로그인บทที่2 ทำไงดีว่ะ
หลายวันต่อมา ณ โรงอาหารคณะบัญชีที่ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและเงียบสงบ ลิลลี่นั่งเหม่อลอยจ้องจานข้าวตรงหน้า มือเรียวเขี่ยเม็ดข้าวไปมาด้วยท่าทางอมทุกข์ จน ลูกพีช เพื่อนสนิทสาวหน้าสวยหวาน ผมสั้นประบ่าต้องตบโต๊ะเสียงดังปังเพื่อให้เพื่อนดึงสติกลับมา "เป็นอะไรของมึงเนี่ยลี่? เขี่ยข้าวจนมันจะรวมร่างกับจานอยู่แล้ว มีเรื่องอะไรเครียดหรือเปล่า บอกพวกกูมาดิ๊" ลูกพีชถามด้วยสีหน้าจริงจัง แตงโม เพื่อนเกย์หล่อคนสนิทรีบเสริมทันที "นั่นสิยะ ปกติมึงสวยเริ่ดเชิดหยิ่งจะตาย แต่นี่หน้ามึงโทรมเหมือนคนไม่ได้นอนมาสามคืนติด มีหนุ่มที่ไหนมาทำของใส่หรือไง?" ลิลลี่ถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะเงยหน้ามองเพื่อนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอัดอั้น "กูไปมีเรื่องกับ 'ไอ้คินทร์' วิศวะยานยนต์มาน่ะสิ" "ห๊ะ!! ไอ้คินทร์ ที่ชื่อวรโชติ ใช่มั้ย?" ลูกพีชอุทานจนคนทั้งแถวนั้นหันมามอง "มึงไปมีเรื่องกับมันท่าไหนวะ นั่นมันตัวท็อปสายเถื่อนเลยนะมึง รวยล้นฟ้าแต่สันดานนี่...สุดจะบรรยาย" "ก็วันก่อนมันขับรถเฮงซวยของมันเกือบซนกูที่ลานจอดรถ น่ะสิ ขับไม่ดูคนเลยมั้ง กูก็เลยจัดให้ไปฉาดหนึ่ง... ตบหน้ามันจนหน้าหันเลยล่ะ" ลิลลี่เล่าพลางทำท่าทางประกอบด้วยความแค้น "เชี่ย! มึงตบหน้าคินทร์วรโชติ!" แตงโมตาค้าง "แล้วมันทำยังไงต่อ? มันบีบคอมึงมั้ย?" "มันไม่บีบคอกูหรอก แต่มันปากหมาใส่กูไม่หยุดเลยน่ะสิ ดูถูกกูตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วด่ากูว่ายาจกบ้างล่ะ ราคาถูกบ้างล่ะ แถมยังหาว่ากูวางแผนเรียกร้องความสนใจจากผู้ชายรวยๆ แบบมันอีก กูเลยซัดมันกลับไปชุดใหญ่ แต่มันไม่จบแค่นั้นน่ะสิพวกมึง..." ลิลลี่หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ความกังวลเรื่องหนี้ 5 ล้านและเรื่องที่ย้ายบ้านหนียังคงวนเวียนอยู่ในหัว แต่เธอก็ยังไม่กล้าบอกเพื่อนเรื่องที่มันเอาชีวิตแม่มาขู่ "มันทำไมลี่? มันแกล้งมึงที่มหาลัยเหรอ?" ลูกพีชถามพลางถกแขนเสื้อ "ถ้ามันรังแกมึงบอกกูนะ กูจะไปเอาคืนให้เอง รวยแล้วไงวะ รวยแล้วปากหมาใส่คนอื่นแบบนี้มันน่าโดนตบอีกรอบ!" "มันแสบกว่านั้นอีกพวกมึง ตอนนี้มันจ้องจะลากกูไปเป็นทาสรับใช้มัน แลกกับเรื่องที่กูทำมันขายหน้า" ลิลลี่เม้มปากแน่น "กูควรทำยังไงดีวะ จะหนีก็หนีไม่พ้น จะสู้ต่อมันก็มีไพ่เหนือกว่ากูทุกอย่างเลย" ลิลลี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจคายความลับที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมาทั้งหมด เพราะตอนนี้เธอมืดแปดด้านเกินกว่าจะแบกรับไว้คนเดียวได้ "จริงๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องตบหน้าหรอกพวกมึง..." ลิลลี่ลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "ไอ้คินทร์มันรู้เรื่องที่บ้านกูหมดเลย มันรู้ว่าแม่กูป่วย มันรู้ว่ากูมีหนี้...