Tous les chapitres de : Chapitre 1 - Chapitre 10

31

บทนำ

คุณเคยรู้สึกหมดศรัทธากับอะไรบางอย่างมั้ย... ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การต้องมีโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณ ยกย่องความดี เชิดชูผลงาน มันทำให้ ณริณทิพย์ ค่อนข้างเบื่อ และอยากหลีกหนีสิ่งเหล่านั้น การเกิดมาในครอบครัว จิรเดชารัตน์ ไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขได้อย่างเต็มหัวใจนัก เหมือนอย่างที่ใครต่อใครต่างคิดกันไปต่าง ๆ นานา หนำซ้ำการเป็นลูกคนกลาง ก็มักจะมาพร้อมกับความรู้สึกกลาง ๆ เช่นกัน เสียงปรบมือที่ดังกระหึ่มแข่งกับเสียงดนตรีออร์เคสตราในห้องจัดเลี้ยงหรูหรา ไม่ได้ทำให้หัวใจของ ริณ ตื่นเต้นแต่อย่างใด เธอนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะที่ปูด้วยผ้าลินินสีขาวสะอาดสะอ้าน ดวงตาคมสวยทอดมองไปยังเวทีเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก เมื่อสองปีก่อน...พื้นที่บนเวทีแห่งนั้นเคยเป็นของณริณทิพย์ ในฐานะผู้บริหารโรงแรมที่คว้ารางวัลการบริการยอดเยี่ยมมาครองอย่างสง่างาม แต่สองปีให้หลังมานี้ ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป โรงแรมในเครือจิรเดชารัตน์ที่เธอดูแลถูกเบียดตกอันดับอย่างน่าสงสัย ทั้งที่ยอดจองและคะแนนรีวิวยังคงพุ่งสูงเป็นอันดับหนึ่ง“แหม ๆ ปีนี้คนเก่งของอาพลาดรางวัลอีกปีแล้วเหรอเนี่
Read More

บทที่ 1 แค่ดาราคนหนึ่ง

“พี่ปริ๊นสวยมากกกกกก ให้ตายเถอะ คนอะไรสวยขนาดนี้เนี่ย”เสียงของเด็กสาววัยสิบสี่ที่ดังขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้สองเท้าของริณชะงักไปครู่หนึ่ง เธอหยุดนิ่งเพื่อหาต้นเสียง จึงได้รู้ว่าเป็นเสียงของ แยม หลานสาวของป้าผิน ป้าแม่ครัวประจำโฮมสเตย์แยมอาศัยอยู่กับป้าผินมาตั้งแต่ที่โฮมสเตย์ของริณเปิดทำการ เธอกับป้าเป็นคนท้องถิ่นที่มาขอทำงานที่นี่ ป้าผินมีฝีมือในการทำอาหารพื้นถิ่นที่ขึ้นชื่อ เสน่ห์ปลายจวักมัดใจลูกค้าที่มาพักได้ทุกราย ส่วนแยมก็มีความสดใสเป็นอาวุธประจำกาย บางครั้งเธอยังทำหน้าที่เป็นไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวได้อีกด้วย หากลูกค้าท่านไหนต้องการ ทำให้ริณเอ็นดูป้าหลานคู่นี้มาก จึงให้ที่พักอาศัยที่โฮมสเตย์และทั้งสามคนก็สนิทกันมาก“อู้งานเหรอแยม!!”ริณเดินเงียบเชียบเข้าไปด้านหลัง เมื่อเสียงของเธอดังขึ้น ทำเอาแยมสะดุ้งโหยงจนเกือบตกเปลที่แขวนผูกไว้กับต้นไม้ใหญ่สองต้น“โอ๊ยพี่ริณ!! มาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลยนะคะ ถ้าแยมหัวใจวายจะทำไงเนี่ย”ณริณทิพย์ในชุดเสื้อยืดและกางเกงขาสามส่วนคลี่ยิ้มมุมปากเบา ๆ แล้วก้มลงหยิบมือถือของแยมที่เผลอปล่อยหลุดจากมือร่วงลงพื้นขึ้นมาให้“คนเราไม่ได้หัวใจวายกันง่าย ๆ น
Read More

