로그인(ต่อ)
“พ่อเลี้ยงกลับออกไปตั้งแต่บ่ายแล้วนี่ครับหนูรดา” คำเมืองเดินขมวดคิ้วออกมาจากออฟฟิศ ในมือเขาถือพรรณองุ่นอยู่ เพราะจะเอาเข้าไปเก็บในโรงเพาะชำ
แต่บังเอิญหูได้ยินเสียงเรียกหวานหยดจากเจ้านายสาวที่เขาคุ้นเคยเข้าพอดี เลยเดินย้อนออกมาดูเสียก่อน
ถึงรุ่งรดาจะเป็นเพียงเด็กที่เจ้านายเขาเก็บมาเลี้ยงเอาไว้ ไม่ได้มีสายเลือด อัครวนานนท์อยู่เลยก็ตาม แต่คนงานในไร่องุ่นแห่งนี้นั้นต่างให้ความเคารพนับถือสาวน้อยน่ารักคนนี้ ไม่ต่างจากเจ้านายของตนคนหนึ่งก็ว่าได้
“หรือจ๊ะลุงคำเมือง” คำตอบของผู้จัดการในไร่ยิ่งทำให้สาวน้อยเป็นกังวล จะไปไหนทำไมไม่บอกเธอสักคำ ปล่อยให้เป็นห่วงอยู่ได้ น่าจะสั่งคนเอาไว้บ้างว่าตัวเองจะไปไหน ทำอะไร
รุ่งรดาแอบบ่นพึมพำอยู่ในใจ ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นดูติดเป็นกังวลอย่างชัดเจน
“มาตามหาพ่อเลี้ยงเหรอคะน้องรดา” หญิงสาวที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องเอกสารเดินออกมาสมทบ เจ้าตัวได้ยินเหมือนสาวน้อยคนงามแห่งไร่องุ่นกำลังตามหาตัวพ่อเลี้ยงเหมราชอยู่
“ใช่ค่ะพี่จันทร์ พอดีรดาเพิ่งกลับเข้ามาจากตัวเมือง กลับมาก็ไม่เห็นพ่อเลี้ยงเหมอยู่ในบ้านเลยละค่ะ โทรศัพท์ก็ปิดเครื่องเสียด้วย”
“เอ...พี่ได้ยินเหมือนพ่อเลี้ยงโทรนัดกับใครออกไปข้างนอกนะคะ พอรับสายเสร็จปุ๊บก็ออกไปทันทีเลย คงจะรีบถึงไม่ได้บอกใครเอาไว้” จันทร์ทราพูดเสริมความคิดของตัวเอง
รุ่งรดาพยักหน้ารับรู้ อยู่พูดจากับทั้งสองคนสองสามประโยคก่อนจะขอตัวปั่นจักรยานคู่ใจกลับเข้าบ้าน ซึ่งเป็นเรือนไม้สักชั้นเดียวยกสูง มีขั้นบันไดสามขั้นตรงชานบ้าน ปลูกสร้างไว้คล้ายภาพถ่ายในโปสต์การ์ดท่องเที่ยวที่มีวางขายเกลื่อนตัวเมือง
บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตมากมาย เพราะเดิมทีมีเพียงเจ้าของไร่อยู่เพียงลำพัง ถึงจะมีเธอเข้ามาอาศัยเพิ่มอีกคน แต่ก็ไม่ทำให้บ้านหลังนี้ดูคับแคบแต่อย่างใด
รอบตัวบ้านถูกรายล้อมด้วยต้นไม้นานาชนิด มีทั้งแบบให้ผลเก็บทานตามฤดูกาล และมีทั้งแบบให้ความร่มรื่นแผ่กิ่งก้านบดบังแสงแดดจากดวงอาทิตย์
พอกลับเข้าบ้านเธอจึงจัดแจงขึ้นห้องพักเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายให้สดชื่น เรียบร้อยดีแล้วจึงลงมารับประทานอาหารเพียงลำพัง เป็นเวลาดึกแล้วเธอคงไม่รอคอยทานพร้อมกับเจ้าของบ้าน เขาคงหาทานมาจากข้างนอกนู่นเลย
ทานอาหารเสร็จเธอจึงฉวยเอาหนังสือมาอ่านเพื่อฆ่าเวลา รอเจ้าของบ้านแล้วค่อยกลับขึ้นนอน ฝนที่หยุดตกตอนเธอปั่นจักรยานเข้าไร่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกระลอก ชำเลืองหางตาขึ้นมองนาฬิกาแขวน ตอนนี้เกือบจะสามทุ่ม แต่ก็ยังไร้เงาของพ่อเลี้ยงเหมราชอยู่ดี...