และที่เหี้ยที่สุดคือ มันไปกว้านซื้อหนี้นอกระบบที่พ่อกูทิ้งไว้มาถือไว้คนเดียว ยอดรวมห้าล้าน!" "ห้าล้าน!" แตงโมอุทานแทบตกเก้าอี้ มือทาบอกอย่างไม่อยากจะเชื่อ "เออ แล้วมันยังขู่กูอีกว่าถ้ากูไม่ยอมไปเป็นทาสรับใช้มัน มันจะฟ้องแม่กูเข้าคุกเพราะแม่กูเป็นคนค้ำประกัน แถมมันยังจะรื้อบ้านเก่าที่กูเช่าทิ้งจนกูต้องพาแม่หนีไปอยู่หอพักรูหนูท้ายซอยเมื่อคืนเนี่ย มันเลวได้ใจจริงๆ กูเกลียดมัน!" พูดไปลิลลี่ก็ขอบตาแดงก่ำด้วยความแค้นใจ ลูกพีชที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้น สายตาที่เคยขี้เล่นเปลี่ยนเป็นจริงจังและดุดันขึ้นมาทันที เธอขยับเข้าไปกอดไหล่ลิลลี่ไว้แน่น "มันใช้วิธีหมาลอบกัดชัดๆ รวยซะเปล่าแต่เล่นสกปรก" ลูกพีชนิ่งไปครู่หนึ่งเพื่อใช้ความคิด ก่อนจะเงยหน้ามองลิลลี่ด้วยสายตาแน่วแน่ "ลี่... มึงฟังกูนะ ในเมื่อมันบีบให้มึงไม่มีทางเลือก มึงก็อย่าเพิ่งยอมแพ้จนหัวหด มึงเรียนบัญชีนะมึงคือตัวแม่เรื่องตัวเลขและเหตุผล" "แล้วกูต้องทำไงพีช? เงินห้าล้านกูจะไปหาที่ไหนมาฟาดหน้ามันตอนนี้" "มึงไม่ต้องหาตอนนี้หรอก แต่ในเมื่อมันอยากได้มึงไปเป็น 'ทาส' นักใช่ไหม... มึงก็ยอมตกลงไปเลย!" "ฮะ! พีช มึงบ้าป่ะเนี่ย ให้กูไปหาไอ้หมาบ้านั่นเนี่ยนะ?" ลิลลี่มองเพื่อนอย่างตกใจ "ฟังให้จบก่อนสิยะ!" ลูกพีชแสยะยิ้มร้าย "กูไม่ได้ให้มึงไปเป็นทาสที่ยอมให้มันโขกสับฝ่ายเดียว แต่มึงต้องไปเป็น 'ทาสสายโหด' มึงเข้าไปอยู่ในวงจรชีวิตมัน ไปสืบดูว่าบริษัทมันมีช่องโหว่ตรงไหน หรือมันแอบทำอะไรไม่ดีไว้หรือเปล่า มึงเรียนบัญชี มึงเก่งเรื่องจับผิดเอกสารอยู่แล้ว ไม่ใช่หรอ? มึงหาจุดอ่อนมันให้เจอ แล้วใช้สิ่งนั้นมาต่อรองหนี้ห้าล้านคืน!" "อ้อ...อีกอย่างนะลี่" แตงโมเสริมขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ระหว่างที่มึงไปรับใช้อีตาคุณชายจอมหยิ่งนั่นน่ะ มึงต้องสวยเริ่ดตลอดเวลา ทำให้มันเห็นว่ามึงไม่ได้กระจอกอย่างที่มันดูถูก ทำให้มันคลั่งจนขาดมึงไม่ได้...แล้ววันไหนที่มันตกหลุมพรางมึง วันนั้นแหละคือวันที่มึงจะเขี่ยมันทิ้งเหมือนขยะ!" ลิลลี่นิ่งไปพลางนึกตาม คำพูดของเพื่อนเริ่มทำให้เธอมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ขึ้นมาบ้าง "มึงคิดว่าคนอย่างกูจะเอาไอ้คินทร์วรโชติอยู่จริงๆ หรอ?" "คนอย่างมันก็แค่ผู้ชายปากหมาที่มีเงินเยอะไปหน่อยเท่านั้นแหละลี่" ลูกพีชตบไหล่เพื่อนแรงๆ "มึงคือดาวบัญชีนะเว้ย สู้ดิ! เข้าไปป่วนชีวิตมันให้พังพินาศ เอาให้มันรู้ว่าการมายุ่งกับลิลินทรา มันคือฝันร้ายที่สุดในชีวิตของมัน!" "แล้วถ้า ถ้ามันจะนอนกับกูจริงๆ จะทำยังไงวะกูกลัว" ลิลลี่ถามเสียงสั่น พลางก้มหน้ามองมือตัวเองที่บีบกันแน่น "กูซิงนะเว้ยพวกมึง!" พอกล่าวจบ ทั้ง ลูกพีช และ แตงโม ถึงกับชะงักไปวิเดียว ก่อนจะประสานเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นโรงอาหารจนลิลลี่หน้าแดงแปร๊ด "ฮ่าๆๆๆ โอ๊ยยย ลี่! มึงจะเก็บไว้ทำไมนักหนาฮะซิงมึงอ่ะ?" แตงโมพูดพลางใช้มือพัดหน้าตัวเอง "สมัยนี้เขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว ยุคนี้เขาไม่ถือเรื่องซิงไม่ซิงกันแล้วย่ะแม่คุณ!" "เอ้า! ก็กูจะเก็บไว้ให้คนที่กูชอบดิวะ!" ลิลลี่เถียงคอเป็นเอ็น "กูไม่ได้ใจง่ายเหมือนมึงนี่หว่าอีโม ที่จะยอมยกร่างกายให้ใครก็ได้ โดยเฉพาะไอ้หมาบ้าคินทร์นั่นน่ะ กูเกลียดมันเข้าไส้ จะให้กูไปนอนแบให้มันฟรีๆ ฝันไปเถอะ!" ลูกพีชกับแตงโมพร้อมใจกันเบะปากมองบนจนตาแทบกลับ "จ้าแม่นางเอกดาวพระศุกร์" ลูกพีชจิกกัดเบาๆ "มึงจะรอให้ถึงวันวิวาห์แล้วค่อยเสียซิงก็ดีน่ะ? กว่าจะถึงวันนั้นมึงต้องปีนรอบนคานก่อนเหมือนกู ฮาฮ่าๆ" "มึงด้วยหรออีพีช เริสว่ะ แต่สำหรับกู มันต้องไม่ใช่คนแบบไอ้คินทร์!" ลิลลี่แย้งเสียงแข็ง "เออๆ กูเข้าใจความรักนวลสงวนตัวของมึง" แตงโมตบไหล่เบาๆ "แต่ฟังกูนะลี่ ผู้ชายอย่างคินทร์วรโชติอ่ะ มันมีผู้หญิงแก้ผ้าพร้อมถวายตัวให้เพียบ มึงคิดว่าคนหยิ่งๆ อย่างมันจะมาปล้ำคนที่ไม่เต็มใจอย่างมึงเหรอ? มันเสียศักดิ์ศรีจะตายไป" "จริง คนอย่างมันถ้าจะเอาใคร คนนั้นต้องคลานเข้าไปหาเอง" ลูกพีชเสริม "แต่ถ้ามันจะบ้ากามขึ้นมาจริงๆ มึงก็แค่หาทางเลี่ยงสิวะ มึงเรียนบัญชีมานะลี่ ใช้เล่ห์เหลี่ยมสิ แกล้งเป็นเมนส์บ้าง แกล้งป่วยบ้าง หรือแกล้งทำตัวน่าเบื่อจนมันหมดอารมณ์ไปเองก็ได้" "มึงแน่ใจนะว่าวิธีพวกนี้จะได้ผลกับคนอย่างมัน?" ลิลลี่ถามด้วยความไม่มั่นใจ "ไม่ลองไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ มึงต้องเข้าไปอยู่ใกล้ๆ มันก่อนเพื่อหาทางปิดหนี้ห้าล้านนั่น" ลูกพีชจ้องตาเพื่อน "จำไว้...มึงต้องเป็นฝ่ายคุมเกม อย่าปล่อยให้ไอ้หนุ่มวิศวะนั่นมันจูงจมูกมึงได้ฝ่ายเดียว" เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าดังขัดจังหวะบทสนทนาในกลุ่มเพื่อน ลิลลี่กดรับสายด้วยความแปลกใจ แต่เพียงแค่ไม่กี่วินาที ใบหน้าสวยเริ่ดที่เคยเชิดรั้นก็ซีดเผือดลงทันตาเห็น "อะไรนะป้า! แม่ล้มเหรอคะ ฮัลโหลป้า! ตอนนี้แม่เป็นไงบ้าง!" ลิลลี่แทบเสียสติเมื่อปลายสายบอกว่าแม่ล้มหัวฟาดในห้องน้ำหอพักใหม่ เธอรีบกวาดของลงกระเป๋า ลาเพื่อนๆ ด้วยเสียงสั่นเครือแล้ววิ่งหน้าตั้งออกไปทันที แตงโม