บทที่ 2 ช่างบังเอิญ

“เราไหว้พระทำบุญกันเรียบร้อยแล้วนะคะ เที่ยงพอดีเลย เดี๋ยวริณพาไปกินอาหารอร่อย ๆ ค่ะ”ณริณทิพย์เอ่ยกับลูกค้าที่มาพักโฮมสเตย์ของเธอเมื่อคืนซึ่งเป็นคู่รักคุณลุงและคุณป้าอายุหกสิบปีทั้งสองคน ทั้งคู่ดูใจดีและยังแข็งแรง อีกทั้งยังชมไม่ขาดปากว่าโฮมสเตย์ของริณหลับสบายและต้อนรับดีมาก“ขอบคุณหนูริณนะที่อาสาเป็นไกด์นำเที่ยว นี่ถ้าให้ป้ากับลุงไปกันเอง น่าจะหลงกันแน่ ๆ”ระหว่างที่ริณหมุนพวงมาลัยรถอย่างชำนาญ คุณลุงคุณป้าที่นั่งอยู่เบาะหลังก็เอ่ยขอบคุณอยู่อย่างนั้น“ริณเต็มใจดูแลค่ะ ไปกินข้าวเที่ยงกันนะคะ ถึงร้านแล้ว”ริณจอดรถเก๋งสีดำคู่ใจหน้าร้านอาหารพื้นเมืองชื่อดังที่ตั้งอยู่ริมน้ำน่าน ร้านนี้เป็นเรือนไม้โบราณที่บรรยากาศดีและขึ้นชื่อเรื่องรสชาติจัดจ้านแบบคนเมืองแท้ ๆ เธอเดินนำคุณลุงคุณป้าเข้าไปยังโต๊ะที่จองไว้บริเวณริมระเบียงที่ลมพัดเย็นสบาย“ร้านนี้ลาบคั่วกับแกงส้มอร่อยมากค่ะคุณป้า รับรองว่าหายเหนื่อยแน่นอน”ริณเอ่ยพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ขณะขยับเก้าอี้ให้แขกผู้ใหญ่นั่งอย่างสุภาพแต่ทว่า...ความสงบที่ริณตั้งใจมอบให้แขกกลับเริ่มสั่นคลอน เมื่อได้ยินเสียงฮือฮาดังมาจากทางหน้าร้าน ตามมาด้วยกลุ่มคนที่ก้าวเข้
Read More

บทที่ 3 เกิดอะไรกับหัวใจ

ค่ำคืนวันอาทิตย์...โดยปกติแล้วหลังจากตรวจความเรียบร้อยทั้งหมดของโฮมสเตย์เสร็จสิ้น ณริณทิพย์มักจะพาตัวเองไปนั่งเล่นริมระเบียงพร้อมกับช็อกโกแลตอุ่น ๆ สักแก้ว แล้วเปิดอีเมลเช็กเอกสารงานคั่งค้างต่าง ๆ ของโรงแรมที่เลขาส่งมาทว่าค่ำวันอาทิตย์คืนนี้มันกลับไม่เป็นอย่างนั้นริมระเบียงไม้เงียบสงบมีเพียงแสงสว่างสลัวจากตะเกียงเล็ก ๆ และเครื่องดื่มที่วางนิ่งจนเริ่มคลายความร้อน ริณไม่ได้เปิดหน้าจอแท็บเล็ตเพื่ออ่านตัวเลขผลกำไรอย่างที่ควรทำ แต่เธอกลับนั่งจ้องโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนตักมาเนิ่นนานในหัวของเธอมีภาพใบหน้าขาวนวลและรอยยิ้มที่ร้านอาหารตอนเที่ยงวันนี้วนเวียนไม่จบสิ้น โดยเฉพาะกลิ่นหอมจาง ๆ ที่ยังติดอยู่ที่ปลายจมูก และสัมผัสแผ่วเบาที่ข้างหูยามอีกฝ่ายกระซิบฝากฝังเรื่อง บทนางเอกครั้งแรกแน่นอนว่าณริณทิพย์ไม่ได้ซื่อเกินกว่าจะไม่รู้ว่าเจ้าตัวตั้งใจบอกเธออ้อม ๆ“ทำไมต้องมาทำให้ฉันเอาแต่คิดเรื่องเธอด้วย!”เจ้าของโฮมสเตย์บ่นอุบพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ คนที่ไม่เคยมีเรื่องอะไรมาทำให้กังวลใจได้เลยสักเรื่อง กลับต้องมาคิดวกวนกับเรื่องเดียวนี้อยู่หลายวันแล้ว“ทำไมดาราไม่อยู่ส่วนดารา มายุ่งกับฉันทำ
Read More

