Masukในวันฝนพรำ...
เมื่อวานตอนเย็นหริลักษณ์มารับเธอไปทานอาหารตามที่เขาเอ่ยปากขออนุญาตไว้กับผู้ปกครองของเธอก่อนเขาจะเดินทางลงกรุงเทพฯกับกมลเนตร
และตลอดทั้งวันนั้นเขาเงียบหาย ไม่โทรหรือติดต่อกลับมาสักครั้งเดียว ไม่แม้จะส่งข้อความตอบกลับเธอด้วยซ้ำ ตอนเธอส่งไลน์ไต่ถาม เพียงห่วงเขาเดินทางถึงที่หมายแล้วหรือยัง ปลอดภัยดีหรือไม่ เจอปัญหาอะไรหรือเปล่า แต่สิ่งที่เธอรอคอย คำถามเหล่านั้นที่เธอส่งหาเขาด้วยความห่วงใย สิ่งตีกลับมา มันคือความว่างเปล่า หน้าจอมือถือของเธอยังคงนิ่งสงบไร้การสื่อสารตอบกลับใดๆทั้งสิ้น
และแน่นอน ณ ช่วงเวลาเงียบงันนั้น เขาคงกำลังดูแลเอาใจใส่ผู้หญิงที่ช่างดูเหมาะสม คู่ควรกับเขาแทบทุกประการอยู่สินะ กมลเนตรช่างดูเข้ากับเขาเสียเหลือเกิน พอวกกลับมาคิดถึงจุดอ่อนของตัวเอง สาวน้อยได้แต่ขมขื่นอุรา เรามันเป็นได้เพียงนางบำเรอ เด็กสาวที่สักวันคงต้องกางปีกบินออกจากกรงทองแห่งนี้ เพื่อหลีกทางให้กับตัวจริงของเขา
หญิงสาวก้มมองโทรศัพท์มือถือในมืออีกครั้ง แล้ววางมันไว้บนโต๊ะกระจก ก่อนตัดใจลุกขึ้นยืนเดินจากเก้าอี้ไม้สักขัดมันวาวในห้องรับแขก ลากขาเหนื่อยล้ากับบางสิ่ง เดินออกไปยังสวนหน้าบ้าน อยากให้พึ่งพาความสวยงามจากมัน ทำให้อารมณ์หดหู่นี้แจ่มใสขึ้นมาบ้าง
แปลงดอกไม้นานาพรรณต่างแข็งกันเบ่งบานต้องแสงจันทร์ สะท้อนความสวยงามแม้อยู่ในความมืดมิด ทว่ากลีบดอกแต่ละอันนั้นส่องแสงสว่างเพื่ออวดโฉมตัวเอง มันก็เปรียบเหมือนกับผู้หญิงโดยทั่วไป ต่างแกร่งแย่งชิงดีชิงเด่นเพื่อให้ตัวเองนั้นดูโดดเด่น สวยงามสะดุดตาต่อผู้พบเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อบรรดาชายหนุ่มทั้งหลาย ต่างก็อยากตกเป็นที่รักที่ชอบกันทั้งนั้น
รุ่งรดานั่งยองแล้วแตะกลีบดอกกุหลาบสีขาวมองมันอย่างอ่อนโยน ร่างเล็กอยู่ในชุดคลุมสีหวาน เธออาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน ทว่ามันกลับข่มตาหลับไม่ลงเอาเสียเลย เมื่อคนในหัวใจมาเงียบหายเสียดื้อๆทั้งวันแบบนี้...
พ่อเลี้ยงเหมขา! รดาคิดถึงคุณจัง คุณจะคิดถึงรดาบ้างไหมหนอ...
สาวน้อยทอดสายตาเศร้าหมองดูความสวยงามของแปลงดอกกุหลาบจนเมื่อผิวกายรู้สึกได้ถึงความเย็นฉ่ำ เมื่ออยู่ดีๆกลับมีเม็ดฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หญิงสาวไม่ได้ลุกขึ้นหนี ทว่ากลับแหงนเงยใบหน้าหวานขึ้นมองท้องฟ้า เม็ดฝนเรียงร้อยเป็นสายพราวระยับทำให้ใจประหวั่นหวนกลับไปคิดถึงวันนั้น วันที่เธอค้นพบว่าตัวเอง
เธอเกิดมาเพื่อเป็นผู้หญิงของผู้ชายที่ชื่อ เหมราช อัครวนานนท์...
และภาพในค่ำคืนแห่งความทรงจำ หลังจากเธอกลับจากตัวเมืองจึงผลุดขึ้นมาในห้วงคำนึง ทำเอากายสาวหนาวสะท้านจนทำให้ผิวเนื้อร้อนผ่าว รุ่งรดาเลยต้องยกลำแขนเรียวเสลาขึ้นมากอดตัวเองเพิ่มความอบอุ่น
อุ่นเพียงกายทว่าหัวใจกลับหนาวเหน็บราวถูกแช่แข็งไว้เสียอย่างนั้น
เธอยังจดจำมันได้อย่างแม่นยำทีเดียว มันเป็นวันฝนพรำเหมือนดั่งเช่นตอนนี้ ทว่าความหนาวเย็นของมันในวันนั้นยังมิอาจสู้ความหนาวเหน็บในหัวใจของเธอในตอนนี้ได้เลยสักนิด
เมื่อการหายเงียบทั้งวันของเขาคราวนี้ เขากลับมีลูกสาวคนงามของไร่ติดกันเคียงข้าง ซึ่งดูคุณเนตรช่างเหมาะสมคู่ควรกับเขาเสียทุกอย่าง มันทำให้เธอรู้สึกไร้ความสุขกับการรอคอยเขาเหมือนทุกครั้งเสียเหลือเกิน...
ครั้นพอย้อนกลับให้นึกถึงเรื่องราวในวันนั้น มันเป็นวันแห่งจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างเธอกับพ่อเลี้ยงหนุ่มใหญ่ ชายหนุ่มที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ปกครองของตนเองมานับหลายสิบปี
พ่อเลี้ยงเหมราชไม่ได้อยู่ในบ้านอย่างที่เธอคิด เธอเดินตามหาเขาจนทั่วทว่ากลับไม่พบชายหนุ่ม กดโทรศัพท์โทรหาปรากฏว่าเครื่องเขาปิด แบตเตอรี่เขาคงหมด หรือไม่ตอนนี้เขาคงวุ่นวายอยู่กับต้นองุ่นทั้งหลายจนลืมเวลา
ถ้าหากว่าเป็นเวลาปกติพ่อเลี้ยงจะกลับเข้ามาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนหกโมงเย็น ต่อจากนั้นจึงนั่งรับประทานอาหารพร้อมด้วยการจิบไวน์เล็กน้อยเพื่อเป็นการผ่อนคลายจากความเมื่อยล้า โดยมีเธอนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยทุกมื้อ
เรียกได้ว่ามันคือกิจวัตรประจำวันเลยทีเดียว
บ้านหลังนี้ไม่มีแม่บ้านประจำ แต่จะมีคนงานหญิงจากไร่องุ่นเข้ามาทำความสะอาดอาทิตย์ละสามวัน สำหรับอาหารเป็นหน้าที่ของเธอในตอนเช้า สำหรับตอนเย็นจะมีคนงานหิ้วใส่ปิ่นโตมาจัดเตรียมไว้ให้
บ้านไม้หลังนี้จึงมีเพียงเธอกับเขาอยู่กันลำพัง เนื่องจากพ่อเลี้ยงเหมราชเป็นคนรักสันโดษ เขาไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวมากนัก
เขาถึงได้ครองตัวเป็นโสดมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ยอมลงเอยกับสาวสวยมากหน้าหลายตาที่มักวนเวียนเข้ามาทอดสะพาน ด้วยการทำตัวตีสนิทกับชายหนุ่มสักราย ขนาดกมลเนตรที่ได้ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามเหมาะสม พ่อเลี้ยงเหมของเธอยังไม่ยอมเอยปากขอสาวเจ้าแต่งงานสักที...
