LOGINเป็นปกติที่แก๊งโซนวอ.จะนัดกันมานั่งดื่มเบียร์ที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำเพราะจอมพลมักเอารถที่เพิ่งรับจำนำใหม่มาโชว์ ทว่าวันนี้ไผ่กับเฉินขับรถของตัวเองมาด้วย
บรรยากาศยังคงครึกครื้นไปด้วยผู้คนและเสียงเพลงแอโรบิค แต่แม้ผู้คนจะมากมายแค่ไหน ณ ที่ตรงนี้ก็ยังเป็นสถานที่ผ่อนคลายได้เสมอ
"รอบหน้ากูจะพาเอิร์ทมา" ไผ่เอ่ยขึ้น
"แล้วทำไมวันนี้ไม่พามา" เฉินสงสัย
"ก็กูถามไอ้จอมแล้ว มันบอกว่าน้องแก้มหวานไม่ว่างมา กูกลัวเอิร์ทมาแล้วไม่มีเพื่อนคุย"
"คุยกับมึงไง"
"กูไม่ใช่เพื่อน" ไผ่พูดเสียงกระแทกแล้วกวักมือเรียกเด็กเดินเบียร์ให้มาหา
"ครึ่งโหลเลยไหมพี่"
เด็กชายวัยสิบสองปีเปิดฝาลังโฟมที่ห้อยลำคอมา ด้านบนจะเป็นกระป๋องน้ำอัดลม ทว่าด้านล่างจะเป็นน้ำสีเหลืองที่ทำให้มึนเมา
"คนละกระป๋องพอไอ้เสือ"
เบียร์สามกระป๋องถูกหยิบใส่ถุงพลาสติกสีดำอย่างแนบเนียนแล้วยื่นให้ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว ไผ่ให้ทิปเพิ่มไปจากค่าเบียร์หนึ่งร้อยบาท เด็กชายก็ยิ้มแป้นเดินออกไปทันที
"หมดกูกลับนะ"
"อยู่ทำเหี้ยอะไร ไปกกเมียฟินกว่าอยู่กับพวกมึงอีก"
เฉินเหล่ตามองจอมพล "ขิงกูว่างั้นเถอะ"
"กูพูดจริง ดีต่อใจ ดีต่อไต มีแฟนแล้วยังมีคนช่วยทำงานด้วยว่ะ"
น้องแก้มหวานแฟนสุดที่รักช่วยงานจอมพลในเรื่องบัญชีจำนำและซื้อขายรถได้ เป็นทุกอย่างให้เขาแล้วจริงๆ
"มึงจะไปไหนก็ไป เดี๋ยวไปฝึกงานก็แทบไม่ได้เจอแล้ว"
"ไอ้เฉินมันน้อยใจมึงว่ะไอ้ไผ่"
"เดี๋ยวกูให้ไปแดนซ์ฟรีในโซน Edm ที่ผับกูปลอบใจ"
"ไม่เอา! แต่ถ้าส่วนลดแดกเหล้าเอา"
"ทำเหมือนฝึกงานจะไปไหนไกลว่ะ มึงฝึกกับมัน กูฝึกกับไอ้คุณ เลิกงานก็นัดแดกบ้านใครก็ได้"
"กูอาจจะไม่อยากไปแดกกับพวกมึงก็ได้"
"ถ้ามันหาย ติดหญิงชัวร์" จอมพลดักทางไว้ก่อน
"เหมือนมึงอ่ะ" เฉินย้อน
"เออ เหมือนกูนี่แหละ เอาเป็นไอดอลได้เพื่อน"
"เป็นหมาอย่างมึงกูไม่เป็นหรอก กลับเว้ย กูไปตรวจงานต่อ"
"ช่วงนี้งานรัดตัวจัด พ่อมึงให้เงินเดือนบ้างไหมเพื่อน" จอมพลถามด้วยความห่วงใย กลัวเพื่อนจะเหนื่อยฟรีจากการช่วยธุรกิจครอบครััว กลัวเงินจะไม่ถึงเพราะยังไม่เข้าไปทำงานเต็มตัว
"ให้จนกูใช้ไม่ทันแล้ว"
"เออ ค่อยสบายใจหน่อย"
ดื่มกันไม่กี่อึกเบียร์ก็หมดกระป๋อง เฉินรับอาสาเอาไปทิ้งลงถังขยะให้ จากนั้นก็มาสตาร์ทเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์สีแดงแล้วขับขี่ตามหลังเพื่อนอีกสองคันกลับขึ้นด้านบน
ระหว่างนี้สายตาก็เหลือบไปเห็นตรงมุมหนึ่งของบันได มีคนสามคนกำลังนั่งดื่มเบียร์เหมือนที่พวกเขาดื่ม กระดกแล้วทำสีหน้าแหยงๆ เบะปาก
เขาถอนหายใจพลางส่ายหน้า ปากบ่นพึมพำ...