บทที่ 4 เงื่อนไข

“ฉันแค่เห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกันหรอกนะ”เจ้าของโฮมสเตย์เอ่ยกับตัวเองเบา ๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องพัก เปิดลิ้นชักหยิบนามบัตรของคุณใบปอขึ้นมามองดูอย่างพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเป็นครั้งสุดท้าย“เอาเถอะ ละครเรื่องนึงคงไม่ได้ใช้เวลาเยอะนัก”คำกล่าวนั้นตามมาพร้อมการถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในวัยสามสิบเจ็ดของริณ เธอไม่เคยรู้สึกว่าการตัดสินใจเรื่องไหนยากเย็นเท่าครั้งนี้เลยนามบัตรใบนั้นมีพร้อมทั้งเบอร์ติดต่อกลับ ช่องทางโซเชียลทุกช่องทาง และอีเมล ริณจึงตัดสินใจติดต่อกลับไปผ่านอีเมลเธอเดินไปนั่งลงบนเตียง หยิบแท็บเล็ตคู่ใจขึ้นมาแตะหน้าจอสองสามครั้ง แล้วเริ่มพิมพ์ข้อความ...เรียนคุณใบปอเรื่อง การติดต่อเช่าสถานที่ 48 Hour Escape เพื่อถ่ายทำละครดิฉัน ณริณทิพย์ จิรเดชารัตน์ ในนามของเจ้าของสถานที่ อนุญาตให้ใช้สถานที่ถ่ายทำได้ โดยค่าเช่าจะยึดตามจำนวนเงินที่เสนอมาครั้งแรกแต่มีเงื่อนไขที่ต้องทำการตกลงกันดังนี้...ข้อที่1. ระหว่างการถ่ายทำ ดิฉันสามารถสังเกตการณ์ได้ตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทางทีมงานจะให้เกียรติสถานที่ที่ดิฉันหวงแหนข้อที่ 2. ไม่อนุญาตให้ใส่เครดิตชื่อสถานที่ถ่ายทำโลเคชันจริง เพื่อไม่เป็น
Read More

บทที่ 5 คนนี้แหละ

หลังจบงานอีเวนต์ใหญ่กลางห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ความวุ่นวายในใจของปริ๊นไม่ได้จบลงไปด้วย หนำซ้ำดูเหมือนมันจะยิ่งทวีคูณเพิ่มความว้าวุ่น เพราะตลอดเวลาที่ยืนอยู่บนเวที ภาพใบหน้านิ่ง ๆ ที่มีเสน่ห์บางอย่างให้ค้นหา กลับติดอยู่ในใจเธอตลอดเวลายิ่งได้รู้ว่า มีโอกาสที่เธอจะเข้าใกล้และรู้จักผู้หญิงคนนี้ได้มากขึ้น ปริ๊นก็ยิ่งมีความสุขจนอยากให้ช่วงเวลานั้นมาถึงเร็ว ๆ“งั้นแยกกันตรงนี้เลยนะปริ๊น”พี่ใบปอเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาส่งดาราสาวถึงรถตู้ส่วนตัว“โอเคค่ะพี่ปอ ขอบคุณมากนะคะ พรุ่งนี้ปริ๊นจะรอฟังข่าวดีนะ” คนเด็กกว่าหันไปยิ้มตาใส“แหม ไม่ค่อยจะกดดันกันเลยนะ”“เปล๊า ไม่ได้กดดันเลยค่ะ แต่ปริ๊นเชื่อมือพี่ปอ พี่ทำได้อยู่แล้ว ไปก่อนนะคะ”พูดจบเธอก็เอาตัวเองเข้าไปในรถตู้สีดำรุ่นใหม่ล่าสุดที่คนขับรถเปิดรออยู่แล้ว“ฝากด้วยนะคะพี่พล”ใบปอหันไปโค้งศีรษะให้ พี่พล ชายหนุ่มวัยสี่สิบ คนขับรถประจำตระกูลของปริ๊นที่อยู่ในชุดบอดี้การ์ดแบบเต็มสูท เขาไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงแต่พยักหน้าเบา ๆ แล้วรีบเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองเมื่อก้าวเข้ามาในรถ ทันทีที่ประตูรถปิดสนิท ปริ๊นทิ้งตัวลงบนเบาะหนังชั้นดีพลางถอนหายใ
Read More