และด้วยวันนี้ตลอดทั้งวัน เธอขออนุญาตผู้ปกครองเข้าตัวเมือง เพื่อหาซื้ออุปกรณ์ทำรายงานส่งอาจารย์วราลี แน่นอนเธอไม่ได้ไปคนเดียว ทว่ายังมีกลุ่มเพื่อนมากกว่าห้าคนขับรถเข้ามารับเธอถึงในไร่ และหนึ่งในนั้นมีหริลักษณ์พี่รหัสของเธอซึ่งทำหน้าที่ขันอาสาเป็นสารถีพร้อมกับยังอาสาช่วยค้นหาข้อมูลเนื้อหายากๆเกี่ยวกับรายงานให้อีกต่างหาก
เป็นใครจะกล้าปฏิเสธน้ำใจได้ลงคอ ถึงเธอนั้นจะรู้อยู่เต็มอก หริลักษณ์คิดเช่นไรกับเธอกันแน่ เมื่อชายหนุ่มรุ่นพี่เล่นให้ความเอ็นดูเธอมากกว่ารุ่นน้องคนอื่นๆในกลุ่ม ทว่าเธอกลับมองเขาเป็นเพียงเพื่อนร่วมสถาบันเดียวกันเท่านั้น เธออยากตั้งใจเรียนให้ได้เกรดเฉลี่ยดีๆ เพื่อให้สมกับเงินทุกบาทสุกสตางค์ที่พ่อเลี้ยงเหมราชควักจ่ายให้ ส่วนเรื่องของหัวใจ ตอนนี้เธอยังไม่อยากให้ความสำคัญกับมันมากนัก
และหลังจากกลับมาจากซื้ออุปกรณ์ในตัวเมือง จวบจนกระทั่งแวะทำรายงานที่บ้านของเพื่อนในกลุ่มจนเสร็จ กลับเข้าไร่องุ่นอีกทีก็ถึงเวลาทานอาหารเย็นพอดี ทว่าในบ้านกลับดูเงียบเชียบ พ่อเลี้ยงเหมราชยังไม่กลับออกมาจากไร่หรือไง
“เขาหายไปไหนนะ...”
ที่โต๊ะอาหารถูกจัดวางไว้อย่างเรียบร้อยน่าทาน แต่กลับไร้ร่างสูงใหญ่นั่งประจำที่ นึกกังวลเป็นห่วงเขาสารพัด และด้วยความร้อนใจ หญิงสาวจึงรีบสาวเท้าไปยังโรงจอดรถ ลากเจ้าจักรยานสองล้อมาจูง แล้วปั่นเข้าไร่ เผื่อจะเจอเขาอยู่ที่นั่น
ฮันนีมูนสุดหวาน (ตอนพิเศษ)“ซี้ดดดดด...ขยับแรงอีกนิดสิเมียจ๋า” พ่อม้าหนุ่มใหญ่ออกปากสั่งการเสียงกระเส่า ปลายเท้าเกร็งรับแรงส่งจากด้านบน ส่วนฝ่ามือใหญ่เอื้อมจับเอวคอดกิ่วไร้ไขมันไว้มั่น สายตาละห้อยน้ำลายหกยามมองเต้านมอวบใหญ่กระเพื่อมไหวตามการขยับตัวของแม่ม้าสาวสุดร้อนแรงโอ้ว! เมียเขาดูเซ็กซี่เป็นบ้า จะขยับทำอะไรล้วนทำให้เขาอารมณ์กระเจิงเสียทุกที คนถูกควบขี่แอบนึกชื่นชมภรรยาสุดสวยอยู่ในใจ มันคือความโชคดีของเขาที่ใครต่างนึกอิจฉา เขามีเมียอายุเด็กกว่าหลายรอบ แถมยังสวยราวนางฟ้าอย่างหาตัวจับยากอีกต่างหาก...ใครบ้างจะไม่นึกอิจฉาพ่อเลี้ยงแห่งไร่องุ่นอย่างเขา“ซี้ดดดด...อ๊ะ...อ๊ะ...กระแทกลงมาหนักๆเลยคุณเมีย” ถึงรุ่งรดาจะเป็นผู้ควบคุมในการควบขี่ม้าเช่นเขาในครั้งนี้ ทว่าจังหวะกระแทกน้ำหนักเข้าหาเพื่อสอดประสาน ส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากแรงช่วยจากผู้เป็นสามีอีกต่อหนึ่ง เนื่องจากพ่อม้าหนุ่มกลัวว่าแม่ภรรยาตัวน้อยจะเกิดอาการเหนื่อยเกินไปนั่นเอง...“อูยยยย...เมียจ๋า
