แชร์

ฟ้าของน่านน้ำ
ฟ้าของน่านน้ำ
ผู้แต่ง: ลมหนาวปลายตุลา

บทนำ Descent into Munich

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-14 02:05:48

บทนำ Descent into Munich

เสียงเครื่องยนต์เครื่องบินแอร์บัส เอ350 ลำใหญ่ ดังเป็นฉากหลังในห้องนักบิน แผงหน้าปัดด้านหน้าฉายแสงสีส้มและเขียวอ่อนๆ ส่องกระทบโครงหน้าคมสันของ น่านน้ำ ผู้ช่วยนักบินอาวุโส (Senior First Officer) เขากำลังทำหน้าที่เป็น Pilot Flying (PF) (นักบินผู้ควบคุมการบิน) ในการนำเครื่องลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติมิวนิก ประเทศเยอรมนี

ด้านข้างคือกัปตันสมศักดิ์ กัปตันอาวุโสที่นั่งเป็น Pilot Monitoring (PM) (นักบินผู้สังเกตการณ์) มองผ่านกระจกบานใหญ่ไปยังท้องฟ้าสีเทาหนาทึบของยุโรปในฤดูหนาว

เสียง ATC (หอควบคุมการจราจรทางอากาศภาษาอังกฤษสำเนียงเยอรมันชัดเจน) “Thai wing One Four Five (เที่ยวบิน 145), wind two eight zero at seven knots (ทิศทางลม 280 องศา ความเร็ว 7 นอต), runway zero eight left cleared to land (อนุญาตให้นำเครื่องลงจอดที่รันเวย์ 08 ซ้ายได้)”

น่านน้ำมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนักบินด้วยสายตาเย็นชาตามแบบฉบับของคนที่มั่นใจในตัวเองเกิน150เปอร์เซ็น มือหนาแต่เรียวสะอาดของคนที่ไม่เคยต้องทำงานหนักกดปุ่มวิทยุเพื่อตอบกลับไป “zero eight left Cleared to land (อนุญาตให้นำเครื่องลงจอดที่ 08 ซ้าย), Thai Wing One Four Five. Danke (เที่ยวบิน 145 ขอบคุณครับ )”

ใบหน้าหล่อเหลาถอนสายตาจากขอบฟ้าที่ถูกบดบังด้วยเมฆหนา เขาปรับแสงของจอ Primary Flight Display (จอแสดงผลการบินหลัก) เพื่อให้แน่ใจว่า Localiser (ตัวนำทางให้เครื่องตรงกับเส้นแบ่งกลางรันเวย์) และ Glideslope (ตัวนำทางให้เครื่องลดระดับในมุมที่เหมาะสม) ยังคงอยู่ตรงกลางเป๊ะแม้จะมีแรงลมปะทะเข้ามาเป็นระยะ

มือของเขากดปุ่มปลด Autopilot (ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ) ออกทันทีแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในฝีมือการบินของตัวเองเต็มเปี่ยม.......

ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคงเพื่อเตรียมความพร้อมในขึ้นตอนต่อไป “Auto Pilot off ,Landing Checklist (ปิดระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ,รายการตรวจสอบก่อนลงจอด)”

กัปตันสมศักดิ์ตอบรับด้วยน้ำเสียงสงบเหมือนทำสิ่งนี้มาแล้วทั้งชีวิต “Landing Gear (ล้อเครื่องบิน)?”

น่านน้ำตอบรับ “Down (ลงแล้ว), three green (ไฟเขียว 3 ดวงยืนยันว่าล้อลงและล็อกสมบูรณ์)

กัปตันสมศักดิ์เรียกรายการ “Flaps? (แผ่นปีกที่ใช้เพิ่มแรงยกและลดความเร็ว)”

น่านน้ำขานรับ “Flaps Full (กางแฟล็บเต็มที่), Speed Brake armed (สปอยเลอร์พร้อมใช้งาน), Auto-Brake Medium (ระบบเบรกอัตโนมัติระดับปานกลาง).”

กัปตันสมศักดิ์ “Landing Checklist Completed (ตรวจสอบก่อนลงจอดเสร็จสมบูรณ์)”

เครื่องบินทะลุกลุ่มเมฆลงมาเจอกับภาพเมืองมิวนิกที่เปียกชื้นภายใต้แสงไฟสีเหลืองนวล

‘One Thousand (หนึ่งพันฟุต)’ สัญญาณเตือนความสูงอัตโนมัติดังขึ้น........

