แชร์

บทที่ 5 บ้านท้ายไร่

ผู้เขียน: เพชรน้ำบุศย์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-09 12:38:53

บทที่ 5

บ้านท้ายไร่

แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าสอดส่องผ่านผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องไอร้อนจากแสงแดดสัมผัสร่างบางในผ้าห่มคนตัวเล็กลืมตาตื่นขึ้นมาจากห้วงความฝันกับความปวดหนึบกลางร่างกาย

เสียงสั่งการของพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่แฝงด้วยบารมีน่าเกรงขามเฉกเช่นผู้มีอำนาจเหนือกว่าดังแว่วอยู่กลางโถงบ้านขนาดใหญ่กลางพื้นที่ไร่องุ่นกว่าหนึ่งพันไร่ ดังเล็ดลอดเข้าไปยังห้องนอนที่เธอใช้เป็นเรือนหอเมื่อคืน

“จัดการห้องนั้นให้เรียบร้อย เปลี่ยนผ้าปูทั้งหมด แล้วก็ล็อกไว้ ผมจะไม่ใช้มันแล้ว” บ้านจันทร์หัวหน้าแม่บ้านเก่าแก่ของไร่แห่งนี้รับคำสั่งอย่างรวดเร็ว บรรยากาศเงียบสงบไม่มีใครกล้าถามเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่ใช้มันอีกแล้ว

ภริตาที่แอบยืนอยู่ในห้องเปิดประตูเล็กน้อยตั้งใจฟังฟังอยู่ไม่ไกล ได้ยินทุกคำพูดของเขานั้น ห้องที่เขาพูดถึงคือห้องหอของเธอและเขาเมื่อคืน ซึ่งก็คือห้องที่เธออยู่ในตอนนี้

เมื่อคืนมันเป็นเพียงหน้าที่เป็นเพียงข้อตกลงทางธุรกิจ เขาบอกตัวเองชัดเจนว่าจะไม่แตะต้อง จะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงที่ “เสนอชีวิตตัวเองแลกเงิน” เข้ามามีอิทธิพลเหนือความรู้สึก

แต่ทุกอย่างกลับพังลงในคืนเดียว เธอไม่ใช่ผู้หญิงมากเล่ห์อย่างที่เขาคิด ไม่ใช่คนที่ช่ำชองเรื่องอย่างว่า 

เธอกลัวทุกการกระทำของเขาเพราะไม่เคยผ่านเรื่องแบบนั้นมาก่อนและนั่นทำให้เขาเป็น....คนแรกของเธอ....

ความจริงนั้นทำให้พ่อเลี้ยงผู้ทรงอำนาจที่ผ่านผู้หญิงมานับครั้งไม่ถ้วนหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม

“ย้ายไปบ้านไม้ท้ายไร่วันนี้” เขาพูดโดยไม่หันมามองเพราะรู้ดีแล้วอยู่แล้วว่าคนตัวเล็กยืนแอบอยู่ “ห้ามขึ้นมาบ้านใหญ่เด็ดขาดถ้าไม่ได้รับอนุญาต”

คำว่า เด็ดขาด ชัดเจนเหมือนเส้นแบ่งอาณาเขต

ภริตานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนพยักหน้ารับเงียบ ๆ ซึ่งเธอเองเคยชินกับการถูกจัดวางไว้ในที่ที่ไม่ใช่ของตัวเองตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

รถจิ๊บคันโปรดของเจ้าของไร่แล่นออกจากบ้านหลังใหญ่อย่างไม่รีบร้อน ท่ามกลางอากาศยามสาย เจ้าสาวป้ายแดงนั่งนิ่งอยู่ข้างคนขับ เธอมีเพียงผ้าคลุมผมบางเบาพลิ้วไหวตามแรงลมที่เล็ดลอดเข้ามาทางหน้าต่าง

สองข้างทางคือไร่องุ่นที่ทอดยาวสุดสายตา ใต้แสงตะวันของดวงอาทิตย์ในอากาศหนาว ปลายทางของเขาคือบ้านสวนท้ายไร่…สถานที่ที่ห่างจากความเจริญ ห่างผู้คน ห่างแม้กระทั่งความสบาย