รุ่งรดาเผลอตัวนอนหลับตอนไหนไม่รู้ จวบจนกระทั่งเมื่อร่างกายของเธอนั้นเริ่มรู้สึกร้อนผ่าว มันเหมือนถูกไอร้อนลวกลากไล้สัมผัสทั่วเรือนร่าง เธอรู้สึกอึดอัด อยากขยับให้คลายอาการอย่างว่า ทว่ากลับทำไม่ได้อย่างใจคิด
มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเธอกันแน่นะ ทำไมดูเหมือนมือและเท้าของเธอกำลังถูกพันธนาการไว้ด้วยอะไรสักอย่าง ทั้งแน่นหนา และแข็งแรง
แม้กระทั่งตรงกึ่งกลางลำตัว มันเหมือนมีผีเสื้อนับพันตัวบินว่อน กลีบกายสาวของเธอมันกำลังเต้นตุบตับ รู้สึกได้ถึงการไหลซึมออกมาของของเหลวที่เธอรู้ดีว่ามันคืออะไร
“อืมมมม...อ๊าห์...”
เสียงหวานครวญครางประท้วง พร้อมปัดป่ายฝ่ามือสะเปะสะปะ ดวงตานั้นยังคงหลับพริ้ม ทุกอย่างเกิดขึ้นคล้ายดังภาพฝัน จินตนาการแสนวาบหวิวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตสาว
ทว่าเจ้าของเรือนร่างทรงอำนาจไม่ได้อนาทร อาจด้วยเพราะฤทธิ์น้ำเมาที่เขาถูกคะยั้นคะยอให้ดื่มเข้าไปเมื่อตอนหัวค่ำของวันนี้ มันมากมายหลากหลายยี่ห้อจนจำไม่ไหว
วิโรจน์ไอ้เพื่อนตัวดี มันโทรเรียกเขาให้เข้าไปหามันยังผับในตัวเมือง ขอร้องให้เขาช่วยลองชิมรสชาติเครื่องดื่ม เพราะมันกำลังตัดสินใจจะสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มที่ร้านของมันเอง
เขาไม่ได้ขัดข้องจะดื่ม อารมณ์อยากเมาเป็นทุนเดิมอยู่เหมือนกัน เมื่อหัวใจหนุ่มใหญ่กำลังกลัดกลุ้มในบ้างเรื่อง ร้อนรุ่มด้วยอาการของหัวใจเป็นพิษ เนื่องจากเขาต้องจำยอมปล่อยให้รุ่งรดาออกไปข้างนอกกับไอ้ไก่อ่อน เมื่อจริงแล้วนั้นเขาไม่อยากอนุญาตด้วยซ้ำ เมื่อตัวเองนั้นรู้อยู่เต็มอก เด็กหนุ่มหน้าอ่อนมันคิดเช่นไรกับเด็กสาวที่เขาเอามาเลี้ยง
หริลักษณ์เป็นน้องชายของกมลเนตร แน่นอนหญิงสาวมักพูดเรื่องที่น้องชายของเจ้าหล่นอชอบพออยู่กับรุ่งรดาให้เขาฟังเสมอ แล้วการที่เขาฝืนใจยอมอนุญาตปล่อยให้รุ่งรดาไปกับไอ้ไก่อ่อนนั่น
ก็ด้วยเหตุผลเพราะไม่อยากทำตัวมีพิรุธ ให้ใครจับได้ต่างหาก ว่าเขานั้นคิดเช่นไรกับเด็กที่เต็มใจรับเอามาชุบเลี้ยง เมื่อมันมีบางอย่างแอบแฝงในทางไม่บริสุทธิ์ใจ และเขาบอกใครเกี่ยวกับความรู้สึกนี้ไม่ได้เสียด้วย จำใจต้องเก็บมันไว้เป็นความลับแต่เพียงผู้เดียว...