น่านน้ำเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบของเขามีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการบินข้ามทวีป แต่ท่าทางที่จับคันบังคับนั้นมั่นคงจนน่าทึ่ง

‘Five Hundred (ห้าร้อยฟุต)’ เสียงเตือนความสูงนับถอยหลังลง.........

‘Minimums (ความสูงขั้นต่ำ)’ เสียงเตือนสำคัญที่กำหนดว่านักบินต้องเห็นรันเวย์ดังขึ้น (หากไม่เห็นต้องยกเลิกการลงจอด)

น่านน้ำไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวที่จะทำการตัดสินใจ ‘Minimums... Landing! Runway in sight (เห็นรันเวย์แล้ว)’

“สวย....” กัปตันสมศักดิ์เอยชมท่าทางการล่อนลงที่น่านน้ำจัดวางไว้

น่านน้ำดึงคันบังคับเข้าหาตัวเล็กน้อยเพื่อประคองเครื่องยนต์ เสียงลมที่ปะทะลำตัวเครื่องดังขึ้นอย่างชัดเจนตามสภาวะอากาศที่ปรวนแปร แต่เขากลับยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก เขารักความท้าทายนี้ รักการเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างไว้ใต้ปลายนิ้ว

เสียงเตือนความสูงดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเครื่องใกล้ถึงพื้นรันเวย์ ‘Fifty... Forty... Thirty... Twenty... Ten’

ครืดดดด!............

เสียงยางของล้อเครื่องบินสัมผัสกับพื้นรันเวย์อย่างนุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึก ก่อนที่เสียงเครื่องยนต์จะคำรามดังขึ้นอย่างดุดันเมื่อน่านน้ำดึงคันโยกกลับหลัง(Reverse Thrust) เพื่อชะลอความเร็วของเครื่องบิน

กัปตันสมศักดิ์ขานเรียกขั้นตอนต่อไป “Spoilers (สปอยเลอร์กางออก)”

“Reverse green (ระบบแรงขับเคลื่อนย้อนกลับทำงานสมบูรณ์)”

“Decel (ความเร็วลด)”

เสียงวิทยุจากหอบังคับการบินส่งเข้ามาต่อในจังหวะนั้น “Clear to taxi (อนุญาตให้เคลื่อนตัวไปที่หลุมจอด)

น่านน้ำเหยียบเบรกให้ความเร็วลดลงก่อนจะบังคับเครื่องบินเลี้ยวออกจากรันเวย์ ความตึงเครียดในห้องนักบินผ่อนคลายลงทันที เขาสูดหายใจเข้าลึกๆความรู้สึกเป็นผู้ชนะจากการลงจอดที่สมบูรณ์แบบก็ทำให้เขาลืมความเจ็บปวดจากการถูกทิ้งไปได้ชั่วขณะ…

กัปตันสมศักดิ์ถอดหูฟังออกแล้วหันมายิ้มอย่างพอใจ

“บินดีนิ….” เสียงทุ่มเอ่ยชมสั้นๆด้วยน้ำเสียงจริงใจ

น่านน้ำยักไหล่เล็กน้อยอย่างไม่ยี่หระกับคำชมนั้น ดวงตาคมมองไปข้างหน้าบนพื้น(Taxiway)ราวกับว่าคำชมนั้นเป็นสิ่งที่เขาสมควรได้อยู่แล้ว

“หรอครับ” น่านน้ำตอบกลับเรียบๆโดยไม่มีคำว่า ‘ขอบคุณ’ หลุดออกมาแม้แต่น้อย “ผมก็บินแบบนี้ทุกครั้งนะ เรื่องแค่นี้มันเบสิกจะตายไป”

กัปตันสมศักดิ์ส่ายหน้าอย่างเอื้อมระอากับนิสัยของนักบินหนุ่มที่หล่อเหลาแต่ปากคอเราะร้ายและหลงตัวเองอย่างร้ายกาจคนนี้ แต่ถึงจะนิสัยแย่แค่ไหน ฝีมือก็ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ

หลังจากจอดเครื่องเทียบงวงช้างและจัดการขั้นตอนสุดท้ายเสร็จสิ้น น่านน้ำปลดเข็มขัดนิรภัยออก ร่างสูง188เซนติเมตรยืนเหยียดตรงเต็มที่ในชุดเครื่องแบบที่เนี้ยบกริบ ผิวขาวสะอาดตัดกับใบหน้าคมที่ยังดูดีไร้ที่ติแม้จะเพิ่งผ่านการบินมาหลายชั่วโมง