ก่อนรถจะชะลอและหยุดนิ่งหน้าบ้านไม้สองชั้นเก่า ๆ ที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ท้ายไร่ แม้ตัวบ้านจะซีดจางตามกาลเวลา ใบไม้แห้งปลิวเกลื่อนลานดิน ฝุ่นแดงเกาะตามขั้นบันไดและราวระเบียงราวกับไม่มีใครเหยียบย่างมาที่นี่

เสียงลมแรงพัดวูบผ่านต้นองุ่น ใบองุ่นเสียดสีกันดังผ่านเป็นระลอก คล้ายเสียงกระซิบของไร่กว้างคนตัวเล็กกำชายผ้าคลุมผมแน่น หัวใจเต้นหนักเมื่อสายตามองบ้านตรงหน้านี่หรือ…สถานที่ที่เธอต้องเริ่มต้นชีวิตแต่งงานที่บิดายัดเยียดให้เธอหนักหนา

ร่างสูงเปิดประตูลงจากรถอย่างไม่ลังเล ก่อนจะหันมามองเธอผ่านกระจกหน้าต่าง ดวงตาคมเรียบนิ่งจนอ่านไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่

“ลงมา” เขาพูดเสียงเย็น ดูทรงอำนาจอย่างไม่อาจต้านทาน

ลมอีกระลอกพัดแรงกว่าเดิม พาใบไม้ปลิวกระทบตัวบ้านดังกรอบแกรบ เหมือนการต้อนรับที่ไม่ได้อบอุ่นนัก…ของบ้านสวนท้ายไร่ที่กำลังจะกลายเป็นโลกทั้งใบของเธอ

รอบ ๆ บ้านเงียบขนาดได้ยินเสียงร้องของนกและเรไรบ้านหลังนี้ห่างไกลจากบ้านใหญ่ราวคนละโลก

“คุณจะอยู่ที่นี่”

“คุณจะให้ฉันอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ สภาพบ้านมันไม่น่าจะอยู่นะคะ และที่นี่ก็น่ากลัวด้วย” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย ทั้งความผิดหวังและหวาดหวั่นปะปนกันในประโยคเดียว

เขาแค่นหัวเราะในลำคอ “คุณหวังสูงเหมือนกันนะ คิดว่าแต่งงานแล้วจะได้อยู่สุขสบายหรือ ที่นี่เหมาะกับคุณที่สุดแล้ว” เขาพูดจบแล้วขับรถออกไปโดยไม่หันมามองคนที่ยืนนิ่งมองตามรถที่กำลังออกไปจนรถเล็กลงเรื่อย ๆ แล้วหายลับไปหลังแนวต้นองุ่น

“เห้อ!” เสียงถอนหายใจพรืดออกมาอย่างหมดแรงเพียงจะหันไปมองบ้านข้างๆ ก็แทบจะไม่มีเลย มีเพียงคนงานที่กำลังเก็บองุ่นอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

“แล้วฉันจะอยู่ยังไงเนี่ย” ทว่าแม้ภายในใจจะหวาดกลัวเพียงใด สองเท้าก็ยังค่อย ๆ ก้าวขึ้นบันไดไม้ทีละขั้น เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดใต้ฝ่าเท้า คล้ายเสียงเตือนถึงชีวิตบทใหม่ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

มือบางผลักประตูออก เสียงบานพับก็ดังเอี๊ยดอ๊าด ฝุ่นหนาทึบลอยฟุ้งขึ้นจนเธอต้องยกมือปิดจมูก ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบ ๆ ห้องโถงที่เงียบเหงา ใยแมงมุมเกาะตามมุมเพดาน พื้นไม้เต็มไปด้วยคราบดินจากรองเท้าที่ไม่มีใครคิดจะเช็ด

“คงไม่มีใครอยู่ที่นี่มานานแล้วสินะ…” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

เธอพับแขนเสื้อขึ้น คว้าไม้กวาดที่พิงอยู่ข้างผนังแล้วเริ่มกวาดพื้น ฝุ่นแดงถูกรวบรวมเป็นกองเล็กกองใหญ่ เหงื่อเริ่มซึมตามไรผมตั้งแต่ยังไม่ทันครึ่งชั่วโมงผ่านไป มือเล็กที่ไม่เคยจับงานหนักมาก่อนสั่นระริก แต่ก็ยังฝืนทำต่อ