พยายามตะโกนเรียกจะไปส่งแต่ลิลลี่ไม่ได้ยินในหัวเธอมีแต่ภาพของแม่ลอยวนอยู่เต็มไปหมด ระหว่างที่เธอกำลังวิ่งลนลานไปทางหน้าประตูมหาลัย รถสปอร์ตคันเดิมก็ขี่สวนเข้ามาพอดี คินทร์ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยเห็นร่างบางวิ่งร้องไห้เหมือนคนเสียสติผ่านหน้ารถเขาไป เขารีบหักพวงมาลัยวกกลับแล้วเหยียบคันเร่งตามไปจอดขวางหน้าเธอทันที เอี๊ยดดดดด! "จะรีบไปไหนยัยกระจอก! วิ่งร้องไห้แบบนี้กะจะไปเรียกเรตติ้งที่ไหนอีกล่ะ" คินทร์ลดกระจกลงตะโกนถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามฉบับของเขา "อย่าเสือก! ถอยรถไป!" ลิลลี่ตวาดกลับเสียงสั่น น้ำตาไหลพรากจนเป็นทางยาว เธอไม่สนอะไรทั้งนั้น พยายามจะวิ่งอ้อมรถไปขึ้นรถเมล์ที่กำลังจอดรับคนอยู่ไกลๆ "นี่เธอ!" คินทร์เห็นท่าไม่ดี เขาเริ่มโมโหที่เธอทั้งด่าและเมินใส่ จึงรีบเปิดประตูลงมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น "ฉันถามดีๆ นะว่าจะไปไหน ร้องไห้ทำไมฮะ!" "ปล่อยฉัน! แม่ฉันล้ม ฉันต้องไปหาแม่ ปล่อย!" ลิลลี่ทั้งผลักทั้งสะบัดมือเขาออกอย่างบ้าคลั่ง น้ำตามันบดบังทัศนวิสัยจนเธอดูช่างน่าสงสารในสายตาของคนที่ยืนดูอยู่รอบๆ "ขึ้นรถ! เดี๋ยวฉันไปส่ง!" คินทร์สั่งเสียงเข้ม พลางออกแรงลากเธอไปที่ฝั่งคนนั่ง "ไม่ไป! ฉันไม่ไปกับคนเลวๆ แบบนาย ปล่อยฉันนะคินทร์!" "อย่ามาอวดดีตอนนี้ลิลลี่! รถเมล์มันช้า ขืนมัวแต่เล่นแง่แม่เธอได้เป็นหนักกว่าเดิมพอดี ขึ้นรถ!" คินทร์ไม่รอให้เธออนุญาต เขาอุ้มร่างบางที่พยายามดิ้นรนยัดใส่รถแล้วล็อกประตูทันที ก่อนจะรีบกระโดดไปฝั่งคนขับแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปตามพิกัดที่เธอบอกด้วยความเร็ว ห้องเช่าท้ายซอย รถหรูราคาหลายสิบล้านเบรกจนฝุ่นตลบหน้าห้องแถวเก่าๆ ที่ดูทรุดโทรมจนน่าใจหาย ลิลลี่รีบเปิดประตูรถวิ่งนำเข้าไปข้างในห้องทันที คินทร์ที่ลงจากรถมาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเธอถึงกับยืนอึ้ง...เขาไม่เคยคิดว่ายัยเด็กบัญชีที่แต่งตัวสวยเริ่ดเชิดหยิ่งที่มหาลัย จะซุกหัวนอนอยู่ในที่ที่เหมือนรูหนูแบบนี้ ภายในห้องที่แคบและอับชื้น ลิลลี่พุ่งไปโอบกอดร่างของ มลฤดี ผู้เป็นแม่ที่นอนคุดคู้อยู่บนฟูกบางๆ ที่วางติดกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ โดยมีป้าข้างห้องคอยพัดวีให้ "แม่! ลี่มาแล้วแม่ เป็นยังไงบ้างจ๊ะ" ลิลลี่สะอื้นไห้พลางตรวจดูตามร่างกายแม่ด้วยความลนลาน คินทร์เดินตามเข้ามาเงียบๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องที่มีเพียงพัดลมเก่าๆ และกระติกน้ำร้อนตั้งอยู่ ภาพความลำบากที่แท้จริงของลิลลี่กระแทกเข้าตาเขาอย่างจัง ความหยิ่งยโสที่มีมาตลอดเริ่มสั่นคลอน