'ร้อนวิชากันฉิบหาย เดี๋ยวรู้เรื่อง'
@เวลา 06.30 น.
เอื๊อก! เหมยลี่รู้สึกพะอึดพะอมจนต้องผุดลุกขึ้นนั่ง สองมือกอบกุมศีรษะ ใบหน้าเหยเกเพราะอาการปวดหัวครอบงำ
"กระป๋องครึ่งทำฉันแย่เชียวเหรอ" ปากบ่นพึมพำแล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
เมื่อคืนเธอดื่มเบียร์ไปแค่นั้นด้วยความยากลำบากเพราะไม่ชินกับรสชาติ แต่ไม่ย่อท้อหรอกนะ ทุกอย่างมันก็ต้องมีครั้งแรกกันทั้งนั้น
นอนได้อีกแปปก็ฝืนลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว ถึงได้รู้สึกสดชื่นขึ้นมา
เหมยลี่โดยสารรถแท็กซี่เป็นประจำ ทว่าวันนี้เธอขอลงก่อนถึงมหาวิทยาลัยสองป้าย เดินเลียบฟุตบาทเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นที่เปิดแต่เช้า มองหาเสื้อยืดผู้ชายสีขาวตัวใหญ่ เลือกจนเจอตัวที่ถูกใจก็จ่ายเงินไปสองร้อยเก้าสิบเก้าบาท นั่งวินมอเตอร์ไซต์อีกสี่สิบบาท
กลายเป็นว่าค่าไอศกรีมจากสิบห้าบาท มูลค่าเพิ่มขึ้นไปอีกหลายร้อย
เธอเดินตรงมายังโซนวอ.ก่อน ก็หวังว่าจะเจอเฉินเจ้าของเสื้อที่เสียสละเช็ดปากให้
เพียงมาหยุดยืนอยู่หน้าประตู มันก็ถูกผลักเปิดออกมาเองโดยไม่ต้องเคาะ
โชคดี! เขาอยู่พอดี
เฉินเลิกคิ้วเอียงหัวไปทางด้านใน "ไอ้คุณยังไม่มา"
"เหมยมาหาเฮียค่ะ" ยื่นถุงในมือไปให้ "ซื้อมาคืนค่ะ"
"เสื้อ?"
"เมื่อคืนเสื้อเฮียเลอะไอติมอ่ะ เหมยเลยซื้อมาคืน"
"ไม่ได้บอกว่าต้องคืน"
"แต่เหมยรู้ดีว่าต้องคืนค่ะ รับไปเถอะ เพื่อความสบายใจ"
เหมยลี่ยื่นถุงไปกระแทกหน้าอกแกร่ง แอบเบะปากนิดๆ ใส่คนขี้เก็ก พูดจาก็แข็งกระด้าง หน้าตาก็หล่อเสียเปล่า น่าเสียดายความหล่อ
ทว่าเฉินยังคงมองคล้ายกับชั่งใจ ไม่รับไปเสียที เหมยลี่เลยคิดว่ามันอาจจะยังไม่เพียงพอหรือเปล่า เธอควานมือไปในกระเป๋าสะพายหยิบบางอย่างออกมายื่นให้อีก
"งั้นแถมอันนี้ให้ด้วยแล้วกันค่ะ ไม่ใช่ใครจะได้ฟรีง่ายๆ นะคะเพราะเขาเสียตังค์ซื้อกันทั้งนั้น"
"ลูกอม?"
