เข้าสู่ระบบตาที่จ้องหน้าจอเพื่อหางานจนเหนื่อยล้า หญิงสาวใช้มือสองข้างปิดตาก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้
“เฮ้อ~~” หลังจากที่กลับมาจากร้านอาหาร ก่อนหน้าที่ไปเจอเข้ากับผัวเก่าอย่างเฮียสอง มินตราก็กลับมาหางานออนไลน์ต่อ แต่นั่งอยู่นานก็หาไม่ได้ เธอเลยเลือกที่จะลุกไปต้มบะหมี่กิน กินเสร็จก็เตรียมอาบน้ำต่อ
เงินก็หมดงานก็ยังไม่ได้ ดีที่บ้านเป็นบ้านผัวเก่าซื้อให้ ไม่อย่างนั้นเธอคงสภาพไม่ต่างจากขอทาน เธอไม่มีญาติที่ไหน พ่อกับแม่ก็เสียไปตั้งแต่ยังเล็ก เติบโตมาได้เพราะคุณย่า แต่น่าเสียดายที่ท่านก็มาจากเธอไปในตอนที่เธอเพิ่งจะอายุได้สิบเก้า
วันงานศพของยายมีผู้ใหญ่ใจดียื่นมือเข้าช่วยเหลือ ผู้ใหญ่ใจดีที่ว่านั้นเป็นเจ้าของโรงงานเหล็ก เป็นหนุ่มหล่อที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เธอเจอเขาครั้งแรกก็ตกหลุมรักเขาจนหมดใจเลยแหละ
แต่น่าเสียดายที่ทางรักนั้นต้องจบลง…
มินตราอาบน้ำเสร็จก็เดินกลับมาพร้อมผ้าเช็ดตัวพันกายหมิ่นเหม่ เพราะเธอมั่นใจว่าล็อคบ้านเรียบร้อย ม่านก็ปิดหมด เป็นส่วนตัวขนาดนี้แก้ผ้าเดินยังได้เลย แต่ทว่า!
“เอ๊ะ ว๊าย!! เฮียเข้ามาได้ยังไง! ?” หญิงสาวตกใจสะดุ้งโหยง เธอร้องลั่นเมื่อพบกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ท่าทางเมาหนักนั่งอยู่บนปลายเตียง
“ก็มีกุญแจ ก็เข้ามาได้สิ” คนตัวโตตอบกลับเสียงแข็ง ใบหน้าหล่อนั้นจ้องเขม็งมาที่เธอ แก้มสองข้างของชายหนุ่มนั้นแดงปลั่งราวกับลูกเชอรี่ เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เขานั้นดื่มไป
“ตะ แต่เข้ามาแบบนี้มินตกใจนะคะ” หญิงสาวเอ่ยตะกุกตะกัก แม้จะโล่งใจที่เป็นเขา แต่ถ้ามาแบบนี้เธออาจจะช็อคได้เลยลง
“ตกใจทำไม ผัวตัวเองไม่ใช่หรือไง? ฉันแค่จำทางกลับบ้านผิด”
ประโยคท้ายนั้นอยู่ดี ๆ เขาก็เกิดนึกได้ เหมือนข้ออ้างที่ไม่ปะติดปะต่อกันเลยสักนิด
“พี่เมามากแล้วใช่ไหม?” มินตราเข้ามาประคองใบหน้าเขาไว้อย่างอ่อนโยน แต่ทว่าถูกปัดออกในเวลาต่อมา ทำเอาเธอหน้าเสียไปชั่วครู่
“อย่ามาจับ เธอมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องฉัน” คนเมาตรงหน้าทำเสียงเข้ม พร้อมกับจดจ้องมายังสาวน้อยตรงหน้า ทำเอาเธอเกิดกลัวขึ้นมาจริง ๆ แต่เพราะเธอยังเป็นห่วงเขา จึงรีบระล่ำระลักตอบพร้อมกับถามด้วยความห่วงใยโดยไม่เสแสร้ง
“มินขอโทษค่ะ พี่กินน้ำไหม? เดี๋ยวมินไปเอามาให้”
“อือ”
พอเขาพยักหน้ามินตราก็ใจชื้นขึ้นมาทันที เธอรีบไปหาน้ำมาให้เขา หญิงสาวหาได้น้ำเปล่าที่เหลือครึ่งขวดมา เพราะเงินเธอหมดยังไม่ได้ซื้อมาเพิ่ม เธอยื่นให้เขาทั้งหมดที่เธอมี
“พี่ดื่มสักหน่อยนะ”
พรึ่บ!! แต่ทว่า...เขากลับปัดมันทิ้ง!