เธอเช็ดหน้าต่างทีละบานปัดใยแมงมุมออกจากมุมเพดานลากถังน้ำขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงลั่นทุกครั้งที่เหยียบ

แสงเย็นเริ่มทอดผ่านช่องหน้าต่างตอนที่พื้นบ้านสะอาดขึ้นบ้างแล้ว เสื้อผ้าของเธอเปื้อนฝุ่นจนหม่นหมอง ฝ่ามือแดงช้ำจากการบิดผ้าแรง ๆ หลายครั้ง

หญิงสาวทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นไม้ที่เพิ่งถูจนแห้ง ลมหายใจหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างเหนื่อยล้า เหงื่อไหลตามขมับ หยดลงบนแก้มที่เปรอะคราบฝุ่นจนดูเลอะเทอะไม่ต่างจากบ้านหลังนี้เมื่อเช้า

เธอยกมือขึ้นเช็ดหน้าอย่างลวก ๆ ก่อนเงยหน้ามองรอบห้องอีกครั้ง

อีกด้าน

บ้านใหญ่กลับคืนสู่ความสงบ แต่ภายในห้องทำงานของเขา ความสงบกลับไม่มีอยู่จริงภาพเมื่อคืนยังติดอยู่ในหัวยังค้างอยู่ในความรู้สึก

แววตาที่สั่นไหวเสียงหายใจที่พยายามกลั้นสะอื้นของคนตัวเล็กเขาควรจะพอใจที่ผลักเธอออกไปแล้ว ควรจะรู้สึกว่าทุกอย่างอยู่ในที่ที่ควรอยู่แต่ร่างกายกลับจดจำสัมผัสนั้นได้ชัดเจน

แก้วไวน์ในมือถูกวางลงแรงกว่าปกติ

“บ้าชะมัด…” เขาไม่ควรคิดถึงเธอ ไม่ควรนึกถึงเรื่องเมื่อคืน กระทั่งรถของเขาก็แล่นฝ่าความมืดไปตามทางดินแดงอีกครั้งในเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม

โชคดีที่บ้านไม้หลังนี้ ไฟยังใช้ได้อยู่ สภาพบ้านตอนนี้ต่างกันสิ้นเชิงกับในตอนเช้า ภริตานั่งอยู่บนโซฟาเล็ก ๆ เสื้อคลุมบางห่มไหล่ ใบหน้าซีดจากลมเย็นในฤดูหนาวและยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เช้า

เมื่อได้ยินเสียงรถ เธอเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ

“คุณ…บอกให้ฉันห้ามขึ้นบ้านใหญ่” เสียงเธอเบา “แล้วคุณมาที่นี่ทำไมคะ”คำถามนั้นทำให้เขานิ่งไปเสี้ยววินาทีใช่…เขาเป็นคนสั่งเอง แต่เขาไม่เคยสั่งห้ามตัวเองมาที่นี่

“ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดที่จะให้คนอดข้าวอดน้ำตายที่นี่หรอกนะ” ใช่เธอเหนื่อยและกลัวจนลืมว่ายังไม่ได้ทานอะไรต้องแต่เช้า

“อยากกินอะไรก็ทำเอาเอง” ในมือถือถุงกระดาษที่ใส่ของจากตู้เย็นบ้านใหญ่มาเล็กน้อยพร้อมน้ำสองสามขวด

เธอไม่ได้สนใจกับสิ่งที่เขาพูดมากนัก ตอนนี้เธอดื่มน้ำจนท้องตึงไม่ไหวแล้ว พลางมือบางยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง

“อ๊ะ!” เขาแย่งแก้วในมือออกจนเจ้าของไม่ทันตั้งตัว หกเลอะเสื้อของเธอ

“นี่ ทำอะไรของคุณคะคุณปัทม์!” น้ำเสียงปนตะคอกเล็กน้อยสายตาหวานตวัดมองเขาด้วยความโกรธ

“เธอกินน้ำจากไหน”

“ก็จากก๊อกที่ล้างจาน” เธอพูดเรียบเฉย เพราะเธอเอามาจากตรงนั้นจริง ๆ คนฟังรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นในอกทันที

“ไม่ต้องกินแล้ว”

“ทำไมคะ ฉันไม่เห็นจะตายนี่” น้ำเสียงหวานประชดเล็กน้อยแม่ไม่ได้หันมองหน้าเขา สายตาเธอยังมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่มีเพียงดวงดาวกระจ่างแจ้งในความมืดมิด