“อ๊าห์...รดาจ๋า รดาของฉัน หอมหวานอะไรอย่างนี้”
ปากพูดพึมพำส่วนมือนั้นขยำเคล้นคลึงความนุ่มหยุ่นของสองเต้าสล้าง ผิวกายของสาวแรกแย้มช่างนุ่มนิ่มลื่นมือเขาดีเหลือเกิน จับต้องตรงส่วนไหนล้วนทำให้เขาตื่นเตลิดไปกับมันทุกสัมผัสเสียจริง เลือดลมร้อนผ่าว ไอ้ลูกชายที่นอนสงบนิ่งมาเนิ่นนานมันรู้สึกคึกคักกระดกกระเด้งตัว เคาะประตูเร่งเร้าอยากจะออกมาสูดอากาศข้างนอกใจจะขาดแล้วตอนนี้
แต่ใจเย็นก่อนไอ้ลูกรัก เดี๋ยวพ่อจะควักเอ็งออกมากรำศึกหนักข้างนอกอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้พ่อขอชื่นชมความงดงามของเรือนร่างอรชรอ่อนแอ่นนี้ให้ทั่วเสียก่อน หลังจากนั้นเอ็งค่อยทะยานออกมาสู้รบร่วมชะตากรรมกับพ่อก็แล้วกันนะ
พ่อเลี้ยงปลุกปลอบดุ้นร้ายที่ขยายชนเป้ากางเกง หัวหยักปริ่มน้ำเมือก เมื่อมันพองตัวเรียกร้องอยากจะออกมาจากในร่มผ้า ความชื้นแฉะตรงเป้ากางเกง บ่งบอกความต้องการตอนนี้ได้เป็นอย่างดี อารมณ์ของเขากระเจิดกระเจิงดั่งม้าหนุ่มคึกคักมากขนาดไหน
เพราะทุกอย่างต้องการเวลาด้วยกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม่แต่ตัวของเขาเอง ที่ต้องทำใจเย็นเฝ้ารอการเจริญเติบโตของรุ่งรดา จากเด็กสาวตัวน้อย เรียบร้อย อ่อนหวาน จวบจนก้าวเข้าสู่ช่วงวัยสาวสะพรั่ง จนส่งกลิ่นหอมบริสุทธิ์คละคลุ้งยากเกินห้ามใจจะไม่ลิ้มลองไม่ไหว
บ่อยครั้งที่เขาต้องช่วยตัวเอง หลับตาแล้วจินตนาการเป็นภาพใบหน้า อ่อนหวานสวยไร้ที่ติของรุ่งรดา เจ้าหล่อนมันก่อกวนเขาในยามอารมณ์ใคร่แล่นฉิว
ตอนเป็นหนุ่มอาจมีบ้างแวะเวียนออกไปหากินข้างนอก ซื้อหาตามประสาหนุ่มโสด โดยไม่คิดจริงจังกับผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษ
ฮันนีมูนสุดหวาน (ตอนพิเศษ)“ซี้ดดดดด...ขยับแรงอีกนิดสิเมียจ๋า” พ่อม้าหนุ่มใหญ่ออกปากสั่งการเสียงกระเส่า ปลายเท้าเกร็งรับแรงส่งจากด้านบน ส่วนฝ่ามือใหญ่เอื้อมจับเอวคอดกิ่วไร้ไขมันไว้มั่น สายตาละห้อยน้ำลายหกยามมองเต้านมอวบใหญ่กระเพื่อมไหวตามการขยับตัวของแม่ม้าสาวสุดร้อนแรงโอ้ว! เมียเขาดูเซ็กซี่เป็นบ้า จะขยับทำอะไรล้วนทำให้เขาอารมณ์กระเจิงเสียทุกที คนถูกควบขี่แอบนึกชื่นชมภรรยาสุดสวยอยู่ในใจ มันคือความโชคดีของเขาที่ใครต่างนึกอิจฉา เขามีเมียอายุเด็กกว่าหลายรอบ แถมยังสวยราวนางฟ้าอย่างหาตัวจับยากอีกต่างหาก...