Home / LGBTQ+ / พื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ / บทที่ 6 ยอมทุกอย่าง

Share

บทที่ 6 ยอมทุกอย่าง

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-22 20:43:22

“ขับรถไปน่านคนเดียวเนี่ยนะ!!”

เสียงตะโกนจากปลายสายทำเอาปริ๊นต้องเอาโทรศัพท์มือถือออกห่างจากหูในทันที ถึงแม้คนที่กำลังคุยสายด้วยเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานถึงยี่สิบปี แต่เธอก็ยังไม่ชินกับนิสัยโหวกเหวกโวยวายของเจ้าตัวเท่าไหร่นัก

“แกจะตะโกนทำไมเล่าใยไหม หูจะแตก”

ใยไหม เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของปริ๊น เพื่อนที่รู้จักกันตั้งแต่ตอนอนุบาลเพราะเรียนที่เดียวกัน จนมาถึงระดับชั้นประถม มัธยม และมหาวิทยาลัย ทั้งคู่ก็ยังเรียนที่เดียวกันจนรู้จักกันดีชนิดที่ว่ามองตาก็รู้ใจ

ถึงแม้ตอนนี้เส้นทางอาชีพของปริ๊นจะเป็นงานในวงการบันเทิง ส่วนไหมยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยังคงแน่นแฟ้น และคอยอัปเดตความเป็นไปของกันและกันอยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องที่ปริ๊นเพิ่งเล่าให้ไหมฟังจบไป เป็นต้นเหตุของประโยคเสียงดังเมื่อครู่นี้

“เดี๋ยวนะขอตั้งสติหน่อย อะไรทำให้ดาราสาวอย่างคุณปริ๊นตัดสินใจขับรถไปน่านคนเดียวเนี่ย แกเพิ่งขับรถเป็นไม่ใช่เหรอปริ๊น แล้วแกจะขับทางไกลได้ยังไง อีกอย่างถนนที่นั่นขับง่ายซะที่ไหน คิดดี ๆ นะ”

ประโยคยืดยาวสอดแทรกมาพร้อมความเป็นห่วง ปริ๊นในชุดนอนสายเดี่ยวสีครีมพลิกตัวไปมาบนเตียงนอนคิงไซซ์ พลางม้วนผมเล่นไปด้วย ยิ่งนึกถึงใบหน้าของเจ้าของโฮมสเตย์ เธอก็ไม่สามารถหยุดยิ้มได้เลย

“ฉันคิดดีแล้วไหม ไม่เคยคิดเรื่องไหนถี่ถ้วนเท่าเรื่องนี้” แก้มสองข้างของปริ๊นกลมเปล่งยิ่งกว่าลูกมะนาว ใบหน้าเธอตอนนี้ฉายแววความสุขเต็มเปี่ยม “พี่ริณคือคนที่ฉันใฝ่ฝันเลยล่ะ นิ่ง สงบ มีเสน่ห์ มีความเป็นผู้ใหญ่ ไม่ติดโซเชียล ฉันมั่นใจว่าเค้าไม่มีเรื่องเจ้าชู้แน่นอน”

“เห็นแค่นั้นเอาอะไรมาตัดสิน อย่าเพิ่งออกตัวแรงสิ ยิ่งปีนสูงยิ่งตกลงมาเจ็บนะ”

“โถ่ ฉันเช็กมาขนาดนี้แล้ว มีอะไรให้ไม่มั่นใจอีก ถ้าเค้าเจ้าชู้เค้าก็คงฟอลโลว์ใครต่อใครเป็นพันเป็นหมื่นแล้ว คนอย่างพี่ริณน่ะโปรไฟล์ดีจะตาย แต่นี่ยอดทุกอย่างเป็นศูนย์ มันยิ่งน่าค้นหานะไหม”

“เหอะ” ปลายสายแค่นหัวเราะในลำคอ “ที่ยอดทุกอย่างเป็นศูนย์ก็เพราะเค้าไม่อยากคุยกับใครไงเล่า รวมถึงแกด้วยปริ๊น”

“อ้าว ทำไมแกไม่ให้กำลังใจเพื่อนเลยเนี่ย แกคิดว่าฉันจะจีบพี่ริณไม่ติดรึไง”

ปริ๊นดีดตัวขึ้นมานั่งบนเตียงในทันที เมื่อเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวดูเหมือนจะไม่เห็นดีเห็นงามในความคิดของเธอ

