LOGINบทที่4 งาน
บรรยากาศภายในห้างจัดแสดงรถยนต์สุดหรูที่สยามพารากอนเต็มไปด้วยความคึกคัก แสงไฟสปอตไลต์นับร้อยดวงสาดส่องลงมากระทบกับตัวถังรถซูเปอร์คาร์ที่เงาวับจนแสบตา แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาทุกคนมากที่สุดในวันนี้ กลับไม่ใช่ความโฉบเฉี่ยวของนวัตกรรมยานยนต์ แต่เป็นหญิงสาวที่ยืนเด่นสง่าอยู่ข้างรถสปอร์ตสีเงินเมทัลลิก ลิลลี่ในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีเงินเหลือบมุกที่สั่งตัดมาเป็นพิเศษ ดูราวกับนางพญาที่หลุดออกมาจากนิตยสารชั้นนำ ใบหน้าถูกเนรมิตด้วยเมคอัพมืออาชีพจนสวยกริบ ดวงตากลมโตถูกแต่งแต้มให้ดูเฉี่ยวคมและน่าค้นหา ผมยาวสลวยถูกม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวลงมาคลอเคลียหัวไหล่มน ผิวพรรณของเธอที่ผ่านการดูแลอย่างดีจากลูกพีชและแตงโมเปล่งประกายล้อแสงไฟจนดูเหมือนมีออร่ารอบตัว "มึงดูนั่นอีโม คนมุงบูธเราจนบูธข้างๆ ค้อนตาคว่ำหมดแล้ว" ลูกพีชที่ยืนแอบอยู่มุมหนึ่งกระซิบบอกอย่างสะใจ "กูบอกแล้วไง ว่าระดับอีลี่ ถ้าจัดเต็มขึ้นมา นางฟ้าก็ต้องหลบ" แตงโมยิ้มกริ่ม พลางมองเพื่อนรักที่กำลังส่งยิ้มหวานอย่างเป็นธรรมชาติให้กับเหล่าช่างภาพและเศรษฐีที่แวะเวียนเข้ามาสอบถามข้อมูลรถ ลิลลี่ทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เธอใช้ความรู้และความคล่องแคล่วที่มีพรีเซนต์คุณสมบัติของรถได้อย่างน่าประทับใจ น้ำเสียงหวานใสที่อธิบายเรื่องเครื่องยนต์และสมรรถนะสะกดให้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดฟัง ไม่ใช่แค่ความสวยที่เธอมี แต่ความมุ่งมั่นที่จะหาเงินไปรักษาแม่ทำให้เธอทุ่มเทสุดตัว "รถรุ่นนี้ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอกนะคะ แต่ภายในยังถูกออกแบบมาเพื่อความนุ่มสบายที่เหนือระดับ" ลิลลี่ยิ้มหวานขณะพาสื่อมวลชนชมรายละเอียดรถ เพียงไม่กี่ชั่วโมง ยอดจองรถรุ่นที่ลิลลี่เป็นพริตตี้ให้ก็พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ รถที่ว่ากันว่าขายยากเพราะราคาสูงลิบลิ่ว กลับมีคนเซ็นใบจองกันรัวๆ จนเจ้าของบูธถึงกับยิ้มหน้าบาน เดินเข้ามาชมลิลลี่ไม่ขาดปาก พร้อมกับแอบกระซิบว่าจะมีโบนัสพิเศษเพิ่มให้หลังจบงาน ลูกพีชและแตงโมคอยดูแลเพื่อนอยู่ไม่ห่าง ทั้งคอยส่งน้ำ ส่งผ้าเย็น และช่วยกันคนที่ไม่หวังดีออกไป เพื่อนรักทั้งสองคนนี้ยอมทิ้งเวลาส่วนตัวมาเพื่อช่วยพยุงชีวิตของลิลลี่ให้กลับมายืนได้อีกครั้ง "ลี่ มึงดูสิ ยอดจองวันนี้มหาศาลมาก ค่าคอมมิชชั่นมึงต้องพุ่งแน่ๆ" ลูกพีชเดินเข้ามาหาในช่วงพักเบรก "กูดีใจกับมึงจริง ๆ นะที่มึงกลับมาสดใสได้แบบนี้" ลิลลี่จับมือเพื่อนทั้งสองคนไว้แน่น "ถ้าไม่มีพวกมึง