เขาเดินเข้ามาใกล้ สายตาคมเข้มกวาดมองเธอช้า ๆ

“ผมขอโทษ” น้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยินเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกผิดต่อคนตรงหน้า แรงดึงดูดที่เขาพยายามปฏิเสธตั้งแต่ก่อนแต่งงานกลับชัดเจนยิ่งกว่าเดิม

มือหนาเชิดปลายคางมนเบา ๆ จาบจ้วงที่ริมฝีปากบางที่เขาโหยหามาทั้งวันจนไม่เป็นอันทำงาน ไม่มีคำว่ารัก ไม่มีคำสัญญา มีเพียงความต้องการที่ร่างกายของคนทั้งสองพยายามไม่ยอมรับ แม้ภริตาไม่ได้ขัดขืนไม่ใช่เพราะอยากใกล้ชิดแต่เพราะเธอรู้ดีว่า ต่อให้ผลักเขาออกไปเธอก็ไม่มีที่ให้หนี

คืนนั้น บ้านไม้ท้ายไร่จึงไม่ได้เป็นเพียงที่เนรเทศแต่มันกลายเป็นความลับระหว่างเขากับเธอความลับที่ยิ่งเขาพยายามผลักไสก็ยิ่งดึงดูดเขาให้กลับมา ทั้งที่ปากบอกว่าเธอไม่มีที่ยืนในบ้านใหญ่

ทว่าร่างกายและหัวใจของเขากลับเลือกเดินทางมาหาเธอ…ทุกครั้งที่ดวงตะวันลับฟ้าความมืดปกคลุมไร่องุ่น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พ่อเลึ้ยงปัทม์    บทที่ 5 บ้านท้ายไร่

    บทที่ 5บ้านท้ายไร่แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าสอดส่องผ่านผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องไอร้อนจากแสงแดดสัมผัสร่างบางในผ้าห่มคนตัวเล็กลืมตาตื่นขึ้นมาจากห้วงความฝันกับความปวดหนึบกลางร่างกายเสียงสั่งการของพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่แฝงด้วยบารมีน่าเกรงขามเฉกเช่นผู้มีอำนาจเหนือกว่าดังแว่วอยู่กลางโถงบ้านขนาดใหญ่กลางพื้นที่ไร่องุ่นกว่าหนึ่งพันไร่ ดังเล็ดลอดเข้าไปยังห้องนอนที่เธอใช้เป็นเรือนหอเมื่อคืน“จัดการห้องนั้นให้เรียบร้อย เปลี่ยนผ้าปูทั้งหมด แล้วก็ล็อกไว้ ผมจะไม่ใช้มันแล้ว” บ้านจันทร์หัวหน้าแม่บ้านเก่าแก่ของไร่แห่งนี้รับคำสั่งอย่างรวดเร็ว บรรยากาศเงียบสงบไม่มีใครกล้าถามเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่ใช้มันอีกแล้วภริตาที่แอบยืนอยู่ในห้องเปิดประตูเล็กน้อยตั้งใจฟังฟังอยู่ไม่ไกล ได้ยินทุกคำพูดของเขานั้น ห้องที่เขาพูดถึงคือห้องหอของเธอและเขาเมื่อคืน ซึ่งก็คือห้องที่เธออยู่ในตอนนี้เมื่อคืนมันเป็นเพียงหน้าที่เป็นเพียงข้อตกลงทางธุรกิจ เขาบอกตัวเองชัดเจนว่าจะไม่แตะต้อง จะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงที่ “เสนอชีวิตตัวเองแลกเงิน” เข้ามามีอิทธิพลเหนือความรู้สึกแต่ทุกอย่างกลับพังลงในคืนเดียว เธอไม่ใช่ผู้หญิงมากเล่ห์อย่างที่เขาคิด ไม่