เด็กสาวผู้มากับแสงจันทร์ (ตอนพิเศษ)ข่าวการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์สร้างความตกใจให้แก่เจ้าของไร่องุ่นชื่อดังเป็นอย่างมาก เขาไม่คิดเลยว่าวิโรจน์กับวิกานดาจะด่วนจากไปรวดเร็วถึงเพียงนี้ในเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาทั้งสองคนผัวเมียเพิ่งมาขอความช่วยเหลือจากเขาในเรื่องการเงิน เขาตอบตกลงโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดอะไรมาก ความเป็นเพื่อนตายมาตั้งแต่จำความได้ ไม่สามารถหาสิ่งใดมาเทียบค่าได้เท่ากับความจริงใจอยู่แล้ว...หลังจากได้รับข่าวร้าย และเริ่มตั้งสติได้ เขาจึงรีบลงไปกรุงเทพฯเป็นการด่วน เพื่อจัดการเรื่องงานศพให้ทั้งสองคนอย่างสมเกียรติ รวมถึงปัญหาต่างๆ ก่อนจะเดินทางกลับไร่องุ่นของตนเอง เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อยดี ไม่มีสิ่งใดต้องคิดค้าง จนอาจทำให้เสียชื่อเสียงถึงคนที่ตายจาก โดยเฉพาะเรื่องหนี้สินที่เป็นปัญหาหนักสำหรับครอบครัวของวิโรจน์ เขาจัดการใช้หนี้ให้จนครบหมดทุกรายก่อนจะกลับขึ้นมาเชียงใหม่เหมราชยกแก้วเหล้ากระดกเข้าปาก ก่อนจะถอนหายใจเสียงดัง ด้วยรู้สึกหนักใจกับปัญหาที่คิดไม่ต
(ต่อ)“คุณพ่อขา...อุ้มอุ่นหน่อยขา” สาวน้อยของบ้านวัยสองขวบเศษเดินยิ้มอวดฟันหน้าเข้ามายังห้องครัว โดยมีคุณแม่วัยสาวเดินตามมาไม่ห่าง วันนี้คุณพ่อเกิดใจดีขอลงมือทำอาหารมื้อเย็นให้คุณแม่กับคุณลูกทานด้วยตัวเอง“ค่ะ...คุณลูกสาว”พ่อเลี้ยงเหมราชย่อตัวนั่งลงกับพื้น พร้อมอ้าวงแขนออกกว้างเพื่อรอรับร่างจำหม่ำของแม่หนูน้อย นามว่า รุ่งนภา หรือชื่อเล่นว่า เด็กหญิงอิ่มอุ่น สาวน้อยที่เป็นทั้งแก้วตาดวงใจให้กับทั้งพ่อและแม่“พอตื่นขึ้นมาแกก็เรียกหาแต่คุณพ่อเลยละค่ะ รดาจับอาบน้ำแต่งตัวให้ใหม่ แล้วก็วิ่งลงมาหาคุณพ่อทันที...” รุ่งรดาเดินมาย่อตัวลงนั่งเคียงข้างสามี พร้อมกับกดปลายจมูกหอมแก้มสาก เป็นสิ่งที่เหมราชชื่นชอบมากเป็นพิเศษ กับการแสดงความรักของผู้เป็นภรรยาสาว“อาหารใกล้เสร็จพอดี คุณแม่ล่ะครับ อาบน้ำลงมาพร้อมทานข้าวเลยหรือยังเอ่ย”แววตาแพรวพราวนั้นส่อเจตนาอะไรบางอย่าง หญิงสาวที่ใช้ชีวิตร่วมกับเขามาเนิ่นนานย่อมตีความหมายในแววตานั้นได้ไม่ยาก พวงแก้มเธอจึงกลายเป็นสีแดงระเรื่อ เลยส่งมอบค้อนวงโตแทนคำตอบให้ผู้เป็นสามี เหมราชหัวเราะหึ เอื้อมมือบีบปลายจมูกเล็กของภรรยาอย่างนึกมันเขี้ยว“แล้วคุณพ่อจะทานอาหาร
