เข้าสู่ระบบเพราะรอยยิ้มสดใสประดับหน้าของสาวเจ้า ทำเอาเขาอดดีใจและอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เชื่อเถอะว่าเขามีความสุขได้ทุกครั้งเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เขารัก แค่นี้ก็ทำเอาใจชื้น
มือหนายกมือขึ้นขยี้ผมคนตัวเล็กอย่างเบามือ พร้อมกับทำหน้ายิ้ม ๆ อย่างคนมีความสุข ที่ตอนนี้ความสุขล้นออกหน้าออกตา แทบจะออกปากแล้วด้วยซ้ำ
“ยังไม่บอกเลยว่าโดนว่ายังไง”
“ก็…ป้าแกบอกว่ามินวาสนาไม่ถึงเฮีย วันที่เฮียควงสาวโชว์คนในซอยน่ะค่ะ”
มินตรายังเอ่ยด้วยโทนเสียงที่ปกติ เธอว่าไปพลางยังควานหาลิปสติกที่หลุดมือ ท่าทีไม่เดือดร้อนใจ ต่างจากเขาที่หุบยิ้มแทบไม่ทัน เขาถึงกับหน้าชาไปทั้งแถบ ในใจก็พลันปวดจี๊ดขึ้นมา
มินตราต้องเสียใจมากแค่ไหนกัน….
“มิน~ เฮียขอโทษ” ชายหนุ่มเอ่ยคำขอโทษเสียงอ่อน
เขารู้สึกผิดที่ควงสาวเยาะเย้ยเธอหวังให้เธอเจ็บใจ ตอนนั้นคิดเพียงอยากเอาชนะเธอที่ทิ้งเขา ไม่คิดให้ดีเสียก่อน เขารู้แล้วว่าตอนนี้ความรักของเขาและมินตรา ไม่จำเป็นต้องหาผู้ชนะผู้แพ้สักหน่อย
เขาไม่เอาอะไรแล้วก็ได้ นอกจากขอให้มินตรารักเขาและอยู่กับเขาตลอดไป เขาขาดเธอไม่ได้จริง ๆ เห็นแล้วใช่ไหมว่าตอนที่เขาขาดเธอเขาคลั่งแค่ไหน…
“ขอโทษทำไมคะ? มินไม่ได้โกรธเฮียสักหน่อย”
ยัยเด็กนี่ไม่โกรธเขางั้นหรือ? แต่เขาเริ่มโกรธตัวเองแล้วที่เอาอารมณ์เหนือเหตุผล แทนที่จะคุยกันดี ๆ
“มินเคยเกลียดไหมที่เฮียเป็นคนใจร้อน” ชายหนุ่มประคองแก้มสองข้างของสาวเจ้าเข้าหา ดวงตาสองคู่กำลังจดจ้องกัน ราวกับต้องการสื่อความรู้สึกผ่านม่านสายตา
“ไม่เลยค่ะ มินรู้ว่าเฮียเป็นยังไง แล้วเฮียโกรธไหม? ที่มินโง่”
“อีกแล้ว ห้ามพูดแบบนี้เข้าใจไหม จะเป็นยังไงเฮียก็รักมิน รักที่มินเป็นมิน”
“มินดีใจมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ” มินตราเกาะแขนเขาพร้อมกับหัวเราะคิกคัก เธอขอบคุณเขาจริง ๆ ที่ยังรักและคอยอยู่ข้างเธอเสมอ ไม่คิดจะโกรธเขาเลยสักนิด
สองเห็นว่ามินตราไม่โกรธเขา แถมยังดูอารมณ์ดีมากก็โล่งใจ จึงขับรถต่อ พอขับเลยมาถึงหน้าร้านอาหารก็เลื่อนกระจกดู เพียงแค่เห็นว่าเป็นเขาเสียงทักทายจากคุณป้าตัวดีก็ดังขึ้นทันที มินตราพยายามซุกหลบแค่ไหนก็ไม่รอดพ้นสายตาไปได้
“อ้าว เฮียสอง เอ้า! นั่นเมียเก่าไม่ใช่เหรอ? ทำไมวันนี้มาด้วยกันได้ล่ะ”
เขาดึงมินตราเข้ามากอดทันที ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ท่าทีจริงจังและเอาเรื่องสุด ๆ
“คนเป็นผัวเมียกันเขาก็มาด้วยกันเป็นธรรมดา เป็นเมียปัจจุบันด้วยนะ ไม่ใช่เมียเก่า แล้วก็ขายดี ๆ นะป้า เดี๋ยวผมจะซื้อตึกนี้ละ อีกเดี๋ยวป้าก็ต้องย้ายออก เมียผมไม่ชอบกินอาหารร้านเดิมแล้ว ว่าจะซื้อตึกให้คนใหม่ร้านใหม่มาเช่าสักหน่อย”
“ห๊า!!!” มินตราได้ยินถึงกับร้องด้วยความตกใจ เขาจะซื้อทั้งตึกเลยงั้นหรือ! เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม?