ใครบ้างจะไม่นึกอิจฉาพ่อเลี้ยงแห่งไร่องุ่นอย่างเขา“ซี้ดดดด...อ๊ะ...อ๊ะ...กระแทกลงมาหนักๆเลยคุณเมีย” ถึงรุ่งรดาจะเป็นผู้ควบคุมในการควบขี่ม้าเช่นเขาในครั้งนี้ ทว่าจังหวะกระแทกน้ำหนักเข้าหาเพื่อสอดประสาน ส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากแรงช่วยจากผู้เป็นสามีอีกต่อหนึ่ง เนื่องจากพ่อม้าหนุ่มกลัวว่าแม่ภรรยาตัวน้อยจะเกิดอาการเหนื่อยเกินไปนั่นเอง...“อูยยยย...เมียจ๋า
เด็กสาวผู้มากับแสงจันทร์ (ตอนพิเศษ)ข่าวการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์สร้างความตกใจให้แก่เจ้าของไร่องุ่นชื่อดังเป็นอย่างมาก เขาไม่คิดเลยว่าวิโรจน์กับวิกานดาจะด่วนจากไปรวดเร็วถึงเพียงนี้ในเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาทั้งสองคนผัวเมียเพิ่งมาขอความช่วยเหลือจากเขาในเรื่องการเงิน เขาตอบตกลงโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดอะไรมาก ความเป็นเพื่อนตายมาตั้งแต่จำความได้ ไม่สามารถหาสิ่งใดมาเทียบค่าได้เท่ากับความจริงใจอยู่แล้ว...หลังจากได้รับข่าวร้าย และเริ่มตั้งสติได้ เขาจึงรีบลงไปกรุงเทพฯเป็นการด่วน เพื่อจัดการเรื่องงานศพให้ทั้งสองคนอย่างสมเกียรติ รวมถึงปัญหาต่างๆ ก่อนจะเดินทางกลับไร่องุ่นของตนเอง เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อยดี ไม่มีสิ่งใดต้องคิดค้าง จนอาจทำให้เสียชื่อเสียงถึงคนที่ตายจาก โดยเฉพาะเรื่องหนี้สินที่เป็นปัญหาหนักสำหรับครอบครัวของวิโรจน์ เขาจัดการใช้หนี้ให้จนครบหมดทุกรายก่อนจะกลับขึ้นมาเชียงใหม่เหมราชยกแก้วเหล้ากระดกเข้าปาก ก่อนจะถอนหายใจเสียงดัง ด้วยรู้สึกหนักใจกับปัญหาที่คิดไม่ต
(ต่อ)“คุณพ่อขา...อุ้มอุ่นหน่อยขา” สาวน้อยของบ้านวัยสองขวบเศษเดินยิ้มอวดฟันหน้าเข้ามายังห้องครัว โดยมีคุณแม่วัยสาวเดินตามมาไม่ห่าง วันนี้คุณพ่อเกิดใจดีขอลงมือทำอาหารมื้อเย็นให้คุณแม่กับคุณลูกทานด้วยตัวเอง“ค่ะ...