“โอ๊ย คนอย่างแกน่ะจีบใครไม่ติดด้วยรึไง ดีดนิ้วกลางอากาศก็มีแต่คนเข้าหา แต่ฉันแค่ไม่อยากให้แกพุ่งเต็มร้อยแบบนี้ รู้ตัวปะเนี่ย...แกดูอยากได้เค้ามาก”

“แน่นอน” ปริ๊นตอบรับในเสี้ยววินาทีแบบไม่ต้องคิดนาน “ถ้าปล่อยคนนี้ไปฉันต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่เลยไหม”

“แม่คุณ เป็นเอามาก เพิ่งเจอเค้าครั้งเดียวเอง”

“เอาน่า ยังไงห้าวันนี้ฉันมั่นใจว่าพี่ริณต้องหลงเสน่ห์ฉันบ้างแหละ นี่ใครคะ? ปริ๊นเซส ปราณปรีญา ดาราดังเลยนะ เค้าจะไม่สนใจฉันบ้างก็ให้รู้ไปสิ”

ปลายสายได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ แต่ลึก ๆ ก็แอบแปลกใจไม่น้อยที่ครั้งนี้เพื่อนสนิทดูเป็นจริงเป็นจังกับการเข้าหาคนคนนึงก่อน เพราะโดยปกติแล้วคนอย่างปริ๊นเซสไม่จำเป็นต้องเข้าหาใครก็มีคนต่อแถวขายขนมจีบแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่แล้ว

“เอาเถอะ อยากทำอะไรก็ทำ ขอแค่เพื่อนฉันไม่ทุกข์ใจฉันก็พอใจแล้ว”

“ขอบใจมากนะไหม เอาไว้ฉันจะอัปเดตนะ ฉันต้องไปมาสก์หน้าเตรียมเข้านอนแล้วล่ะ”

ทั้งคู่ร่ำลากันตามปกติแล้ววางสายกันไป ปริ๊นเดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง ไล่นิ้วเรียวเลือกแผ่นมาสก์ที่วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบตามสูตรต่าง ๆ

“คืนนี้มาสก์สูตรหน้าใสดีกว่า ก่อนไปเจอพี่ริณปริ๊นจะต้องสวยเปล่งประกายกว่านี้ พี่ริณต้องชอบแน่”

ดาราสาวยิ้มกว้างพร้อมกับภาพในหัวที่มีแต่ใบหน้าของณรินทิพย์ ระหว่างรอแผ่นมาสก์แห้ง เธอก็ยังเอาแต่เข้าไปดูโปรไฟล์อินสตาแกรมของอีกฝ่ายที่ยังคงไม่มีการอัปเดตใด ๆ

“คอยดูนะ รูปแรกในไอจีของพี่ริณ ต้องเป็นรูปคู่ของเราสองคนแน่นอน หรือไม่ก็ อาจจะเป็นรูปของปริ๊นในแบบที่พี่ริณแอบถ่าย หรือว่าจะเป็นรูปตอนปริ๊นตื่นนอนแบบหน้าสด แต่ก็ยังสวย กรี๊ดดดด เขินอ่า”

ปราณปรีญาคิดเพ้อฝันไปต่าง ๆ นานา โดยที่ยังไม่รู้เลยว่า เจ้าของโฮมสเตย์จะตอบรับความต้องการของเธอหรือไม่

เช้าวันต่อมา...

สายเรียกเข้าจากพี่ใบปอปลุกให้ปริ๊นเบิกตาโพลงในทันที เธอรีบกดรับสายด้วยหัวใจเต้นระรัวแม้จะยังอยู่ในอาการงัวเงีย ท่าทีไม่ต่างจากเด็กวัยเรียนที่กำลังรอฟังผลสอบ

“สวัสดีค่ะพี่ปอ เป็นไงบ้างคะ ราบรื่นดีมั้ย”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งทำเอาปริ๊นใจหล่นวูบ ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ

“ระดับพี่ใบปอแล้ว มีเรื่องไหนบ้างที่พี่จัดการให้ปริ๊นไม่ได้”

คำตอบนั้นทำเอาคนฟังตื่นเต็มตา

“พี่ใบปอน่ารักที่สุดเลยค่ะ งั้นวันนี้ปริ๊นจะโทรแจ้งคุณริณเลยนะคะ ถ้าทางนั้นไม่ติดอะไรปริ๊นจะไปน่านวันนี้เลยค่ะ”

“เห้ย ๆ เดี๋ยวก่อน ใจเย็น มันต้องรีบขนาดนั้นเลยเหรอ หืม”