เมื่อเห็นยัยตัวแสบที่เคยด่าเขาฉอดๆ ตอนนี้กลับดูตัวเล็กและอ่อนแอเหลือเกินขณะกอดแม่ที่นอนเจ็บอยู่บนฟูกสภาพน่าเวทนา "เจ็บตรงไหนมั้ยจ๊ะแม่ ลี่ขอโทษนะที่ทิ้งแม่ไว้คนเดียว" ลิลลี่ซบหน้าลงกับอกแม่ ร้องไห้จนตัวโยน คินทร์ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ความรู้สึกผิดที่เขาเป็นคนรื้อบ้านเก่าของเธอจนเธอต้องระหกระเหินมาอยู่ที่นี่เริ่มแล่นเข้ามาในอก แม้ปากเขาจะอยากพูดอะไรแรงๆ ออกไปตามความเคยชิน แต่พอเห็นคราบเลือดที่ติดอยู่ตรงขมับของแม่ของเธอ เขาก็ขมวดคิ้วแน่น "นิ่งอยู่ทำไมล่ะ! จะพาแม่ไปโรงพยาบาลมั้ย?" คินทร์เอ่ยเสียงดุแต่แฝงไปด้วยความกังวล "หอพักเฮงซวยแบบนี้รถพยาบาลคงเข้าไม่ถึงหรอก ลุกขึ้น! ฉันจะอุ้มแม่เธอไปที่รถเอง!"บทที่53 ทะเลของสองแฝดหนึ่งอาทิตย์หลังจากงานวิวาห์สุดอลังการผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในโชว์รูมรถหรู รัตนธนากุล ยังคงอบอวลไปด้วยความสุข วันนี้เป็นวันพิเศษที่ครอบครัวใหญ่มาโม้กันพร้อมหน้าในห้องทำงานส่วนตัวสุดกว้างขวางของคุณคณิณ เพื่อล้อมวงทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ"ลี่จ๋า คินทร์จ๋า ป๊าว่าเราไปพักผ่อนกันหน่อยดีไหม?" คุณคณิณเอ่ยขึ้นขณะตักกับข้าวให้หลานสาว "ตั้งแต่แต่งงานมายังไม่ได้พักเลย ป๊าอยากพา ลีย่า กับ เรนนี่ ไปดูทะเลด้วย เห็นบ่นว่าอยากเห็นน้ำกว้างๆ มานานแล้ว""ใช่จ้ะ มี้เตรียมชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วให้หลานไว้แล้วนะเนี่ย" คุณย่าดารินยิ้มแก้มปริพอได้ยินคำว่า "ทะเล" สองแฝดที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ ก็หูผึ่งทันที"ทะเยหยอคะคุณปู่? ทะเยที่มันมีน้ำเยอะๆกว้างๆ สีฟ้าๆ ช่ายมั้ยคะ?" ลีย่า วางช้อนแล้วรีบคลานไปเกาะเข่าคุณคณิณ ตาแป๋วแหว๋ว"เยนนี่อยากเล่นน้ำ! เยนนี่จะใส่ชุดเป็ดเล่นน้ำก้าบๆ!" เรนนี่ กระโดดโลดเต้นจนแก้มยุ้ยๆ กระเพื่อม "พ่อคินทร์ขา พาไปเยยนะ ไปเดี๋ยวนี้เยย!""ไปครับลูก เดี๋ยวเราไปพัทยากันนะ ไม่ไกลบ้านเราด้วย" คินทร์ลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู ลิลลี่เห็นลูกๆดีใจเธอก็ยิ้มกว้างออกมาจังหวะนั้นเอง เสี
บทที่52 เข้าหอไฟลุกNCภายในห้องหอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของความรัก คินทร์จ้องมองร่างเปลือยเปล่าของลิลลี่ด้วยสายตาที่เป็นประกายโชติช่วง เขาโน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่เขาหลงใหลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลิ้นร้อนลากผ่านไหปลาร้าลงมายังยอดอกที่ชูชัน ก่อนจะพรมจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ ผ่านหน้าท้องแบนราบไปจนถึงปลายเท้าเล็กๆ ของเธอ"คินทร์รักลี่นะ รักที่สุดในชีวิตเลย" เขาพร่ำบอกข้างหูขณะที่เลื่อนตัวกลับขึ้นมาสบตาเธอ"ลี่ก็รักคินทร์ค่ะ รักจนไม่รู้จะรักยังไงแล้ว" ลิลลี่ตอบพลางยิ้มยั่ว เธอพลิกตัวขึ้นมานั่งทับบนหน้าขาแกร่ง มือเรียวซนเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่ "ท่อนรัก" ที่บัดนี้มันแข็งขึงขยายขนาดจนเต็มพิกัด เธอเริ่มกำรวบแล้วรูดรั้งขึ้นลงอย่างจังหวะเน้นๆ"ซี๊ดดด...ลี่อย่าชักแบบนั้นสิ มันเสียวคินทร์จะทนไม่ไหวเอา" คินทร์ครางซี้ดออกมา มือหนาจิกจนแน่น"ลี่อยากให้คินทร์เสียวจนทนไม่ไหวไงคะ อยากเห็นคินทร์คลั่งเพราะลี่" เธอแกล้งขยับมือเร็วขึ้น สลับกับใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงที่ส่วนปลายที่เริ่มมีน้ำปริ่มออกมา"แกล้งผัวเหรอ? ได้เลยเดี๋ยวเจอคินทร์เอาคืนบ้าง อย่าร้องขอชีวิตนะ!" คินทร์คำรามเบาๆ ก่อนจะรวบตัวลิลลี่ให้น
บทที่51 แต่งงานNCในที่สุด วันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวรรค์สีขาวสะอาดตา อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกลิลลี่ป่าและกุหลาบขาวนับหมื่นดอก แสงไฟวอร์มไวท์ส่องสว่างนวลตาช่วยขับให้บรรยากาศดูศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่นอย่างถึงที่สุดประตูบานยักษ์ค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับเสียงเพลงคลาสสิกที่บรรเลงขึ้นอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางสายตาแขกเหรื่อนับพันที่หันไปมองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏคือ ลีย่า และ เรนนี่ ในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีขาวนวล มีโบว์ซาตินยักษ์อยู่ด้านหลัง ผมลอนเล็กๆ ถูกประดับด้วยมงกุฎดอกไม้จิ๋ว ดูเหมือนตุ๊กตานางฟ้าตัวน้อยที่หลุดออกมาจากนิทาน“ลีย่า... เยนนี่... เดินสวยๆ” ลีย่า กระซิบเตือนน้องสาวเสียงเบาพลางก้มมองตะกร้าดอกไม้ในมืออย่างมุ่งมั่น“เยนนี่รู้แย้ววว จะไม่ปาใส่หัวพี่ลีย่าแย้วค่ะ” เรนนี่ ตอบเสียงใสพลางจีบนิ้วป้อมๆ หยิบกลีบกุหลาบขึ้นมาสองแฝดเริ่มออกเดินเตาะแตะนำหน้าพ่อแม่ ลีย่าพยายามทำตามที่ซ้อมมาอย่างเคร่งครัด เธอค่อยๆ หยิบดอกไม้โปรยลงบนพรมอย่างเบามือพลางยิ้มหวานให้แขกเหรื่อ จนคนในงานต่างอุทานออกมาด้วยความเอ็นดู "อุ๊ย! น่ารักจังเลยลูก"ส่วนเรนนี่ที่เดินขนาบข้าง
