LOGIN“อื้อออ! ปล่อยนะ” เธอรวบรวมแรงทั้งหมดผลักคนตัวโตออกเมื่อเขาจู่โจมจูบเธออย่างไม่ทันตั้งตัว “หึ! อย่าหลงตัวเองว่าฉันจะพิศวาสคนอย่างเธอ ทำหน้าที่ให้คุ้มกับการเสนอตัวเองมาขัดดอกเงินห้าสิบล้านดีไหม” มุมปากยกยิ้มเย็นชาราวกับก้อนน้ำแข็ง มันไม่ใช่จูบของความรักแต่เป็นจูบแห่งการครอบครองแสดงความเป็นเจ้าของว่าเธอคือเบี้ยล่างของเขาหรือ นางบำเรอ ของเขานั่นเอง.. เขาบอกกับตัวเองว่าไม่ได้แตะต้องเธอเพราะความต้องการของหัวใจ ทว่าเขาแตะต้องเธอเพียงเพราะความต้องการของร่างกายเพียงเท่านั้น “เธอคงรู้ตัวเองดีว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร และอีกอย่างไม่ว่าฉันจะ...อยาก...ตอนไหนเธอก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” เขาเอ่ยเสียงต่ำแหบพร่า ลมหายใจร้อนจัดแผ่วอยู่ข้างใบหูของเธอ แต่ละถ้อยคำที่เปล่งออกมายิ่งกว่าคมมีดที่กรีดลึกลงบนศักดิ์ศรีของเธอโดยไม่ต้องใช้แรง ริมฝีปากบางเม้มแน่นเป็นเส้นตรง กลั้นความโกรธและความเจ็บไว้หลังดวงตากลมโตที่ไม่อาจปกปิดความเสียใจไว้ได้ แม้หัวใจดวงน้อยจะสั่นไหวแค่ไหน ไม่อาจยอมให้หยดน้ำตาทรยศร่วงหล่นต่อหน้าเขาเด็ดขาด มือบางกำชุดเจ้าสาวแน่น กลั้นเสียงสะอื้นไว้ในอกทุกสัมผัสคือการตอกย้ำทุกจังหวะคือการย้ำเตือนว่าเธอถูกตีค่าไว้แล้ว
View Moreบทที่ 5บ้านท้ายไร่แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าสอดส่องผ่านผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องไอร้อนจากแสงแดดสัมผัสร่างบางในผ้าห่มคนตัวเล็กลืมตาตื่นขึ้นมาจากห้วงความฝันกับความปวดหนึบกลางร่างกายเสียงสั่งการของพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่แฝงด้วยบารมีน่าเกรงขามเฉกเช่นผู้มีอำนาจเหนือกว่าดังแว่วอยู่กลางโถงบ้านขนาดใหญ่กลางพื้นที่ไร่องุ่นกว่าหนึ่งพันไร่ ดังเล็ดลอดเข้าไปยังห้องนอนที่เธอใช้เป็นเรือนหอเมื่อคืน“จัดการห้องนั้นให้เรียบร้อย เปลี่ยนผ้าปูทั้งหมด แล้วก็ล็อกไว้ ผมจะไม่ใช้มันแล้ว” บ้านจันทร์หัวหน้าแม่บ้านเก่าแก่ของไร่แห่งนี้รับคำสั่งอย่างรวดเร็ว บรรยากาศเงียบสงบไม่มีใครกล้าถามเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่ใช้มันอีกแล้วภริตาที่แอบยืนอยู่ในห้องเปิดประตูเล็กน้อยตั้งใจฟังฟังอยู่ไม่ไกล ได้ยินทุกคำพูดของเขานั้น ห้องที่เขาพูดถึงคือห้องหอของเธอและเขาเมื่อคืน ซึ่งก็คือห้องที่เธออยู่ในตอนนี้เมื่อคืนมันเป็นเพียงหน้าที่เป็นเพียงข้อตกลงทางธุรกิจ เขาบอกตัวเองชัดเจนว่าจะไม่แตะต้อง จะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงที่ “เสนอชีวิตตัวเองแลกเงิน” เข้ามามีอิทธิพลเหนือความรู้สึกแต่ทุกอย่างกลับพังลงในคืนเดียว เธอไม่ใช่ผู้หญิงมากเล่ห์อย่างที่เขาคิด ไม่
บทที่ 4คืนเข้าหอที่ไม่มีความรักหลังจากเสร็จพิธีงานเลี้ยงและส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาว ประตูห้องหอปิดลงพร้อมกับความเงียบหลังงานเลี้ยงหรูหราทำให้บรรยากาศภายในห้องยิ่งอึดอัดขึ้นกว่าเดิมภริตายืนนิ่งอยู่ข้างเตียงครู่ใหญ่ ชุดเจ้าสาวยังแนบกาย เธอรู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปอย่างไม่มีทางย้อนกลับเขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาปลายเตียงขนาดคิงไซต์อย่างเหนื่อยล้า มือปลดกระดุมสูทราคาแพงช้า ๆ สายตาคมเข้มมองเธออย่างไม่ปิดบังใบหน้าหล่อเหลาคมคายจ้องมองเธอไม่วางตา