LOGINเฮือก!
ซิงอีสะดุ้งด้วยความตกใจ ความกลัวที่หลงเหลืออยู่ทำตัวของเธอสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อกี้เธอฝันไป ในฝันนั้นช่างให้ความรู้สึกเหมือนจริงจนแยกไม่ออกเลย 'ฉันไม่ไหวแล้ว' ซิงอีจำความรู้สึกในฝันได้ เธอเกือบจะตกจากสะพานที่ขาดไป แต่โชคยังดีมีคนยื่นมือมาช่วยเธอเอาไว้ จังหวะที่เธอแหงนหน้ามองขึ้นไป เป็นจังหวะเดียวกับที่เธอตื่นจากฝันอันน่ากลัว "ใจสั่นหมดเลย" ซิงอีพึมพำ ในฝันผู้ชายคนนั้นมาช่วยเธอได้ทัน แต่เธอไม่ทันเห็นหน้าของเขาก็ตื่นขึ้นมา ไอ้ความรู้สึกค้างๆ คาๆ ในใจนี่คืออะไรกัน เสียงนั้นเหมือนเธอเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อนเลย "ซิงอี" ใช่! เสียงอย่างนี้เลย หญิงสาวตอบตัวเองในใจเมื่อได้ยินเสียงทุ้มคุ้นหูนั้นอีกครั้ง แต่เดี๋ยวนะเธอเพิ่งตื่นจากความฝัน แล้วเสียงนั้นดังมาจากที่ไหน ซิงอีรีบหันขวับไปมองต้นเสียงที่ทำให้คลางแคลงใจ สิ่งที่ปรากฎต่อหน้าทำให้เธอหลุดร้อง 'กรี้ด' ออกมา ดวงตาเบิกโตและสั่นไหวราวกับไข่ห่านที่ใกล้จะฟักอีกไม่กี่วินาที ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายคือต้องลุกหนีให้ไว แต่ลมเย็นๆ ที่กระทบผิวทำให้เธอร้อง 'เอ๊ะ' ในใจ ก่อนจะก้มมองส่วนที่ต่ำลงมาจากต้นคอ "ว้าย" เป็นอีกครั้งที่เธอร้องโวยวาย รีบยกสองมือขึ้นปิดส่วนเต่งตึงที่หน้าอาย ทำไมเธอถึงไม่มีเสื้อผ้าใส่ ยิ่งไปกว่านั้นชุดชั้นในหายไปไหน ที่ร่างกายของเธอสั่นไม่ใช่เพราะตกใจ แต่เพราะเธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าตั้งแต่ต้นนั่นเอง "เมื่อคืนเธอเมามากรู้ตัวไหม" เธอเห็นปากของผู้ชายคนนี้ขยับพูดอะไรเยอะแยะมากมาย แต่เพราะความตกใจ ทำให้สมองของเธอไม่ฟัง และคิดจะหาทางหนีอย่างเดียว แต่ทว่า...ห้องที่น่าจะเป็นห้องเธอ มันไม่เหมือนห้องเธอสักนิดเดียว บ้าไปแล้ว! หญิงสาวอุทานในใจ เมื่อข้าวของเครื่องใช้ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันดูราวกับว่าเธอนั่งดูซีรี่ย์ย้อนไปยุคสมัย 70-80 อย่างไรอย่างนั้นเลย ฝัน... ฉันต้องฝันแน่ๆ ซิงอีส่ายหน้าไปมา เธอไม่เชื่อว่านี่คือเรื่องจริง เธอนั่งนิ่ง หลับตาลงและนับ หนึ่ง สอง สาม ในใจ พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ภาพพวกนี้จะจางหาย ทำอย่างนั้นซ้ำมาซ้ำไปเกือบห้ารอบได้ แต่สุดท้าย.... มันก็ยังเป็นภาพเดิม "ฉะ...ฉันอยู่ที่ไหน" ในเมื่อไม่ได้ฝันไป หน้าของเธอก็ยิ่งถอดสีกว่าเดิม เพิ่มเติมคือมีคำถามในใจ เธอมานอนอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เขาลักพาตัวเธอมาใช่ไหม แล้วทำไมถึงได้เปลือยเปล่าล่อนจ้อนทั้งสองคน "ซิงอี...