บทที่ 6 ยอมทุกอย่าง

“ขับรถไปน่านคนเดียวเนี่ยนะ!!”เสียงตะโกนจากปลายสายทำเอาปริ๊นต้องเอาโทรศัพท์มือถือออกห่างจากหูในทันที ถึงแม้คนที่กำลังคุยสายด้วยเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานถึงยี่สิบปี แต่เธอก็ยังไม่ชินกับนิสัยโหวกเหวกโวยวายของเจ้าตัวเท่าไหร่นัก“แกจะตะโกนทำไมเล่าใยไหม หูจะแตก”ใยไหม เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของปริ๊น เพื่อนที่รู้จักกันตั้งแต่ตอนอนุบาลเพราะเรียนที่เดียวกัน จนมาถึงระดับชั้นประถม มัธยม และมหาวิทยาลัย ทั้งคู่ก็ยังเรียนที่เดียวกันจนรู้จักกันดีชนิดที่ว่ามองตาก็รู้ใจถึงแม้ตอนนี้เส้นทางอาชีพของปริ๊นจะเป็นงานในวงการบันเทิง ส่วนไหมยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยังคงแน่นแฟ้น และคอยอัปเดตความเป็นไปของกันและกันอยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องที่ปริ๊นเพิ่งเล่าให้ไหมฟังจบไป เป็นต้นเหตุของประโยคเสียงดังเมื่อครู่นี้“เดี๋ยวนะขอตั้งสติหน่อย อะไรทำให้ดาราสาวอย่างคุณปริ๊นตัดสินใจขับรถไปน่านคนเดียวเนี่ย แกเพิ่งขับรถเป็นไม่ใช่เหรอปริ๊น แล้วแกจะขับทางไกลได้ยังไง อีกอย่างถนนที่นั่นขับง่ายซะที่ไหน คิดดี ๆ นะ”ประโยคยืดยาวสอดแทรกมาพร้อมความเป็นห่วง ปริ๊นในชุดนอนสายเดี่ยวสีครีมพลิกตัวไปม
Read More

บทที่ 7 จุดนัดพบ

การไปน่านของปริ๊นเต็มไปด้วยเสียงคัดค้าน โดยเฉพาะเจ้าของบ้านอย่าง พสุ เตชะกิจเดชา ผู้เป็นพ่อ เขาไม่เคยสนับสนุนงานที่ลูกสาวรักเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขามีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีโรงแรมมากมาย ปูทางไว้ให้ลูกสาวคนเดียวมาสานต่อ แต่ปริ๊นก็ไม่เคยเหลียวแล เพราะเธอรู้ดีว่าภาพสวยเบื้องหน้าที่เห็น มันไม่ได้เป็นความสวยที่ได้มาอย่างถูกต้องเมื่อนาฬิกาบอกเวลาตีห้า ปริ๊นลากกระเป๋าเดินทางใบสีแดงมาใส่ท้ายรถเอสยูวีสีขาวแบรนด์ดังที่เธอเพิ่งถอยมาได้ไม่นาน โดยมีคนเป็นแม่เดินออกมาส่ง“คิดดีแล้วเหรอลูก แม่ว่ามันอันตรายนะ ให้พี่พลขับไปส่งเถอะนะ”ตรีรัตน์ เอ่ยถามลูกสาวด้วยแววตาที่ฉายแววความเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด“ไม่ได้ค่ะคุณแม่ งานนี้ปริ๊นต้องไปคนเดียว ไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวไปถึงน่าน เจ้าของโฮมสเตย์เค้าจะมาขับรถให้ค่ะ”“โอเคจ้ะลูก งั้นก็ระมัดระวังนะ”สองแม่ลูกสวมกอดกันบอกลา แล้วปริ๊นก็ออกเดินทางด้วยหัวใจที่เบิกบานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนระหว่างทางปริ๊นแทบไม่แวะที่ไหนเลย มีแค่แวะเข้าห้องน้ำและซื้อกาแฟดื่มแก้ง่วงแก้วเดียว ทำให้เธอไปถึงจุดนัดพบก่อนเวลาเล็กน้อยแสงแดดจ้าตอนบ่ายในตัวเมืองน่านสะท้อนกับกระจกรถเอสย
Read More

