เข้าสู่ระบบ8 PM
หลังจากทานมื้อเย็นแล้ว คริสก็เดินขึ้นไปหานักโทษที่ถูกขังอยู่ในห้อง ชายหนุ่มไขกุญแจก่อนจะเปิดเข้าไปอย่างถือวิสาสะ เมื่อเห็นว่าห้องมืดสนิทจึงชะงักฝีเท้าแล้วถอยออกมาหนึ่งก้าว ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดไฟฉาย แล้วส่องไปทั่วห้องเพื่อหาบุคคลเป้าหมาย แล้วก็พบว่าเธอนอนหมดสภาพอยู่บนเตียงนั่นเอง จึงเดินเข้าไปเปิดไฟจนสว่าง
เดินเข้าไปวางจานเบอร์เกอร์ไว้บนโต๊ะ จากนั้นขึ้นมาบนเตียงเพื่อจับตัวสาวเจ้าให้นอนหงาย คร่อมตัวเอาไว้ กวาดสายตามองดวงหน้าสวยเรียวรูปไข่ ผิวขาวเนียนละเอียด ริมฝีปากเป็นกระจับสีชมพูระเรื่อ เห็นแล้วก็ทำให้รู้สึกคึกคะนองขึ้นเสียอย่างนั้น
“สวย ๆ อย่างเธอไม่น่ามาเป็นนักฆ่าเลย โคตรเสียดายของ” เขากล่าวออกมาจากความรู้สึกข้างใน นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้เจอผู้หญิงถูกใจอย่างนี้ ตั้งแต่....
“นะ...นี่คุณจะทำอะไรฉัน”
“ตื่นพอดีเลย ไม่ต้องออกแรงปลุกให้เปลืองแรง”
ชญานีพยายามจะลุกขึ้นแต่ทว่าฝ่ายชายไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น จับข้อมือตรึงไว้บนเตียง
“ปล่อยฉันนะ ไอ้คนบ้า ไอ้คนลามก คิดว่าได้ฉันแล้วจะยอมคุณอีกงั้นเหรอ”
“แล้วคิดเหรอว่าถ้าฉันอยากได้แล้วจะไม่ได้ เธออย่าลืมว่าตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธใด ๆ ทั้งนั้น”
“แม่คุณสอนมายังไง ถึงไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษอย่างนี้”
เพี๊ยะ!
“บอกแล้วไงว่าห้ามลามปามถึงแม่ฉัน คนหัวรั้นอย่างเธอ มันต้องเจอคนอย่างฉันถึงจะสมน้ำสมเนื้อ”
พวงแก้มที่เคยขาวใสบัดนี้เต็มไปด้วยรอยนิ้วมือแดง น้ำใส ๆ เอ่อคลอดวงตาคู่สวย ไหลลงจากหางในทันที
“ฮึก...ทำไมไม่ฆ่าฉันเลยล่ะ ฆ่าฉันเลยจะได้หลุดพ้นจากเรื่องบ้า ๆ นี้เสียที” เจ้าหล่อนเอ่ยทั้งน้ำตา แววตาแห่งความเคียดแค้นที่มองมา ทำเอาคริสถึงกับทำหน้าไม่ถูก รู้สึกผิดที่พลั้งมือไป ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชายที่ไม่มีหัวใจ แต่ทว่าก็ไม่เคยลงไม้ลงมือทำร้ายผู้หญิงมาก่อน เธอคือคนแรกที่โดนเขาตบหน้า
“โทษที ฉันโมโหมากไปหน่อย เจ็บไหม” น้ำเสียงชายหนุ่มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงฉันหรอก ฉันมั่นใจว่าผู้ชายอย่างคุณมันไม่มีหัวใจ เห็นผู้หญิงเป็นแค่ผักปลาเท่านั้นสินะ ถึงว่าล่ะอายุปูนนี้แล้วยังไม่มีเมียอีก”
“ฉันอุตส่าห์พูดดีด้วยแล้วนะ แต่ทำไมถึงได้ดื้อแบบนี้ อยากโดนดีรึไงกัน”
“ก็เอาเลยสิ อยากทำอะไรฉันก็เอาเลย ยังไงก็ไม่มีทางหนีไปไหนได้อยู่แล้ว”
คริสจ้องหน้าเธอด้วยความเดือดดาล พยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจแต่ก็ไม่เป็นผล ถอนหายใจซ้ำ ๆ ก็ไม่สามารถลดความเกรี้ยวกราดลงได้
“ได้! ถ้าเธอต้องการอย่างนั้น คนอย่างเธอมันก็ไม่มีหัวใจเหมือนกันนั่นล่ะ ฆ่ามากี่คนแล้วล่ะ ไม่มีผู้ชายที่ไหนเขารักผู้หญิงเลือดเย็นอย่างนี้หรอก” พูดจบก็โน้มใบหน้าลงไปซุกไซร้ตามซอกคอระหง พรมจูบแทบทุกตารางนิ้วอย่างหื่นกระหาย สร้างรอยคิสมาร์คเอาไว้จนเต็มไปทั้งคอ
แคว่กกก!!!