“นี่เฮียพูดจริงเหรอคะ?”
“จริงสิ ร้านนี้ทำให้เมียพี่ไม่ถูกปากถูกใจ ซื้อตึกเปลี่ยนร้านแม่ง” เขาไม่เพียงแค่พูดเล่นเท่านั้น เขาเอาจริง แล้วก็จะซื้อจริง ๆ ด้วย ก็เมียเขาไม่อยากมากินร้านป้าคนนี้นี่ ก็ซื้อตึกแล้วหาร้านใหม่มาให้เมียก็ได้ ไม่เกินความสามารถเขาหรอกน่า…
“เราเปลี่ยนร้านกินไม่ง่ายกว่าเหรอคะ?” มินตราหัวเราะก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก จะพูดอย่างไรดีล่ะ? มันออกจะอลังการเกินไปหรือเปล่านะ หากเธอไม่ชอบเขาอยากเอาใจจริง ๆ ก็แค่พาเธอไปกินร้านอื่นก็พอแล้ว นี่เล่นซื้อทั้งตึก?
“ไม่เป็นไร เผื่อมินหิวก็ไม่ต้องไปไกลไง เงินเหลือก็ซื้อไว้”
“นิสัยรวยเกินไปแล้ว”
“เพื่อเมียมากกว่านี้พี่ก็ให้ได้”
เปย์หนักขนาดนี้ เอาใจเก่งขนาดนี้ รักเมียขนาดนี้ เชื่อเถอะว่าเขาจะทำให้เธอได้ทุกอย่างแน่นอน อะไรที่ต่างก็เคยผิดพลาดและบกพร่องก็จะปรับใหม่ จะทำให้ดีขึ้นในทุกวันอย่างแน่นอน
ถึงเขามันจะดิบเถื่อน หน้าโหดเหมือนแก๊งค้ายา บ้าเซ็กส์ฉิบหาย แต่รักเมียถวายหัวนะบอกเลย…
“มินรักพี่ไหม?”
“รัก~”
“แล้วมินจะทิ้งเฮียอีกไหม?”
พอประโยคนั้นดังขึ้นมินตราก็ตัดสินใจวางงานที่อยู่ตรงหน้าทันที ก่อนจะเดินมาหาชายคนรักที่เพิ่งจะดูข่าวไร้สาระจบไป แล้วก็เอามามโนเพ้อพกคิดมากไปเสียเองอยู่แบบนี้
“ไม่ทิ้งไปไหนหรอกค่ะ หล่อขนาดนี้จะทิ้งลงได้ยังไง” หญิงสาวใช้นิ้วโป้งลูบวนคิ้วขมวดให้คลายออก เธอรู้หรอกน่าว่าเขาหลอน กลัวจะถูกเธอทิ้งไปอีกหน
“อยากดื่มไหมคะ?” เธอเห็นเขาทำหน้าตาเครียด ๆ ก็คิดว่าเขาคงเหนื่อยและอยากผ่อนคลายบ้างจึงเอ่ยถาม
“ไม่เอา เหล้ามันไม่ดีต่อสุขภาพสักหน่อย”
สาบานว่านั่นคือเขาพูด เพราะประโยคนี้ไม่ควรมาจากคนที่กินเหล้าแทนน้ำเหมือนเขาไม่ใช่หรือ มินตราถึงกับขนลุกซู่ นึกว่าไม่ใช่เขาแต่เป็นผีในห้องมาเข้าสิงแทนหรือเปล่านะ
เขานึกอยากเป็นคนดีขึ้นมาแล้วจริง ๆ ใช่ไหม?
“มินไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมคะ เฮียบอกว่าเหล้าไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ช่วงหนึ่งเฮียดื่มหนักมากเลย” ก็ช่วงที่เลิกกับเธอนั่นแหละ เจอที่ไหนก็เห็นอยู่กับขวดเหล้า นั่นเพราะเขากินเหล้าย้อมใจไง อีกอย่างก็ไม่มีเธอมาคอยห้ามเขานี่นา
“ก็ตอนนั้นไม่มีคนห้ามพี่นี่ แต่ตอนนี้มีมินแล้วไง”
“มินไม่ห้ามเฮียนะ ถ้าเฮียอยากจะดื่มผ่อนคลาย”
“ไม่เอา ไม่อยากกินแล้ว อยากดูแลสุขภาพตัวเองจะได้อยู่กับมินนาน ๆ ไง”
เขาเอ่ยเสียงนุ่มขณะรั้งร่างคนตัวเล็กเข้ามากักขังไว้ในอ้อมแขนจมูกโด่งคลอเคลียไปกับผิวเนื้อเนียนละเอียดอย่างหลงใหล กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอทำให้เขาผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้กลิ่นนี้
“ดีเลยค่ะ มินก็อยากอยู่กับเฮียนาน ๆ เหมือนกัน เหล้ามันไม่ดี งั้นกินนมแทนไหมคะ?” มินตราทำเอาชายหนุ่มอึ้งจนมองหน้า มินตรารู้จักพูดจาแบบนี้เป็นด้วยหรือ
ตื่นเต้นเป็นบ้าเลยเว๊ย!
“กิน กินครับ เฮียชอบกินนมก่อนนอนมากเลย ยิ่งนมจากเต้าแบบนี้ยิ่งชอบ”
“มิน เสร็จยังครับ?” เสียงทุ้มมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่เดินมาถามมินตราที่นั่งทำบัญชีอยู่ เธอกำลังขะมักเขม้นกับงานตรงหน้า จนไม่หันมามองหน้าเขา เพียงแต่ตอบกลับเสียงใสอย่างเช่นทุกครั้ง“อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้วค่ะ”“เหนื่อยไหม?”“อึก~” มินตราหยุดนิ่งสักพัก เพราะคนที่ถามเธอว่าเหนื่อยหรือไม่ก่อนหน้านี้ เขากำลังยืนเบียดและยัดเยียดเป้าตุง ๆ เข้ามาใกล้ ๆ มินตรา หญิงสาวกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเมื่อส่วนนั้นสัมผัสที่ไหล่ของเธอมินตราหันไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาพยายามถูไถไปมา ก่อนจะกล่าว… “มากกกกก มินขอเติมพลังหน่อยสิคะ”“ได้สิ”เพียงแค่เขาอนุญาตใบหน้าสวยก็ซุกเข้าตรงส่วนนั้น และสูดดมเป้ากางเกงเข้าเต็มปอด สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มพึงพอใจให้กับคนตัวโตแบบสุด ๆชอบจังเวลาเสนอปุ๊บเธอก็สนองปั๊บแบบนี้…“ฮะ ฮ่า ฮ่า” คนทำเองยังหัวเราะเองเลย ทั้งคู่ทำแบบนี้ได้นั่นก็เพราะห้องทำงานนี้มีแค่เขากับมินตราต่างหากเล่า เขาจะทำแบบไหนก็ย่อมได้นี่“ชื่นใจสุ
