Masukหมอแสงตั้งชื่อลูกสาวคนแรกว่า ‘อิ่ม’ เพราะแม่ชอบเวลากินอิ่มที่สุด ยามอิ่มท้องจะได้ไม่ทนทรมาน เป็นคำอวยพรอวยชัยให้ลูกได้กินอิ่มนอนหลับตลอดไปหลังคลอดลูกจันทรก็กลับมากระทบกระทั่งกับแม่ผัวตามเคย นางอบเชยคอยเข้ามาวุ่นวายกับหลานไม่เว้นวายประสาคนว่าง งานการก็ไม่ต้องทำ งานบ้านงานเรือนแม่ลออก็คอยจัดการให้ ส่วนการดูแลลูกชายตน จันทรก็รับหน้าที่นี้ในฐานะเมียไปแล้ว นางอบเชยจะเหลืออะไรให้ทำเล่านอกจากเลี้ยงหลานตอนแรกหมอแสงคิดว่าหากมีหลาน เด็กน้อยคงจะเป็นกาวใจให้แม่กับเมียเขาได้ใกล้ชิดช่วยกันเลี้ยงหลาน แล้วที่ขัดแย้งกันมานานนมอาจจะดีขึ้นปรากฏว่าไม่ !เขาอาจจะคิดดีมากเกินไป เพราะความเป็นจริงคือ ยิ่งมีหลาน รอยแตกร้าวยิ่งพินาศไปใหญ่“เจ้าให้ลูกไปนั่งเล่นกองดินกองทรายได้อย่างไรเล่า ลูกเป็นหญิงเนื้อตัวผิวพรรณบอบบาง หากเป็นริ้วเป็นรอยไปจะทำอย่างไร”ตอนแม่อิ่มได้เกือบสองขวบ จันทรเพียงพาลูกออกไปนั่งเล่นกับพวกบ่าว เด็กน้อยหัดเดินมีเสียงพวกบ่าวร้องเรียกให้กำลังใจ ความที่ขายังไม่แข็งแรงสักเท่าไหร่ เดินไปสักหน่อยก็ล้มเผละลงบนดินอยู่อย่างนั้น เนื้อตัวเปรอะเปื้อนตามประสาสำหรับจันทร หญิงสาวไม่ได้คิดอะไรมากมาย มอ
เรไรเตรียมข้าวของแต่เช้า พาบ่าวไพร่ยกขบวนมาที่เรือนหมอแสง ตอนนั้นจันทรช่วยผัวตระเตรียมข้าวของอยู่ในห้องพิธี หมอแสงบ่นเมียเล็กน้อย เรื่องสร้างเรื่องสร้างราวให้วุ่นวาย คนเป็นเมียค้อนขวับ หมอแสงจึงเงียบปากไป นั่งม้วนสายสิญจน์เงียบ ๆ ไปน่าจะปลอดภัยกว่า“คุณพี่บอกว่าให้ฉันตอบคุณแม่แค่ว่า ได้เจ้าค่ะ นี่เจ้าคะ”ก็จริงอยู่ว่าเขาให้ตอบอย่างนั้น แต่เขาหมายถึงเรื่องเตรียมสำรับ เก็บผัก เย็บผ้า ร้อยดอกไม้นั่น ไม่ใช่เรื่องมีเมียเพิ่ม“แล้วหากปฏิเสธ คุณแม่ท่านก็ไม่จบอีกนะเจ้าคะ”เรื่องนี้หมอแสงก็เห็นด้วย นั่นก็แม่ นี่ก็เมีย ไม่รู้จะโอนเอนไปทางไหน ก็รักทั้งคู่นั่นแหละ“ให้ฝ่ายแม่เรไรปฏิเสธเองไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ”“แล้วหากนางลนน้ำมันพรายได้อย่างเอ็งเล่า”จันทรหลุดหัวเราะ มองหน้าผัวแล้วก็เกิดขำ หมอแสงตาวาว เข้าใจความหมายสายตาของเมียดี สายตาแบบนี้มันเหมือนจะบอกว่า ขนาดเขาที่เป็นหมอเสน่ห์ยังลนไม่ได้ นับประสาอะไรคนอื่นจะลนได้เล่าอย่างไรอย่างนั้นเลย“เอ็งนี่มันร้ายนัก”“ฉันไม่ได้อะไรนะเจ้าคะ”จันทรไม่รับหรอกว่าเย้ยเขาทางสายตา หมอแสงเห็นว่าบ่นไปก็รังแต่จะเข้าตัว สู้เตรียมของไปเงียบ ๆ เสียดีกว่าเรไรชะเง้อชะแ
