LOGIN
บทที่1 ปากหมานัก
ที่ลานจอดรถของมหาวิทยาลัย เสียงเบรกของรถสปอร์ตหรูดัง เอี๊ยด! สนั่นหวั่นไหว ล้อรถหยุดกะทัดหันห่างจากร่างของลิลลี่ไปไม่ถึงคืบ เธอชะงักกึก หัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ก่อนจะเงยหน้าถลึงตาใส่เจ้าของรถที่ก้าวลงมาด้วยท่าทางจองหอง "เดินบื้อไม่ดูทาง ถ้ารถฉันเป็นรอยขึ้นมา ลำพังปัญญาอย่างเธอทำงานทั้งชาติก็ชดใช้ไม่หมดหรอก...ยัยกระจอก" คินทร์เอ่ยเสียงเรียบแต่บาดลึก สายตาดูถูกเหยียดหยาม “มองปราดเดียวก็รู้ว่าชุดนักศึกษาของเธอมันราคาถูกแค่ไหน” ลิลลี่กำหมัดแน่น ความตกใจหายวับเปลี่ยนเป็นความเดือดพล่านทันที "นี่นาย! ขับรถเหี้ยๆ ในเขตมหาลัยแล้วยังจะมีหน้ามาเห่าอีกเหรอ? รถแพงซะเปล่าแต่เจ้าของไม่มีมารยาทว่ะ สันดานเสีย!" "เหอะ...ปากดีเหมือนกันนี่หว่า" คินทร์ขยับเข้าไปใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงปะทะจมูกเธออย่างจัง เขาก้มลงมากระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงหยัน "สวยแต่จนแบบเธอ...คงถนัดแต่เรียกร้องความสนใจจากผู้ชายรวยๆ สิท่า? แผนเรียกร้องความสนใจแบบโง่ๆ นี่ฉันเจอมาเยอะละ อย่าพยายามเลยว่ะ มันดู 'ราคาถูก' " เพี๊ยะ! ฝ่ามือเรียวฟาดลงบนหน้าหล่อๆ ของเขาจนหน้าหัน ลิลลี่จ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว "เก็บคำพูดสถุนๆ ของนายไว้ใช้กับตัวเองเถอะ! อย่ามาดูถูกคนอื่น คนอย่างฉันถึงจะจนแต่ก็ไม่ยอมให้ใครมาดูถูก! แล้วจำใส่หัวนายไว้ด้วยนะ รถนายจะเป็นรอยหรือไม่ฉันไม่สน แต่ถ้านายชนฉันตาย นายก็แค่ไอ้ฆาตกรที่เอาเงินฟาดหัวคนอื่นไปวันๆ เท่านั้นแหละ!" คินทร์หันกลับมามองช้าๆ มุมปากกระตุกยิ้มที่น่าขนลุก มือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้แน่นแล้วบีบจนเธอต้องนิ่วหน้า "กล้ามากที่ตบหน้าฉัน รู้ไหมว่าคนอย่าง 'คินทร์' ไม่เคยปล่อยให้ใครทำหน้าสั่นฟรีๆ" "ปล่อยนะเว้ย! ฉันจะไปเรียน!" ลิลลี่พยายามสะบัดมือออก แต่แรงผู้ชายมันต่างกันเกินไป "อยากให้ปล่อยเหรอ? ได้" คินทร์ลากเธอเข้าไปชิดตัวจนหน้าอกอวบอัดเบียดกับแผงอกแกร่ง "แต่จำไว้ให้ดีตั้งแต่วินาทีนี้ไป ชีวิตในมหาลัยของเธอจะไม่สงบสุขแน่ ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าการกล้าลองดีกับคนอย่างฉัน ผลลัพธ์มันจะ 'ร้อน' จนเธอร้องขอชีวิตไม่ทันเลยล่ะ" "ก็ลองดูดิ! คิดว่ารวยแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ? สำหรับฉัน นายมันก็น่าสมเพชพอๆ กับขยะเปียกนั่นแหละ อย่ามาสำคัญตัวผิด!" ลิลลี่กระแทกไหล่เขาอย่างแรงขณะเดินหนี ทิ้งให้คินทร์ยืนกัดฟันกรอดมองตามหลังไปด้วยสายตาอาฆาต ที่คลับหรู ช่วงค่ำที่ "The