LOGIN“พี่จะทำอะไร!? อย่าเข้ามานะ!”
มินตรากลัวจนขวัญเสีย ใบหน้าสวยซีดเผือดไร้สีเลือดด้วยความตกใจกลัว หญิงสาวถอยหลังกรูจนชนกับกระถางต้นไม้ ตอนนี้ชายตรงหน้าทั้งสองทำเธอกลัวจนตัวสั่นแล้ว!
“เรื่องเยอะจังวะ! จับมันลากเข้าบ้าน” ไอ้เวรสองคนนั้นมันกำลังจะลากเธอไปทำอะไร!
“อย่านะ! อย่าเข้ามา! ฮือ! อย่าเข้ามานะ”
มินตราร้องลั่นอย่างคนหวาดกลัวสุดขีด ไอ้ชั่วทั้งสองนี่ต้องหวังเก็บดอกเบี้ยอย่างอื่นจากเธอแน่นอน! สายตาแทะโลมที่มองมายังเรือนร่างของหญิงสาวช่างน่าขยะแขยงสิ้นดี
ในช่วงเวลาที่มินตรากำลังสิ้นหวังและตกใจกลัวขั้นสุด จู่ ๆ ก็มีเสียงตะเบ็งร้องของใครบางคนดังขึ้น
“พวกมึงจะทำอะไร!?”
“เฮียสอง ฮึก! ช่วยมินด้วย!” เหมือนกับว่าสวรรค์มาโปรด คนที่มาช่วยเธอคือคนที่เธอรักมากที่สุด เฮียสอง!
ร่างสูงเกือบสองเมตรปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าหล่อยังคงเคร่งขรึม น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ยังคงแข็งกระด้างสักหน่อย แต่ทว่ากลับดูน่าเกรงขามยิ่ง ปากหยักขยับเอ่ย “มานี่” ก่อนที่มินตราจะวิ่งเข้าไปหลบหลังเขาโดยไม่ต้องเรียกให้นาน
เวลาที่หลบอยู่หลังเขา แผ่นหลังกว้างที่บดบังเธอได้ทั้งตัว ความรู้สึกปลอดภัยเริ่มเข้ามาแทนที่ เธอเริ่มรับรู้ได้ถึงพื้นที่ปลอดภัยเมื่อมีเขา
“พวกมึงจะไปดี ๆ หรือให้กูเรียกตำรวจ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ไม่มีทีท่าเกรงกลัวเลยสักนิด
“มึงเป็นใครวะ?”
“คนข้างบ้านมั้งไอ้สัส!”
เออ! คนข้างบ้านแหละมั้ง กูผัวยัยนี่เว๊ย!
“เอ้าไอ้นี่! ปากดีนะมึง เดี๋ยวกูต่อยปากแตก”
ดันขู่ถูกคนซะด้วยสิ เขายิ่งชอบจังเลยไอ้เรื่องแตก ๆ เนี่ย…
“มาดิ กูแตกที่อื่นมาเยอะแล้ว อยากปากแตกว่ะ”
ใบหน้าหล่อกระตุกยิ้มยียวนกวนบาทา ให้ตายเถอะ! ทางนั้นมากันถึงสองคนเลยนะ! เขามีแค่คนเดียวจะรับมือไหวงั้นเหรอ!
“ฮะ เฮียระวัง!!” ยังกังวลไม่ทันจบไอ้สองคนนั้นก็ง้างหมัดจะซัดเข้าหน้าเขา แต่ทว่า!
ผัวะ! หมัดขวาหนัก ๆ ซัดเขาเต็มกำลังจนคนโดนนอนแน่นิ่งไปกับพื้น เรียกว่าหลับกลางอากาศเลยทีเดียว ก่อนที่เท้าอีกข้างของเขาจะยกถีบอีกคนกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น
“โอ้ย!!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของพวกนั้น เวลาไม่ทันไรก็นอนจมกองตีนเรียบร้อย มินตราตกใจจนตาค้าง!
“พวกมึงมาทำเหี้ยไร?” เจ้าของเท้าที่เหยียบบนอกเอ่ยถามเสียงเรียบ เขาอยากรู้จริง ๆ ว่าพวกมันจะมายุ่งกับมินตราทำไม?
“เฮียพอแล้ว!” มินตราที่ตั้งสติได้รีบวิ่งเข้ามาขอร้องเขาให้หยุด ท่าทีลุกลี้ลุกลนของเธออยู่ในสายตาเขาตลอด เธอกลัวว่าเขาจะรู้อะไรงั้นเหรอ?