(ต่อ)หญิงสาวเผลอตัวส่งสายตาสำรวจชายหนุ่มหล่อเหลาตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางสง่า ดวงตาถูกบดบังด้วยแว่นกันแดดสีชา เธอเลยไม่อาจเห็นมันอย่างชัดเจน ถ้าเห็นเธอจะจำเขาได้ แต่เธอได้ยินพี่หริเรียกชื่อผู้ชายคนนี้ว่า อสุเรศ บวกกับเครื่องแต่งกายแบรนด์เนมทั้งตัว บ่งชัดชายหนุ่มคนนี้ต้องมีฐานะไม่ธรรมดา หรือแม้กระทั่งบุคลิกท่าทางที่ดูน่าเกรงขามสมชื่อเขาเหลือเกิน เมื่อรวมลักษณะทั้งหมดนี้ก็ไม่น่าจะใช่นายสมหมาย คนขับรถส่วนตัวของเธอแล้ว...คนเราอาจมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกันได้ ใช่...เขาจะเป็นนายสมหมายไปได้ยังไง ในเมื่อหมอนั้นเทียบชั้นกับผู้ชายตรงหน้าเธอไม่ได้เลยสักอย่างเดียวสิริสรรีบเรียกสติของตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนเธอกลับไปทำหน้าเรียบเฉย ขจัดสิ่งรบกวนจิตใจออกไป ไหนเคยสัญญากับตัวเองว่าจะลืมผู้ชายใจโลเลคนนั้น เธอต้องทำให้ได้สิ จะมัวมายืนคิดถึงคนที่ทิ้งเธอไปอยู่อีกทำไม หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกกำลังใจ พอดีกับหริลักษณ์เอ่ยปากแนะนำเธอให้รู้จักกับลูกค้ารายใหม่ที่กำลังจะขึ้นไปเซ็นสัญญา “น้ำผึ้ง...นี่คุณอสุเรศ ลูกค้าที่เราจะมาพบและเซ็นสัญญาด้วยกันวันนี้ครับ”“เอ่
ยามเมื่ออาทิตย์ส่องแสงอีกสามปีต่อมา...“ข้อมูลที่พี่บอกให้เตรียมเพิ่มอีกสองหัวข้อ เตรียมพร้อมแล้วนะครับน้ำผึ้ง”เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามในขณะที่ขานั้นเร่งก้าวให้ทันเวลานัดหมาย ใบหน้าหล่อเหลาซึมด้วยเม็ดเหงื่อผุดกระจายเต็มหน้าผาก แต่ทว่าเนื่องจากเวลาเร่งเร้าเต็มที เขาจึงยังไม่เวลาดูแลตนเอง เพราะเหลือเวลาอีกเพียงไม่เกินยี่สิบนาที จะถึงเวลานัดหมายเพื่อเซ็นสัญญาซื้อขายกับลูกค้ารายสำคัญในรอบปีเขากับสิริสรเดินทางมาถึงกรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อเย็นวาน หญิงสาวขอแยกตัวเข้าพักยังบ้านเพื่อนสนิทอย่างรุ่งรดา ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีสามีตามใจหนักหนา อยากได้อะไรแทบจะหาประเคนกันให้เต็มที่ ขัดใจนิดขัดใจหน่อยเป็นไม่มี ถึงขั้นลงทุนซื้อบ้านหลังโตไว้ให้คุณแม่ลูกหนึ่ง เพื่อไว้ใช้สำหรับพาครอบครัวสุขสันต์มาเที่ยวพักผ่อนโดยเฉพาะ ส่วนตัวเขานั้นเข้าพักยังโรงแรมประจำ ซึ่งเคยมาพักเสมอยามเมื่อต้องมาติดต่อธุรกิจในกรุงเทพฯแต่เมื่อเช้าเขาดันเกิดอุบัติเหตุขึ้นเล็กน้อยบนท้องถนนก่อนจะเลี้ยวมาถึงตัวโรงแรมที่ใช้นัดหมาย จนเกือบทำให้เขาพลาดการเจรจาซื้อขายสำคัญกับลูกค้