Vault" คลับหรูใจกลางเมืองที่พวกเศรษฐีชอบมาละเลงเงิน ลิลลี่ในชุดพนักงานกระโปรงสั้นสีดำโชว์เรียวขาเนียนสวยกำลังเดินถือถาดเครื่องดื่มอย่างคล่องแคล่ว เธอต้องการเงินพิเศษมาจ่ายค่าเทอมที่ค้างไว้ จึงต้องยอมมาทำงานในสถานที่สุ่มเสี่ยงแบบนี้ แต่แล้วสายตาเธอก็ไปปะทะกับร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟา VIP ตัวที่ใหญ่ที่สุด คินทร์วรโชติ นั่งไขว่ห้างอยู่ท่ามกลางสาวสวยแนบข้าง เขามองมาที่เธอด้วยสายตาที่เหมือนเสือเจอเหยื่อ "อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็ ผู้หยิ่งผยองตอนกลางวัน แต่กลางคืนกลับมา 'เร่ขาย' บริการในที่แบบนี้เหรอวะ?" คินทร์พูดเสียงดังจนเพื่อนในกลุ่มหันมาหัวเราะ ลิลลี่กำถาดแน่น เม้มปากระงับอารมณ์ "ฉันมาทำงานสุจริต ไม่ได้มาเร่ขายตัวเหมือนที่นายคิด เก็บสมองเน่าๆ ของนายไว้มโนเรื่องอื่นเถอะ" "ทำงานสุจริตงั้นเหรอ?" คินทร์ลุกขึ้นเดินตรงมาหาเธอ เขาหยิบธนบัตรใบละพันปึกใหญ่ขึ้นมาแล้วค่อยๆ โปรยลงบนพื้นต่อหน้าเธอ "งั้นก็ก้มลงเก็บเงินพวกนี้ซะสิเก็บให้ครบทุกใบด้วยปากของเธอ แล้วฉันจะทิปหนักๆ ให้เป็นค่าเหนื่อย" "คินทร์! นายมันทุเรศเกินไปแล้วนะ!" ลิลลี่ตะโกนใส่หน้าเขา ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ "นายคิดว่าเงินพรรค์นี้จะซื้อศักดิ์ศรีของฉันได้เหรอ? ฝันไปเถอะ!" เธอกำลังจะเดินหนี แต่เขากลับคว้าแขนเธอไว้แล้วกระชากเข้าไปหาตัวจนถาดเครื่องดื่มหลุดมือตกพื้นเสียงดัง เคร้ง! "ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอก แต่เงินของฉันมันช่วยแม่เธอที่นอนป่วยอยู่ได้ไม่ใช่เหรอ?" คินกระซิบเสียงเย็นข้างหู "ฉันรู้เรื่องบ้านเธอหมดแล้ว ยัยกระจอก ถ้าอยากได้เงินไปใช้หนี้ ก็หุบปากแล้วทำตามที่ฉันสั่ง!" "นายมันปีศาจ...นายแอบสืบเรื่องของฉันเหรอ?" "คนอย่างฉัน อยากรู้อะไรแค่กระดิกนิ้วก็รู้ทุกอย่างแล้ว" คินทร์เชยคางเธอขึ้นมา สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่คลอน้ำตาของเธอ "คืนนี้จบงานแล้วไปรอฉันที่รถ...ถ้าเธอไม่ไป พรุ่งนี้แม่เธอจะไม่มีที่นอนแน่ ฉันไม่ได้พูดเล่น!" เวลาเลิกงาน ลิลลี่เดินตามคินทร์ออกมาที่ลานจอดรถด้วยใจที่เดือดพล่าน เธอเกลียดตัวเองที่ต้องเดินตามผู้ชายสันดานเสียคนนี้เพียงเพราะเขากุมจุดอ่อนเรื่องบ้านและแม่ของเธอเอาไว้ เมื่อถึงรถสปอร์ตหรู คินทร์ปลดล็อกรถแล้วหันมามองเธอด้วยสายตาสมเพช "ขึ้นไปสิ หรือต้องให้ฉันอุ้ม? อ้อ...