“เวลาเป็นเงินเป็นทองนะพี่ปอ วันนี้ก็วันหยุดปริ๊นแล้ว ไม่ไปวันนี้ก็เท่ากับเสียเวลาไปวันนึงเลยนะคะ”

“โอเค ๆ งั้นก็ตามใจ แต่แน่ใจแล้วใช่มั้ยว่าไม่ให้พี่ไปด้วย”

“แน่ใจค่ะ ปริ๊นโตแล้วนะ”

“งั้นก็ดูแลตัวเองดี ๆ มีอะไรก็โทรมาละกัน อ้อ พี่เก๋ฝากมาบอกด้วยว่า ห้ามไปทำอะไรให้คุณริณเค้าไม่พอใจเด็ดขาดนะคะ ถ้าเกิดจู่ๆ  เค้าเปลี่ยนใจไม่ให้เช่าสถานที่ขึ้นมา เราจะซวยกันหมด”

ปริ๊นยิ้มหวานก่อนจะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ “รับทราบค่ะ ปริ๊นจะทำตัวเป็นเด็กดี ไม่ดื้อเลยสักนิดเดียวค่ะ”

คนเด็กกว่ารับคำเสียงใส ก่อนจะรีบวางสายเพื่อดำเนินแผนการขั้นต่อไปทันที

นิ้วเรียวสวยรีบแตะหน้าจอมือถือเพื่อเลื่อนหาเบอร์โทรศัพท์ที่เธอเมมชื่อไว้ว่า พี่ริณ มือไม้เริ่มสั่นเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

‘จะโทรเลยดีไหมนะ หรือจะทักข้อความไปก่อน’

‘ไม่ได้ๆ คนแบบพี่ริณต้องเข้าหาแบบจริงจังถึงจะดูน่าเชื่อถือ’

ปริ๊นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจแบบซุปตาร์กลับคืนมา ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มโทรออก เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นช้าๆ แต่ละวินาทีที่ผ่านไปช่างยาวนานเหลือเกินในความรู้สึก จนกระทั่ง...

“สวัสดีค่ะ” เสียงทุ้มนิ่งที่แสนจะมีเสน่ห์ดังขึ้นที่ปลายสาย

“เอ่อ...สะ สวัสดีค่ะคุณริณ”

แม้จะพยายามบอกตัวเองให้มีสติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เพียงได้ยินน้ำเสียงรื่นหูชวนหลงใหล หัวใจของปริ๊นก็วูบไหวไปตามกัน ใจเธอเต้นแรงจนต้องเอาอีกมือกุมหน้าอกเอาไว้เพื่อควบคุมอาการประหม่า

“สวัสดีค่ะ ดิฉันกำลังพูดสายกับใครอยู่คะ”

ทุกถ้อยคำจากปากของณริณทิพย์ แม้จะเรียบง่าย สั้น ๆ ทว่าในทุกคำกลับเต็มไปด้วยความนิ่ง สุขุม ทุกอย่างที่เธอเป็นคือสิ่งที่ทำให้ปริ๊นแทบจะเผลอกรี๊ดออกมา

“เอ่อ...ปริ๊นค่ะ ปริ๊นเป็นนักแสดงที่ เอ่อ ที่เราเจอกันที่ร้านอาหารวันก่อน จำได้มั้ยคะ”

ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่งจนปริ๊นลุ้นจนตัวเกร็ง

“อ๋อ...จำได้แล้วค่ะ”

ประโยคตอบกลับที่ไม่มีการถามต่อ ทำให้เกิดความเงียบงันอีกครั้ง จนปริ๊นต้องเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นเอง

“คือ ปริ๊น เอ่อ...มีเรื่องจะรบกวนน่ะค่ะ”

“ถ้าเป็นเรื่องสถานที่ถ่ายทำ ดิฉันตอบกลับไปทางผู้จัดการคุณแล้วค่ะ”

“มะ ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่เรื่องนั้น”

“มีอะไรอีกคะ...”

“คือ เอ่อ ปริ๊นอยากรบกวนเวลาคุณริณสักห้าวันน่ะค่ะ เพื่อไปเรียนรู้การเป็นเจ้าของโฮมสเตย์ เพราะต้องรับบทนี้ค่ะ อยากรู้ว่าวัน ๆ นึงเค้าทำอะไรบ้าง”

“...”