(ต่อ)“ตอนแรกฉันคิดว่าต้องรีบจัดการขั้นเด็ดขาดกันไปเลย ดีกว่าปล่อยเอาไว้ให้เป็นภัยต่อครอบครัวของเราในอนาคต เนตรเขาเอาแต่ใจ คงไม่ยอมปล่อยครอบครัวเราอยู่อย่างสงบ เดี๋ยวคงคิดวางแผนทำอะไรขึ้นมาอีก ฉันไม่ไว้ใจ”เขาพูดตามนิสัยของสาวเจ้า คนอย่างกมลเนตรเอาแต่ใจมาแต่ไหนแต่ไร เขาไม่อยากเสี่ยงจนรดากับลูกเป็นอะไรขึ้นมาอีก เท่าที่ผ่านมาสิ่งที่กมลเนตรทำ เขาถือว่ามันหนักหนาเกินกว่าที่เขาจะให้อภัยเสียด้วยซ้ำ“แต่เธอเป็นลูกสาวของพ่อเลี้ยงนัช ขืนคุณเหมทำแบบนั้นคงกลายเป็นเรื่องผิดใจกันจนมองหน้ากันไม่ติด”“ฉันไม่สนใจหรอกเรื่องนั้นน่ะ ฉันห่วงเธอกับลูกมากกว่า”พ่อเลี้ยงเหมดันร่างอิ่มนั่งลงยังโซฟาเมื่อทั้งคู่เดินมาถึงยังห้องพักผ่อน“ต่อไปนี้คงไม่มีอะไรสำคัญสำหรับชีวิตของฉันเท่ากับเธอและลูก สองสิ่งที่มีค่ามากที่สุดเท่าที่ผู้ชายธรรมดาคนนี้จะมี” รุ่งรดายิ้มทั้งปากและตา เธอเอนศีรษะซบลงกับไหล่แข็งแรง รู้สึกอุ่นใจเสมอยามเมื่อมีเขาเป็นหลักให้พึ่งพิง“ขอบคุณนะคะ ที่รักและเมตตา รดากับลูก” เธอวาดวงแขนเรียวกอดร่างหนาไว้แล้วหลับตาพริ้ม รับสัมผัสความอบอวลแห่งรักที่เขามอบให้“รดาเคยฝัน อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น”“นั้นตอนนี
วิธีปราบคนพยศ“เป็นไงครับคุณพี่ชาย อย่าบอกนะว่าไม่ได้นอนมาทั้งคืน” เหมรัชหลุดขำก๊ากอย่างไม่ไว้หน้าเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่เกิดก่อนชัดเต็มสองตา เขาเอามือกุมท้องตอนเห็นขอบตาคล้ำคล้ายหมีแพนด้าของผู้ชายวัยเลขสี่ เหมราชเกิดอาการฉุนเลยค
(ต่อ)“ครับ...เชิญเนตรใช้ห้องน้ำตามสบาย ผมจะออกไปนั่งรอข้างนอก”เขายังคงรักษาระดับน้ำเสียงเรียบนิ่ง ใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ใด พลางเดินเบี่ยงร่างเพื่อออกจากห้องนอน ทำทีไม่สนใจกับท่าทางนางยั่วสวาท เขาไม่ใช่ไก่อ่อนที่โดนยั่วเข้าหน่อยเป็นต้องกระโจนเข้าใส่ ยิ่งเป็นหญิงสาวประเภทจ้องจะงาบเขาตลอดเวลา เขายิ่ง
(ต่อ)“เชิญคุณเนตรนั่งรอตรงนั้นก่อนนะครับ ผมขอตัวทำธุระสักประเดี๋ยว ถ้าคุณต้องการอะไร เคาน์เตอร์บาร์อยู่ตรงมุมด้านนู้น เดี๋ยวผมออกมานะครับ” เหมราชแตะแขนให้แขกสาวเดินเลยเข้าไปยังมุมนั่งเล่นพักผ่อน ตรงนั้นมีโซฟาและใกล้กันเป็นเคาน์เตอร์สำหรับวางอุปกรณ์เครื่องดื่ม ส่วนตัวเขาเองแยกเดินเข้าไปยังห้องนอน
(ต่อ)“อย่าทรมานกันอีกเลย รดาขอร้องนะคะ...” เธอช้อนสายตาหยาดเยิ้มมองคนขี้แกล้ง ด้วยตกอยู่ในห้วงแห่งโลกีย์เกินยับยั้ง อ้อนวอนเขาด้วยดวงตาพราวระยับ ครานี้พ่อเลี้ยงเหมถึงกับยิ้มกริ่ม ก่อนประกบเรียวปากมอบจูบร้อนแรงให้สาวน้อย แล้วเร่งส่งนิ้วเข้าใส่ร่องสวาทระรัว เกิดเสียงดังสะท้านแจะ แจะ แจะ แจะ“อ๊ะ...