เสียงคลิกและซิปของกระเป๋าเดินทางดังเป็นระยะ น่านน้ำและกัปตันสมศักดิ์กำลังเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวในห้องนักบินที่มีแสงไฟสลัว

“เหนื่อยไหมน่านน้ำ” กัปตันถามพลางยื่นขวดน้ำแร่ให้

“กินเบียร์กับพี่ไหมที่ล็อบบี้บาร์ โรงแรมเขามีเบียร์เยอรมันดีๆนะ”

น่านน้ำหยุดมือที่กำลังจัดระเบียบเอกสารการบิน ใบหน้าหล่อเหลาที่มีร่องรอยความยโสของเขานิ่งไปเล็กน้อย

ภาพใบหน้าของเด็กสาวที่พยายามตามติดเขาอย่างออกนอกหน้าผุดขึ้นมาในหัว... เอิน แอร์สาวรุ่นน้องที่บินตามมาไฟรท์นี้ จริงๆแล้วเธอพยายามแลกตารางบินมาหาเขาหลายครั้ง ครั้งก่อนก็ไฟรทอินชอนเธอก็อุส่าห์แลกตามมาแม้ไม่ได้บินไฟรทเดียวกัน ครั้งนั้นเขาอุสานัดกันดิบดีว่าตอนกลางคืนจะไปหาเธอที่ห้องพัก แต่สุดท้ายเขาก็เมาหัวราน้ำจนมีเรื่องมีราวขึ้นมาก่อน เลยไม่ได้ไปหาน้องที่ห้องตามนัดจนทิ้งให้เธอรอเก้อ........

ดูเหมือนไฟรท์นี้เขาจะปฏิเสธเธอไม่ได้จริงๆ ทั้งความรู้สึกผิดจางๆและความต้องการทางกายที่อยากจะระบายออก มันทำให้เขารู้สึกว่าครั้งนี้ต้องชดเชยให้

แต่กัปตันสมศักดิ์ชวน... ก็ยากจะปฏิเสธเช่นกัน เพราะการไปนั่งดื่มกับกัปตันอาวุโสเป็นเรื่องที่เขาไม่ควรละเลยในฐานะนักบินผู้ช่วย

“ไปล่ะกันครับ” น่านน้ำตอบรับเรียบๆ แม้จะตัดสินใจแล้ว แต่ในใจก็กำลังวางแผนจัดลำดับความสำคัญของคืนนี้

หึหึ... น้องมันตามมาขนาดนี้ คงไม่ได้แค่อยากกินข้าวกับเขาหรอก..... อยากกินอย่างอื่นมากกว่า เพราะทุกอย่างมันชัดเจนจะตายไป และคืนนี้เขาจะให้รางวัลตัวเองด้วยร่างกายของน้องเอิน หลังจากที่ต้องทนถ่างตาบินข้ามคืนมาอย่างยาวนาน

........

ห้องล็อบบี้บาร์ของโรงแรมในมิวนิกดูหรูหราแต่เงียบสงบ น่านน้ำและกัปตันสมศักดิ์นั่งอยู่มุมหนึ่ง โดยมีแก้วเบียร์เยอรมันสีอำพันวางอยู่บนโต๊ะ น่านน้ำดื่มอึกใหญ่ราวกับว่ากำลังดื่มน้ำเปล่า

ผู้อาวุโสกว่ามองท่าทางของนักบินผู้ช่วยที่ทั้งหล่อและหัวรั่นคนนี้อย่างรู้ทัน

“เหล้ามันช่วยได้แค่แปปเดียวนะไอ้น้ำ” กัปตันสมศักดิ์วางแก้วลง

“ช่วยได้แค่คืนนี้แหละ พรุ่งนี้ตื่นมาก็เหมือนเดิม”

น่านน้ำหัวเราะในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ เขากลอกตาไปมา

“ผมไม่ได้แคร์อะไรหรอกครับกัปตัน” น่านน้ำตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“แค่พวกเครื่องยนต์เก่าๆ ที่ต้องรอการซ่อมบำรุงมันไม่ยอมปล่อยผมไปเองต่างหาก”