“มะ มาทวงหนี้ยัยนั่น” ไอ้หนุ่มที่กลัวตายนั่นรีบบอกเสียงสั่น พลางชี้มาที่มินตราที่ตอนนี้สติหลุดออกจากร่างเป็นที่เรียบร้อย ความจริงที่เธอพยายามปิดบังเขามาตลอดถูกเปิดเผยแล้ว!
“...”
“เธอติดหนี้นอกระบบเหรอมิน?” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันโดยทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น เขารีบหันกลับไปถามเจ้าหล่อนอีกครั้ง มินตราไม่สามารถปฏิเสธได้แล้ว เธอยอมรับแล้ว…
“...” หญิงสาวร้องไห้พยักหน้า
ชายหนุ่มกุมขมับในทันที เขาไม่ได้ปวดหัวเรื่องที่เธอติดหนี้หรอกนะ แต่ที่ปวดหัวคือความดื้อเงียบของมินตรา ความปากหนักไม่ยอมบอกเขา
“เท่าไหร่? เธอติดพวกมึงเท่าไหร่? กูจะจ่ายให้ แล้วพวกมึงห้ามมายุ่งกับเธออีก ไม่งั้นกูจะเอาลูกปืนยัดปากพวกมึงแทนตีนกู”
.
.
.
“…” หลังจากที่เคลียร์เรื่องก่อนหน้าได้แล้ว คนทั้งคู่จึงได้มีเวลานั่งคุยกัน ซะที่ไหน! นั่งจ้องหน้ากันมาร่วมสิบนาทีแล้ว หากเขาเป็นปลากัดป่านนี้มินตราท้องไปแล้ว
“ฮึก~~” เสียงสะอึกสะอื้นจากร่างเล็กที่ขดตัวอยู่บนโซฟา แสงไฟจากโคมไฟของเล่นที่เธอมีทำให้เขาพอมองเห็นใบหน้าของเธอ เขานั่งจ้องคนตัวเล็กตรงหน้า เวลาที่เขาจ้องเธอก็มักจะทำตัวไม่ถูกอยู่แล้ว ยิ่งตัวเองสร้างเรื่องให้เขาต้องตามแก้เธอยิ่งไม่กล้าแม้แต่จะสู้หน้า
“มานั่งนี่” ชายหนุ่มตบขาเรียกเธอให้มานั่งบนตัก มินตราไม่กล้าขัดขืนอีกต่อไป เธอค่อย ๆ ตะกายตัวลุกไปยังฝั่งที่เขานั่ง ค่อย ๆ ขยับเข้าหาราวกับเด็กน้อยกำลังหวาดกลัวผู้ใหญ่ที่มีสายตาเป็นอาวุธแบบเขา
“นั่งลงสิ” มินตรานั่งลงบนตักเขาแต่โดยดี ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงอันสันเทา…
“ฮึก~ เฮียมินขอโทษ~ มินทำให้เฮียต้องลำบากด้วย ฮือ~”
มินตราตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ เธอร้องไห้ซุกหน้าเข้ากับไหล่หนาอย่างสุดจะอดกลั้น เธอก็แค่เด็กอายุยี่สิบต้น ๆ เท่านั้น จะให้เข้มแข็งขนาดไหนกัน
ชายหนุ่มกอดตอบ อ้อมกอดที่แสนจะอบอุ่นและปลอดภัยนี้มอบให้หญิงสาวคนรัก คนที่กอบกุมหัวใจเขาไว้เพียงผู้เดียว ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงนุ่ม จนมินตราอดสงสัยไม่ได้ว่านี่เป็นเฮียสองตัวจริงหรือไม่
“บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น? มีอะไรต้องพูดมาให้หมด เข้าใจไหม?”
เขาไม่ดุเธอหรอกน่า ถึงเขาจะเป็นคนอารมณ์ร้อนมากแค่ไหนก็เถอะ แต่ดูเธอสิ ทำเขาใจอ่อนยวบมากแค่ไหนแล้ว เขาพ่ายแพ้ให้กับน้ำตาของเจ้าของร่างในอ้อมแขนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
“...” มินตราพยักหน้า พอเขาไม่ดุเธอก็กล้าที่จะยอมพูดความจริงกับเขา
“ติดหนี้ที่ไหนอีกไหม?”
“มีแค่ไฟฟ้า มินยังไม่จ่าย ฮึก~”
มิน่าล่ะร้อนตับจะแตก เขาก็สงสัยตั้งแต่วันที่ปีนเข้าบ้านมาแล้ว
“นี่มินไม่มีเงินขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วที่พี่ให้ไปก่อนหน้าล่ะ?”
เขาปวดใจมากเลยรู้ไหมที่เห็นเธอเป็นแบบนี้ และยิ่งไปกว่านั้นคือเขาไม่เคยคิดว่าคุณภาพชีวิตของเธอจะติดลบได้มากขนาดนี้ หากเขารู้เขาจะไม่เย้ยหยันและทำเรื่องให้เธอเสียใจเด็ดขาด
“มินถูกหลอกไปหมดเลย มิน... ฮึก! มินไม่กล้าบอกพี่ มินกลัวพี่จะว่ามินโง่ ฮือ ฮือ~”
คราวนี้เขาอยากจะร้องไห้จริง ๆ จะร้องไห้เพราะสงสารมินตราต่างหาก ทำไมนะ ทำไมถึงไม่ยอมบอกกัน ไอ้เขาเองก็อีโก้สูงเป็นเปรตเลย กว่าจะได้คุยกันรู้เรื่องก็ทำเอาแทบคลั่ง
“ยัยบื้อเอ้ย ตั้งแต่ตอนไหน?”
“กะ ก่อนที่เราจะเลิกกัน ฮึก~ วะ วันนั้นมินเครียด แล้วก็กลัวมากเลย มินเลยฮึก~ ท้าเลิกกับพี่ไป~”
มินตราเอ่ยทั้งน้ำตานองหน้า เธอไม่ได้อยากเลิกกับเขา แต่เพราะคิดว่าตัวเองกำลังสร้างปัญหาใหญ่ให้กับคนที่เธอรัก จึงเผลอพลั้งปากไปแบบนั้น เธอเองก็พลาดจริง ๆ นั่นแหละ
“อึก”
“มิน! โอ้ยฉันปวดหัวกับเธอ ทำไมเป็นเด็กปากหนักแบบนี้ฮะ มีอะไรก็ต้องบอกกันสิ จะเก็บไว้คนเดียวทำไม นี่ผัวเธอนะ” เขาจับคางเล็กให้เชยขึ้น ก่อนจะจูบเบา ๆ ไปหนึ่งที
“มิน เสร็จยังครับ?” เสียงทุ้มมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่เดินมาถามมินตราที่นั่งทำบัญชีอยู่ เธอกำลังขะมักเขม้นกับงานตรงหน้า จนไม่หันมามองหน้าเขา เพียงแต่ตอบกลับเสียงใสอย่างเช่นทุกครั้ง“อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้วค่ะ”“เหนื่อยไหม?”“อึก~” มินตราหยุดนิ่งสักพัก เพราะคนที่ถามเธอว่าเหนื่อยหรือไม่ก่อนหน้านี้ เขากำลังยืนเบียดและยัดเยียดเป้าตุง ๆ เข้ามาใกล้ ๆ มินตรา หญิงสาวกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเมื่อส่วนนั้นสัมผัสที่ไหล่ของเธอมินตราหันไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาพยายามถูไถไปมา ก่อนจะกล่าว… “มากกกกก มินขอเติมพลังหน่อยสิคะ”“ได้สิ”เพียงแค่เขาอนุญาตใบหน้าสวยก็ซุกเข้าตรงส่วนนั้น และสูดดมเป้ากางเกงเข้าเต็มปอด สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มพึงพอใจให้กับคนตัวโตแบบสุด ๆชอบจังเวลาเสนอปุ๊บเธอก็สนองปั๊บแบบนี้…“ฮะ ฮ่า ฮ่า” คนทำเองยังหัวเราะเองเลย ทั้งคู่ทำแบบนี้ได้นั่นก็เพราะห้องทำงานนี้มีแค่เขากับมินตราต่างหากเล่า เขาจะทำแบบไหนก็ย่อมได้นี่“ชื่นใจสุ