กูก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง ขอบใจนะพีช แตงโม กูจะตั้งใจทำงานนี้ให้ดีที่สุด" ขณะที่ลิลลี่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขกับความสำเร็จก้าวแรก เธอไม่รู้เลยว่าภาพความสวยสะพรั่งของเธอในงานวันนี้ ถูกใครบางคนแอบถ่ายและส่งตรงเข้าเครื่องโทรศัพท์ของ คินทร์ เรียบร้อยแล้ว ในห้องทำงานที่บริษัทโชว์รูมรถหรูในเครือรัตนธนากุล คินทร์จ้องมองรูปหญิงสาวในชุดเดรสสีเงินบนหน้าจอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มือหนากำโทรศัพท์แน่นจนเส้นเลือดปูดโป่ง ความรู้สึกหวงก้างและไม่พอใจพลุ่งพล่านขึ้นมาเมื่อเห็นสายตาของผู้ชายมากมายในรูปที่มองมายัง "ลูกหนี้" ของเขา "ลิลลี่เธอกล้าดียังไงไปยืนยิ้มให้ไอ้พวกนั้นมองกันทั้งงาน" คินทร์พึมพำเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะคว้ากุญแจรถสปอร์ตคู่ใจแล้วเดินออกไปจากห้องด้วยท่าทางขรึมจัด งานมอเตอร์โชว์ที่พารากอนดำเนินไปอย่างดุเดือด ลิลลี่ทำหน้าที่ "ควีน" ของบูธได้อย่างไร้ที่ติ ยอดจองรถพุ่งทะลุเป้าจนเจ้าของแบรนด์แทบจะปิดฮอลล์ฉลอง ทุกครั้งที่ลิลลี่ขยับตัวกางแขนโพสต์ท่าข้างรถ แสงแฟลชจะรัวใส่เธอจนตาพร่า แต่เธอก็ยังคงรักษารอยยิ้มพิมพ์ใจไว้ได้ตลอด เพราะทุกวินาทีที่เธอยืนอยู่ตรงนี้หมายถึงค่ารักษาพยาบาลของแม่ "อีลี่ มึงพักก่อน หน้าเริ่มซีดแล้ว" ลูกพีชเดินเข้ามาสะกิดพร้อมยื่นน้ำขวดเล็กให้ ในขณะที่แตงโมช่วยเอาทิชชู่ซับเหงื่อตามไรผมให้อย่างเบามือ "พวกกูภูมิใจในตัวมึงมากนะ ดูสิ...พวกตากล้องตามมึงอย่างกะจะเป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่งเลย" "กูไหวพีช ขอบใจพวกมึงมากนะที่มาเฝ้ากูทั้งวันแบบนี้" ลิลลี่ส่งยิ้มให้เพื่อนก่อนจะหันไปทำหน้าที่ต่อ แต่ทว่า ท่ามกลางฝูงชนที่มุงดูอยู่ไกลๆ ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อเชิ้ตขาวพับแขนที่ดูหล่อร้ายสไตล์เด็กวิศวะอย่าง คินทร์ กำลังยืนกอดอกจ้องมองเธออยู่ด้วยสายตาคมกริบ เขาแฝงตัวอยู่หลังเสาต้นใหญ่ คินทร์จ้องมองลิลลี่ที่ยิ้มหวานให้ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังทำทีเป็นสอบถามสเปกรถแต่สายตากลับจ้องไปที่หน้าอกหน้าใจของเธอ คินทร์บดกรามแน่นจนเป็นสันนูน ความรู้สึกหวงก้างมันแล่นขึ้นมาจุกที่อก ‘โธ่เว้ย! บอกว่าไม่มีเงิน แต่มีปัญญาแต่งตัวมายืนยั่วผู้ชายทั้งพารากอนแบบนี้เนี่ยนะ’ คินทร์สบถในใจ เขาทนดูไม่ได้อีกต่อไป เมื่อเห็นผู้ชายวัยกลางคนท่าทางรวยแต่ตัณหากลับพยายามจะยื่นมือไปแตะที่เอวของลิลลี่ระหว่างขอถ่ายรูป คินทร์ไม่สนฟอร์มหรืออะไรทั้งนั้น เขาพุ่งตัวฝ่าฝูงชนเข้าไปทันที "ขอโทษนะครับรถคันนี้ผมจองแล้ว และพริตตี้คนนี้ ผมก็ 'จอง' แล้วเหมือนกัน!" เสียงทุ้มต่ำที่ทรงอำนาจดังขึ้นขัดจังหวะ ลิลลี่สะดุ้งสุดตัวเมื่อหันไปพบกับใบหน้าหล่อเหลาที่เธอกำลังพยายามหนีมาตลอดหลายวัน คินทร์คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของลิลลี่แล้วดึงเธอให้มายืนข้างหลังเขาอย่างถือวิสาสะ "นายมาทำอะไรที่นี่คินทร์! ปล่อยนะ!" ลิลลี่กระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามสะบัดแขนออกแต่เขายิ่งบีบแน่น "ฉันมาดูของที่ฉันซื้อไว้ไง ทั้งรถ ทั้งคน" คินทร์หันไปจ้องหน้าชายวัยกลางคนคนนั้นจนรายนั้นต้องรีบเดินหนีไป ก่อนจะหันมามองลิลลี่ด้วยสายตาคาดโทษ "อยากได้เงินนักใช่ไหม? ถึงขนาดมาแต่งตัวยั่วไอ้พวกแก่ตัณหากลับพวกนี้!" "พูดไรเนี่ย ฉันมาทำงานน่ะ! นายอย่ามาดูถูกฉันนะคินทร์ ฉันทำงานแลกเงิน ไม่ได้แบมือขอใครเหมือนนาย!" "เออ! งั้นถ้ามันคืองาน คืนนี้ก็รับงานฉันต่อเลยเป็นไง ห้าล้านที่เธอติดไว้ ฉันจะหักออกให้เยอะๆ งวดแรกเลย ถ้าเธอไป 'ดูแล' ฉันที่คอนโดตอนนี้!" ลูกพีชกับแตงโมที่เห็นเหตุการณ์รีบพุ่งเข้ามาทันที "เฮ้ย! จะทำอะไรเพื่อนกูอ่ะ ปล่อยอีลี่นะ!" คินทร์ไม่สนใจ เขาจ้องอย่างท้าทาย "จะไปดีๆ หรือจะให้ฉันทำลายงานที่เธออุตส่าห์ตั้งใจทำมาทั้งวันให้พังตรงนี้เลือกเอาลิลลี่!" "นี่ไอ้คินทร์! มึงหยุดบ้าเดี๋ยวนี้เลยนะ" ลูกพีชพุ่งเข้าไปคว้าแขนคินทร์อีกข้างแล้วออกแรงลากเขาให้ออกห่างจาก บูธรถยนต์ เพื่อเปิดทางให้ลิลลี่ได้หายใจ โดยมีแตงโมเดินตามมาขวางหน้าคินทร์ไว้ด้วยจริตตัวแม่ที่พร้อมบวก "มึงมาทำแบบนี้กับอีลี่ทำไมฮะ! มันไปเป็นลูกหนี้มึงตอนไหน? มึงมโนไปเองหรือเปล่า" ลูกพีชแกล้งไม่รู้ ถามเสียงเขียว จ้องหน้าคินทร์อย่างเอาเรื่อง เพราะพวกเธอก็เป็นลูกคนรวยเหมือนกัน จึงไม่ได้เกรงกลัวอำนาจเงินของคินทร์ คินทร์สะบัดแขนออกพลางจัดปกเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่ ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยแต่แววตาวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิด "มึงอยากรู้มั้ยว่ามันติดหนี้กูตอนไหน? นู่น มึงไปถามเพื่อนรักมึงดูดิ ว่ามันทำวีรกรรมอะไรไว้บ้าง!" แตงโมกอดอก เบะปากใส่ทันที "หนี้ก็ส่วนหนี้ดิวะคินทร์! มึงเรียนวิศวะมึงก็น่าจะมีความคิดนะ แยกแยะให้ออกหน่อย ตอนนี้อีลี่มันกำลังทำงานอยู่ มันต้องรับผิดชอบหน้าที่พริตตี้ ถ้ามึงทำมันงานพังจนเขาไล่มันออก มันตกงานขึ้นมามึงรับผิดชอบไหวมั้ย? หรือมึงจะจ่ายค่าตัวหลักแสนให้มันแทนล่ะ" "เงินแค่นั้นกูขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก" คินทร์สวนกลับทันควัน "เออ! ถ้างั้นมึงก็ถอยไป" ลูกพีชจ้องตาคินทร์อย่างจับผิด "หรือว่าจริงๆ แล้วมึงไม่ได้มาทวงหนี้แต่ที่มึงพุ่งตัวเข้ามาขวางผู้ชายคนอื่นเนี่ย เพราะมึง 'หึง' มันใช่ป่ะ? มึงชอบอีลี่เข้าแล้วล่ะสิ!" "ใช่มะ! ดูอาการก็รู้ มึงกลัวผู้ชายคนอื่นเห็นของดีของมึงล่ะสิ ถึงได้ทำทรงเป็นเจ้าเข้าเจ้าของขนาดนี้" แตงโมช่วยขยี้ต่อพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย "คนอย่างคินทร์วรโชติเนี่ยนะ จะถ่อมาถึงพารากอนเพื่อทวงเงินแค่ไม่กี่ล้าน เชื่อก็โง่แล้ว มึงชอบเพื่อนกูชัวร์!" คินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจข้างซ้ายมันกระตุกแปลกๆ เมื่อโดนจี้จุดตรงใจดำ แต่ด้วยความปากแข็งและทิฐิที่ค้ำคอ เขาจึงพ่นคำพูดร้ายๆ ออกมาเพื่อปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง "ชอบเหรอ? เหอะ! ตลกว่ะ" คินทร์แค่นหัวเราะเหยียดๆ "ผู้หญิงกระจอกๆ แบบนั้นเนี่ยนะจะมาเป็นเมียกู? ฝันไปเถอะมึง คนอย่างกูรสนิยมสูงกว่านั้นเยอะ ต่อให้มันเดินมาแก้ผ้าถวายตัวให้กูฟรีๆ กูก็ไม่เอา! ที่กูมาเนี่ยเพราะกูมาดูรถต่างหาก" (มึงมาเพราะหึงค่ะไอ้คินทร์ นี่ไรท์ด่ามันเองค่ะ 555) ลิลลี่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลได้ยินคำพูดนั้นเต็มสองหู ความรู้สึกเหมือนโดนตบหน้ากลางที่สาธารณะมันเจ็บจนจุกอก แต่น้ำตาที่คลออยู่เธอก็กลั้นมันไว้อย่างสุดความสามารถ "กูรวย เงินกูเยอะ พวกมึงจะทำไม!" คินทร์โวยวายกลบเกลื่อน "วันนี้กูตั้งใจจะมาซื้อรถคันที่แพงที่สุดในงานนี้อยู่แล้ว บูธนี้ใช่ป่ะ? เออ! กูซื้อ! แต่กูไม่เอาพริตตี้คนนี้มาพรีเซนต์ให้กูนะ กูกลัวจะเสนียดติดมือ!" ลูกพีชกับแตงโมมองหน้ากันอย่างเอือมระอาในความปากเสียนำหน้าของคินทร์ "เออ! รวยนักก็เชิญมึงไปซื้อให้สะใจเลยนะไอ้คินทร์" ลูกพีชจิกตาใส่ "แต่จำคำพูดวันนี้ไว้ให้ดีนะเว้ย ที่บอกว่าฟรีกูไม่เอาเนี่ยวันไหนมึงมาคลานเข่าขอความรักจากอีลี่ พวกกูจะช่วยกันกระทืบมึงให้จมดินเลยคอยดู!" คินทร์สะบัดหน้าหนี เดินตรงไปยังโต๊ะจองรถด้วยท่าทางพยศสุดขีด ทิ้งให้ลิลลี่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลัง เพื่อนทั้งสองรีบพุ่งเข้าไปกอดปลอบลิลลี่ทันที "ลี่ มึงอย่าไปฟังมันนะ ปากหมาแบบนี้มันต้องโดนดีเข้าสักวัน" แตงโมปลอบใจ "กูไม่เป็นไร..." ลิลลี่ตอบเสียงแผ่ว "กูรู้สถานะตัวเองดี กูมันก็แค่คนกระจอกในสายตามันจริงๆ"บทที่53 ทะเลของสองแฝดหนึ่งอาทิตย์หลังจากงานวิวาห์สุดอลังการผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในโชว์รูมรถหรู รัตนธนากุล ยังคงอบอวลไปด้วยความสุข วันนี้เป็นวันพิเศษที่ครอบครัวใหญ่มาโม้กันพร้อมหน้าในห้องทำงานส่วนตัวสุดกว้างขวางของคุณคณิณ เพื่อล้อมวงทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ"ลี่จ๋า คินทร์จ๋า ป๊าว่าเราไปพักผ่อนกันหน่อยดีไหม?" คุณคณิณเอ่ยขึ้นขณะตักกับข้าวให้หลานสาว "ตั้งแต่แต่งงานมายังไม่ได้พักเลย ป๊าอยากพา ลีย่า กับ เรนนี่ ไปดูทะเลด้วย เห็นบ่นว่าอยากเห็นน้ำกว้างๆ มานานแล้ว""ใช่จ้ะ มี้เตรียมชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วให้หลานไว้แล้วนะเนี่ย" คุณย่าดารินยิ้มแก้มปริพอได้ยินคำว่า "ทะเล" สองแฝดที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ ก็หูผึ่งทันที"ทะเยหยอคะคุณปู่? ทะเยที่มันมีน้ำเยอะๆกว้างๆ สีฟ้าๆ ช่ายมั้ยคะ?" ลีย่า วางช้อนแล้วรีบคลานไปเกาะเข่าคุณคณิณ ตาแป๋วแหว๋ว"เยนนี่อยากเล่นน้ำ! เยนนี่จะใส่ชุดเป็ดเล่นน้ำก้าบๆ!" เรนนี่ กระโดดโลดเต้นจนแก้มยุ้ยๆ กระเพื่อม "พ่อคินทร์ขา พาไปเยยนะ ไปเดี๋ยวนี้เยย!""ไปครับลูก เดี๋ยวเราไปพัทยากันนะ ไม่ไกลบ้านเราด้วย" คินทร์ลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู ลิลลี่เห็นลูกๆดีใจเธอก็ยิ้มกว้างออกมาจังหวะนั้นเอง เสี
บทที่52 เข้าหอไฟลุกNCภายในห้องหอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของความรัก คินทร์จ้องมองร่างเปลือยเปล่าของลิลลี่ด้วยสายตาที่เป็นประกายโชติช่วง เขาโน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่เขาหลงใหลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลิ้นร้อนลากผ่านไหปลาร้าลงมายังยอดอกที่ชูชัน ก่อนจะพรมจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ ผ่านหน้าท้องแบนราบไปจนถึงปลายเท้าเล็กๆ ของเธอ"คินทร์รักลี่นะ รักที่สุดในชีวิตเลย" เขาพร่ำบอกข้างหูขณะที่เลื่อนตัวกลับขึ้นมาสบตาเธอ"ลี่ก็รักคินทร์ค่ะ รักจนไม่รู้จะรักยังไงแล้ว" ลิลลี่ตอบพลางยิ้มยั่ว เธอพลิกตัวขึ้นมานั่งทับบนหน้าขาแกร่ง มือเรียวซนเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่ "ท่อนรัก" ที่บัดนี้มันแข็งขึงขยายขนาดจนเต็มพิกัด เธอเริ่มกำรวบแล้วรูดรั้งขึ้นลงอย่างจังหวะเน้นๆ"ซี๊ดดด...ลี่อย่าชักแบบนั้นสิ มันเสียวคินทร์จะทนไม่ไหวเอา" คินทร์ครางซี้ดออกมา มือหนาจิกจนแน่น"ลี่อยากให้คินทร์เสียวจนทนไม่ไหวไงคะ อยากเห็นคินทร์คลั่งเพราะลี่" เธอแกล้งขยับมือเร็วขึ้น สลับกับใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงที่ส่วนปลายที่เริ่มมีน้ำปริ่มออกมา"แกล้งผัวเหรอ? ได้เลยเดี๋ยวเจอคินทร์เอาคืนบ้าง อย่าร้องขอชีวิตนะ!" คินทร์คำรามเบาๆ ก่อนจะรวบตัวลิลลี่ให้น