กัปตันสมศักดิ์ยิ้มอย่างอ่อนใจ

“ไอ้พิมมันก็เหมือน โบอิ้ง 777” กัปตันสมศักดิ์กล่าวพลางหมุนแก้วเบียร์ในมือ “รูปลักษณ์สวยงาม บินได้ระยะไกล ทุกคนอยากได้ แต่มันต้องใช้ความซับซ้อนในการดูแลสูง ผิดนิดเดียวก็พังทั้งระบบ”

น่านน้ำเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบของเขามีความปวดร้าวแลบออกมาวูบหนึ่ง

“777?” น่านน้ำพูดซ้ำเสียงเบา

“มันคือเครื่องรักเครื่องแรกของผมเลยนะกัปตัน” เขานึกย้อนไปถึงใบหน้าสวยของใครคนนึงที่มักจะยิ้มให้เขาเสมอ

“แต่แม่ง High Maintenance(ดูแลยาก) ชิบหาย ผมดูแลอย่างดีทุกตารางนิ้ว เอาใจใส่ยิ่งกว่าการ Pre-flight Check (การตรวจสอบก่อนบิน) ของตัวเองซะอีก แต่สุดท้ายมันก็เลือกที่จะ Divert (เปลี่ยนเส้นทางบินฉุกเฉิน) ไปลงสนามบินที่คนอื่นสร้างไว้ให้ดีกว่าอยู่ดี”

“แล้วพวกเครื่องที่จอดรอเราที่โรงแรมล่ะ?” กัปตันสมศักดิ์ถามพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาหมายถึงบรรดาลูกเรือที่พยายามตามติดน่านน้ำรวมทั้งน้องเอินด้วย

“เหมือนพวก Turboprop (เครื่องบินใบพัด) เล็กๆที่บินได้ระยะสั้น หรือเปล่า?”

น่านน้ำจิบเบียร์อีกอึกแล้ววางแก้วลงอย่างดูถูก

“พวกนี้มันเหมือน Cessna 172 (เครื่องบินขนาดเล็ก) ครับ” น่านน้ำเหยียดยิ้ม

“ขับง่าย ควบคุมง่าย ไม่ต้องใช้สกิลอะไรมาก แค่เสียบกุญแจก็บินได้แล้ว ไม่ต้องมานั่งคิดถึงการวางแผนระยะยาว หรือการบำรุงรักษาอะไรให้ปวดหัว... เหมาะสำหรับไฟรทสั้นๆที่ต้องการแค่การปลดปล่อย”

เหมาะสำหรับไฟรทสั้นๆ ที่ต้องการแค่การปลดปล่อย น่านน้ำคิดในใจอย่างเห็นแก่ตัว เขารู้ว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องไปหาเอินเพื่อระบายความว่างเปล่าที่พิมทิ้งไว้“ผมขอตัวก่อนนะครับกัปตัน” น่านน้ำลุกขึ้นยืน ตัวสูงสง่าในชุดเครื่องแบบที่ไม่ได้ปลดกระดุมแม้แต่เม็ดเดียว “พอดีผมมีนัดกับ Cessna (เครื่องบินขนาดเล็ก) ที่จอดรออยู่ที่ชั้นเจ็ดแล้ว”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 41 ถ้าจะใส่ใจขนาดนั้น..... 

    บทที่ 41ถ้าจะใส่ใจขนาดนั้น.....มะลิที่เดินออกมาพร้อมกองหนังสือในอ้อมแขน ได้ยินคำพูดนั้นพอดีจนแอบยิ้มในใจ เธอดีใจ... ดีใจมากกว่าตอนที่ได้มือถือแพงๆเสียอีก กุนอาจจะไม่ได้พูดคำสวยหรูแต่ใจความก็บอกชัดว่าเขาต้องการให้เธออยู่ แค่ให้เธออยู่ทำอาหารให้กินก็ยังดี อะไรก็ได้ขอแค่มีประโยชน์สำหรับเขาแค่นั้นก็พอแล้วรถคันใหญ่เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านของน่านฟ้า มะลิวางกองหนังสือเรียนและข้าวของไว้ที่เบาะหลังอย่างเรียบร้อย

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 40 ความปากแซ่บนี้....ที่แก้ไม่หาย 