เสื้อสายเดี่ยวตัวบางถูกฉีกจากตรงกลางหน้าอก ขาดเป็นทางยาวลงไปจนถืงหน้าท้อง ก่อนที่บราสีชมพูพาสเทลจะหลุดติดมือคริสออกมาด้วย ชายหนุ่มซุกใบหน้าลงที่กลางเนินอกเต่งตึง สูดกลิ่นหอมอย่างหื่นกระหาย
“อ๊ะ...อื้อ”
ชญานีนอนดิ้นพล่านด้วยความรู้สึกดี เมื่อยอดปทุมถันถูกลิ้นสากตวัดเลียไปมา ร่างอันบอบบางอ่อนระทวยจนแทบไร้เรี่ยวแรงจะสู้
“ถ้าเธอยอมเปิดปากว่าไอ้ลูคัสมันมีแผนอะไรบ้าง บางทีฉันอาจจะอ่อนโยนกับเธอบ้างก็ได้นะ” คริสเงยขึ้นไปมองหน้าอย่างเป็นต่อ
“ต่อให้คุณจะทรมานฉันจนตาย ฉันก็ยังยืนยันคำเดิมว่าไม่รู้จักกับคนที่ชื่อลูคัส”
“ได้ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้เธอไม่ต้องกินข้าว แต่กินไอ้นี่ของฉันแทนละกัน” ด้วยความโมโหขั้นสุด คริสก็เลื่อนตัวขึ้นไปนั่งคุกเข่าคร่อมใบหน้าสวย งัดท่อนเอ็นลำโตออกมา ยัดเยียดมันข้าไปในโพรงปากน้อย ๆ ของชญานี ขยับสะโพกเข้าออกแรง ๆ ส่งมันเข้าไปลึก ๆ จนสาวเจ้าใบหน้าแดงก่ำ กำมือขึ้นไปทุบที่เนินสะโพกเพื่อประท้วง แต่ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยอมรับฟัง ยัดเยียดมันเข้าไปอย่างป่าเถื่อนและรุนแรง
“อ๊อก! อ๊อก!”
“ในเมื่อปากแข็งดีนัก มันก็ต้องโดนอย่างนี้” ว่าพร้อมกระแทกแก่นกายเข้าออกระรัว
สมใจอยากแล้วก็ถอนมันออกมา เลื่อนตัวลงไปคร่อมร่างบอบบางเช่นเดิม ชญานีนอนหายใจเหนื่อยหอบหลังจากริมฝีปากเป็นอิสระ จ้องมองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอย่างโกรธแค้น
“มองอย่างนี้อยากฆ่าฉันรึไงกัน กำลังจะแสดงธาตุแท้ออกมาแล้วล่ะสิ” คนพูดยิ้มเยาะอย่างน่าหมั่นไส้
“ใช่! ฉันอยากจะฆ่าคุณ อยากจะฆ่าให้ตายอย่างทรมาน” น้ำเสียงของเธอเย็นชา แต่ทว่าคริสกลับเลิกคิ้ว ทำหน้ากวน ๆ
“ออกจากที่นี่ให้ได้ก่อน ค่อยคิดเรื่องนั้นดีกว่าแม่สาวน้อย หึๆ”
คริสหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะดึงอาภรณ์ที่ห่อหุ้มตัวเธอออกอย่างรุนแรง จ้องมองดวงหน้าสวยด้วยแววตาหื่นกระหาย ชญานีรู้สึกได้ว่าเขามองเธอเป็นแค่ตัวอะไรบางอย่าง จับมาเพื่อเป็นที่ระบายอารมณ์ทางเพศเท่านั้น
ขาเรียวถูกแยกออกจากกัน ก่อนที่ชายหนุ่มจะโน้มใบหน้าเข้าไป กลีบส้มโอลอนใหญ่เคียงคู่เผยอจากกัน ก่อนที่คริสจะส่งลิ้นเข้าไปตวัดเลียอย่างบ้าคลั่ง ร่างบอบบางสั่นเทิ้มด้วยความเสียวซ่าน นอนดิ้นพล่านอยู่อย่างไร้ทางสู้
“อ๊ะ อื้อ”
เธอพยายามขบเม้มริมฝีปากไว้ แต่ทว่าเสียงเสียวกลับเล็ดลอดออกมาจนได้ เขาเก่งเรื่องอย่างว่าจนเธอแทบจะลอยตัวได้ มันสุขสมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