ลืมไป ผู้หญิงอย่างเธอน่าจะชอบให้ 'กระแทก' เข้าไปมากกว่า 'อุ้ม' สิท่า" "ไอ้ปากเสีย! เลิกดูถูกฉันซักวินาทีมันจะตายมั้ยฮะ!" ลิลลี่แผดเสียงใส่หน้าเขา ก่อนจะกระชากประตูรถเข้าไปนั่งกระแทกตัวลงอย่างแรง คินทร์ตามเข้ามานั่งประจำที่คนขับ เขาปิดประตูเสียงดังปัง! จนเธอสะดุ้ง รถทั้งคันตกอยู่ในความเงียบที่กดดัน กลิ่นหนังแท้และกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเขาทำให้ลิลลี่รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "นายต้องการอะไรกันแน่? นายจะแกล้งฉันไปถึงไหน เรื่องที่บ้านฉันนายก็สืบจนรู้หมดแล้ว นายยังสะใจไม่พออีกเหรอ!" "สะใจเหรอ? หึ ยังไม่เริ่มเลยด้วยซ้ำลิลลี่" คินทร์หันมาจ้องหน้าเธอ มือหนาเอื้อมไปเชยคางมนให้สบตา "ที่ตบหน้าฉันเมื่อเช้า คิดว่าฉันจะลืมง่ายๆ เหรอ? คนอย่างเธอต้องโดนดัดสันดานให้รู้ซะบ้างว่าที่นี่ใครคุม" "แล้วนายจะทำอะไร? เอาเงินฟาดหัวฉันเหมือนที่ทำกับคนอื่น? ฉันบอกนายแล้วไงว่าคนอย่างฉันไม่มีวันขายตัวให้คนอย่างนาย! ขยะแขยง" "ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะซื้อนี่..." คินทร์ขยับกายเข้าไปหาจนร่างบางเบียดชิดติดประตูรถ "ฉันจะ 'เช่า' เธอมาเป็นของเล่นแก้เบื่อซักพักต่างหาก เงินที่แม่เธอติดหนี้อยู่ทั้งหมด ฉันจะจ่ายให้เอง...แลกกับการที่เธอต้องมาเป็น 'ทาสรับใช้' ของฉันทุกอย่าง ไม่ว่าฉันจะสั่งอะไร เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ" "ทาสรับใช้อะไรของนาย! อย่ามาทุเรศนะคินทร์!" "รวมถึงเรื่องบนเตียงด้วย!" คินทร์เน้นคำชัดเจน สายตาจ้องเขม็งไปที่ริมฝีปากบางที่กำลังสั่น "ปากดีๆ แบบนี้ อยากรู้นักว่าเวลาโดนฉันปิดปากด้วยปากของฉัน เธอจะยังเก่งอยู่มั้ย" "นายมันเลว! ฉันไม่ทำ!" "ไม่ทำงั้นเหรอ?" คินทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปตึกแถวบ้านของเธอ "งั้นพรุ่งนี้เตรียมขนของออกจากบ้านได้เลย ฉันซื้อที่ตรงนั้นไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าเธอไม่ตกลงเธอกับแม่เธอก็ไปนอนข้างถนนซะ!" ลิลลี่น้ำตาคลอด้วยความคับแค้นใจ "นายมันไม่ใช่คน นายมันสัตว์นรก!" "ด่าอีกสิ ยิ่งเธอด่า ฉันยิ่งมีอารมณ์ว่ะ" คินทร์กระตุกยิ้มร้าย ก่อนจะใช้มือหนาบีบต้นคอเธอเบาๆ แล้วโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจเป่ารดกัน "ตกลงมั้ยลิลลี่? จะยอมเสียตัวให้ฉัน เพื่อรักษาที่ซุกหัวนอนกับชีวิตแม่เธอไว้หรือจะยอมเสียทุกอย่างเพื่อรักษาศักดิ์ศรีโง่ๆ ของเธอ?" ภายในรถสปอร์ตที่บรรยากาศร้อนระอุพอๆ กับอารมณ์ของคนทั้งคู่ ลิลลี่จ้องหน้าคินทร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความขยะแขยง เธอไม่ได้หวาดกลัวจนสั่นหัวหด แต่เธอกำลังโกรธจนตัวสั่นต่างหาก "เช่าตัวฉันงั้นเหรอ?" ลิลลี่ยิ้มสมเพช "ฝันไปเถอะคินทร์! นายอาจจะซื้อที่ดิน ซื้อตึก หรือซื้อของโง่ๆ ทุกอย่างบนโลกนี้ได้ แต่จำใส่สมองนายไว้ด้วยว่านายซื้อคนอย่างฉันไม่ได้!" "เธอกล้าปฏิเสธเหรอ? ทั้งที่ฉันถือไพ่เหนือกว่าทุกอย่างเนี่ยนะ?" "เออ! ฉันไม่ทำ! นายจะรื้อบ้านก็รื้อไป ฉันจะพาแม่ย้ายออกคืนนี้เลย นายนึกว่าตัวเองเป็นพระเจ้าหรือไงถึงจะมาชี้นิ้วสั่งชีวิตใครก็ได้ ไอ้คนสารเลว!" ลิลลี่ถ่มน้ำลายใส่พื้นรถอย่างไม่แคร์ว่ามันจะแพงกี่สิบล้าน ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมาด้วยท่าทางสตรองที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ เธอไม่รอฟังคำขู่ของเขาอีกลิลลี่รีบโบกแท็กซี่กลับไปยังตึกแถวเก่าๆ ของเธอทันที บ้านเช่า "แม่...แม่จ๋า" ลิลลี่รีบเข้าไปกอดแม่ที่กำลังนั่งไออยู่ในบ้านสภาพทรุดโทรม "แม่เก็บของนะแม่ เราจะย้ายออกคืนนี้ ลี่หาหอพักถูกๆ ไว้แล้ว เราไม่อยู่ที่นี่แล้วแม่ ที่นี่เจ้าของมันเฮงซวย ลี่ไม่อยากให้แม่ต้องมาอยู่ใต้ตีนคนอย่างมัน" "เกิดอะไรขึ้นลูกลี่? เราจะไปอยู่ไหนกัน" แม่ถามด้วยเสียงแหบพร่า "ไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีคนสันดานขยะอย่างมันไงแม่ ลี่ทำงานส่งตัวเองเรียนได้ ลี่จะดูแลแม่เอง" ลิลลี่พยายามกลั้นน้ำตาขณะรวบเอาเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นใส่กระเป๋า วันรุ่งขึ้น ณ มหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์นคิงส์ ลิลลี่เดินเข้ามหาลัยด้วยสภาพตาบวมเล็กน้อยจากการย้ายของทั้งคืน แต่เธอก็ยังเชิดหน้าเดินไปยังคณะบัญชี แต่…ยังไม่ทันได้ก้าวขึ้นตึก รถคันเดิมก็มาจอดขวางหน้าเธอไว้อีกครั้ง คินทร์ก้าวลงมาจากรถพร้อมกับรอยยิ้มผู้ชนะ ในมือเขาถือปึกเอกสารสีน้ำตาลหนา "หนีไปนอนหอพักรูหนูท้ายซอยสนุกมั้ยลิลลี่?" คินทร์เลิกคิ้วถามอย่างยั่วประสาท "นึกว่าหนีพ้นแล้วอ๋อ? ลืมไปหรือเปล่าว่าตระกูลรัตนธนากุล กว้างขวางแค่ไหน" "นายจะตามมาจองล้างจองผลาญฉันไปถึงไหน! ฉันก็ย้ายออกตามที่นายต้องการแล้วไง!" "ก็นึกว่าเธอจะฉลาดกว่านี้ แต่ที่ไหนได้...ดันโง่เข้าไปอีก" คินทร์ชูเอกสารในมือขึ้น "นี่คือสัญญาเงินกู้ที่พ่อเธอเคยไปกู้ไว้นอกระบบเมื่อห้าปีก่อน เจ้านั้นน่ะมันโหดมากนะแต่ตอนนี้ฉัน 'ซื้อหนี้' ทั้งหมดมาไว้ที่ฉันคนเดียวแล้ว" ลิลลี่หน้าซีดเผือด "นาย... นายทำอะไรนะ?" "ตัวเลขยอดรวมทั้งหมดรวมดอกเบี้ยเบ็ดเสร็จก็แค่...ห้าล้านบาท" คินทร์ขยับเข้าไปใกล้ ยัดเอกสารใส่เป้อันเก่าของเธอ "ลำพังเงินเดือนเด็กพาร์ทไทม์คืนละไม่กี่ร้อยของเธอ ชาตินี้ทั้งชาติเธอก็ใช้หนี้ฉันไม่หมดหรอกลิลลี่" "ไอ้คินทร์! นายมันหน้าตัวเมียที่สุด! ไอ้ควายเอ้ย!" "ด่าไปเถอะ เพราะถ้านายทุนอย่างฉันสั่งฟ้องขึ้นมา แม่ที่ป่วยของเธอต้องเข้าไปนอนในคุกแทนเพราะชื่อในสัญญามันเป็นชื่อแม่เธอ!" คินทร์เชยคางเธอขึ้นมา สายตาจ้องเขม็งอย่างคนถือไพ่ตาย "ทีนี้จะยอมรับข้อเสนอของฉันได้หรือยัง? จะยอมมาเป็น 'ทาส' รับใช้ฉันจนกว่าจะใช้หนี้ห้าล้านนี้หมด...