“พี่สอง!”
“อะไร? แค่นี้เธอจะทำไม?”
มินตรายืนตัวสั่น มือเธอบีบเข้าหากันแน่น ไม่สามารถบอกได้ว่าความรู้สึกเธอตอนนี้โกรธคนตรงหน้าหรือโกรธตัวเองกันแน่
“ถ้าพี่เมามากก็กลับไปเถอะ อย่ามาก่อกวนกันเลย นี่มันดึกมากแล้วนะคะ”
หญิงสาวกดเสียงต่ำ ร่างที่สวมเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวปิดบังผิวขาวละเอียดของสาวเจ้าไม่ได้เลยสักนิด ทำเอาคนเมาอดใจเหลือบมองไม่ได้ เขามองตั้งแต่เท้าจรดใบหน้าสวย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยโทนเสียงยียวนกวนบาทา
“เธอไล่ฉันกลับงั้นเหรอ บ้านนี้ฉันไม่มีสิทธิ์อยู่เลยงั้นสิ?”
“ไม่ใช่อยู่ไม่ได้นะคะ แต่ตอนนี้เราสองคน…” เธอเว้นประโยคท้ายไว้ ยิ่งทำให้คนตัวโตน้อยเนื้อต่ำใจซ้ำยังโมโหอีกด้วย
“เลิกกัน เลิกกัน ย้ำอยู่ได้น่ารำคาญ!”
เพราะเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนจัดแบบนี้แหละถึงไม่มีใครทนได้ ตอนเธอเป็นเมียเขาล่ะ? เธออยู่กับเขาได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนไม่ดี แต่เพราะเฮียสองเป็นคนขี้หงุดหงิดและอารมณ์ร้อน ตัวใหญ่เสียงดัง ทำเอาเธอผวาไปหลายหน
“กลับไปเถอะค่ะ” เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อ ถึงพูดไปตอนนี้คนตรงหน้าก็ไม่อาจรับรู้และเข้าใจได้ร้อยเปอร์เซ็น หากยังอยู่ต่อรั้งแต่จะทะเลาะกันไม่จบไม่สิ้นเสียที
“ไม่ไป” คนตัวโตกลับตีหน้ามึน เขาเอ่ยเสียงดังพร้อมกับจ้องหน้ามินตรา สายตาแข็งกระด้างทว่ากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยประกายวาบไหว
“แต่มินง่วงแล้วนะคะ”
เธอพยายามเอ่ยเสียงอ่อนเพราะไม่อยากให้บานปลายไปมากกว่านี้ ไม่อยากทะเลาะ ไม่อยากทำให้ความสัมพันธ์ของเธอและเขาย่ำแย่ไปมากกว่านี้อีกแล้ว แต่เขาน่ะสิ กลับไม่จบง่ายซะงั้น…
“แล้วยังไงต่อ งั้นถ้าเธออยากไปนอนก็จ่ายค่าเช่ามา”
“ค่าเช่ามินยังไม่มีจริง ๆ” เงินหลักพันยังมีไม่ถึงเลย
“งั้นก็จ่ายอย่างอื่นมาแทนสิ”
ดวงตาคู่คมเปล่งประกาย รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนมุมปากดูเจ้าเล่ห์นัก ทำไมมินตราจะไม่รู้ว่าอย่างอื่นของเขานั้นหมายถึงสิ่งใด เลิกกันเดือนหนึ่งก็จริง แต่สองสามวันก่อนเขากับเธอยังทำเรื่องนั้นอยู่เลย
“เฮีย~ มินว่าเฮียเมามากแล้ว”
“ใช่เมามาก แล้วก็อยากเอาเธอมาก ๆ ด้วย ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ด้วย
ร่างเล็กถูกกระชากเข้าหาร่างใหญ่โต ก่อนที่เขาจะจับเธอกดลงบนเตียงนอนกว้าง ตามด้วยร่างหนาขึ้นคร่อมทับ ต่อให้เธอจะดิ้นรนหนีแค่ไหนก็ไม่สามารถทำสำเร็จได้สักครั้ง…
.
.
.