หลังจากทรมานหญิงสาวด้วยการใช้ลิ้นจนพอใจแล้ว คริสก็จับขาเรียวยกขึ้นพาดบนบ่าหนา ส่งความเป็นชายเข้าไปรวดเดียวจนสุดลำ ก่อนที่บทรักอันป่าเถื่อนจะเริ่มต้นขึ้น พายุแห่งความเร่าร้อนพัดถาโถมเข้ามา จนชญานีแทบจะรับมือไม่ไหว ในช่วงเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงที่รู้จักกัน เขากลายเป็นสามีเธอไม่รู้ต่อกี่ครั้ง มันผิดคาดกับสิ่งที่คิดไว้มากมายเหลือเกิน
เอเดนอุ้มลูกสาววัยขวบเศษเดินเข้ามาพร้อมกับภรรยา เพื่อร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบสามขวบของชนา หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นผ่านไปไม่นานทั้งสองก็เข้าพิธีวิวาห์ ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข ไม่เคยทะเลาะกันแม้แต่ครั้งเดียว ความรักที่มีให้กันไม่เคยลดลงเลย กลับหวานขึ้นทุกวัน จนหลายคู่ต่างก็อิจฉาไปตาม ๆ กัน“วันนี้ร่าเริงเป็นพิเศษ สงสัยจะได้มาเจอพี่ชนาแน่ ๆ” ยูเมโกะกล่าวถึงลูกสาวที่อยู่ในอ้อมกอดสามี เธอยิ้มได้ทุกครั้งที่เห็นหน้าลูกสาว ไม่นึกว่าชีวิตจะมีวันนี้ได้“นั่นสิ เมื่อเช้ายังงอแงอยู่เลย อย่างนี้ต้องรีบพาเข้าไปแล้วล่ะ”“ป่านนี้น่าจะเตรียมเป่าเค้กกันแล้วล่ะ รีบไปกันเถอะค่ะ”หลังจากนั้นทั้งสองก็เร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในบ้าน มาถึงแล้วก็พบว่าทุกคนได้รออยู่อย่างพร้อมหน้าแล้ว เมื่อเห็นแขกคนสำคัญของบ้าน ชญานีก็ยิ้มอย่างดีใจ“ฮานาโกะของน้ามาแล้ว” ชญานีเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม“ฮานาโกะมาแล้ว” เจ้าหนูชนายิ้ม ปรบมือด้วยความดีใจ“สวัสดีครับทุกคน ขอโทษที่มาช้านะครับ” เอเดนกล่าวทักทาย“ไม่เป็นไรจ้ะ มาครบแล้วเราเป่าเค้กกันเลยดีกว่า ดูเหมือนว่าใครบางคนอยากจะกินเต็มทีแล้ว” พิมพ์ผกาเอ่ยพลางเสตามองหลานรักกล่าวจบแล้ว
สามปีผ่านไป“ออกไปจากหน้าร้านฉันเดี๋ยวนี้ สกปรกสิ้นดี”“ทำไมถึงหน้าด้านเข้ามาขอข้าวคนอื่นกินอย่างนี้นะ”“ออกไปสิวะ อยากโดนดีหรือไง”เสียงเจ้าของร้านอาหารไทยกำลังขับไล่ชายไร้บ้านคนหนึ่ง ที่แต่งตัวซอมซ่อ ผมเผ้ายาวรุงรัง เนื้อตัวเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล เดินมาขอข้าวหน้าร้าน ทำให้ลูกค้าต่างก็รังเกียจไม่กล้าเข้ามาใช้บริการ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ต้องโดนไล่ราวกับหมูกับหมาอย่างนี้เมื่อไม่ได้รับการช่วยเหลือ ชายผู้นั้นจึงเดินออกไป เขาเป็นคนสติไม่สมประกอบ จึงได้แต่ทำหน้านิ่งแล้วเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ เพื่อหาเป้าหมายใหม่ที่ใจดีกว่าคริสและชญานีพร้อมกับลูกชายตัวน้อยนามว่า ‘ชนา’ ซึ่งกำลังนั่งอยู่ในร้าน มองผ่านกระจกออกมาด้วยความสงสาร โดยเฉพาะชญานีที่เห็นคนตกทุกข์ได้ยากเป็นไม่ได้ จำเป็นต้องเข้าไปช่วยเหลือทุกครั้ง และครั้งนี้เธอจะไม่ยอมปล่อยให้ชายไร้บ้านผู้นั้นต้องอดอยากเป็นแน่“ผู้ชายคนนั้นน่าสงสารจังเลยค่ะ ฉันว่าเราซื้ออาหารไปให้เขาดีไหม ดูจากสภาพคงยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันแน่ ๆ”“เอาสิเดี๋ยวฉันจะนั่งรอเช็กบิล เธอไปสั่งอาหารนะ”“โอเคค่ะ” เธอยิ้มให้สามี ก่อนจะหันไปเอ่ยกับลูกชายตัวน้อยที่นั่งข้างกัน “ชนาจะ
ปัง!เสียงปืนทำให้ทุกคนต่างก็ชะงักงัน โดยเฉพาะลูคัสที่ยืนถือปืนมองไปรอบตัว ก็เจอกับใครบางคนที่คุ้นหน้าเดินเล็งปืนมาที่ตนเอง“ไอ้คริส!”มองไปอีกทางก็เห็นเอแดนเล็งปืนไปที่ลูกน้องของตัวเอง แถมยังมีคนของคริสเกือบยี่สิบนายยืนล้อมวงเอาไว้ พวกมันจึงใช้หญิงสาวเป็นตัวประกันทันที“ว่าไงไอ้ลูคัส มึงกับกูได้เจอกันเสียทีนะ” คริสแสยะยิ้มอย่างเป็นต่อ“มึงรนหาที่ตายแท้ ๆ ไอ้คริส คนอย่างกูไม่มีทางจนมุมให้มึงหรอก เอาตัวพวกมันมานี่” ได้รับคำสั่งสมุนของลูคัสก็พาตัวทั้งสองสาวเข้ามาหา เอเดนทำได้เพียงมองคนรักอย่างไม่ละสายตา“ปล่อยผู้หญิงซะ แล้วกูจะปล่อยมึงไป”“ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอวะ เอาตัวชญานีมาแลก ไม่งั้นคนแรกที่จะต้องตายคือยูเมโกะ กูรู้นะว่าลูกน้องมึงรักเธอมากแค่ไหน” ลูคัสแสยะยิ้มอย่างเป็นต่อ“ไม่ต้อง! ฉันยอมตาย ไม่ต้องเอาใครมาแลกทั้งนั้น”“ฉันก็ยอมตาย ถ้ามันจะทำให้ยัยนีกับลูกมีชีวิตต่อไป” เจนสุดากล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว“ช่างเป็นคนเสียสละเสียจริง หึ ๆ”ปัง!“โอ๊ย!”เสียงปืนปริศนาดังขึ้น ลูคัสถูกยิ่งเข้าที่หน้าท้อง ในวินาทีนั้นทุกคนต่างก็หาที่หลบซ่อนตัว เพราะไม่รู้ว่ากระสุนปริศนามาจากทิศทางไหน เอเดนรีบฉ
ลานท่าเรือที่เคยมีผู้คนเดินพลุกพล่าน บัดนี้กลายเป็นเพียงสถานที่อันเงียบสงัด มีเพียงแสงจากเสาไฟส่องสว่างเป็นจุด ๆ ยูเมโกะเดินไปยืนอยู่ตรงกลางลาน กวาดสายตามองไปรอบตัวก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่มั่นใจว่าผู้เป็นเจ้านายจะต้องหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง“ยัยนี! ฮือ... แกไม่น่ามาที่นี่เลย” เสียงเจนสุดาดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ยูเมโกะชะงักงัน ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งยังไม่ยอมเอ่ยอะไร“ในที่สุดคุณก็มาจนได้ หึ ๆ” เอเดนหัวเราะอย่างพอใจ“ยัยนีรีบกลับไปตอนนี้เลย ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน” เจนสุดาตะโกนลั่น หญิงสาวที่เคยมีใบหน้าสวย ตอนนี้กลับโทรมขึ้นถนัดตา ขอบตาคล้ำราวกับคนที่อดหลับอดนอนมาหลายวัน นั่นเป็นเพราะยาเสพติดที่ลูกคัสฉีดเข้าไปในตัวเธอ จนตอนนี้แทบจะกลายเป็นทาสเขาเพราะฤทธิ์ยานรกนั่นไปแล้ว“ทำไมไม่หันมา คิดจะเล่นตุกติกอะไรงั้นเหรอ มาถึงที่นี่แล้วยังไงคุณก็ไม่มีทางรอดหรอก” ลูคัสเริ่มหวาดระแวง มองไปรอบตัวเพื่อสังเกตว่ามีอะไรผิดปกติไหมยูเมโกะกำลังจะเลื้อยมือลงไปหยิบปืนแต่ทว่าลูคัสกลับรู้ทันเสียก่อน“ห้ามขยับ! ไม่งั้นเพื่อนคุณตายแน่”“เอาเลยฆ่าฉันเลย! อยู่แบบนี้มันก็เหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว ฉันโคตรเสียใจที่เคยรั
ชญานีตัดสินใจใส่ยานอนหลับลงในอาหารมื้อเย็น ทำให้คนทั้งบ้านหลับไม่ได้สติ รวมถึงคริสเองที่ตอนนี้นอนนิ่งอยู่บนเตียง หลังจากแต่งตัวเสร็จแล้วชญานีก็เดินมาหาคนรัก จ้องมองเขาผ่านม่านน้ำตา เพราะไม่รู้ว่าการเดินออกจากบ้านครั้งนี้ จะมีโอกาสได้กลับมาไหมมือเรียวเอื้อมไปลูบไล้ใบหน้าคมอย่างทะนุถนอม จับมือเขาขึ้นมาแนบแก้มตนเองจนแปดเปื้อนคราบน้ำตาที่ไหลบ่าลงมาไม่หยุดหย่อน“ฉันขอโทษนะคะคุณคริส ที่ตัดสินใจทำอย่างนี้ ยัยเจนคือเพื่อนที่ฉันรักมาก ฉันทนไม่ได้หากเพื่อนต้องตกอยู่ในนรกขุมนั้น”กล่าวจบแล้วก็วางมือเขาไว้บนเตียงเช่นเดิม โน้มใบหน้าลงไปจุมพิตที่กลางหน้าผาก ก่อนจะเดินออกไปจากห้องเร่งฝีเท้าออกมาจนพ้นรั้วบ้าน ชญานีก็เห็นรถจอดรออยู่ก่อนแล้ว เจ้าหล่อนจึงรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ“เธอใช้วิธีไหนถึงออกมาได้”“ฉัน...วางยานอนหลับคนทั้งบ้าน แต่หลับแค่ไม่นานหรอก”“พร้อมแล้วใช่ไหม”“อื้ม ฉันพร้อมแล้ว” เจ้าหล่อนสูดอากาศเข้าปอดเพื่อเรียกความกล้า“ไปถึงที่นั่นแล้วเข้าไปคนเดียวนะ ฉันจะคอยคุ้มกันให้เธอเอง”“ขอบใจนะยูเมโกะ ฉันต้องพึ่งเธอแล้วล่ะ” ชญานีส่งรอยยิ้มที่จริงใจให้เพื่อนใหม่“เธอเป็นเพื่อนฉันแล้ว ยังไงเพื
“ยัยเจน! ฮึก ขอร้องล่ะนะอย่าทำอะไรเพื่อนฉันเลย” ได้ยินเสียงกรีดร้องของเพื่อนชญานีก็น้ำตาไหล ใจจะขาดรอน ๆ(ตอนนี้ชีวีตคุณเจนขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะ ถ้าคืนนี้เวลาสองทุ่ม ผมไม่เห็นคุณที่นั่น พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวมารับศพคุณเจนได้เลย หึ ๆ) กล่าวจบแล้วลูคัสก็วางสายไปชญานีเข่าทรุดนั่งลงบนพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก น้ำตาไหลพรั่งพรูลงอาบสองแก้มด้วยความเสียใจ รู้สึกสับสนกับชีวิตที่เกิดเรื่องร้าย ๆ ไม่หยุดหย่อน คราวนี้เธอจะตัดสินใจอย่างไรดี“ใจเย็น ๆ นะชญานี นายท่านว่ายังไงบ้าง บอกได้ไหม เผื่อว่าฉันจะช่วยอะไรได้” ยูเมโกะโอบไหล่เธอเพื่อให้กำลังใจ“ไอ้นั่นมันจับเพื่อนฉันไปทรมาน มันบอกว่าคืนนี้เวลาสองทุ่ม ถ้าฉันไม่ไปที่ท่าเรือมันจะฆ่าเพื่อนฉัน มันสั่งห้ามไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร ฉันควรจะทำยังไงดียูเมโกะ ฮือ ๆ ฉันกลัวเหลือเกิน”“นายท่านไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอก เพราะถ้าเพื่อนเธอตายก็จะไม่มีอะไรต่อรอง ควรเอาเรื่องนี้ไปบอกกับคุณคริส เขาต้องช่วยเธอได้แน่ ๆ”“ไม่นะ! ฉันกลัวว่าเพื่อนจะโดนทำร้าย ยัยเจนคือเพื่อนที่ฉันรักที่สุดในชีวิต เป็นเหมือนพี่น้อง เป็นคนในครอบครัว ฉันไม่มีทางปล่อยให้เพื่อนฉันเป็นอะไรไปแน่”
หลังจากผ่านบทรักอันร้อนแรงมาเกือบทั้งคืน คนทั้งสองก็นอนอย่างหมดแรงอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยเปล่า ชญานีรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่เลือกผู้ชายคนนี้ เพราะเขารุนแรงและป่าเถื่อนจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด เจ็บปวดระบมไปทั้งตัวจนแทบจับไข้นอนเอาแรงจนเกือบจะถึงบ่ายโมงแล้ว เปลือกตาสวยก็ค่อย ๆ ขยับ คิ้วโก่งขมวดเข้าหากั
“คุณคริสอย่าเพิ่งใจร้อนสิคะ ถึงยังไงวันนี้เราก็จะได้ไปสนุกกันแน่นอน ว่าแต่ผู้ชายที่เพอร์เฟคอย่างคุณมีแฟนแล้วรึยังคะ” เจ้าหล่อนจับมือเขาออกจากต้นขา เพราะรู้สึกรำคาญเต็มที หากไม่ติดว่าคนคนนี้เหมาะที่จะเป็นพ่อของลูก คงจะซัดหมัดเข้าไปที่ใบหน้าแล้ว“ถ้าบอกว่าไม่มี คุณจะเชื่อไหม”“ไม่ค่ะ”“นั่นไงบอกแล้วก
ณ เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกาค่ำคืนแห่งแสงสีในผับหรูชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่เป็นศูนย์กลางความเจริญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นักท่องราตรีหลายชีวิต ต่างก็สนุกสนานกับเสียงเพลง และเครื่องดื่มอย่างสุดเหวี่ยง บ้างก็นั่งดื่มอยู่บนโซฟานุ่ม ๆ กับผองเพื่อน บ้างก็กำลังออกสเต็ปโยกย้ายอย่างสุด
“เธอไม่น่ามาเป็นนักฆ่าเลยจริง ๆ” เขาเปรยออกมาอย่างไม่รู้ตัว สายตาคมจ้องมองเธออย่างเสน่หา ชญานีเงยหน้าขึ้นมาหมายใจจะต่อว่าเขาอีกครั้ง แต่ทว่าเมื่อสบตากันแล้วกลับนั่งนิ่ง สายตาคมคู่นั้นจริงจังจนรู้สึกแปลก ๆ ต้องหลุบตาลงมองที่เท้าแทน“ก็ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกคุณเข้าใจ ไม่รู้จะพูดยังไงให้เชื่อแล้ว”“