หรือจะส่งแม่เธอเข้าคุก เลือกเอา!" ลิลลี่กำหมัดจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความโกรธและความเสียใจมันตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เธอจ้องหน้าผู้ชายตรงหน้าที่รวยและหล่อแต่หัวใจเน่าเฟะคนนี้อย่างเกลียดชังที่สุดบทที่53 ทะเลของสองแฝดหนึ่งอาทิตย์หลังจากงานวิวาห์สุดอลังการผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในโชว์รูมรถหรู รัตนธนากุล ยังคงอบอวลไปด้วยความสุข วันนี้เป็นวันพิเศษที่ครอบครัวใหญ่มาโม้กันพร้อมหน้าในห้องทำงานส่วนตัวสุดกว้างขวางของคุณคณิณ เพื่อล้อมวงทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ"ลี่จ๋า คินทร์จ๋า ป๊าว่าเราไปพักผ่อนกันหน่อยดีไหม?" คุณคณิณเอ่ยขึ้นขณะตักกับข้าวให้หลานสาว "ตั้งแต่แต่งงานมายังไม่ได้พักเลย ป๊าอยากพา ลีย่า กับ เรนนี่ ไปดูทะเลด้วย เห็นบ่นว่าอยากเห็นน้ำกว้างๆ มานานแล้ว""ใช่จ้ะ มี้เตรียมชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วให้หลานไว้แล้วนะเนี่ย" คุณย่าดารินยิ้มแก้มปริพอได้ยินคำว่า "ทะเล" สองแฝดที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ ก็หูผึ่งทันที"ทะเยหยอคะคุณปู่? ทะเยที่มันมีน้ำเยอะๆกว้างๆ สีฟ้าๆ ช่ายมั้ยคะ?" ลีย่า วางช้อนแล้วรีบคลานไปเกาะเข่าคุณคณิณ ตาแป๋วแหว๋ว"เยนนี่อยากเล่นน้ำ! เยนนี่จะใส่ชุดเป็ดเล่นน้ำก้าบๆ!" เรนนี่ กระโดดโลดเต้นจนแก้มยุ้ยๆ กระเพื่อม "พ่อคินทร์ขา พาไปเยยนะ ไปเดี๋ยวนี้เยย!""ไปครับลูก เดี๋ยวเราไปพัทยากันนะ ไม่ไกลบ้านเราด้วย" คินทร์ลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู ลิลลี่เห็นลูกๆดีใจเธอก็ยิ้มกว้างออกมาจังหวะนั้นเอง เสี
บทที่52 เข้าหอไฟลุกNCภายในห้องหอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของความรัก คินทร์จ้องมองร่างเปลือยเปล่าของลิลลี่ด้วยสายตาที่เป็นประกายโชติช่วง เขาโน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่เขาหลงใหลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลิ้นร้อนลากผ่านไหปลาร้าลงมายังยอดอกที่ชูชัน ก่อนจะพรมจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ ผ่านหน้าท้องแบนราบไปจนถึงปลายเท้าเล็กๆ ของเธอ"คินทร์รักลี่นะ รักที่สุดในชีวิตเลย" เขาพร่ำบอกข้างหูขณะที่เลื่อนตัวกลับขึ้นมาสบตาเธอ"ลี่ก็รักคินทร์ค่ะ รักจนไม่รู้จะรักยังไงแล้ว" ลิลลี่ตอบพลางยิ้มยั่ว เธอพลิกตัวขึ้นมานั่งทับบนหน้าขาแกร่ง มือเรียวซนเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่ "ท่อนรัก" ที่บัดนี้มันแข็งขึงขยายขนาดจนเต็มพิกัด เธอเริ่มกำรวบแล้วรูดรั้งขึ้นลงอย่างจังหวะเน้นๆ"ซี๊ดดด...