เช้าวันถัดมา เพียงขยับเปลือกตาตื่นมาก็ไม่เจอเขาแล้ว เขาคงกลับไปตั้งแต่เช้ามืดแบบทุกครั้งเขาก็เเป็นแบบนี้ตลอด… “ไปแล้วสินะ”
“เฮ้อ~~” มินตราหยัดกายลุกอย่างยากลำบาก ร่องรอยความป่าเถื่อนของเขายังคงชัดเจนทุกการเคลื่อนไหวของเจ้าหล่อน ยิ่งตอนที่เขาเมาก็มักจะขาดสติยั้งคิด ทำรุนแรงกับเธอจนบางครั้งเธอนอนจมเตียงลุกไม่ไหว
แต่วันนี้เธอต้องฝืนลุกไปอาบน้ำ วันนี้เธอต้องลากเอาสังขารเดินสมัครงานต่อ ชีวิตคนไร้ที่พึ่งเป็นแบบนี้นี่เอง เธอเริ่มรู้ซึ้งแต่ทว่ากลับสู้ไม่ถอย
ช่วงเวลาเที่ยงวันมินตราก็เดินมาถึงร้านอาหารตามสั่งหน้าปากซอยเช่นเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือเธอมากินคนเดียว
“ป้าคะ เอากะเพราหมูจานหนึ่งค่ะ”
“เอ้า มา ๆ ป้ามีเรื่องจะถามพอดี”
“ถามอะไรเหรอจ๊ะป้า?” คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความสงสัย
“เอ็งเลิกกับเฮียสองจริงจังเหรอ?”
คำถามนั้นเธอไม่อยากจะตอบเลยสักนิด เธอไม่อยากตอบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาเลย แต่ก็คงเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ
“กะ ก็…จริงจ้ะ”
“วาสนาเอ็งนี่ไม่ถึงเขาจริง ๆ นี่ ๆ มะกี้นะ เฮียสองมีสาวใหม่นั่งรถผ่านไปด้วย”
“…” ไม่มีวาสนาจริงแหละ
“เอ้า ๆ จะไปไหน เอ็งไม่กินแล้วเรอะ”
“ไม่กินแล้ว ป้าเก็บไว้ขายให้คนอื่นเถอะ” เธอคงนั่งกินต่อได้อยู่หรอก เลิกกับเขาก็โดนคนเหยียบย่ำดูถูกมาตลอด ชีวิตโคตรบัดซบเลย แต่ทว่าเดินเหม่อออกมาได้สักพักก็ถูกรถที่ขับมาเบียดทำเอาเธอตกใจสะดุ้ง ก่อนที่เจ้าของรถจะเปิดกระจกและตะโกนร้องลั่น!
“เดินไม่รู้จักมองรถมองถนนหรือไง?”
“มิน เสร็จยังครับ?” เสียงทุ้มมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่เดินมาถามมินตราที่นั่งทำบัญชีอยู่ เธอกำลังขะมักเขม้นกับงานตรงหน้า จนไม่หันมามองหน้าเขา เพียงแต่ตอบกลับเสียงใสอย่างเช่นทุกครั้ง“อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้วค่ะ”“เหนื่อยไหม?”“อึก~” มินตราหยุดนิ่งสักพัก เพราะคนที่ถามเธอว่าเหนื่อยหรือไม่ก่อนหน้านี้ เขากำลังยืนเบียดและยัดเยียดเป้าตุง ๆ เข้ามาใกล้ ๆ มินตรา หญิงสาวกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเมื่อส่วนนั้นสัมผัสที่ไหล่ของเธอมินตราหันไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาพยายามถูไถไปมา ก่อนจะกล่าว… “มากกกกก มินขอเติมพลังหน่อยสิคะ”“ได้สิ”เพียงแค่เขาอนุญาตใบหน้าสวยก็ซุกเข้าตรงส่วนนั้น และสูดดมเป้ากางเกงเข้าเต็มปอด สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มพึงพอใจให้กับคนตัวโตแบบสุด ๆชอบจังเวลาเสนอปุ๊บเธอก็สนองปั๊บแบบนี้…“ฮะ ฮ่า ฮ่า” คนทำเองยังหัวเราะเองเลย ทั้งคู่ทำแบบนี้ได้นั่นก็เพราะห้องทำงานนี้มีแค่เขากับมินตราต่างหากเล่า เขาจะทำแบบไหนก็ย่อมได้นี่“ชื่นใจสุ