แต่คนแบบเฮียสองที่ไม่สนผีสนคนก็ไม่ทำอย่างอื่นนอกจากเอาใจมินตรา และคอยเสิร์ฟความหวานไม่หยุดหย่อน เรียกได้ว่าคลั่งรักจัด ๆ แถมตอนนี้เขายังทำตัวเหมือนหนุ่มน้อยเพิ่งจะหัดมีความรักครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่ขัดกับสภาพหน้าตาดิบ ๆ เถือน ๆ ของเขาซะจริง“พี่ลืมของฝากให้ไอ้หมออยู่หลังรถน่ะ ฝากมินไปหยิบให้พี่หน่อยได้ไหม?” พอนั่งทานไปได้สักพักเขาก็สะกิดมินตรา“ได้สิค่ะ สบายมาก”มินตรารีบพยักหน้ารับคำทันที แค่ไปเอาของเท่านั้นสบายมาก มินตรารีบวิ่งไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนที่เธอจะเปิดหลังรถโดยไม่คิดมาก แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำเอาเธอแทบหยุดหายใจเธอเจอดอกไม้และป้ายสุขสันต์วันเกิด! ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจจนกักเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่ หญิงสาวถึงกับกรี๊ดลั่น“กรี๊ดดดดด นะ นี่…”“สุขสันต์วันเกิดครับมิน” เสียงนั้นมาพร้อมกับร่างหนาที่เข้ามากอดเธอจากทางด้านหลัง เสียงเชียร์เบา ๆ จากอีกฝั่งเป็นหมอธีธัชและโบตั๋นที่คอยให้กำลังใจ ทำเอาเธออดน้ำตาคลอไม่ได้จริง ๆ“ฮึก~~ขอบคุณนะคะ” เธอลืมแม้กระท
เช้าวันถัดมา…“ตื่นแล้วเหรอ เราไปเก็บของกัน” เพียงแค่ลืมตาตื่นยังไม่ทันไรก็มีเสียงทุ้มแทรกเข้ามา มินตรายังคงทำหน้างง เธอเพิ่งจะตื่นนอนสติก็ยังไม่เข้ารูปเข้ารอยนัก“เก็บของ…เก็บของอะไรเหรอคะ?”“เก็บของบ้านนู้นไง” ของที่อุตส่าห์ทำทรงขนไป เขาอยากกลับมาอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่เป็นบ้านที่ทั้งคู่ตัดสินใจซื้อไว้เป็นเรือนหอในอนาคต จริงสิ เขายังไม่ได้ขอมินตราแต่งงานเป็นจริงเป็นจังเลย“หืม?” หญิงสาวขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันจนเป็นปม เธอยังไม่เข้าใจว่าของที่ว่านั้นคืออะไร? แต่แน่นอนว่าเขาไม่ยอมให้เธอได้สงสัยนาน รีบเฉลยให้เลยแล้วกัน“ไม่ต้องทำหน้างง ของที่พี่ขนไปนั่นแหละ จะขนกลับมาที่นี่”“เฮียจะกลับมาอยู่ที่นี่เหรอคะ”“เอ้า เรากลับมาคืนดีกันแล้วพี่ก็ต้องกลับมาอยู่กับเมียสิ แล้วนี่ก็บ้านของเรานะ”ปากหยักยกคว่ำอย่างคนงอแง ก็คืนดีกันแล้ว ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อย เธอจะใจร้ายให้เขาไปอยู่บ้านนู้นงั้นเหรอ? ไม่มีทางซะหรอก เขาไม่ยอมจะอยู่กับเมียโว
เพราะรอยยิ้มสดใสประดับหน้าของสาวเจ้า ทำเอาเขาอดดีใจและอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เชื่อเถอะว่าเขามีความสุขได้ทุกครั้งเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เขารัก แค่นี้ก็ทำเอาใจชื้นมือหนายกมือขึ้นขยี้ผมคนตัวเล็กอย่างเบามือ พร้อมกับทำหน้ายิ้ม ๆ อย่างคนมีความสุข ที่ตอนนี้ความสุขล้นออกหน้าออกตา แทบจะออกปากแล้วด้วยซ้ำ“ยังไม่บอกเลยว่าโดนว่ายังไง”“ก็…ป้าแกบอกว่ามินวาสนาไม่ถึงเฮีย วันที่เฮียควงสาวโชว์คนในซอยน่ะค่ะ”มินตรายังเอ่ยด้วยโทนเสียงที่ปกติ เธอว่าไปพลางยังควานหาลิปสติกที่หลุดมือ ท่าทีไม่เดือดร้อนใจ ต่างจากเขาที่หุบยิ้มแทบไม่ทัน เขาถึงกับหน้าชาไปทั้งแถบ ในใจก็พลันปวดจี๊ดขึ้นมามินตราต้องเสียใจมากแค่ไหนกัน….