ลี่อย่าชักแบบนั้นสิ มันเสียวคินทร์จะทนไม่ไหวเอา" คินทร์ครางซี้ดออกมา มือหนาจิกจนแน่น"ลี่อยากให้คินทร์เสียวจนทนไม่ไหวไงคะ อยากเห็นคินทร์คลั่งเพราะลี่" เธอแกล้งขยับมือเร็วขึ้น สลับกับใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงที่ส่วนปลายที่เริ่มมีน้ำปริ่มออกมา"แกล้งผัวเหรอ? ได้เลยเดี๋ยวเจอคินทร์เอาคืนบ้าง อย่าร้องขอชีวิตนะ!" คินทร์คำรามเบาๆ ก่อนจะรวบตัวลิลลี่ให้น
บทที่51 แต่งงานNCในที่สุด วันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวรรค์สีขาวสะอาดตา อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกลิลลี่ป่าและกุหลาบขาวนับหมื่นดอก แสงไฟวอร์มไวท์ส่องสว่างนวลตาช่วยขับให้บรรยากาศดูศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่นอย่างถึงที่สุดประตูบานยักษ์ค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับเสียงเพลงคลาสสิกที่บรรเลงขึ้นอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางสายตาแขกเหรื่อนับพันที่หันไปมองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏคือ ลีย่า และ เรนนี่ ในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีขาวนวล มีโบว์ซาตินยักษ์อยู่ด้านหลัง ผมลอนเล็กๆ ถูกประดับด้วยมงกุฎดอกไม้จิ๋ว ดูเหมือนตุ๊กตานางฟ้าตัวน้อยที่หลุดออกมาจากนิทาน“ลีย่า... เยนนี่... เดินสวยๆ” ลีย่า กระซิบเตือนน้องสาวเสียงเบาพลางก้มมองตะกร้าดอกไม้ในมืออย่างมุ่งมั่น“เยนนี่รู้แย้ววว จะไม่ปาใส่หัวพี่ลีย่าแย้วค่ะ” เรนนี่ ตอบเสียงใสพลางจีบนิ้วป้อมๆ หยิบกลีบกุหลาบขึ้นมาสองแฝดเริ่มออกเดินเตาะแตะนำหน้าพ่อแม่ ลีย่าพยายามทำตามที่ซ้อมมาอย่างเคร่งครัด เธอค่อยๆ หยิบดอกไม้โปรยลงบนพรมอย่างเบามือพลางยิ้มหวานให้แขกเหรื่อ จนคนในงานต่างอุทานออกมาด้วยความเอ็นดู "อุ๊ย! น่ารักจังเลยลูก"ส่วนเรนนี่ที่เดินขนาบข้าง
บทที่50 สองปีผ่านไปผ่านไป 2 ปีเต็ม จากทารกตัวน้อยในวันนั้น บัดนี้กลายเป็นสองสาวน้อยจอมแสบ "น้องลีย่า" และ "น้องเรนนี่" ฝาแฝดที่ถอดแบบความสวยคมมาจากแม่ลิลลี่ และได้ความทะเล้นขี้เล่นมาจากพ่อคินทร์ไปเต็มๆคฤหาสน์รัตนธนากุลบัดนี้กลายเป็นสนามเด็กเล่นขนาดย่อม แม้จะมีพี่เลี้ยงอาชีพคอยประกบถึง 3 คน แต่ความแสบสันของสองแฝดก็ทำเอาพี่เลี้ยงวิ่งขาขวิดแทบทุกวัน