บทที่50 สองปีผ่านไปผ่านไป 2 ปีเต็ม จากทารกตัวน้อยในวันนั้น บัดนี้กลายเป็นสองสาวน้อยจอมแสบ "น้องลีย่า" และ "น้องเรนนี่" ฝาแฝดที่ถอดแบบความสวยคมมาจากแม่ลิลลี่ และได้ความทะเล้นขี้เล่นมาจากพ่อคินทร์ไปเต็มๆคฤหาสน์รัตนธนากุลบัดนี้กลายเป็นสนามเด็กเล่นขนาดย่อม แม้จะมีพี่เลี้ยงอาชีพคอยประกบถึง 3 คน แต่ความแสบสันของสองแฝดก็ทำเอาพี่เลี้ยงวิ่งขาขวิดแทบทุกวัน โดยเฉพาะเวลาที่คุณแม่ลิลลี่พาออกไปที่โชว์รูมรถหรูของครอบครัว"ลีย่าลูก! อย่าเอาอมยิ้มไปแปะที่กระจกรถเฟอร์รารี่คันนั้นครับ! คันนั้นลูกค้ากำลังจะมาตรวจรับรถนะลูก!" คินทร์ในชุดสูทสุดเนี้ยบตะโกนเสียงหลง พลางวิ่งไล่จับลูกสาวคนพี่ที่กำลังวิ่งซิกแซกหลบหลีกพนักงานขายอย่างคล่องแคล่ว"คิกๆ พ่อคินทร์จ๋า!" ลีย่าหัวเราะชอบใจส่วนคนน้องอย่างเรนนี่ ก็ไม่น้อยหน้า เธอปีนขึ้นไปนั่งบนโซฟารับรองแขก VIP พร้อมกับถอดรองเท้ากระเด็นไปคนละทิศละทาง "เรนนี่หิวเยลลี่ เอามาให้หน่อย!""พะ เพิ่งทานไปเองนะคะคุณหนูเรนนี่" พี่เลี้ยงเหงื่อตกพลางรีบคว้าตัวเด็กหญิงไว้ก่อนจะซนไปมากกว่านี้ พนักงานในโชว์รูมต่างพากันอมยิ้ม บ้างก็เข้ามาช่วยล้อมจับจนโชว์รูมที่เคยดูขรึมๆ กลายเป็นสวนสน
บทที่49 NCคินทร์ไม่ปล่อยให้ลิลลี่ได้พักหายใจนานนัก หลังจากที่น้ำหวานของเธอพุ่งออกมาจนชุ่ม เขาจัดการรวบตัวร่างบางที่กำลังหอบสั่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จับเธอพลิกให้หันหลังเข้าหาหัวเตียงในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนที่แสนยั่วยวน คินทร์ใช้เข่าแกร่งแทรกดันขาเรียวทั้งสองข้างให้แยกออกจากกันกว้างที่สุดจนเห็นความฉ่ำแฉะที่กำลังเต้นตุบๆตามจังหวะหัวใจ ลิลลี่พยายามใช้แขนยันหัวเตียงไว้เพื่อพยุงตัว ใบหน้าสวยฟุบลงกับหมอนส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอคินทร์คว้าแก่นกายขนาดยักษ์ที่ร้อนผ่าวและแข็งปั๋งขึ้นมาชักรูดเน้นๆ สองสามที ก่อนจะจ่อส่วนปลายที่บานฉ่ำเข้ากับรอยแยกที่ยังเปียกโชก เขาออกแรงกดพรวดเดียวแทรกผ่านความคับแน่นเข้าไปจนสุดทางรัก"สวบ!""อ๊าาาาาาา! คินทร์! มันลึก อื้ออออ!" ลิลลี่แผดเสียงครางลั่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ที่ตอกอัดเข้ามาจนมิดด้าม คินทร์ไม่รอช้าเขาเริ่มโยกย้ายสะโพกสอบกระแทกเข้าใส่ไม่ยั้งมือ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว "ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!""อื้มมมมม! แม่งโคตรดีเลยลี่... แน่นฉิบหาย อ๊าาา!" คินทร์คำรามเสียงต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านถึงทรวง เขาจับเอวบางไว้มั่นแล้วกระหน่ำแทงเข้าออกอย่างรุนแร