“ปริ๊นไม่ได้รบกวนฟรี ๆ นะคะ คุณริณจะเรียกค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ก็บอกมาได้เลยค่ะ”

“ฉันไม่ได้สนใจเรื่องนั้นค่ะ”

ความเงียบปกคลุมผ่านสัญญาณโทรศัพท์อีกครั้ง ปริ๊นแทบจะได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น

“แล้วคุณริณต้องการอะไรคะ แจ้งได้เลยค่ะ”

“ถ้าคุณจะมาเรียนรู้วิถีชีวิตที่นี่ คุณต้องทำตามกฎและกติกาของที่นี่ทุกอย่างค่ะ และฉันไม่อนุญาตให้มีบุคคลอื่นตามมา หากยังไม่ถึงเวลาถ่ายทำ”

“ไม่มีปัญหาค่ะ” ปริ๊นตอบในทันที ไม่เสียเวลาคิดนาน “ปริ๊นจะขับรถไปเองค่ะ ไปคนเดียว คุณริณให้ปริ๊นนอนตรงไหนก็ได้ค่ะ รับรองว่ากินง่ายอยู่ง่าย”

ปลายสายยืนยันหนักแน่น ทว่าณริณทิพย์กลับไม่ได้สนใจในประโยคเหล่านั้นแม้แต่น้อย

สิ่งที่เธอสนใจมีเพียงเรื่องเดียว

“จะขับรถมาเองคนเดียวงั้นเหรอคะ”

เจ้าของสถานที่ถามกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงความเคร่งครัด

“ใช่ค่ะ ขับไปเอง”

“ขับรถมานานแค่ไหนแล้วคะ รู้ใช่ไหมว่าเส้นทางขึ้นดอยเป็นยังไง”

ปริ๊นลอบถอนหายใจและพูดความจริงออกไป

“ไม่ทราบเลยค่ะ จริง ๆ ก็...เพิ่งจะขับรถเป็นค่ะ”

ปลายสายเงียบไปนานหลายวินาที จนปริ๊นต้องเอามือถือมาแตะดูหน้าจอว่าเวลาของการสนทนายังเดินไปเรื่อย ๆ รึเปล่า

ริณยังไม่วางสาย แต่ไม่แน่ใจนักว่าความเงียบที่กำลังเกิดขึ้นมาจากการที่อีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่ จนกระทั่งปลายสายเอ่ยขึ้น

“เพิ่งขับรถเป็น...แล้วจะขับขึ้นดอยน่านคนเดียวเหรอคะ” ริณทวนคำด้วยโทนเสียงต่ำที่ปิดความอ่อนใจไม่มิด “คุณดาราคะ ถนนที่นี่ไม่ได้มีไว้ให้มือใหม่มาซ้อมมือ ถ้าคุณเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ความซวยมันจะมาตกที่โฮมสเตย์ของฉัน ไหนจะนักข่าวที่จะแห่มาทำข่าวอีก”

ปริ๊นเม้มปากแน่น “แต่ปริ๊นระวังจริงๆ นะคะ ปริ๊น...”

“เอาแบบนี้...” ริณตัดบทอย่างเด็ดขาด “พรุ่งนี้คุณขับมาให้ถึงแค่ปั๊มน้ำมันใหญ่ทางเข้าเมืองน่านก็พอ ห้ามขับขึ้นดอยมาเองเด็ดขาด ฉันจะขับรถลงไปรับคุณที่นั่นตอนบ่ายสามโมงตรง”

“วันนี้ไม่ได้เหรอคะ ปริ๊นอยากไปวันนี้เลย”

“ไม่ได้ค่ะ คุณเพิ่งโทรมา จู่ ๆ จะมาปุบปับได้ยังไง ที่นี่ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้าที่จะมาเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ”

“แต่ว่า...”

“ถ้าคุณดื้อจะมา ฉันจะยกเลิกเรื่องสถานที่ถ่ายละครค่ะ”

“ได้ค่ะ ๆ ไปพรุ่งนี้ค่ะ” ปริ๊นรีบตอบรับจนลิ้นพันกัน “พรุ่งนี้ปริ๊นจะออกจากบ้านแต่เช้าเลยค่ะ”

“ค่ะ ก็หวังว่าจะทำได้อย่างที่พูด”

“ว่าแต่...คุณริณจะมารับปริ๊นด้วยตัวเองเลยเหรอคะ?”