โดยเฉพาะเวลาที่คุณแม่ลิลลี่พาออกไปที่โชว์รูมรถหรูของครอบครัว"ลีย่าลูก! อย่าเอาอมยิ้มไปแปะที่กระจกรถเฟอร์รารี่คันนั้นครับ! คันนั้นลูกค้ากำลังจะมาตรวจรับรถนะลูก!" คินทร์ในชุดสูทสุดเนี้ยบตะโกนเสียงหลง พลางวิ่งไล่จับลูกสาวคนพี่ที่กำลังวิ่งซิกแซกหลบหลีกพนักงานขายอย่างคล่องแคล่ว"คิกๆ พ่อคินทร์จ๋า!" ลีย่าหัวเราะชอบใจส่วนคนน้องอย่างเรนนี่ ก็ไม่น้อยหน้า เธอปีนขึ้นไปนั่งบนโซฟารับรองแขก VIP พร้อมกับถอดรองเท้ากระเด็นไปคนละทิศละทาง "เรนนี่หิวเยลลี่ เอามาให้หน่อย!""พะ เพิ่งทานไปเองนะคะคุณหนูเรนนี่" พี่เลี้ยงเหงื่อตกพลางรีบคว้าตัวเด็กหญิงไว้ก่อนจะซนไปมากกว่านี้ พนักงานในโชว์รูมต่างพากันอมยิ้ม บ้างก็เข้ามาช่วยล้อมจับจนโชว์รูมที่เคยดูขรึมๆ กลายเป็นสวนสน
บทที่49 NCคินทร์ไม่ปล่อยให้ลิลลี่ได้พักหายใจนานนัก หลังจากที่น้ำหวานของเธอพุ่งออกมาจนชุ่ม เขาจัดการรวบตัวร่างบางที่กำลังหอบสั่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จับเธอพลิกให้หันหลังเข้าหาหัวเตียงในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนที่แสนยั่วยวน คินทร์ใช้เข่าแกร่งแทรกดันขาเรียวทั้งสองข้างให้แยกออกจากกันกว้างที่สุดจนเห็นความฉ่ำแฉะที่กำลังเต้นตุบๆตามจังหวะหัวใจ ลิลลี่พยายามใช้แขนยันหัวเตียงไว้เพื่อพยุงตัว ใบหน้าสวยฟุบลงกับหมอนส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอคินทร์คว้าแก่นกายขนาดยักษ์ที่ร้อนผ่าวและแข็งปั๋งขึ้นมาชักรูดเน้นๆ สองสามที ก่อนจะจ่อส่วนปลายที่บานฉ่ำเข้ากับรอยแยกที่ยังเปียกโชก เขาออกแรงกดพรวดเดียวแทรกผ่านความคับแน่นเข้าไปจนสุดทางรัก"สวบ!""อ๊าาาาาาา! คินทร์! มันลึก อื้ออออ!" ลิลลี่แผดเสียงครางลั่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ที่ตอกอัดเข้ามาจนมิดด้าม คินทร์ไม่รอช้าเขาเริ่มโยกย้ายสะโพกสอบกระแทกเข้าใส่ไม่ยั้งมือ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว "ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!""อื้มมมมม! แม่งโคตรดีเลยลี่... แน่นฉิบหาย อ๊าาา!" คินทร์คำรามเสียงต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านถึงทรวง เขาจับเอวบางไว้มั่นแล้วกระหน่ำแทงเข้าออกอย่างรุนแร
บทที่48 กลับบ้านรับขวัญNCสองวันต่อมาที่โรงพยาบาล หลังจากที่คุณหมอเช็กอาการจนแน่ใจว่าบาดแผลที่ขาเริ่มแห้ง และผลตรวจครรภ์ลูกแฝดไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว คินทร์ก็รีบทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลทันที เขาประคองลิลลี่ขึ้นรถหรูที่เตรียมเบาะรองนั่งมาอย่างนุ่มสบาย เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนถึงบาดแผลและเจ้าตัวเล็กในท้องทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ประตูรั้วอัลลอยด์สีทองบานยักษ์ ลิลลี่ถึงกับตาโตเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ป๊าคณิณ และ คุณแม่ดาริน ยืนยิ้มแป้นรออยู่ที่หน้าบัน พร้อมด้วยเหล่าแม่บ้านในชุดยูนิฟอร์มสะอาดสะอ้าน คนขับรถ และคนสวนที่ถือพวงมาลัยดอกมะลิรอต้อนรับกันเป็นแถวยาว"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะหนูลี่!" ป๊าคณิณตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุขคินทร์ก้าวลงจากรถแล้วรีบอ้อมไปเปิดประตูฝั่งลิลลี่ เขาช้อนร่างภรรยาขึ้นอุ้มแนบอกในท่าเจ้าหญิงทันที"คินทร์ลี่เดินเองได้ค่ะ แค่แผลถลอกเอง" ลิลลี่กระซิบเขินๆ เพราะคนอยู่กันเต็มบ้าน"ไม่ได้! คินทร์สัญญาว่าจะไม่ให้ลี่เท้าแตะพื้นจนกว่าจะถึงห้องนอน" คินทร์ตอบเสียงดังฟังชัด จนเหล่าแม่บ้านแอบยิ้มกริ่มในความคลั่งรักของเจ้านายหนุ่มเมื่อเข้าไปถึงห้องโถงกลาง ลิลลี่ต้องประหลาดใจอีกครั้ง
บทที่5 โรงบาลแสงไฟจากบูธรถยนต์ที่พารากอนค่อยๆ ดับลงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ลิลลี่พยายามกลั้นไว้จนสุดทาง ทันทีที่เซ็นชื่อเลิกงานและรับเงินค่าจ้างมา เธอไม่รอช้าที่จะพุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลทันที โดยมี ลูกพีช และ แตงโมมาด้วยเพราะความเป็นห่วงเพื่อนรักที่สภาพจิตใจย่ำแย่เกินกว่าจะปล่อยให้ไปไหนคนเดียวได้ณ หน้า
บทที่4 งานบรรยากาศภายในห้างจัดแสดงรถยนต์สุดหรูที่สยามพารากอนเต็มไปด้วยความคึกคัก แสงไฟสปอตไลต์นับร้อยดวงสาดส่องลงมากระทบกับตัวถังรถซูเปอร์คาร์ที่เงาวับจนแสบตา แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาทุกคนมากที่สุดในวันนี้ กลับไม่ใช่ความโฉบเฉี่ยวของนวัตกรรมยานยนต์ แต่เป็นหญิงสาวที่ยืนเด่นสง่าอยู่ข้างรถสปอร์ตสีเงินเมท
บทที่3 แม่จ๋าลิลลี่ไม่แม้แต่จะปรายตาจ้องมองคนที่ยืนค้ำหัวเธอด้วยซ้ำ มือบางที่สั่นเทารีบกดโทรศัพท์ติดต่อเบอร์ฉุกเฉิน 1669 ทันที เธอรัวสายรายงานอาการของแม่และพิกัดที่อยู่ด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะเข้มแข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้คินทร์ที่ตั้งท่าจะเข้าไปช่วยอุ้มถึงกับชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นแผ่นหลังที่ตั้งตรงแ
บทที่2 ทำไงดีว่ะหลายวันต่อมา ณ โรงอาหารคณะบัญชีที่ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและเงียบสงบ ลิลลี่นั่งเหม่อลอยจ้องจานข้าวตรงหน้า มือเรียวเขี่ยเม็ดข้าวไปมาด้วยท่าทางอมทุกข์ จน ลูกพีช เพื่อนสนิทสาวหน้าสวยหวาน ผมสั้นประบ่าต้องตบโต๊ะเสียงดังปังเพื่อให้เพื่อนดึงสติกลับมา"เป็นอะไรของมึงเนี่ยลี่? เขี่ยข้าวจนม