แต่คนแบบเฮียสองที่ไม่สนผีสนคนก็ไม่ทำอย่างอื่นนอกจากเอาใจมินตรา และคอยเสิร์ฟความหวานไม่หยุดหย่อน เรียกได้ว่าคลั่งรักจัด ๆ แถมตอนนี้เขายังทำตัวเหมือนหนุ่มน้อยเพิ่งจะหัดมีความรักครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่ขัดกับสภาพหน้าตาดิบ ๆ เถือน ๆ ของเขาซะจริง“พี่ลืมของฝากให้ไอ้หมออยู่หลังรถน่ะ ฝากมินไปหยิบให้พี่หน่อยได้ไหม?” พอนั่งทานไปได้สักพักเขาก็สะกิดมินตรา“ได้สิค่ะ สบายมาก”มินตรารีบพยักหน้ารับคำทันที แค่ไปเอาของเท่านั้นสบายมาก มินตรารีบวิ่งไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนที่เธอจะเปิดหลังรถโดยไม่คิดมาก แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำเอาเธอแทบหยุดหายใจเธอเจอดอกไม้และป้ายสุขสันต์วันเกิด! ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจจนกักเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่ หญิงสาวถึงกับกรี๊ดลั่น“กรี๊ดดดดด นะ นี่…”“สุขสันต์วันเกิดครับมิน” เสียงนั้นมาพร้อมกับร่างหนาที่เข้ามากอดเธอจากทางด้านหลัง เสียงเชียร์เบา ๆ จากอีกฝั่งเป็นหมอธีธัชและโบตั๋นที่คอยให้กำลังใจ ทำเอาเธออดน้ำตาคลอไม่ได้จริง ๆ“ฮึก~~ขอบคุณนะคะ” เธอลืมแม้กระท
เช้าวันถัดมา…“ตื่นแล้วเหรอ เราไปเก็บของกัน” เพียงแค่ลืมตาตื่นยังไม่ทันไรก็มีเสียงทุ้มแทรกเข้ามา มินตรายังคงทำหน้างง เธอเพิ่งจะตื่นนอนสติก็ยังไม่เข้ารูปเข้ารอยนัก“เก็บของ…เก็บของอะไรเหรอคะ?”“เก็บของบ้านนู้นไง” ของที่อุตส่าห์ทำทรงขนไป เขาอยากกลับมาอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่เป็นบ้านที่ทั้งคู่ตัดสินใจซื้อไว้เป็นเรือนหอในอนาคต จริงสิ เขายังไม่ได้ขอมินตราแต่งงานเป็นจริงเป็นจังเลย“หืม?” หญิงสาวขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันจนเป็นปม เธอยังไม่เข้าใจว่าของที่ว่านั้นคืออะไร? แต่แน่นอนว่าเขาไม่ยอมให้เธอได้สงสัยนาน รีบเฉลยให้เลยแล้วกัน“ไม่ต้องทำหน้างง ของที่พี่ขนไปนั่นแหละ จะขนกลับมาที่นี่”“เฮียจะกลับมาอยู่ที่นี่เหรอคะ”“เอ้า เรากลับมาคืนดีกันแล้วพี่ก็ต้องกลับมาอยู่กับเมียสิ แล้วนี่ก็บ้านของเรานะ”ปากหยักยกคว่ำอย่างคนงอแง ก็คืนดีกันแล้ว ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อย เธอจะใจร้ายให้เขาไปอยู่บ้านนู้นงั้นเหรอ? ไม่มีทางซะหรอก เขาไม่ยอมจะอยู่กับเมียโว
เพราะรอยยิ้มสดใสประดับหน้าของสาวเจ้า ทำเอาเขาอดดีใจและอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เชื่อเถอะว่าเขามีความสุขได้ทุกครั้งเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เขารัก แค่นี้ก็ทำเอาใจชื้นมือหนายกมือขึ้นขยี้ผมคนตัวเล็กอย่างเบามือ พร้อมกับทำหน้ายิ้ม ๆ อย่างคนมีความสุข ที่ตอนนี้ความสุขล้นออกหน้าออกตา แทบจะออกปากแล้วด้วยซ้ำ“ยังไม่บอกเลยว่าโดนว่ายังไง”“ก็…ป้าแกบอกว่ามินวาสนาไม่ถึงเฮีย วันที่เฮียควงสาวโชว์คนในซอยน่ะค่ะ”มินตรายังเอ่ยด้วยโทนเสียงที่ปกติ เธอว่าไปพลางยังควานหาลิปสติกที่หลุดมือ ท่าทีไม่เดือดร้อนใจ ต่างจากเขาที่หุบยิ้มแทบไม่ทัน เขาถึงกับหน้าชาไปทั้งแถบ ในใจก็พลันปวดจี๊ดขึ้นมามินตราต้องเสียใจมากแค่ไหนกัน….