    บทที่ 40ความปากแซ่บนี้....ที่แก้ไม่หายน่านน้ำพามะลิเดินเข้าร้านข้าวหน้าเนื้อที่ต้นตำรับมาจากประเทศญี่ปุ่น ร้านดูหรูหราและได้รับการตกแต่งอย่างประณีต แสงไฟที่สลัวทำให้มะลิรู้สึกเกร็งมากกว่าตอนเข้าร้านอาหารในสนามบินแม่ฟ้าหลวงอีกหลายเท่าตัว น่านน้ำเดินนำเข้าไปในร้าน ด้วยความโดดเด่นของใบหน้าคมหล่อเหลา ผิวขาวสะอาดจนผู้หญิงบางคนยังต้องอาย ชุกลำลองแบรนด์หรูที่ไม่ตั้งใจใส่ให้หรูแต่ก็ดูแพงในทุกก้าว เขาคือคนประเภทที่ไม่ต้องพยายามก็โดดเด่น ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิง มักจะเงยหน้าขึ้นมองเขาเสมอจนเป็นภาพชินตาที่เขาแทบไม่ใส่ใจ

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 39 ของขวัญสำหรับคนเก่ง 

    บทที่ 39ของขวัญสำหรับคนเก่งเช้าวันถัดมา หลังจากนอนหลับเต็มอิ่มน่านน้ำลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จในเวลาไม่นาน ก่อนจะเดินลงมาข้างล่างพร้อมความคิดแรกในหัวมะลิอยู่ไหน?สายตาเขากวาดมองไปรอบห้องรับแขกแต่ไม่เจอใคร ในครัวก็ว่างเปล่า ห้องอาหารเงียบสนิท ไม่มีเสียงจานช้อน ไม่มีเงาใคร และยังไม่ทันคิดหาคำตอบปากก็ไวกว่าใจ

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 38 ความใสที่เคลือบยาพิษ 

    บทที่ 38ความใสที่เคลือบยาพิษ“หนูไม่มีชุดเปลี่ยนหรอกค่ะ เสื้อผ้าเพิ่งซักไป” มะลิตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เหมือนไม่เห็นอะไรผิดปกติแม้แต่น้อย และไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกุนถึงได้มีท่าทางแปลกๆไป“แต่ไม่เป็นไรนะคะ หนูเคยตากฝน เปียกกว่านี้อีก” เธอยืนยันเพื่อไม่ให้เขาต้องเป็นกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ “และนี่น้ำสะอาดขนาดนี้ หนูอยู่ได้ กุนไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เธอพูดพร้อมยิ้มบางๆเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กมากเหมือนความเปียกปอนของเธอตอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าลำบากใจเลยสักนิดน่านน้ำกลืนน้ำลายเงียบๆ ร่างทั้งร่างเหมือนกำลังสั่นอยู่ภายใน ความพยายามที่จะไม่มองยังได้ผลแต่ความพยายามที่จะไม่รู้สึกอะไร มันแม่งล้มเหลวโดยสิ้นเชิงโถ่ มะลิ... เขาหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง มือยกขึ้นขยี้ท้

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 37 สัมผัสที่ยากจะถอนตัว 

    บทที่ 37สัมผัสที่ยากจะถอนตัว...สัมผัสนั้นโคตรดีเลย… ดีจนเขาเผลอกัดฟัน ดีจนเขาอยากกจะฝั่งจูบอยู่ตรงนั้นไม่เงยหน้ากลับขึ้นมาอีก.....“อือ...” คนตัวเล็กที่ถูกขโมยจูบครางร้องประท้วงเบาๆ ทำเอาน่านน้ำสะดุ้งลืมตาโพล่งขึ้นเหมือนโดนน้ำเย็นราดหัวเหี้ย!!! เสียงในหัวตะโกนดังสนั่น หน้าเขาร้อนวาบหัวใจเต้นแรง

  • ฟ้าของน่านน้ำ   บทที่ 36 สัตว์ประหลาดในเงามึด 

    บทที่ 36สัตว์ประหลาดในเงามึดสองทางเลือกที่เขาเตรียมไว้ให้วินมอไซเดนนรกนั้น.......ทางที่หนึ่งปล่อยให้มันเข้าไปนอนคุกยาวๆ เขามีเบอร์ของรอง ผบ.ตร.อยู่ในเครื่อง เรื่องเท่านี้แค่ยกหูโทรก็มีหมายจับตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำส่วนอีกทาง… น่านน้ำลืมตาขึ้นช้าๆดวงตาคมนิ่งกว่าตอนดุมะลิสะอีก มันดูสงบเกินไปจนบรรยากาศในห้องเหมือนจะหนักตาม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status