บทที่ 8 ก้าวแรกของโลกอีกใบ

รถเอสยูวีสีขาวเลี้ยวลัดเลาะเข้าไปตามถนนลูกรังเส้นเล็กที่โอบล้อมด้วยอุโมงค์ต้นไม้และแมกไม้รกครึ้ม จนกระทั่งมาหยุดสนิทหน้าเรือนไม้เก่าหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมลำธาร ลมพัดเย็นปะทะผิวหน้าทันทีที่ปริ๊นก้าวลงจากรถ เสียงน้ำจากลำธารไหลเอื่อยและกลิ่นหอมของดินทำให้ดาราสาวเผลอหลับตาพริ้มเพื่อซึมซับความสดชื่น“ทางนี้ค่ะ” เสียงนิ่ง ๆ ของริณดึงสติปริ๊นให้รีบก้าวเท้าตามหลังแผ่นหลังสูงโปร่งนั้นไปร้านอาหารที่มีชื่อว่า บ้านพลอย ตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าและแสงไฟโทนแสงนวลตาที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ริณพาเธอเดินเลี่ยงสายตาผู้คนไปที่ระเบียงไม้ริมน้ำซึ่งถูกกั้นไว้เป็นสัดส่วนพิเศษ ไม่นานนักพนักงานต้อนรับในชุดพื้นเมืองก็เดินมายังโต๊ะของเธอพร้อมถาดอาหาร“สวัสดีค่ะ แขกของคุณพลอยใช่มั้ยคะ”หญิงสาววัยกลางคนเอ่ยทักทายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม และให้ความสนใจกับการมาถึงของปริ๊นเป็นอย่างมาก ริณเลยรีบเบี่ยงความสนใจ“ใช่ค่ะ ฉันเป็นเพื่อนกับพลอย เจ้าของร้านไปไหนคะ ทำไมไม่ออกมาต้อนรับ”“พอดีคุณพลอยออกไปทำธุระข้างนอกค่ะ แต่เธอกำชับไว้แล้วว่าให้ดูแลคุณริณกับแขกคนพิเศษเป็นอย่างดี”“ขอบคุณค่ะ งั้นขอแค่ความเป็นส่วนตั
Read More

บทที่ 9 ความลับของพี่ริณ

แสงไฟฉายกระบอกยาวตัดผ่านความมืดมิดของดอยสกาด นำทางหญิงสาวสองคนที่กำลังก้าวเดินไปบนสะพานไม้ที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านพักแต่ละหลังลมหนาวหอบเอาความเย็นมาเป็นระยะจนปริ๊นต้องกระชับเสื้อคลุมเข้าหาตัว แสงจันทร์เลือนรางแทบจะช่วยอะไรไม่ได้เลยเมื่ออยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่โอบล้อมโฮมสเตย์ไว้เจ้าของสถานที่เดินนำด้วยจังหวะสม่ำเสมอ เท้าของเธอลงน้ำหนักบนแผ่นไม้ได้อย่างเงียบกริบราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ในขณะที่ปริ๊นเดินตามหลังต้อย ๆ พยายามไม่ให้ตัวเองก้าวพลาดตกสะพานไปเสียก่อน“หยุดตรงนี้ก่อนค่ะ”ริณเอ่ยขึ้นกะทันหัน พร้อมกับดับไฟฉายในมือลงความมืดสนิทเข้าจู่โจมปริ๊นทันทีจนเธอเผลอคว้าชายเสื้อเชิ้ตของริณไว้แน่นด้วยความตกใจ“ดับไฟทำไมคะพี่ริณ ปริ๊นมองไม่เห็น”ณริณทิพย์ขยับเข้าหาเจ้าของประโยคเมื่อครู่อีกนิดเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้การมีอยู่ของเธอ แล้วก้มลงกระซิบข้างหูดาราสาวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“มองไม่เห็นก็ลองใช้หูฟังค่ะ...ใช้ใจสัมผัสสิ่งรอบตัวสิคะ”ริณไม่ได้สะบัดมือของอีกฝ่ายที่เกาะชายเสื้อออก แต่เธอกลับยืนนิ่งให้ปริ๊นใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยว “หัวใจหลักของการเป็นเจ้าของโฮมสเตย์ ข้อที่หนึ่งคือ การสังเก
Read More
Dernier
1234
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status