“ใช่ค่ะ แต่อย่าเข้าใจผิด” ริณเอ่ยดักคอด้วยเสียงเรียบสนิท “ฉันแค่ต้องการความมั่นใจว่าคุณมาคนเดียว ตามที่ตกลงไว้ และไม่อยากรบกวนพนักงานคนอื่นไปรับคุณ ทุกคนมีงานต้องทำ ไม่มีใครมีเวลาไปอำนวยความสะดวกให้ดาราหรอกค่ะ”

“เข้าใจแล้วค่ะ” ปริ๊นเสียงอ่อนลงในทันที

“เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”

สัญญาณตัดไปแล้ว ปริ๊นโยนมือถือลงบนเตียงข้างตัวพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วก็พึมพำกับตัวเอง

“ดุเหลือเกินนะพี่ริณ ดุเป็นหมาใหญ่ไปได้ แต่พี่คงไม่รู้ว่า...ยิ่งพี่ดุ ปริ๊นก็ยิ่งชอบค่ะ”

“อีกอย่าง...ถึงพี่จะดุ แต่พี่ก็ยอมขับรถลงดอยมารับปริ๊นด้วยตัวเอง โถ่เอ๊ย พวกปากแข็งแต่ใจดีชัด ๆ เลยค่ะพี่สาวคนสวยของปริ๊น”

ปริ๊นเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบกระเป๋าเดินทางใบสีแดงซึ่งเป็นใบโปรดของเธอออกมา แล้วเลือกเสื้อผ้าในชุดที่คิดว่าธรรมดาสุด ๆ ใส่กระเป๋าไปสี่ห้าชุด

ตามด้วยสกินแคร์ และเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์อีกหลายอย่าง เธอไม่เคยรู้สึกว่าการจัดกระเป๋าเดินทางไปไหน จะมีความสุขมากเท่าครั้งนี้เลย

“เจอกันนะคะพี่ริณ”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ   บทที่ 30 อ่างอาบน้ำ (NC)

    ริณก้าวลงไปในอ่างอาบน้ำอย่างช้าๆ แรงกระเพื่อมของน้ำทำเอาหัวใจของปริ๊นสั่นไหวไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวของคนพี่ ริณขยับเข้าหาจนแผ่นหลังของปริ๊นแนบชิดกับขอบอ่างที่เย็นเฉียบ สวนทางกับความร้อนรุ่มจากร่างกายของคนตรงหน้าที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ใส่ไว้แบบนี้...มันจะอาบสะอาดได้ยังไงคะ”น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวอยู่ข้างใบหู พร้อมกับฝ่ามืออุ่นที่ลูบไล้ผ่านผิวกายใต้น้ำขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ริณไม่ได้รีบร้อน แต่ทุกสัมผัสนั้นกลับหนักแน่นและตั้งใจปลายนิ้วเรียวเกี่ยวรั้งสายบราลูกไม้ที่เปียกชุ่มให้เลื่อนหลุดออกจากลาดไหล่เนียนทีละข้าง สายตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของปริ๊น ราวกับจะบอกว่าต่อจากนี้ กระต่ายน้อยตัวนี้ไม่มีทางหนีเสือตัวนี้พ้นแล้วริณเอื้อมมือไปสัมผัสกับแผ่นหลังขาวเนียนของปริ๊นอย่างแผ่วเบา เธอบรรจงปลดตะขอชิ้นบนออกอย่างชำนาญ ก่อนจะทิ้งมันลงข้างอ่างอย่างไม่ไยดีทันทีที่ร่างกายเป็นอิสระ ความเย็นของอากาศและสัมผัสจากฝ่ามือของริณที่กอบกุมความอ่อนนุ่มทั้งสองข้างเอาไว้ทำให้ปริ๊นเผลอแอ่นอกเข้าหาตามสัญชาตญาณ“อื้อ... พี่ริณคะ”ปริ๊นครางชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว พยายามจะยกมือขึ้นปกปิดความกระดากอายที่จู่ๆ ก็พลุ่งพ

  • พื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ   บทที่ 29 แผนอ่อยเหยื่อ