  • พ่อเลึ้ยงปัทม์   บทที่ 4 คืนเข้าหอที่ไม่มีความรัก

    บทที่ 4คืนเข้าหอที่ไม่มีความรักหลังจากเสร็จพิธีงานเลี้ยงและส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาว ประตูห้องหอปิดลงพร้อมกับความเงียบหลังงานเลี้ยงหรูหราทำให้บรรยากาศภายในห้องยิ่งอึดอัดขึ้นกว่าเดิมภริตายืนนิ่งอยู่ข้างเตียงครู่ใหญ่ ชุดเจ้าสาวยังแนบกาย เธอรู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปอย่างไม่มีทางย้อนกลับเขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาปลายเตียงขนาดคิงไซต์อย่างเหนื่อยล้า มือปลดกระดุมสูทราคาแพงช้า ๆ สายตาคมเข้มมองเธออย่างไม่ปิดบังใบหน้าหล่อเหลาคมคายจ้องมองเธอไม่วางตา ในแววตานั้นไม่มีความอ่อนโยน ไม่มีแม้แต่ความรักแบบคู่บ่าวสาวทั่วไป มีแค่เพียงแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นมาจากคำดูถูกในงานเลี้ยงและความเชื่อฝังแน่นว่าเธอคือผู้หญิงที่ยอมแลกร่างกายและศักดิ์ศรีทุกอย่างด้วยเงิน“ตอนนี้ไม่มีแขก ไม่มีคนดู เลิกแสดงได้แล้วผมสะอิดสะเอียน” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดบีบคั้นความรู้สึกของอีกฝ่าย พร้อมสาวเท้าเข้ามาใกล้จนเธอถอยหลังชนฝา ดวงตาสีดำรัติกาลฉ่ำวาวจ้องมองสำรวจคนตรงหน้า ลมหายใจอุ่นร้อนโน้มลงใกล้ใบหน้ากลิ่นไวน์จาง ๆ ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดขนาดเห็นและสัมผัสลมหายใจเขารดต้นคอทำให้หัวใจดวงน้

  • พ่อเลึ้ยงปัทม์   บทที่ 3 คำดูถูกกลางงานเลี้ยง

    บทที่ 3คำดูถูกกลางงานเลี้ยงงานเลี้ยงเวลาหนึ่งทุ่มแสงไฟระย้ากระทบคริสตัลพราวระยิบระยับเหนือศีรษะเสียงดนตรีคลอเบา ๆ เคล้ากลิ่นไวน์และน้ำหอมราคาแพงของแขกที่มาร่วมแสดงความยินดีค่ำคืนนี้ควรเป็นคืนแห่งความยินดีปรีดากับความรักของคู่บ่าวสาว ทว่าสำหรับภริตานั้นพื้นที่ที่เธอกำลังยืนไม่ต่างอะไรกับเวทีที่กำลังพิพากษาเธอภริตาในชุดเจ้าสาวยืนเคียงข้างเจ้าบ่าวที่ทรงอำนาจและอิทธิพลในภาคเหนือและวงการไวน์ พ่อเลี้ยงปัทม์ ว่าที่เจ้าสาวของพ่อเลี้ยงไร่องุ่นที่ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์มีเพียงแม่เลี้ยงปารมีซึ่งเป็นมารดาของเขายืนต้อนรับแขกด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่าที่เจ้าสาวที่สวยสะดุดตาแขกผู้มาร่วมงาน เผยริมฝีปากบางได้รูปพยายามฝืนยิ้มจาง ๆ ประดับบนใบหน้าอย่างไม่เต็มใจ ทว่าในอกกลับตึงแน่นราวกับหายใจไม่สุดไม่นานเสียงส้นสูงกระทบพื้นดังแว่วเข้ามาเรื่อย ๆ กระทั่งหยุดตรงหน้า ภริตาเงยหน้าขึ้นดวงตาคู่สวยมองภาพตรงหน้าแฝงด้วยความระแวดระวัง“พี่สะใภ้ดูสวยจังเลยค่ะวันนี้” ปริมน้องสาวเพียงคนเดียวของพ่อเลี้ยงปัทม์เข้ามายืนข้างพี่ชาย ครั้นสายตาที่มองภริตาไม่ได้มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความยินดีแม้แต่น้อย“ขอบคุณค่ะ” ภริตาตอบเบา ๆแ

