้ำ“ยังไม่บอกเลยว่าโดนว่ายังไง”“ก็…ป้าแกบอกว่ามินวาสนาไม่ถึงเฮีย วันที่เฮียควงสาวโชว์คนในซอยน่ะค่ะ”มินตรายังเอ่ยด้วยโทนเสียงที่ปกติ เธอว่าไปพลางยังควานหาลิปสติกที่หลุดมือ ท่าทีไม่เดือดร้อนใจ ต่างจากเขาที่หุบยิ้มแทบไม่ทัน เขาถึงกับหน้าชาไปทั้งแถบ ในใจก็พลันปวดจี๊ดขึ้นมามินตราต้องเสียใจมากแค่ไหนกัน….“มิน~ เฮียขอโทษ” ชายหนุ่มเอ่ยคำขอโทษเสียงอ่อนเขารู้สึกผิดที่ควงสาวเยาะเย้ยเธอหวังให้เธอเจ็บใจ ตอนนั้นคิดเพียงอยากเอาชนะเธอที่ทิ้งเขา ไม่คิดให้ดีเสียก่อน เขารู้แล้วว่าตอนนี้ความรักของเขาและมินตรา ไม่จำเป็นต้องหาผู้ชนะผู้แพ้สักหน่อยเขาไม่เอาอะไรแล้วก็ได้ นอกจากขอให้มินตรารักเขาและอยู่กับเ
“ฮือ ฮื่อ ขะ ขอโทษค่ะ~ ” มินตราร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน เขาจะทนเห็นเธอร้องไห้ขนาดนี้ได้อย่างไรไหว ชายหนุ่มรีบโอบกอดพร้อมกับปลอบโยนสาวเจ้าเสียงอ่อน“รอบที่เท่าไหร่แล้ว ไม่ร้องแล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอต้องบอกพี่เข้าใจไหม?”รอบที่เท่าไหร่เขาก็ไม่ชินสักครั้งเวลาที่มินตราร้องไห้ ชายหนุ่มยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มนวลอย่างคนรักใคร่และหวังปลอบประโลมให้คนตัวเล็กดีขึ้น“ไปอาบน้ำบ้านนู้นเถอะ เดี๋ยวส่วนนี้ฉันจัดการเอง”เขาพูดจบก็ช้อนร่างของสาวเจ้าลอยหวือขึ้นกลางอากาศ เท้ายาวก้าวเดินพาเธอไปยังรถ เขาเข้าใจทุกเรื่องเป็นอย่างดีแล้ว ต่อไปนี้เขาจะใจเย็นและมีอะไรก็ต้องหันหน้าคุยกันเสมอเขาจะไม่ยอมปล่อยมือผู้หญิงที่ชื่อมินตราแน่นอน…หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย มินตราที่สวมใส่ชุดนอนที่เขาเป็นฝ่ายเตรียมให้ก็เดินเข้ามาในห้อง พอเข้ามาก็ยังเห็นว่าทุกพื้นที่ยังมีของ ๆ เธอที่ย้ายมาจากบ้านนู้นด้วย“ของนี่...”“ของคนเก่า” พื้นที่ทุกพื้นที่ยังเป็นของคนเก่า คนเดิมในใจเขาเสม
“พี่จะทำอะไร!? อย่าเข้ามานะ!”มินตรากลัวจนขวัญเสีย ใบหน้าสวยซีดเผือดไร้สีเลือดด้วยความตกใจกลัว หญิงสาวถอยหลังกรูจนชนกับกระถางต้นไม้ ตอนนี้ชายตรงหน้าทั้งสองทำเธอกลัวจนตัวสั่นแล้ว!“เรื่องเยอะจังวะ! จับมันลากเข้าบ้าน” ไอ้เวรสองคนนั้นมันกำลังจะลากเธอไปทำอะไร!“อย่านะ! อย่าเข้ามา! ฮือ! อย่าเข้ามานะ”มินตราร้องลั่นอย่างคนหวาดกลัวสุดขีด ไอ้ชั่วทั้งสองนี่ต้องหวังเก็บดอกเบี้ยอย่างอื่นจากเธอแน่นอน! สายตาแทะโลมที่มองมายังเรือนร่างของหญิงสาวช่างน่าขยะแขยงสิ้นดีในช่วงเวลาที่มินตรากำลังสิ้นหวังและตกใจกลัวขั้นสุด จู่ ๆ ก็มีเสียงตะเบ็งร้องของใครบางคนดังขึ้น“พวกมึงจะทำอะไร!?”“เฮียสอง ฮึก! ช่วยมินด้วย!” เหมือนกับว่าสวรรค์มาโปรด คนที่มาช่วยเธอคือคนที่เธอรักมากที่สุด เฮียสอง!ร่างสูงเกือบสองเมตรปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าหล่อยังคงเคร่งขรึม น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ยังคงแข็งกระด้างสักหน่อย แต่ทว่ากลับดูน่าเกรงขามยิ่ง ปากหยักขยับเอ่ย “มานี่” ก่อนที่มินตราจะวิ่งเข้าไปหลบหลังเขาโด