"ใช่ค่ะ ลูกอมยี่ห้ออาหมวย บ้านเหมยผลิตขายค่ะ เหมยให้เฮียสองเม็ด"
ครั้งนี้เฉินรับไปพร้อมกับถุงเสื้อ ไม่ได้พูดอะไรก็ปิดประตูลง เหมยลี่แลบลิ้นใส่ประตู
"ขี้เก็กที่สุด แหวะ!"
หารู้ไม่ว่าคนด้านในยังยืนอยู่และได้ยิน ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงเขาคงจะออกไปสวนสักหมัดสองหมัด แต่นอกจากจะเป็นผู้หญิงยังเป็นน้องสาวเพื่อน
เวรย่อมระงับด้วยการจองเวรเอาไว้ก่อน
เขาแกะลูกอมเม็ดเล็กโยนใส่ปากหวังใช้มันดับอารมณ์หงุดหงิด แต่เพียงมันแตะลิ้นก็ต้องเลิกคิ้วแล้วค่อยๆ ใช้ความรู้สึกลิ้มรส
รสชาติของมันคือบ๊วยที่ผสมความเย็นให้รู้สึกสดชื่น
เขามองอีกเม็ดที่เหลือ อ่านชื่อยี่ห้อ 'อาหมวย' รูปโลโก้มองอย่างไรก็รูปของคนนั้นเอามาวาดเป็นตัวการ์ตูน รสชาติอร่อยจนเขาอยากจะไปซื้อกินอีก กลัวจะลืมชื่อยี่ห้อเลยตั้งใจจะเก็บเม็ดนี้ไว้เลยหย่อนใส่ในถุงเสื้อยืดเอาไว้
เอามาคืนก็ดี เสื้อตัวนั้นราคาตั้งแพง เพิ่งจะใส่เป็นครั้งแรก มันก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน
ขนมปังปิ้งหน้าเนยนมพร้อมเสิร์ฟ เหมยลี่ออกมานั่งกินมัน เอามันจิ้มโอวัลติน กินเหมือนเด็กที่กำลังเตรียมตัวไปโรงเรียน"เหมยก็กำลังไปเรียนนี่ไง เดี๋ยวจะไปกินปาโก๋จิ้มนมต่อด้วยค่ะ""แล้วจะกินไหว?""เหมยกระเพาะใหญ่ค่ะ""อือ จิ๋มก็ใหญ่" แค้กๆๆ เหมยลี่ถึงกับไอโครกครากรีบยกโอวัลตินขึ้นกระดกก่อนจะทำตาโตใส่เขา"พูดอะไรเนี่ย""พูดจริง ไม่ภูมิใจ?""ก็น่าภูมิใจ ถ้าเฮียไม่พูดตอนกิน" ขนมปังทั้งหมดถูกยัดใส่ปากเพราะเวลาเหลือน้อยเต็มที"ดีนะเนี่ยที่ไม่ต้องกลับไปเอาของที่ห้อง เดี๋ยวเหมยไปเลยนะคะ" เฉินเก็บรวบของทั้งหมดไปวางในซิงค์ล้างจาน เดินตามหลังเหมยลี่มาหน้าประตูห้อง ย่อตัวนั่งสวมใส่รองเท้าผ้าใบให้อย่างเบามือเหมยลี่ขบกัดริมฝีปาก หัวใจเต้นตึกตัก วันแรกดูแลดีขนาดนี้ พรุ่งนี้เธอจะถูกดูแลแบบนี้ไหม อยากรู้จัง ฉะนั้นพรุ่งนี้เธอก็ต้องอยู่กับเขาต่อพอออกมาจากห้องมือเล็กก็เข้าไปอยู่ในอุ้งมือใหญ่ จับจูงกันลงมาชั้นล่าง มีรถแท็กซี่มาจอดพอดี เหมยลี่เลยปล่อยมือแล้วโบกมือลา"เหมยไปนะคะ" แต่กลับไม่มีการตอบรับนอกจากการมองเฉยๆ เหมยลี่ดึงมือนั้นมาเกาหัวแก้เก้อแล้วขึ้นรถแท็กซี่ ทว่าก้นกลับถูกฟาดตามหลังให้ขยับไปนั่งช