นับตั้งแต่จันทรกลับมาอยู่ที่สุพรรณบุรี หมอแสงก็ยังไม่ได้อยู่อย่างสงบเลยสักวัน หลังจากหมดปัญหาระหว่างผัวเมีย ก็เข้าสู่ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ต่อ ตัวหมอแสงเองไม่ได้สนใจไยดีสายตาชาวบ้านสักเท่าไหร่แล้ว แต่กับมารดาเขาก็ยังเกรงอกเกรงใจ แลแน่ใจด้วยว่าจันทรเองก็คงเกรงอกเกรงใจเหมือนกัน เพียงแต่ว่ารูปแบบของการเกรงใจของผู้เป็นเมีย ไม่ใคร่จะเหมือนเขาสักเท่าไหร่“บอกกี่ครั้งแล้วว่ากำลังท้องกำลังไส้อย่ามาร้อยมาลัย ผีจะผลัก ไม่เข้าใจรึแม่จันทร” เสียงบ่นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังขึ้นจากชานบ้านเป็นประจำ นางอบเชยส่งสายตาไม่พอใจดุสะใภ้จนบังเกิดเป็นความเคยชินของคนบนเรือนไปเสียแล้ว“ตอนกลางวันไม่มีผีดอกเจ้าค่ะ” ขนาดเจ้าจุกยังหายหัวไปเลย“ข้าบอกอะไรเจ้าก็ทำ ไม่ต้องมาเถียงฉอด ๆ นี่จะไม่เกรงอกเกรงใจกันแล้วใช่หรือไม่”“พรุ่งนี้ฉันว่าจะใส่บาตรให้พ่อกับแม่น่ะเจ้าค่ะ” จันทรอ้างเหตุผล พอเป็นของพ่อของแม่ก็อยากทำเอง“ก็ให้พวกบาวไพร่มันทำ”หมอแสงชำเลืองมองเมีย จังหวะนั้นเมียก็มองมาพอดี หมอแสงเลยจำต้องลุกจากชานหน้าเรือนมานั่งลงข้าง ๆ ดึงเอาพานดอกไม้มาทำเสียเอง“พ่อแสงหยุดเดี๋ยวนี้” คนเป็นแม่ออกคำสั่ง “เป็นชายมาร้อยมาลัยได้อ
“เอ็งเป็นอะไรรึ สีหน้าดูกังวล”“ฉันคิดเรื่องที่สุพรรณ”คนเป็นผัวค่อนข้างแปลกใจเมื่อเมียบอกว่าคิดถึงเรื่องที่สุพรรณ ก็แต่ไหนแต่ไรมาคนอย่างจันทรไม่เคยคิดมากเกินกว่าเวลาที่ตนอยู่ เรียกได้ว่าเป็นคนที่อยู่กับปัจจุบันล้วน ๆ“คิดว่ากระไร” เขาลูบผมดำขลับด้วยความรักใคร่ กดจมูกลงข้างขมับหนัก ๆ ทีนึง“ถึงที่นั่นพ่อหมอไม่อายคนอื่นหรือจ้ะ ที่พาฉันกลับไป”“อาย” หมอแสงยอมรับโดยดุษฎี คนเราไม่ได้เปลี่ยนกันได้ชั่วพริบตาขนาดนั้น เขายังกังวลเรื่องสายคนอื่นอยู่มาก“อย่างนั้นไม่ดีกว่าหรือจ้ะ ถ้าพ่อหมอจะกลับไปเพียงลำพัง”“เอ็งวนไปวนมาอีกแล้ว” หมอแสงว่า “ข้าอายก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของข้า เอ็งเป็นเมียข้า ข้าให้สิทธิ์เอ็งเต็มที่ เอ็งมีหน้าที่ดูแลเรือน ดูแลบ่าวไพร่ก็ทำไป ข้ามีหน้าที่หน้าด้านหน้าทนให้คนต่อว่าต่อขานก็เท่านั้น”“ฉันไม่เข้าใจเลยเจ้าค่ะ” จันทรไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกนั้น เพราะเธอไม่ได้อับอายที่มีเขา“เรามันมนุษย์ธรรมดาจันทร บางเรื่องเอ็งปล่อยข้ารู้สึกแล้วอย่าถือสาได้หรือไม่ ข้าสัญญาว่าจะดูแลเอ็งอย่างดี เท่าที่ข้าจะทำได้”“แล้วฉันจะตอบแทนสิ่งใดพ่อหมอได้หรือไม่”หมอแสงเม้มปากครุ่นคิด หากจะมีอะไรสักอย่
จันทรนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น กระทั่งหมอแสงจัดการกับพวกโจรเรียบร้อยแล้วจึงเดินกลับขึ้นเรือนมานั่งลงข้าง ๆ เมีย ดึงทั้งตัวคนกำลังขวัญเสียเข้ามาปลอบ“ไม่เป็นไรแล้ว ปลอดภัยแล้ว”เขาเองก็เกือบตายเหมือนกัน ใครจะไปคิดว่าคนที่จ้างจะกลายเป็นโจรจริง ๆ ขึ้นมาเสียอย่างนั้นหมอแสงเห็นไอ้สองคนนี้นั่งดื่มสุราในตลาด จึงเสนอเงินให้ แลกกับการทำเป็นปล้นเรือน เขาจะทำเหมือนว่าพวกโจรเก่าหวนคืนกลับมา เรือนนี้จะได้ดูไม่ปลอดภัย จันทรจะได้ยอมกลับสุพรรณไปด้วยกัน กลายเป็นว่าไอ้พวกนั้นรับเงินค่าจ้างไปแล้วแต่มาปล้นจริง มันน่าโมโหน้อยเสียเมื่อไหร่ตอนเอาโจรชั่วสองคนไปมัดกับเสาเรือน หมอแสงเลยเอาน้ำมันพรายของเจ้าจุกป้ายไปทีนึง ให้มันเห็นหน้าเขา หลงเสน่ห์เขาทุรนทุรายอยู่ที่เสาเรือน ซ้ำยังลงคาถาอาคมกันศัตรูปองร้ายเอาไว้ ไม่ให้พวกนั้นมองเห็นตัว ให้มันโหยหาเสน่หาแต่ไม่อาจจะพบเห็นหน้าแตะเนื้อต้องตัวได้ มันจะได้เจ็บเจียนตาย ข้อหาทำเมียเขาอกสั่นขวัญแขวนสมน้ำหน้าไอ้พวกชั่ว !“เรากลับสุพรรณกันเถอะเจ้าค่ะ พ่อหมอ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว” จันทรกลัวว่าพวกโจรจะมาอีก แค่เห็นเขาโดนมีดจ่อใจเธอก็จะขาดรอน ๆ หมอแสงลอบยิ้มกริ่ม กอดเมียเ
แผนการเริ่มขึ้นคืนเดือนเต็มดวง หมอแสงเลือกวันที่สว่างไสวที่สุด เขานอนหน้าเรือนเฉกเช่นเคย กระทั่งได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากใต้ถุนเรือนจึงลืมตาขึ้นด้วยคิดว่าได้เวลาแล้วชายหนุ่มใช้หลังมือเคาะประตูเรือนเบา ๆ“จันทร” เสียงกระซิบแผ่วเรียกเมียที่กำลังหลับใหลในห้อง จันทรงัวเงียบ่นผัวอยู่ภายใน ยิ่งกำลังท้องกำลังไส้จึงอ่อนเพลียไม่อยากจะลุก หมอแสงก็พยายามจะเคาะอีก “จันทร ข้าได้ยินเสียงแปลก ๆ”จนแล้วจนรอดจันทรก็ไม่เปิดออกมา