    เมื่อรถกระบะสี่ประตูเลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณที่จอดรถวีไอพีของโรงแรมเรียบร้อยแล้ว ปริ๊นก็รีบคว้ากระเป๋าถือคู่ใจอย่างรวดเร็วจนริณหันมอง ไม่ทันได้ถามอะไรคุณนางเอกก็รีบเปิดประตูรถลงไปราวกับมีเรื่องสำคัญบางอย่างแต่แล้วในวินาทีที่กำลังก้าวลงจากรถ รองเท้าส้นสูงของเธอก็เกิดไม่รักดี จากที่ปกติดูจะคุ้นเคยกันทุกวัน กลายเป็นว่าวินาทีนี้มันทำให้เธอข้อเท้าพลิกอย่างไม่ทันตั้งตัว จนร่างเล็กทิ้งตัวลงกับพื้นทันที“ปริ๊น!”ริณที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนด้วยความตกใจ เธอรีบเปิดประตูรถลงมาแล้ววิ่งมาประคองร่างของแฟนสาวอย่างรวดเร็ว“ค่อย ๆ ลุกนะ เจ็บตรงไหนบ้าง เจ็บมากมั้ย”ใบหน้าของริณซีดเผือด หัวใจชาวูบไปทั้งดวง ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บปวดแบบไหน เล็กน้อยหรือมาก เธอก็ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้ได้รับแม้แต่ปลายเล็บทว่าตอนนี้ความเจ็บปวดนั้นกลับเป็นตอนที่อีกฝ่ายอยู่กับเธอแท้ ๆ ปริ๊นก็ยังเจ็บตัวได้“โอ๊ย เจ็บข้อเท้าจังเลยค่ะพี่ริณ ปริ๊นคงก้าวผิดท่าแน่ ๆ เลยค่ะเมื่อกี้”ใบหน้าสวยเหยเกดูน่าสงสาร ปริ๊นซบหน้าลงกับไหล่ของริณ แต่ถึงอย่างนั้น...ริมฝีปากของเธอกลับยกยิ้มเบาๆแม้จะผิดความตั้งใจไปหน่อย เพราะคิดว่าจะแกล้งเจ็บเท้านิดหน่อย แต

  • พื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ   บทที่ 28 ท้องฟ้ายามเย็น

    รถกระบะสีดำเคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่ มุ่งหน้าไปยังย่านริมน้ำยามเย็น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอบอุ่น ริณพาคุณดารามายังร้านอาหารสไตล์โฮมเมดเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ติดริมน้ำ แม้จะเป็นร้านที่มีลูกค้าบ้างแต่ก็ไม่ได้พลุกพล่านจนน่าอึดอัด ริณเลือกโต๊ะที่ติดริมระเบียงมากที่สุด เพื่อให้ปริ๊นได้มองเห็นทัศนียภาพอย่างที่ตั้งใจลมแม่น้ำพัดมาเอื่อย ๆ พาเอากลิ่นอายความเย็นสดชื่นมาปะทะผิวหน้า ปริ๊นถอดแว่นกันแดดวางลงบนโต๊ะ เธอปล่อยให้ลมพัดผมปลิวสยายไปตามธรรมชาติ ริณมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ เธอสั่งเมนูง่าย ๆ ที่รู้ว่าปริ๊นชอบ และไม่ลืมที่จะสั่งน้ำเก๊กฮวยเย็น ๆ มาช่วยให้คนข้าง ๆ สดชื่นขึ้น“โห ดวงอาทิตย์สวยจังค่ะพี่ริณ”ปริ๊นพึมพำ สายตามองไปที่พระอาทิตย์ดวงกลมโตที่กำลังค่อย ๆ ลับขอบฟ้าไปหลังแนวตึกระฟ้า แสงสีส้มสะท้อนกับผิวน้ำเจ้าพระยาจนดูคล้ายเพชรเม็ดงาม“สวยค่ะ...สวยมากจริง ๆ”ริณตอบรับ แต่สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่ขอบฟ้าเลยสักนิด เธอกลับมองเพียงใบหน้าของคนที่นั่งตรงข้ามที่ตอนนี้ถูกแสงสีทองอาบไล้จนดูนวลตาปริ๊นหันกลับมาสบตาแล้วหลุดขำ“พี่ริณคะ ปริ๊นบอกให้ดูวิว ไม่ได้ให้ดูหน้าปริ๊น”“ก็วิวนั่งอยู่ต

  • พื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ   บทที่ 27 นางฟ้าของฉัน