แต่คนแบบเฮียสองที่ไม่สนผีสนคนก็ไม่ทำอย่างอื่นนอกจากเอาใจมินตรา และคอยเสิร์ฟความหวานไม่หยุดหย่อน เรียกได้ว่าคลั่งรักจัด ๆ แถมตอนนี้เขายังทำตัวเหมือนหนุ่มน้อยเพิ่งจะหัดมีความรักครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่ขัดกับสภาพหน้าตาดิบ ๆ เถือน ๆ ของเขาซะจริง“พี่ลืมของฝากให้ไอ้หมออยู่หลังรถน่ะ ฝากมินไปหยิบให้พี่หน่อยได้ไหม?” พอนั่งทานไปได้สักพักเขาก็สะกิดมินตรา“ได้สิค่ะ สบายมาก”มินตรารีบพยักหน้ารับคำทันที แค่ไปเอาของเท่านั้นสบายมาก มินตรารีบวิ่งไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนที่เธอจะเปิดหลังรถโดยไม่คิดมาก แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำเอาเธอแทบหยุดหายใจเธอเจอดอกไม้และป้ายสุขสันต์วันเกิด! ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจจนกักเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่ หญิงสาวถึงกับกรี๊ดลั่น“กรี๊ดดดดด นะ นี่…”“สุขสันต์วันเกิดครับมิน” เสียงนั้นมาพร้อมกับร่างหนาที่เข้ามากอดเธอจากทางด้านหลัง เสียงเชียร์เบา ๆ จากอีกฝั่งเป็นหมอธีธัชและโบตั๋นที่คอยให้กำลังใจ ทำเอาเธออดน้ำตาคลอไม่ได้จริง ๆ“ฮึก~~ขอบคุณนะคะ” เธอลืมแม้กระท
เช้าวันถัดมา…“ตื่นแล้วเหรอ เราไปเก็บของกัน” เพียงแค่ลืมตาตื่นยังไม่ทันไรก็มีเสียงทุ้มแทรกเข้ามา มินตรายังคงทำหน้างง เธอเพิ่งจะตื่นนอนสติก็ยังไม่เข้ารูปเข้ารอยนัก“เก็บของ…เก็บของอะไรเหรอคะ?”“เก็บของบ้านนู้นไง” ของที่อุตส่าห์ทำทรงขนไป เขาอยากกลับมาอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่เป็นบ้านที่ทั้งคู่ตัดสินใจซื้อไว้เป็นเรือนหอในอนาคต จริงสิ เขายังไม่ได้ขอมินตราแต่งงานเป็นจริงเป็นจังเลย“หืม?” หญิงสาวขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันจนเป็นปม เธอยังไม่เข้าใจว่าของที่ว่านั้นคืออะไร? แต่แน่นอนว่าเขาไม่ยอมให้เธอได้สงสัยนาน รีบเฉลยให้เลยแล้วกัน“ไม่ต้องทำหน้างง ของที่พี่ขนไปนั่นแหละ จะขนกลับมาที่นี่”“เฮียจะกลับมาอยู่ที่นี่เหรอคะ”“เอ้า เรากลับมาคืนดีกันแล้วพี่ก็ต้องกลับมาอยู่กับเมียสิ แล้วนี่ก็บ้านของเรานะ”ปากหยักยกคว่ำอย่างคนงอแง ก็คืนดีกันแล้ว ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อย เธอจะใจร้ายให้เขาไปอยู่บ้านนู้นงั้นเหรอ? ไม่มีทางซะหรอก เขาไม่ยอมจะอยู่กับเมียโว
เพราะรอยยิ้มสดใสประดับหน้าของสาวเจ้า ทำเอาเขาอดดีใจและอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เชื่อเถอะว่าเขามีความสุขได้ทุกครั้งเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เขารัก แค่นี้ก็ทำเอาใจชื้นมือหนายกมือขึ้นขยี้ผมคนตัวเล็กอย่างเบามือ พร้อมกับทำหน้ายิ้ม ๆ อย่างคนมีความสุข ที่ตอนนี้ความสุขล้นออกหน้าออกตา แทบจะออกปากแล้วด้วยซ้ำ“ยังไม่บอกเลยว่าโดนว่ายังไง”“ก็…ป้าแกบอกว่ามินวาสนาไม่ถึงเฮีย วันที่เฮียควงสาวโชว์คนในซอยน่ะค่ะ”มินตรายังเอ่ยด้วยโทนเสียงที่ปกติ เธอว่าไปพลางยังควานหาลิปสติกที่หลุดมือ ท่าทีไม่เดือดร้อนใจ ต่างจากเขาที่หุบยิ้มแทบไม่ทัน เขาถึงกับหน้าชาไปทั้งแถบ ในใจก็พลันปวดจี๊ดขึ้นมามินตราต้องเสียใจมากแค่ไหนกัน….“มิน~ เฮียขอโทษ” ชายหนุ่มเอ่ยคำขอโทษเสียงอ่อนเขารู้สึกผิดที่ควงสาวเยาะเย้ยเธอหวังให้เธอเจ็บใจ ตอนนั้นคิดเพียงอยากเอาชนะเธอที่ทิ้งเขา ไม่คิดให้ดีเสียก่อน เขารู้แล้วว่าตอนนี้ความรักของเขาและมินตรา ไม่จำเป็นต้องหาผู้ชนะผู้แพ้สักหน่อยเขาไม่เอาอะไรแล้วก็ได้ นอกจากขอให้มินตรารักเขาและอยู่กับเ