คุณลูกสาว”พ่อเลี้ยงเหมราชย่อตัวนั่งลงกับพื้น พร้อมอ้าวงแขนออกกว้างเพื่อรอรับร่างจำหม่ำของแม่หนูน้อย นามว่า รุ่งนภา หรือชื่อเล่นว่า เด็กหญิงอิ่มอุ่น สาวน้อยที่เป็นทั้งแก้วตาดวงใจให้กับทั้งพ่อและแม่“พอตื่นขึ้นมาแกก็เรียกหาแต่คุณพ่อเลยละค่ะ รดาจับอาบน้ำแต่งตัวให้ใหม่ แล้วก็วิ่งลงมาหาคุณพ่อทันที...” รุ่งรดาเดินมาย่อตัวลงนั่งเคียงข้างสามี พร้อมกับกดปลายจมูกหอมแก้มสาก เป็นสิ่งที่เหมราชชื่นชอบมากเป็นพิเศษ กับการแสดงความรักของผู้เป็นภรรยาสาว“อาหารใกล้เสร็จพอดี คุณแม่ล่ะครับ อาบน้ำลงมาพร้อมทานข้าวเลยหรือยังเอ่ย”แววตาแพรวพราวนั้นส่อเจตนาอะไรบางอย่าง หญิงสาวที่ใช้ชีวิตร่วมกับเขามาเนิ่นนานย่อมตีความหมายในแววตานั้นได้ไม่ยาก พวงแก้มเธอจึงกลายเป็นสีแดงระเรื่อ เลยส่งมอบค้อนวงโตแทนคำตอบให้ผู้เป็นสามี เหมราชหัวเราะหึ เอื้อมมือบีบปลายจมูกเล็กของภรรยาอย่างนึกมันเขี้ยว“แล้วคุณพ่อจะทานอาหาร
(ต่อ)หญิงสาวเผลอตัวส่งสายตาสำรวจชายหนุ่มหล่อเหลาตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางสง่า ดวงตาถูกบดบังด้วยแว่นกันแดดสีชา เธอเลยไม่อาจเห็นมันอย่างชัดเจน ถ้าเห็นเธอจะจำเขาได้ แต่เธอได้ยินพี่หริเรียกชื่อผู้ชายคนนี้ว่า อสุเรศ บวกกับเครื่องแต่งกายแบรนด์เนมทั้งตัว บ่งชัดชายหนุ่มคนนี้ต้องมีฐานะไม่ธรรมดา หรือแม้กระทั่งบุคลิกท่าทางที่ดูน่าเกรงขามสมชื่อเขาเหลือเกิน เมื่อรวมลักษณะทั้งหมดนี้ก็ไม่น่าจะใช่นายสมหมาย คนขับรถส่วนตัวของเธอแล้ว...คนเราอาจมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกันได้ ใช่...เขาจะเป็นนายสมหมายไปได้ยังไง ในเมื่อหมอนั้นเทียบชั้นกับผู้ชายตรงหน้าเธอไม่ได้เลยสักอย่างเดียวสิริสรรีบเรียกสติของตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนเธอกลับไปทำหน้าเรียบเฉย ขจัดสิ่งรบกวนจิตใจออกไป ไหนเคยสัญญากับตัวเองว่าจะลืมผู้ชายใจโลเลคนนั้น เธอต้องทำให้ได้สิ จะมัวมายืนคิดถึงคนที่ทิ้งเธอไปอยู่อีกทำไม หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกกำลังใจ พอดีกับหริลักษณ์เอ่ยปากแนะนำเธอให้รู้จักกับลูกค้ารายใหม่ที่กำลังจะขึ้นไปเซ็นสัญญา “น้ำผึ้ง...นี่คุณอสุเรศ ลูกค้าที่เราจะมาพบและเซ็นสัญญาด้วยกันวันนี้ครับ”“เอ่