บทที่51 แต่งงานNCในที่สุด วันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวรรค์สีขาวสะอาดตา อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกลิลลี่ป่าและกุหลาบขาวนับหมื่นดอก แสงไฟวอร์มไวท์ส่องสว่างนวลตาช่วยขับให้บรรยากาศดูศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่นอย่างถึงที่สุดประตูบานยักษ์ค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับเสียงเพลงคลาสสิกที่บรรเลงขึ้นอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางสายตาแขกเหรื่อนับพันที่หันไปมองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏคือ ลีย่า และ เรนนี่ ในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีขาวนวล มีโบว์ซาตินยักษ์อยู่ด้านหลัง ผมลอนเล็กๆ ถูกประดับด้วยมงกุฎดอกไม้จิ๋ว ดูเหมือนตุ๊กตานางฟ้าตัวน้อยที่หลุดออกมาจากนิทาน“ลีย่า... เยนนี่... เดินสวยๆ” ลีย่า กระซิบเตือนน้องสาวเสียงเบาพลางก้มมองตะกร้าดอกไม้ในมืออย่างมุ่งมั่น“เยนนี่รู้แย้ววว จะไม่ปาใส่หัวพี่ลีย่าแย้วค่ะ” เรนนี่ ตอบเสียงใสพลางจีบนิ้วป้อมๆ หยิบกลีบกุหลาบขึ้นมาสองแฝดเริ่มออกเดินเตาะแตะนำหน้าพ่อแม่ ลีย่าพยายามทำตามที่ซ้อมมาอย่างเคร่งครัด เธอค่อยๆ หยิบดอกไม้โปรยลงบนพรมอย่างเบามือพลางยิ้มหวานให้แขกเหรื่อ จนคนในงานต่างอุทานออกมาด้วยความเอ็นดู "อุ๊ย! น่ารักจังเลยลูก"ส่วนเรนนี่ที่เดินขนาบข้าง
บทที่50 สองปีผ่านไปผ่านไป 2 ปีเต็ม จากทารกตัวน้อยในวันนั้น บัดนี้กลายเป็นสองสาวน้อยจอมแสบ "น้องลีย่า" และ "น้องเรนนี่" ฝาแฝดที่ถอดแบบความสวยคมมาจากแม่ลิลลี่ และได้ความทะเล้นขี้เล่นมาจากพ่อคินทร์ไปเต็มๆคฤหาสน์รัตนธนากุลบัดนี้กลายเป็นสนามเด็กเล่นขนาดย่อม แม้จะมีพี่เลี้ยงอาชีพคอยประกบถึง 3 คน แต่ความแสบสันของสองแฝดก็ทำเอาพี่เลี้ยงวิ่งขาขวิดแทบทุกวัน โดยเฉพาะเวลาที่คุณแม่ลิลลี่พาออกไปที่โชว์รูมรถหรูของครอบครัว"ลีย่าลูก! อย่าเอาอมยิ้มไปแปะที่กระจกรถเฟอร์รารี่คันนั้นครับ! คันนั้นลูกค้ากำลังจะมาตรวจรับรถนะลูก!" คินทร์ในชุดสูทสุดเนี้ยบตะโกนเสียงหลง พลางวิ่งไล่จับลูกสาวคนพี่ที่กำลังวิ่งซิกแซกหลบหลีกพนักงานขายอย่างคล่องแคล่ว"คิกๆ พ่อคินทร์จ๋า!" ลีย่าหัวเราะชอบใจส่วนคนน้องอย่างเรนนี่ ก็ไม่น้อยหน้า เธอปีนขึ้นไปนั่งบนโซฟารับรองแขก VIP พร้อมกับถอดรองเท้ากระเด็นไปคนละทิศละทาง "เรนนี่หิวเยลลี่ เอามาให้หน่อย!""พะ เพิ่งทานไปเองนะคะคุณหนูเรนนี่" พี่เลี้ยงเหงื่อตกพลางรีบคว้าตัวเด็กหญิงไว้ก่อนจะซนไปมากกว่านี้ พนักงานในโชว์รูมต่างพากันอมยิ้ม บ้างก็เข้ามาช่วยล้อมจับจนโชว์รูมที่เคยดูขรึมๆ กลายเป็นสวนสน