  • พ่อเลึ้ยงปัทม์   บทที่ 2 ห้าสิบล้านบาทที่แลกด้วยศักดิ์ศรี

    บทที่ 2ห้าสิบล้านบาทที่แลกด้วยศักดิ์ศรีตัวเลขห้าสิบล้านบาทบนแผ่นกระดาษสีขาวสะอาดตัวหนังสือคมชัดยิ่งกว่าคมของใบมีดภริตายืนนิ่งราวกับถูกสาบอยู่ท่ามกลางผู้ที่มาร่วมงาน เขาชายผู้ที่มีอำนาจปกครองผืนแผ่นดินไร่องุ่นนี้ ราวกับจำเลยที่กำลังรอฟังคำพิพากษา“หนี้ของพ่อคุณ” พ่อเลี้ยงปัทม์ผู้ทรงอำนาจพูดเสียงเรียบ “ห้าสิบล้านบาท แลกกับการที่คุณจะเป็นนางบำเรอขัดดอกของผม”คำว่า นางบำเรอขัดดอก ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ“ฉันไม่ได้เป็นนางบำเรอของใคร”“อย่าทำตัวเป็นไร้เดียงสา บริสุทธิ์หน่อยเลย” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาโฟกัสมาที่เธอคนเดียว ใบหน้าดุดันของเขาแผ่รังสีอำหิตปนดูแคลน“พ่อคุณมาคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนผม แล้วคุณก็อาสาเสนอ ‘ตัวเอง’ เป็นทางออกของเงินจำนวนนี้” ถ้อยคำดูแคลนของคนตรงหน้า ทำให้เธอเหมือนถูกเหยียบจนจมดินหัวใจดวงน้อยขมขื่นจนไม่อาจอธิบายได้ความจริงในคืนนั้นไม่มีคำว่าอาสา มีเพียงเสียงของภรรยาใหม่บิดาเธอร้องไห้สะอื้นแม้เธอจะรู้ดีว่านั่นเป็นเพียงสิ่งลวงตา มีเพียงบิดาที่ไม่กล้าสบตาลูกสาวคนโตเพราะละอายแก่ใจ“ทำไมต้องเป็นไวน์คะคุณพ่อ” สายตาที่เอ่อด้วยหยาดน้ำตามองไปยังบุคคลในห้อง“ไพน์ไม่แต่งนะคะคุณพ่

  • พ่อเลึ้ยงปัทม์   บทที่ 1 เจ้าสาวของคนที่เกลียดเธอ

    บทที่ 1เจ้าสาวของคนที่เกลียดเธอแสงแดดยามบ่ายทอดตัวเหนือผืนไร่กว้างขวางสุดสายตาท่ามกลางความงดงามของหุบเขาที่รายล้อมเขียวขจี ใบองุ่นกำลังพลิ้วไหวตามสายลมในฤดูหนาว ซุ้มดอกไม้ถูกจัดวางอย่างวิจิตรท่ามกลางดอกไม้หลากหลายชนิดเรียงรายแขกผู้มีเกียรติที่มีหน้ามีตาต่างสวมรอยยิ้มแสดงความยินดี ไออุ่นของเสียงดนตรีคลอเบา ๆ กับกลิ่นไวน์ชั้นดีราวกับนี่คือวันแห่งความสุขที่สมบูรณ์แบบที่สุดแต่สำหรับภริตา มันคือเวทีที่เธอยืนอยู่เพียงลำพังในชุดเจ้าสาวสีงาช้างปักคริสตัลอย่างสง่างาม ผ้าลูกไม้ละเอียดที่แสนประณีต ทว่าไม่ได้ช่วยให้หัวใจน้อยของเธอเบาขึ้นแม้แต่น้อย มือที่คล้องแขนเจ้าบ่าวเย็นเฉียบ ทั้งที่อากาศอบอุ่นพ่อเลี้ยงปัทม์ เจ้าของไร่องุ่นและตอนนี้เป็นเจ้าบ่าวของภริตา ยืนเคียงข้างเธอด้วยความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรรูปร่างกำยำผิวเนียนละเอียด จมูกคมรับสันโด่งอย่างสมบูรณ์แบบในสายตาแขกที่มาร่วมงาน เขาสวมชุดสูทสีเข้มเข้ากับบุคลิกสุขุมเย็นชา ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้มและอารมณ์ใดๆ แววตาคมกริบที่กำลังมองเธอไม่มีกระทั่งแววตาแห่งความรักแม้แต่นิดเดียว....ทว่ามันคือสายตาของคนที่กำลังมองอย่างประเมินค่าสิ่งของ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status