ยามเมื่ออาทิตย์ส่องแสงอีกสามปีต่อมา...“ข้อมูลที่พี่บอกให้เตรียมเพิ่มอีกสองหัวข้อ เตรียมพร้อมแล้วนะครับน้ำผึ้ง”เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามในขณะที่ขานั้นเร่งก้าวให้ทันเวลานัดหมาย ใบหน้าหล่อเหลาซึมด้วยเม็ดเหงื่อผุดกระจายเต็มหน้าผาก แต่ทว่าเนื่องจากเวลาเร่งเร้าเต็มที เขาจึงยังไม่เวลาดูแลตนเอง เพราะเหลือเวลาอีกเพียงไม่เกินยี่สิบนาที จะถึงเวลานัดหมายเพื่อเซ็นสัญญาซื้อขายกับลูกค้ารายสำคัญในรอบปีเขากับสิริสรเดินทางมาถึงกรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อเย็นวาน หญิงสาวขอแยกตัวเข้าพักยังบ้านเพื่อนสนิทอย่างรุ่งรดา ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีสามีตามใจหนักหนา อยากได้อะไรแทบจะหาประเคนกันให้เต็มที่ ขัดใจนิดขัดใจหน่อยเป็นไม่มี ถึงขั้นลงทุนซื้อบ้านหลังโตไว้ให้คุณแม่ลูกหนึ่ง เพื่อไว้ใช้สำหรับพาครอบครัวสุขสันต์มาเที่ยวพักผ่อนโดยเฉพาะ ส่วนตัวเขานั้นเข้าพักยังโรงแรมประจำ ซึ่งเคยมาพักเสมอยามเมื่อต้องมาติดต่อธุรกิจในกรุงเทพฯแต่เมื่อเช้าเขาดันเกิดอุบัติเหตุขึ้นเล็กน้อยบนท้องถนนก่อนจะเลี้ยวมาถึงตัวโรงแรมที่ใช้นัดหมาย จนเกือบทำให้เขาพลาดการเจรจาซื้อขายสำคัญกับลูกค้
(ต่อ)“ตอนแรกฉันคิดว่าต้องรีบจัดการขั้นเด็ดขาดกันไปเลย ดีกว่าปล่อยเอาไว้ให้เป็นภัยต่อครอบครัวของเราในอนาคต เนตรเขาเอาแต่ใจ คงไม่ยอมปล่อยครอบครัวเราอยู่อย่างสงบ เดี๋ยวคงคิดวางแผนทำอะไรขึ้นมาอีก ฉันไม่ไว้ใจ”เขาพูดตามนิสัยของสาวเจ้า คนอย่างกมลเนตรเอาแต่ใจมาแต่ไหนแต่ไร เขาไม่อยากเสี่ยงจนรดากับลูกเป็นอะไรขึ้นมาอีก เท่าที่ผ่านมาสิ่งที่กมลเนตรทำ เขาถือว่ามันหนักหนาเกินกว่าที่เขาจะให้อภัยเสียด้วยซ้ำ“แต่เธอเป็นลูกสาวของพ่อเลี้ยงนัช ขืนคุณเหมทำแบบนั้นคงกลายเป็นเรื่องผิดใจกันจนมองหน้ากันไม่ติด”“ฉันไม่สนใจหรอกเรื่องนั้นน่ะ ฉันห่วงเธอกับลูกมากกว่า”พ่อเลี้ยงเหมดันร่างอิ่มนั่งลงยังโซฟาเมื่อทั้งคู่เดินมาถึงยังห้องพักผ่อน“ต่อไปนี้คงไม่มีอะไรสำคัญสำหรับชีวิตของฉันเท่ากับเธอและลูก สองสิ่งที่มีค่ามากที่สุดเท่าที่ผู้ชายธรรมดาคนนี้จะมี” รุ่งรดายิ้มทั้งปากและตา เธอเอนศีรษะซบลงกับไหล่แข็งแรง รู้สึกอุ่นใจเสมอยามเมื่อมีเขาเป็นหลักให้พึ่งพิง“ขอบคุณนะคะ ที่รักและเมตตา รดากับลูก” เธอวาดวงแขนเรียวกอดร่างหนาไว้แล้วหลับตาพริ้ม รับสัมผัสความอบอวลแห่งรักที่เขามอบให้“รดาเคยฝัน อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น”“นั้นตอนนี