“มิน~ เฮียขอโทษ” ชายหนุ่มเอ่ยคำขอโทษเสียงอ่อนเขารู้สึกผิดที่ควงสาวเยาะเย้ยเธอหวังให้เธอเจ็บใจ ตอนนั้นคิดเพียงอยากเอาชนะเธอที่ทิ้งเขา ไม่คิดให้ดีเสียก่อน เขารู้แล้วว่าตอนนี้ความรักของเขาและมินตรา ไม่จำเป็นต้องหาผู้ชนะผู้แพ้สักหน่อยเขาไม่เอาอะไรแล้วก็ได้ นอกจากขอให้มินตรารักเขาและอยู่กับเ
“ฮือ ฮื่อ ขะ ขอโทษค่ะ~ ” มินตราร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน เขาจะทนเห็นเธอร้องไห้ขนาดนี้ได้อย่างไรไหว ชายหนุ่มรีบโอบกอดพร้อมกับปลอบโยนสาวเจ้าเสียงอ่อน“รอบที่เท่าไหร่แล้ว ไม่ร้องแล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอต้องบอกพี่เข้าใจไหม?”รอบที่เท่าไหร่เขาก็ไม่ชินสักครั้งเวลาที่มินตราร้องไห้ ชายหนุ่มยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มนวลอย่างคนรักใคร่และหวังปลอบประโลมให้คนตัวเล็กดีขึ้น“ไปอาบน้ำบ้านนู้นเถอะ เดี๋ยวส่วนนี้ฉันจัดการเอง”เขาพูดจบก็ช้อนร่างของสาวเจ้าลอยหวือขึ้นกลางอากาศ เท้ายาวก้าวเดินพาเธอไปยังรถ เขาเข้าใจทุกเรื่องเป็นอย่างดีแล้ว ต่อไปนี้เขาจะใจเย็นและมีอะไรก็ต้องหันหน้าคุยกันเสมอเขาจะไม่ยอมปล่อยมือผู้หญิงที่ชื่อมินตราแน่นอน…หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย มินตราที่สวมใส่ชุดนอนที่เขาเป็นฝ่ายเตรียมให้ก็เดินเข้ามาในห้อง พอเข้ามาก็ยังเห็นว่าทุกพื้นที่ยังมีของ ๆ เธอที่ย้ายมาจากบ้านนู้นด้วย“ของนี่...”“ของคนเก่า” พื้นที่ทุกพื้นที่ยังเป็นของคนเก่า คนเดิมในใจเขาเสม
“พี่จะทำอะไร!? อย่าเข้ามานะ!”มินตรากลัวจนขวัญเสีย ใบหน้าสวยซีดเผือดไร้สีเลือดด้วยความตกใจกลัว หญิงสาวถอยหลังกรูจนชนกับกระถางต้นไม้ ตอนนี้ชายตรงหน้าทั้งสองทำเธอกลัวจนตัวสั่นแล้ว!“เรื่องเยอะจังวะ! จับมันลากเข้าบ้าน” ไอ้เวรสองคนนั้นมันกำลังจะลากเธอไปทำอะไร!“อย่านะ! อย่าเข้ามา! ฮือ! อย่าเข้ามานะ”มินตราร้องลั่นอย่างคนหวาดกลัวสุดขีด ไอ้ชั่วทั้งสองนี่ต้องหวังเก็บดอกเบี้ยอย่างอื่นจากเธอแน่นอน! สายตาแทะโลมที่มองมายังเรือนร่างของหญิงสาวช่างน่าขยะแขยงสิ้นดีในช่วงเวลาที่มินตรากำลังสิ้นหวังและตกใจกลัวขั้นสุด จู่ ๆ ก็มีเสียงตะเบ็งร้องของใครบางคนดังขึ้น“พวกมึงจะทำอะไร!?”“เฮียสอง ฮึก! ช่วยมินด้วย!” เหมือนกับว่าสวรรค์มาโปรด คนที่มาช่วยเธอคือคนที่เธอรักมากที่สุด เฮียสอง!ร่างสูงเกือบสองเมตรปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าหล่อยังคงเคร่งขรึม น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ยังคงแข็งกระด้างสักหน่อย แต่ทว่ากลับดูน่าเกรงขามยิ่ง ปากหยักขยับเอ่ย “มานี่” ก่อนที่มินตราจะวิ่งเข้าไปหลบหลังเขาโด