หมอแสงจึงเคาะซ้ำลงไปเสียงดังกว่าเดิม“จันทรเอ็งไม่ได้ยินข้ารึ”จะว่าไม่ได้ยินเลยก็ไม่ใช่ แต่ทุกคืนหมอแสงก็เคาะฝาเรือนเธอด้วยเรื่องไร้สาระ ยุงกัดบ้าง หิวข้าวบ้าง น้ำค้างแรงบ้าง นอนฝันร้ายบ้าง สารพัดสารเพจะหาข้ออ้างเข้ามานอนข้างใน จันทรกำลังท้องจึงขี้เกียจมากกว่าปกติ หญิงสาวอยากจะนอนมากกว่าไปสนทนาเรื่องไร้สาระเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่น“จันทร” เสียงหมอแสงดังขึ้นอีก เมื่อจันทรไม่เปิดเขาก็รัวเสียงดัง“จันทร เอ็งได้ยินข้าหรือไม่ จันทรโว้ย”คนเป็นผัวชักฉุน เรียกเท่าไหร่เมียก็ไม่ลุกสักที สันดานเดิมก็เอาแต่ใจ จึงเผลอไผลแสดงออกมาแล้วก็นึกได้ เสียงเบาลงไปอีก“จันทรเอ็งได้ยินข้าหรือไม่”จันทรเหน
“อย่างนั้นบ่าวแม่เรไรเข้าใจผิดหรือ” จันทรสับสนงุนงง พวกบ่าวบอกสร้อยแม่เรไรหายด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ แต่คนเป็นนายดูไม่ได้เข้าใจไปในทางเดียวกัน “แล้วพวกบ่าวแม่เรไรหาอะไรกัน”หญิงสาวเหลียวหน้าเหลียวหลังไม่เข้าใจ“เอ็งคุยกับพวกบ่าวมันรู้เรื่องดีแล้วรึ”
หมอแสงก็สั่งไอ้ชิดไอ้ชมให้ตระเตรียมข้าวของให้พร้อม ทั้งมีดหมอ น้ำมนตร์ สายสิญจน์ ขี้ผึ้ง เทียนชัยและขวดสำหรับใส่น้ำมันพราย หมอแสงให้เตรียมมาเป็นจำนวนมาก“ข้าจะลนทีเดียวให้ได้เยอะ ๆ มีกี่ศพข้าจะลนให้หมด”“พ่อหมอจะปลุกเสกไหวรึขอรับ” ไอ้ชิดเป็นห่วงเจ้านาย กลัว
คนที่จันทรเชื่อว่าดีนักหนายืนชะเง้อชะแงรอเธออยู่หน้าเรือน หมอแสงไม่อยากปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ในเมื่อจันทรมาแล้วก็คุยเรื่องลนน้ำมันพรายให้จบ ๆ เสร็จแล้วเขาจะได้ขับไล่ไสส่ง นางทองบอกว่าจันทรไปกินข้าวที่ท่าน้ำ หมอแสงตามไปไม่เห็นว่ามีใคร เดินวนไปเวียนมาจนกระทั่งฟ้าเปลี่ยนสีก็ไม่เจอจันทรแม้แต่เงา มาอย
คนขี้เกียจตัวเป็นขนโดนปลุกหลังจากหลับได้ไม่นาน หมอแสงเรียกบ่าวไพร่ขึ้นมาพาจันทรลงไปยังครัว หญิงสาวยังงุนงงในคราแรก ไม่รู้ว่าเป็นเมียเจ้าของเรือนต้องลงมาเตรียมสำรับข้าวด้วย กระทั่งเห็นว่ามีกับข้าวมากมายก่ายกองความคิดสงสัยจึงถูกปัดทิ้ง รีบกระวีกระวาดแสดงความขยันขันแข็งเสนอหน้าเข้าไปช่วยเหลือทันที“ฉั





![เพลินพิศวาส [20++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