    ขณะที่โลกโซเชียลกำลังเต็มไปด้วยแฮชแท็กคำว่า #การกลับมาของเจ้าหญิง ภายในรถกระบะสี่ประตูสีดำที่จอดอยู่ไม่ไกล คนหลังพวงมาลัยกำลังนั่งพิงพนักเบาะด้วยท่าทีสบายใจ พร้อมกับสายตาที่จดจ่ออยู่กับหน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังสตรีมไลฟ์สดงานแถลงข่าวริณเผลอคลี่ยิ้มออกมาเมื่อเห็นปริ๊นพูดตอบโต้อย่างฉะฉาน แววตาของนางเอกสาวในหน้าจอนั้นดูเติบโตและเด็ดเดี่ยวขึ้นมาก ยิ่งในตอนที่ปริ๊นเอ่ยถึงแฟนคลับ คุณแม่ และคนรัก คนที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับหน้าร้อนผ่าว แม้ไม่มีชื่อเธอเลยสักประโยค แต่ณริณทิพย์ก็รู้ว่าเจ้าตัวหมายถึงเธอการมีแฟนเป็นดารามันรู้สึกแบบนี้เองสินะ...“พูดอะไรแบบนั้นต่อหน้าสื่อได้ไงเนี่ย เกิดมีคนถามต่อว่าคนรักหมายถึงใคร จะตอบเค้ายังไงเด็กดื้อ...”ริณพึมพำกับตัวเองด้วยความเอ็นดูคนรัก เธอสัมผัสได้ถึงความเข้มแข็งที่ส่งผ่านมาทางหน้าจอ ปริ๊นไม่ใช่ดาราสาวที่คอยแต่จะหลบหลังใครอีกต่อไปแล้ว แต่เธอคือดวงอาทิตย์ที่กำลังส่องแสงอย่างเต็มภาคภูมิ ริณกดปิดไลฟ์สดเมื่อเห็นว่าการแถลงข่าวจบลงอย่างสวยงามเธอนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดแอปพลิเคชัน Instagram ขึ้นมาพื้นที่ส่วนตัวทางโซเชียลของณริณทิพย์ในตอนนี้มีผู้ติดตามเพียงหน

  • พื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ   บทที่ 26 ไม่กลัวอีกแล้ว

    จะมีดาราสักกี่คนที่มาทำงานด้วยรถกระบะสี่ประตู...ปกติแล้ว แค่ปริ๊นกระดิกนิ้ว รถยุโรปแบรนด์ดังพร้อมคนขับก็มาจอดรออยู่ตรงหน้าได้ทันที แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะติดใจกลิ่นเบาะหนังในรถของพี่ริณไปแล้ว บวกกับกลิ่นน้ำหอมดอกไม้ที่คนพี่ชอบใช้เป็นประจำ มันก็ยิ่งทำให้บรรยากาศในรถคันนี้มีความพิเศษจนไม่อยากใช้รถคันไหนอีกเลยพาหนะคู่ใจของริณเคลื่อนมาจอดสนิทอยู่ที่หน้าตึกสำนักงานใหญ่ของต้นสังกัดปริ๊น ท่ามกลางสายตาของพนักงานและนักข่าวบางคนที่เริ่มมาซุ่มรอทำข่าวการแถลงเรื่องราวช็อกวงการในครั้งนี้ ปริ๊นสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เธอขยับแว่นกันแดดสีดำขึ้นสวมเพื่อปกปิดร่องรอยความเหนื่อยล้า และเตรียมจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถแต่ยังไม่ทันที่มือเรียวจะสัมผัสที่เปิดประตู แรงบีบเบาๆ ที่ต้นแขนก็ทำให้เธอต้องชะงัก“เดี๋ยวค่ะ...อย่าเพิ่งไป”น้ำเสียงเรียบของริณทำให้ปริ๊นหันกลับมามองด้วยความสงสัย คนหลังพวงมาลัยไม่ได้มองถนนเบื้องหน้าอีกต่อไป แต่เธอกลับเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าหนังใบเล็กสีนู้ดที่วางอยู่ตรงเบาะหลังขึ้นมา“มีอะไรเหรอคะพี่ริณ?”ริณไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่เธอรูดซิปกระเป๋าใบนั้นออก ปริ๊นถึงกับตาค้างเมื่อเห็นว่าข้างใน

  • พื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ   บทที่ 25 ในวันที่ใจเหนื่อย