ในแววตานั้นไม่มีความอ่อนโยน ไม่มีแม้แต่ความรักแบบคู่บ่าวสาวทั่วไป มีแค่เพียงแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นมาจากคำดูถูกในงานเลี้ยงและความเชื่อฝังแน่นว่าเธอคือผู้หญิงที่ยอมแลกร่างกายและศักดิ์ศรีทุกอย่างด้วยเงิน“ตอนนี้ไม่มีแขก ไม่มีคนดู เลิกแสดงได้แล้วผมสะอิดสะเอียน” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดบีบคั้นความรู้สึกของอีกฝ่าย พร้อมสาวเท้าเข้ามาใกล้จนเธอถอยหลังชนฝา ดวงตาสีดำรัติกาลฉ่ำวาวจ้องมองสำรวจคนตรงหน้า ลมหายใจอุ่นร้อนโน้มลงใกล้ใบหน้ากลิ่นไวน์จาง ๆ ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดขนาดเห็นและสัมผัสลมหายใจเขารดต้นคอทำให้หัวใจดวงน้
บทที่ 3คำดูถูกกลางงานเลี้ยงงานเลี้ยงเวลาหนึ่งทุ่มแสงไฟระย้ากระทบคริสตัลพราวระยิบระยับเหนือศีรษะเสียงดนตรีคลอเบา ๆ เคล้ากลิ่นไวน์และน้ำหอมราคาแพงของแขกที่มาร่วมแสดงความยินดีค่ำคืนนี้ควรเป็นคืนแห่งความยินดีปรีดากับความรักของคู่บ่าวสาว ทว่าสำหรับภริตานั้นพื้นที่ที่เธอกำลังยืนไม่ต่างอะไรกับเวทีที่กำลังพิพากษาเธอภริตาในชุดเจ้าสาวยืนเคียงข้างเจ้าบ่าวที่ทรงอำนาจและอิทธิพลในภาคเหนือและวงการไวน์ พ่อเลี้ยงปัทม์ ว่าที่เจ้าสาวของพ่อเลี้ยงไร่องุ่นที่ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์มีเพียงแม่เลี้ยงปารมีซึ่งเป็นมารดาของเขายืนต้อนรับแขกด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่าที่เจ้าสาวที่สวยสะดุดตาแขกผู้มาร่วมงาน เผยริมฝีปากบางได้รูปพยายามฝืนยิ้มจาง ๆ ประดับบนใบหน้าอย่างไม่เต็มใจ ทว่าในอกกลับตึงแน่นราวกับหายใจไม่สุดไม่นานเสียงส้นสูงกระทบพื้นดังแว่วเข้ามาเรื่อย ๆ กระทั่งหยุดตรงหน้า ภริตาเงยหน้าขึ้นดวงตาคู่สวยมองภาพตรงหน้าแฝงด้วยความระแวดระวัง“พี่สะใภ้ดูสวยจังเลยค่ะวันนี้” ปริมน้องสาวเพียงคนเดียวของพ่อเลี้ยงปัทม์เข้ามายืนข้างพี่ชาย ครั้นสายตาที่มองภริตาไม่ได้มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความยินดีแม้แต่น้อย“ขอบคุณค่ะ” ภริตาตอบเบา ๆแ
บทที่ 2ห้าสิบล้านบาทที่แลกด้วยศักดิ์ศรีตัวเลขห้าสิบล้านบาทบนแผ่นกระดาษสีขาวสะอาดตัวหนังสือคมชัดยิ่งกว่าคมของใบมีดภริตายืนนิ่งราวกับถูกสาบอยู่ท่ามกลางผู้ที่มาร่วมงาน เขาชายผู้ที่มีอำนาจปกครองผืนแผ่นดินไร่องุ่นนี้ ราวกับจำเลยที่กำลังรอฟังคำพิพากษา“หนี้ของพ่อคุณ” พ่อเลี้ยงปัทม์ผู้ทรงอำนาจพูดเสียงเรียบ “ห้าสิบล้านบาท แลกกับการที่คุณจะเป็นนางบำเรอขัดดอกของผม”คำว่า นางบำเรอขัดดอก ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ“ฉันไม่ได้เป็นนางบำเรอของใคร”“อย่าทำตัวเป็นไร้เดียงสา บริสุทธิ์หน่อยเลย” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาโฟกัสมาที่เธอคนเดียว ใบหน้าดุดันของเขาแผ่รังสีอำหิตปนดูแคลน“พ่อคุณมาคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนผม แล้วคุณก็อาสาเสนอ ‘ตัวเอง’ เป็นทางออกของเงินจำนวนนี้” ถ้อยคำดูแคลนของคนตรงหน้า ทำให้เธอเหมือนถูกเหยียบจนจมดินหัวใจดวงน้อยขมขื่นจนไม่อาจอธิบายได้ความจริงในคืนนั้นไม่มีคำว่าอาสา มีเพียงเสียงของภรรยาใหม่บิดาเธอร้องไห้สะอื้นแม้เธอจะรู้ดีว่านั่นเป็นเพียงสิ่งลวงตา มีเพียงบิดาที่ไม่กล้าสบตาลูกสาวคนโตเพราะละอายแก่ใจ“ทำไมต้องเป็นไวน์คะคุณพ่อ” สายตาที่เอ่อด้วยหยาดน้ำตามองไปยังบุคคลในห้อง“ไพน์ไม่แต่งนะคะคุณพ่