“ฮือ ฮื่อ ขะ ขอโทษค่ะ~ ” มินตราร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน เขาจะทนเห็นเธอร้องไห้ขนาดนี้ได้อย่างไรไหว ชายหนุ่มรีบโอบกอดพร้อมกับปลอบโยนสาวเจ้าเสียงอ่อน“รอบที่เท่าไหร่แล้ว ไม่ร้องแล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอต้องบอกพี่เข้าใจไหม?”รอบที่เท่าไหร่เขาก็ไม่ชินสักครั้งเวลาที่มินตราร้องไห้ ชายหนุ่มยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มนวลอย่างคนรักใคร่และหวังปลอบประโลมให้คนตัวเล็กดีขึ้น“ไปอาบน้ำบ้านนู้นเถอะ เดี๋ยวส่วนนี้ฉันจัดการเอง”เขาพูดจบก็ช้อนร่างของสาวเจ้าลอยหวือขึ้นกลางอากาศ เท้ายาวก้าวเดินพาเธอไปยังรถ เขาเข้าใจทุกเรื่องเป็นอย่างดีแล้ว ต่อไปนี้เขาจะใจเย็นและมีอะไรก็ต้องหันหน้าคุยกันเสมอเขาจะไม่ยอมปล่อยมือผู้หญิงที่ชื่อมินตราแน่นอน…หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย มินตราที่สวมใส่ชุดนอนที่เขาเป็นฝ่ายเตรียมให้ก็เดินเข้ามาในห้อง พอเข้ามาก็ยังเห็นว่าทุกพื้นที่ยังมีของ ๆ เธอที่ย้ายมาจากบ้านนู้นด้วย“ของนี่...”“ของคนเก่า” พื้นที่ทุกพื้นที่ยังเป็นของคนเก่า คนเดิมในใจเขาเสม
“พี่จะทำอะไร!? อย่าเข้ามานะ!”มินตรากลัวจนขวัญเสีย ใบหน้าสวยซีดเผือดไร้สีเลือดด้วยความตกใจกลัว หญิงสาวถอยหลังกรูจนชนกับกระถางต้นไม้ ตอนนี้ชายตรงหน้าทั้งสองทำเธอกลัวจนตัวสั่นแล้ว!“เรื่องเยอะจังวะ! จับมันลากเข้าบ้าน” ไอ้เวรสองคนนั้นมันกำลังจะลากเธอไปทำอะไร!“อย่านะ! อย่าเข้ามา! ฮือ! อย่าเข้ามานะ”มินตราร้องลั่นอย่างคนหวาดกลัวสุดขีด ไอ้ชั่วทั้งสองนี่ต้องหวังเก็บดอกเบี้ยอย่างอื่นจากเธอแน่นอน! สายตาแทะโลมที่มองมายังเรือนร่างของหญิงสาวช่างน่าขยะแขยงสิ้นดีในช่วงเวลาที่มินตรากำลังสิ้นหวังและตกใจกลัวขั้นสุด จู่ ๆ ก็มีเสียงตะเบ็งร้องของใครบางคนดังขึ้น“พวกมึงจะทำอะไร!?”“เฮียสอง ฮึก! ช่วยมินด้วย!” เหมือนกับว่าสวรรค์มาโปรด คนที่มาช่วยเธอคือคนที่เธอรักมากที่สุด เฮียสอง!ร่างสูงเกือบสองเมตรปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าหล่อยังคงเคร่งขรึม น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ยังคงแข็งกระด้างสักหน่อย แต่ทว่ากลับดูน่าเกรงขามยิ่ง ปากหยักขยับเอ่ย “มานี่” ก่อนที่มินตราจะวิ่งเข้าไปหลบหลังเขาโด