จบรอบสุดท้ายในห้องน้ำก็อาบน้ำให้สดชื่น ทว่าเหมยลี่หลับป็อกไปทันทีที่หัวถึงหมอน คนที่ตั้งใจจะไปหาข้าวให้เธอกินต้องชะงักและเปลี่ยนมาเป็นนั่งไดรฟ์ผมให้แทน ทั้งที่เจ้าตัวนอนคว่ำหน้ากางแขนกางขาเต็มเตียงนอน ทว่าเขาก็มีความสามารถเป่าผมให้เธอได้นั่นแหละติ๊งๆๆ มีเสียงแชทดังแทรกผ่านเสียงไดรฟ์ เฉินกดปิดอุปกรณ์แล้วมองหาจนไปพบเจอกระเป๋าสะพายตกอยู่แถวประตู เสียงแชทยังดังอีกสองครั้ง ด้วยความขี้เสือก อยากรู้จนตัวสั่นว่าใครรัวแชทขนาดนั้นมาหาเหมยลี่ เขาวางไดรฟ์ทิ้งไว้แล้วไปหยิบกระเป๋ามาหามือถือพอเจอเสียงแชทก็เด้งเข้ามาอีกหน 'เงียบไปเลยนะน้องหมวย ให้แก้ตัวเอาไหม นัดเจอกันใหม่ไหมครับ'แชทล่างๆ เป็นสติ๊กเกอร์ที่ส่งเข้ามาเรียก อยากเข้าไปตอบให้ใจจะขาดว่า 'หนูอยู่กับผัว' แต่ดันไม่รู้รหัสมือถือเครื่องนี้ เฉินเดินวนไปวนมา รู้สึกหงุดหงิดฉิบหายจนกลับมามองหน้าจอมือถืออีกครั้ง"ลายนิ้วมือนี่หว่า" เฉินเดินไปหาเหมยลี่ เสี่ยงหยิบนิ้วโป้งมาทาบหน้าจอไม่ผ่าน! เขาก็เปลี่ยนนิ้วใหม่เป็นนิ้วชี้ พลันคนตัวเล็กก็ขยับมานอนตะแคง สองมือใหญ่ยกขึ้น ใจหายวาบเตรียมตัวถูกจับได้ ทว่าทุกอย่างก็นิ่งสนิทไป เฉินรีบเอาหน้าจอมามองดู
เข้ามาในห้องชุดสองห้องนอนสองห้องน้ำเหมยลี่ก็วิ่งปรู๊ดไปมองกรอบรูปที่วางตั้งอยู่บนตู้โชว์ข้างทีวี"คนนี้น้องเฮียเหรอ เหมยจำได้ว่าเคยเจอเขาที่โซนวอ.""ใช่ เดี๋ยวค่อยดู มาคุยกับเฮียก่อน"เฉินยกคนตัวเล็กลอยขึ้นราวกับตุ๊กตาให้มานั่งบนโต๊ะกินข้าวในห้องครัว หันไปหยิบน้ำผลไม้กล่องจากในตู้เย็นมาเจาะหลอดแล้วยื่นให้เธอ "ขอบคุณค่ะ" เหมยลี่รับไปดูด ดวงตาจ้องมองเฉินที่ลากเก้าอี้มานั่งอยู่ตรงหน้า"เฮียขอคำตอบ""คบนี่คือเป็นแฟนเหรอคะ""ครับ""ไม่ใช่ว่าต้องชอบกันหรือรักกันเหรอคะถึงเป็นแฟนกันได้ ถึงเหมยจะไม่เคยมีแฟน แต่เหมยก็รู้แหละเฮีย""เฮียขอเหมยคบเพราะอยากรับผิดชอบ เกิดไอ้คุณรู้เราจะได้มีเหตุผลตอบมัน""อ๋อ ที่แท้ก็หาทางเอาตัวรอด เหมยแอบคิดว่าเฮียเป็นสุภาพบุรุษงี้""เฮียเป็นสุภาพบุรุษ เป็นลูกผู้ชายตัวจริง เหมยพิสูจน์แล้ว"วันนี้เธอยังสู้เขาไม่ได้เลยนะ เหมยลี่ทำแก้มป่อง พูดคุยจริงจัง"เราไม่พูด เฮียคุณจะรู้ได้ไงคะ""มันไม่รู้หรอก แต่เฮียอาจจะไปบอกมันเองว่าให้ดูแลน้องดีๆ หน่อย นัดสวบกับผู้ชายแต่ดันขึ้นรถผิดคัน เจอไอ้ฆาตรกรโรคจิต มึงคงไม่ได้เห็นหน้าน้อง""พูดจาอะไรน่ากลัว""ชีวิตจริงเลย เหมยจะรู้ได้ไง
เหมยลี่ไม่เข้าใจ แต่เฉินกลับว้าวุ่นใจ หลังจากขับรถไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียมเขาก็กลับมานอน ทว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับ สัมผัสคับแน่นยังติดตรึง กลิ่นตัวหอมๆ ก็ด้วยที่ติดจมูกกลับมาถึงว่า! ทำไมคุ้นทั้งเสียงทั้งกลิ่นสิ่งเหล่านั้นไม่ทำให้เขาว้าวุ่นเท่ากับว่าเขาเอาน้องสาวเพื่อนไอ้คุณรู้กูตายคาตีนมันแน่เขาบอกไม่ได้เลยว่าคุณจะรู้หรือไม่รู้ มันจะเป็นความลับตลอดไปได้หรือไม่ แต่เขาไม่อยากให้เหมยลี่ไปทำแบบนี้กับใครอีกจนมานั่งเสียใจและพูดว่า..ไม่น่าเลยแค่มาพลาดกับเขามันก็ไม่สมควรเกิดขึ้นแต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เป็นเขาไม่ใช่คนอื่น"มีเรื่องเครียดเหรอวะ จัดงานแล้วมีปัญหาไง" นั่งทำงานอยู่จอมพลเอ่ยทักเฉิน ด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นตลอดเวลา อดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนเขาจะมีปัญหา"ไม่มี""ไม่มีแล้วคิ้วมึงต้องชิดเบอร์นี้เลย""มันเป็นเอง กูพยายามแล้ว"พยายามจะไม่คิดอะไรและเฝ้ารอเวลาตอนเย็นจะไปเอาคำตอบที่ต้องได้ยินว่าตกลงเท่านั้น เขาไม่มีทางยินยอมให้เหมยลี่นัดเดทนัดบอดนัดสวบกับใครอีกแน่ไม่ใช่เฉินคนเดียวที่ออกอาการเครียดและกังวล เหมยลี่ก็ทำหน้าหงิกมาตั้งแต่เมื่อคืน ใช่ว่าจะนอนหลับง่ายเสียเมื่อไหร่ถูกเปิดซิงเจ็บเป็นบ้า
จูบนั้นรุนแรงต่อเนื่องเคล้าเสียงครางต่ำในลำคอ เธออยากเห็นหน้าเขาจัง เสียงครางยังเท่ห์ขนาดนี้ หน้าตาจะต้องหล่อเหลาแค่ไหนทว่าภายในห้องมืดมิด มีเพียงเสียงไฟสีส้มที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างบานเกร็ดให้พอมองเห็นเลือนราง แต่เขานั่นแหละที่ไม่ให้โอกาสเธอได้มองอะไรนานเลย จูบจนพอใจก็ผละไปชั่วขณะให้เหมยลี่ได้ตั้งสติ เห็นเลือนรางว่าเขาถอดเสื้อ ถอดกางเกงและพุ่งเข้ามารูดรั้งเสื้อฮู้ดของเธอออก ตามด้วยการสอดมือเข้าไปในกระโปรงพลีสรูดรั้งแพนตี้ออกไปอย่างรวดเร็ว "คุณ..