บทที่49 NCคินทร์ไม่ปล่อยให้ลิลลี่ได้พักหายใจนานนัก หลังจากที่น้ำหวานของเธอพุ่งออกมาจนชุ่ม เขาจัดการรวบตัวร่างบางที่กำลังหอบสั่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จับเธอพลิกให้หันหลังเข้าหาหัวเตียงในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนที่แสนยั่วยวน คินทร์ใช้เข่าแกร่งแทรกดันขาเรียวทั้งสองข้างให้แยกออกจากกันกว้างที่สุดจนเห็นความฉ่ำแฉะที่กำลังเต้นตุบๆตามจังหวะหัวใจ ลิลลี่พยายามใช้แขนยันหัวเตียงไว้เพื่อพยุงตัว ใบหน้าสวยฟุบลงกับหมอนส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอคินทร์คว้าแก่นกายขนาดยักษ์ที่ร้อนผ่าวและแข็งปั๋งขึ้นมาชักรูดเน้นๆ สองสามที ก่อนจะจ่อส่วนปลายที่บานฉ่ำเข้ากับรอยแยกที่ยังเปียกโชก เขาออกแรงกดพรวดเดียวแทรกผ่านความคับแน่นเข้าไปจนสุดทางรัก"สวบ!""อ๊าาาาาาา! คินทร์! มันลึก อื้ออออ!" ลิลลี่แผดเสียงครางลั่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ที่ตอกอัดเข้ามาจนมิดด้าม คินทร์ไม่รอช้าเขาเริ่มโยกย้ายสะโพกสอบกระแทกเข้าใส่ไม่ยั้งมือ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว "ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!""อื้มมมมม! แม่งโคตรดีเลยลี่... แน่นฉิบหาย อ๊าาา!" คินทร์คำรามเสียงต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านถึงทรวง เขาจับเอวบางไว้มั่นแล้วกระหน่ำแทงเข้าออกอย่างรุนแร
บทที่48 กลับบ้านรับขวัญNCสองวันต่อมาที่โรงพยาบาล หลังจากที่คุณหมอเช็กอาการจนแน่ใจว่าบาดแผลที่ขาเริ่มแห้ง และผลตรวจครรภ์ลูกแฝดไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว คินทร์ก็รีบทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลทันที เขาประคองลิลลี่ขึ้นรถหรูที่เตรียมเบาะรองนั่งมาอย่างนุ่มสบาย เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนถึงบาดแผลและเจ้าตัวเล็กในท้องทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ประตูรั้วอัลลอยด์สีทองบานยักษ์ ลิลลี่ถึงกับตาโตเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ป๊าคณิณ และ คุณแม่ดาริน ยืนยิ้มแป้นรออยู่ที่หน้าบัน พร้อมด้วยเหล่าแม่บ้านในชุดยูนิฟอร์มสะอาดสะอ้าน คนขับรถ และคนสวนที่ถือพวงมาลัยดอกมะลิรอต้อนรับกันเป็นแถวยาว"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะหนูลี่!" ป๊าคณิณตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุขคินทร์ก้าวลงจากรถแล้วรีบอ้อมไปเปิดประตูฝั่งลิลลี่ เขาช้อนร่างภรรยาขึ้นอุ้มแนบอกในท่าเจ้าหญิงทันที"คินทร์ลี่เดินเองได้ค่ะ แค่แผลถลอกเอง" ลิลลี่กระซิบเขินๆ เพราะคนอยู่กันเต็มบ้าน"ไม่ได้! คินทร์สัญญาว่าจะไม่ให้ลี่เท้าแตะพื้นจนกว่าจะถึงห้องนอน" คินทร์ตอบเสียงดังฟังชัด จนเหล่าแม่บ้านแอบยิ้มกริ่มในความคลั่งรักของเจ้านายหนุ่มเมื่อเข้าไปถึงห้องโถงกลาง ลิลลี่ต้องประหลาดใจอีกครั้ง





![โฉมงามร้อนราคะ [BDSM] + [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