บทที่48 กลับบ้านรับขวัญNCสองวันต่อมาที่โรงพยาบาล หลังจากที่คุณหมอเช็กอาการจนแน่ใจว่าบาดแผลที่ขาเริ่มแห้ง และผลตรวจครรภ์ลูกแฝดไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว คินทร์ก็รีบทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลทันที เขาประคองลิลลี่ขึ้นรถหรูที่เตรียมเบาะรองนั่งมาอย่างนุ่มสบาย เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนถึงบาดแผลและเจ้าตัวเล็กในท้องทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ประตูรั้วอัลลอยด์สีทองบานยักษ์ ลิลลี่ถึงกับตาโตเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ป๊าคณิณ และ คุณแม่ดาริน ยืนยิ้มแป้นรออยู่ที่หน้าบัน พร้อมด้วยเหล่าแม่บ้านในชุดยูนิฟอร์มสะอาดสะอ้าน คนขับรถ และคนสวนที่ถือพวงมาลัยดอกมะลิรอต้อนรับกันเป็นแถวยาว"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะหนูลี่!" ป๊าคณิณตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุขคินทร์ก้าวลงจากรถแล้วรีบอ้อมไปเปิดประตูฝั่งลิลลี่ เขาช้อนร่างภรรยาขึ้นอุ้มแนบอกในท่าเจ้าหญิงทันที"คินทร์ลี่เดินเองได้ค่ะ แค่แผลถลอกเอง" ลิลลี่กระซิบเขินๆ เพราะคนอยู่กันเต็มบ้าน"ไม่ได้! คินทร์สัญญาว่าจะไม่ให้ลี่เท้าแตะพื้นจนกว่าจะถึงห้องนอน" คินทร์ตอบเสียงดังฟังชัด จนเหล่าแม่บ้านแอบยิ้มกริ่มในความคลั่งรักของเจ้านายหนุ่มเมื่อเข้าไปถึงห้องโถงกลาง ลิลลี่ต้องประหลาดใจอีกครั้ง
บทที่9 การจัดการภายในห้องบรรยายรวมขนาดใหญ่ของคณะบริหารธุรกิจ แอร์เย็นฉ่ำทว่าบรรยากาศกลับร้อนระอุอย่างบอกไม่ถูก ลิลลี่นั่งอยู่ระหว่างลูกพีชและแตงโม เธอเปิดไอแพดเตรียมจดเลกเชอร์วิชาการจัดการเบื้องต้นอย่างตั้งใจ แต่นิ้วเรียวต้องชะงักเมื่อร่างสูงที่คุ้นเคยเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่แถวที่นั่งของเธอ"ตรงนี้ว
บทที่8 หึงหรอลิลลี่ถอนหายใจออกมาด้วยความระเหี่ยใจ เธอเปิดประตูเข้าไปในห้องเพราะไม่อยากให้ห้องข้างๆ ออกมาด่าที่ส่งเสียงดังรำคาญใจ ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู คินทร์ก็ก้าวตามเข้ามาติดๆ พร้อมกับปิดประตูเสียงดังปัง!"ทำไมต้องมาคอยบงการชีวิตฉันขนาดนี้คินทร์ ฉันเหนื่อยนะ นายก็เห็นว่าฉันเพิ่งเลิกงาน" ลิลลี่
บทที่7 หนีเสือปะจระเข้ลิลลี่จัดการกดโอนเงินหนึ่งแสนบาทคืนให้คินทร์ต่อหน้า เพื่อตัดรำคาญและหวังว่าเขาจะเลิกยุ่งกับเธอสักที แม้จะรู้ความจริงแล้วว่าที่พักแห่งนี้เป็นของครอบครัวเขา แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นในตอนนี้ นอกจากต้องอดทนและใช้ชีวิตต่อไปวันต่อมา ลิลลี่พยายามรวบรวมกำลังใจและกลับไปเรียนตามปกติท
บทที่6 หัวใจสลายบรรยากาศภายในโรงพยาบาลที่เคยเต็มไปด้วยความหวัง กลับกลายเป็นความเงียบสงัดที่น่าใจหาย เมื่อคุณหมอเดินออกมาจากห้องไอซียูด้วยสีหน้าสลด พลางส่ายหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณที่บอกว่ายื้อชีวิตของ มลฤดี ไว้ไม่ได้อีกแล้ว"เสียใจด้วยนะลิลลี่ แม่ไปสบายแล้ว" เสียงของลูกพีชที่พยายามกลั้นสะอื้นบอกเพื่อนร