อื้อ!"คุณ.. เหมือนคนอดอยาก เธออยากพูดประโยคนี้ เขาพุ่งเข้าใส่ราวกับคลื่นสึนามิ แผ่ขยายความร้อนระอุมาแนบชิดกายดั่งกองเพลิงและแตะต้องเธอเหมือนคนใจร้อนจับสองขาเรียวแบะกว้าง ใช้นิ้วโป้งบดคลึงจุดที่ทำเธอสะท้านไปทั้งตัว เหมยลี่เริ่มตั้งสติไม่อยู่ ความวาบหวามโหมกระหน่ำรุนแรงเดี๋ยวเกร็งเดี๋ยวอ่อนระทวย สะโพกยกลอยนิดๆ สู้นิ้วนั้นและพยายามมองใบหน้าของเขา.. สันกรามคมจังและกลิ่นตัวหอมกรุ่นนี้.. เคยได้กลิ่นจากไหนมาก่อนนะ"อื้อ!" ก่อนจะนึกออกว่ากลิ่นน้ำหอมนี้เป็นของใคร ช่วงล่างที่ปิดสนิทมาตั้งแต่เกิดก็มีบางอย่างสอดแทรกเข้าไป เหมยลี่สะดุ้งเฮือกผวารั้งเ
อีกวันเหมยลี่ชักชวนเพื่อนเดินไปหาเบลล์ถึงตึกคณะเพื่อพูดคุยเรื่องเชียร์ลีดเดอร์ ตามหาจนพบเจอว่าเธออยู่ในห้องแสดงละครเวที เบลล์เห็นรุ่นน้องที่ไปทาบทามถึงตึกก็ละทิ้งทุกอย่างเดินเข้ามาหา ยิ่งเดินมาใกล้สิ่งที่เหมยลี่เห็นคือตุ๊กตาบลายด์สุดสวย เฉินโง่หรือเปล่าที่ทิ้งเธอคนนี้"น้องเหมยลี่ มาหาพี่แบบนี้..""เหมยมาปฏิเสธค่ะ""ทำไมล่ะ""คือ.. เหมยลองกลับไปเต้นมาแล้วค่ะ มันไม่เหมาะกับเหมยแล้วเหมยก็ไม่ได้กล้าแสดงออกขนาดนั้น""คิดใหม่อีกทีได้ไหม ที่พี่ไปทาบทามเพราะเห็นแววเราจริงๆ นะ"แววจากไหนเหมยลี่ไม่เข้าใจ อัดคลิปเต้นแชร์ในโซเชี่ยลมีเดียก็ไม่เคย จะมีก็แต่คลิปวาดรูปเล่นเท่านั้น"ขอโทษค่ะพี่เบลล์ เหมยทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ""เฮ้อ! น่าเสียดายจัง จะปั้นเป็นตัวตึงสักหน่อย""ทุกวันนี้ก็ตึงที่สุดในสาขาแล้วค่า" วิชชี่พูดตลบให้อีกที "โอเคๆ แต่เปลี่ยนใจได้ตลอดเลยนะ"การปฏิเสธผ่านไปด้วยดีสามสาวก็ควงแขนเดินเรียงหน้ากระดานมายังโรงอาหารรวม สั่งส้มตำมานั่งกินกันด้วยความสบายใจ"ฉันเครียดมาตั้งสองวันเชียวนะ" "ฟังเรื่องของฉันแกจะหายเครียดไหม" "เรื่องอะไร"สองสาวชะโงกหน้าเข้าไปหาหนึ่งอยากสาว กระพริบตาปริบๆ รอฟัง"