    ความเงียบงันของปริ๊นทำให้บรรยากาศในรถดูอึมครึมไม่น้อย ตั้งแต่รถของริณเคลื่อนตัวออกมาจากบ้านของพสุ คนที่นั่งมาด้วยกันตรงเบาะข้างก็เงียบมาตลอดทาง“พี่ต้องไปส่งคุณที่ไหนคะ”คนหลังพวงมาลัยเอ่ยถามเพื่อทำลายความเงียบ ทว่าสิ่งที่ได้กลับมาก็ยังเป็นความเงียบเช่นเดิม“มันเลยเวลานัดมาแล้วค่ะ ปริ๊นไม่กล้าไปเจอผู้ใหญ่ ไลน์หาพี่ใบปอก็ยังไม่ตอบมาเลย วันนี้ปริ๊นรู้สึกไม่โอเคเลยค่ะ”คนเด็กกว่ายังคงก้มหน้าอยู่อย่างนั้น ริณจึงตัดสินใจจอดรถหน้าร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งที่สายตาบังเอิญไปโฟกัสกับป้ายชื่อร้านพอดีเค้กจันทร์เจ้า...ชื่อร้านเขียนเอาไว้แบบนั้นคนขับดับเครื่องยนต์อย่างใจเย็น เธอมองร่างบางที่ดูเปราะบางราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ“งั้นระหว่างรอพี่ปอ ไปกินขนมอร่อย ๆ กันค่ะ”ริณเดินนำปริ๊นเข้ามาภายในร้านคาเฟ่ขนาดกะทัดรัดที่ตกแต่งด้วยโทนสีอุ่นและกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ สัมผัสนั้นช่วยให้ความตึงเครียดในใจของปริ๊นบรรเทาลงได้บ้าง ริณจัดแจงให้คนเด็กกว่านั่งที่โต๊ะมุมด้านในสุด ซึ่งค่อนข้างเป็นส่วนตัว ก่อนจะเดินหายไปที่เคาน์เตอร์เพียงลำพังไม่นานนักเธอก็เดินก

  • พื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ   บทที่ 5 คนนี้แหละ

    หลังจบงานอีเวนต์ใหญ่กลางห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ความวุ่นวายในใจของปริ๊นไม่ได้จบลงไปด้วย หนำซ้ำดูเหมือนมันจะยิ่งทวีคูณเพิ่มความว้าวุ่น เพราะตลอดเวลาที่ยืนอยู่บนเวที ภาพใบหน้านิ่ง ๆ ที่มีเสน่ห์บางอย่างให้ค้นหา กลับติดอยู่ในใจเธอตลอดเวลายิ่งได้รู้ว่า มีโอกาสที่เธอจะเข้าใกล้และรู้จักผู้หญิงคนนี้ได้มากขึ

  • พื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ   บทที่ 11 มีพิรุธ

    การได้เจอเจ้าถุงแป้ง ทำให้ริณได้เห็นบางอย่างในตัวของดาราสาวในแบบที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นอย่างเช่นตอนนี้ที่ปริ๊นกำลังนั่งป้อนน้ำเจ้ากระต่ายอยู่หน้าตะกร้าหวาย พร้อมกับพูดคุยกับสิ่งมีชีวิตตัวนั้นด้วยเสียงสองเสียงสาม“เป็นไงบ้างคะคนเก่ง หิวมุ้ยยยย โอ๋เอ๋ ๆ ไม่เป็นไรนะค้าบบ เดี๋ยวคนเก่งก็หายน้า”เสียงใส ๆ

  • พื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ   บทที่ 8 ก้าวแรกของโลกอีกใบ

    รถเอสยูวีสีขาวเลี้ยวลัดเลาะเข้าไปตามถนนลูกรังเส้นเล็กที่โอบล้อมด้วยอุโมงค์ต้นไม้และแมกไม้รกครึ้ม จนกระทั่งมาหยุดสนิทหน้าเรือนไม้เก่าหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมลำธาร ลมพัดเย็นปะทะผิวหน้าทันทีที่ปริ๊นก้าวลงจากรถ เสียงน้ำจากลำธารไหลเอื่อยและกลิ่นหอมของดินทำให้ดาราสาวเผลอหลับตาพริ้มเพื่อซึมซับความสดชื่น“ท

  • พื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ   บทที่ 7 จุดนัดพบ

    การไปน่านของปริ๊นเต็มไปด้วยเสียงคัดค้าน โดยเฉพาะเจ้าของบ้านอย่าง พสุ เตชะกิจเดชา ผู้เป็นพ่อ เขาไม่เคยสนับสนุนงานที่ลูกสาวรักเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขามีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีโรงแรมมากมาย ปูทางไว้ให้ลูกสาวคนเดียวมาสานต่อ แต่ปริ๊นก็ไม่เคยเหลียวแล เพราะเธอรู้ดีว่าภาพสวยเบื้องหน้าที่เห็น มันไม่ได

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status