“มิน~ เฮียขอโทษ” ชายหนุ่มเอ่ยคำขอโทษเสียงอ่อนเขารู้สึกผิดที่ควงสาวเยาะเย้ยเธอหวังให้เธอเจ็บใจ ตอนนั้นคิดเพียงอยากเอาชนะเธอที่ทิ้งเขา ไม่คิดให้ดีเสียก่อน เขารู้แล้วว่าตอนนี้ความรักของเขาและมินตรา ไม่จำเป็นต้องหาผู้ชนะผู้แพ้สักหน่อยเขาไม่เอาอะไรแล้วก็ได้ นอกจากขอให้มินตรารักเขาและอยู่กับเ
“ฮือ ฮื่อ ขะ ขอโทษค่ะ~ ” มินตราร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน เขาจะทนเห็นเธอร้องไห้ขนาดนี้ได้อย่างไรไหว ชายหนุ่มรีบโอบกอดพร้อมกับปลอบโยนสาวเจ้าเสียงอ่อน“รอบที่เท่าไหร่แล้ว ไม่ร้องแล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอต้องบอกพี่เข้าใจไหม?”รอบที่เท่าไหร่เขาก็ไม่ชินสักครั้งเวลาที่มินตราร้องไห้ ชายหนุ่มยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มนวลอย่างคนรักใคร่และหวังปลอบประโลมให้คนตัวเล็กดีขึ้น“ไปอาบน้ำบ้านนู้นเถอะ เดี๋ยวส่วนนี้ฉันจัดการเอง”เขาพูดจบก็ช้อนร่างของสาวเจ้าลอยหวือขึ้นกลางอากาศ เท้ายาวก้าวเดินพาเธอไปยังรถ เขาเข้าใจทุกเรื่องเป็นอย่างดีแล้ว ต่อไปนี้เขาจะใจเย็นและมีอะไรก็ต้องหันหน้าคุยกันเสมอเขาจะไม่ยอมปล่อยมือผู้หญิงที่ชื่อมินตราแน่นอน…หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย มินตราที่สวมใส่ชุดนอนที่เขาเป็นฝ่ายเตรียมให้ก็เดินเข้ามาในห้อง พอเข้ามาก็ยังเห็นว่าทุกพื้นที่ยังมีของ ๆ เธอที่ย้ายมาจากบ้านนู้นด้วย“ของนี่...”“ของคนเก่า” พื้นที่ทุกพื้นที่ยังเป็นของคนเก่า คนเดิมในใจเขาเสม
“พี่จะทำอะไร!? อย่าเข้ามานะ!”มินตรากลัวจนขวัญเสีย ใบหน้าสวยซีดเผือดไร้สีเลือดด้วยความตกใจกลัว หญิงสาวถอยหลังกรูจนชนกับกระถางต้นไม้ ตอนนี้ชายตรงหน้าทั้งสองทำเธอกลัวจนตัวสั่นแล้ว!“เรื่องเยอะจังวะ! จับมันลากเข้าบ้าน” ไอ้เวรสองคนนั้นมันกำลังจะลากเธอไปทำอะไร!“อย่านะ! อย่าเข้ามา! ฮือ! อย่าเข้ามานะ”มินตราร้องลั่นอย่างคนหวาดกลัวสุดขีด ไอ้ชั่วทั้งสองนี่ต้องหวังเก็บดอกเบี้ยอย่างอื่นจากเธอแน่นอน! สายตาแทะโลมที่มองมายังเรือนร่างของหญิงสาวช่างน่าขยะแขยงสิ้นดีในช่วงเวลาที่มินตรากำลังสิ้นหวังและตกใจกลัวขั้นสุด จู่ ๆ ก็มีเสียงตะเบ็งร้องของใครบางคนดังขึ้น“พวกมึงจะทำอะไร!?”“เฮียสอง ฮึก! ช่วยมินด้วย!” เหมือนกับว่าสวรรค์มาโปรด คนที่มาช่วยเธอคือคนที่เธอรักมากที่สุด เฮียสอง!ร่างสูงเกือบสองเมตรปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าหล่อยังคงเคร่งขรึม น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ยังคงแข็งกระด้างสักหน่อย แต่ทว่ากลับดูน่าเกรงขามยิ่ง ปากหยักขยับเอ่ย “มานี่” ก่อนที่มินตราจะวิ่งเข้าไปหลบหลังเขาโด