เธอจำไม่ได้เหรอ" คำถามของเขาทำให้ซิงอีที่ 'งง' อยู่แล้วงงเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เขาดูรู้จักเธอ ส่วนเธอ... "โอ้ย!!!" อยู่ๆ สมองของเธอก็เหมือนโดนเชือกเส้นหนามาบีบรัด มันปวดและทรมานมาก ปวดจนอยากร้องไห้ เธอหลับตาลงเพราะความเจ็บที่ถาโถมเข้าใส่ ทุกสิ่งรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งไปพร้อมความทรงจำมากมายที่หลั่งไหลเข้ามา คำพูดของหมอดูที่ทักว่า... คุณได้ทำบาปกับผู้ชายคนหนึ่งไว้ ตัวคุณในชาติที่แล้วมีนิสัยเห็นแก่ตัว ไม่เอาใคร แต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ยังไม่สามารถตัดใจจากอดีตคนรักเก่าที่หวนคืนกลับมาได้ หอบเงินเก็บของสามีหนีตามคนรักเก่าไป ทิ้งให้เขาต้องเจ็บช้ำระกำทรวง ซึ่ง.... คำพูดของหมอดูที่พูดมา มันตรงกับภาพเหตุการณ์ที่ลอยวนอยู่ในหัวเป๊ะๆ เลย "ซิงอี" เสียงทุ้มดึงเธอให้หลุดจากภวังค์ สายตาที่มองคู่นั้นดูเป็นห่วงเธอมาก มือหนายื่นมาอังหน้าผาก ก่อนจะถามว่า "เธอมีไข้หรือเปล่า" ซิงอีส่ายหน้าแทนคำตอบ "เดี๋ยวผมไปต้มน้ำขิงให้" ยิ่งเขาแสนดีเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งปวดใจ ความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ช่างโหดร้าย เธอย้อนกลับมาในวันที่มีแผนในใจ เมื่อคืนเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะมีอะไรกับเขา คนที่เป็น 'สามี' ก่อนจะหนีตามคนรักเก่าที่เพิ่งเรียนจบกลับมา อนิจจา... แล้วใบหน้าของคนรักเก่าที่เตรียมจะหอบเสื้อผ้าหนีไปด้วยกันก็ทำเธอจุกในใจ หน้าตาหล่อๆ ที่หลอกให้เธอหลงไหล ลมปากเน่าๆ ที่ทำให้เชื่อหมดใจ ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคย 'รัก' และ 'ทุ่มเท' ให้ สุดท้ายเขาก็ 'นอกใจ' เป็นคนเดียวกับคนที่กำลังจะพา 'เธอ' ในชาตินี้หนีไปพร้อมกับเงิน คนรักเก่าที่พัวพัน... คือสามีที่ทำเธอช้ำใจ วันนั้นซิงอีจำที่หมอดูทักได้ "เป็นเพราะผลกรรมจากชาติที่แล้วที่ได้ทำกับผู้ชายคนหนึ่งไว้" ความทรงจำที่ผุดขึ้นมาในหัวมากมายในทำให้ซิงอีเข้าใจความหมายในทันที จะเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจแปรผัน หรือจะรักและซื่อสัตย์กับสามี ซิงอีที่ตาสว่างคนนี้... จะเป็นคนเลือกทางเดินเอง!! "โอ้ย! ตาแก่ฉันตื่นเต้น"โจวจินเหมยเดินไปเดินมา ดวงตาจับจ้องที่หน้าห้องคลอดด้วยความเป็นห่วงสะใภ้ที่เข้าไปข้างในนานกว่าครึ่งวัน ส่วนโจวซางเหยียนที่นั่งกระวนกระวายใจนั่นก็ไม่ยอมเดินไปไหน เขาสามารถนั่งรอเป็นวันโดยไม่กินอะไรก็ได้ หากทำให้ภรรยาของเขาเจ็บปวดน้อยลง"ฉันอยากให้เจ้าตัวน้อยในท้องหน้าเหมือนคุณ นิสัยดีเหมือนคุณ รักฉันมากๆ เหมือนคุณ และก็อ้วนท้วนแข็งแรง"เขาจำทุกคำพูดของภรรยาได้ เธอดูแลเจ้าตัวน้อยในท้องเป็นอย่างดี นมทุกแก้วที่เขาชงมาให้ดื่มก่อนนอนเธอไม่เคยลืมสักวัน ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังกินยาบำรุงครรภ์ไม่เคยขาดสักเม็ดเดียว'ออกแรงเบ่งอีกนิดค่ะ''ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ''อีกนิดเดียวค่ะ อีกนิดเดียว'เสียงในห้องคลอดดูวุ่นวาย ซิงอีกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ เธอกำลังจะเปลี่ยนสถานะเป็น 'มารดา' ของเจ้าก้อนแป้งที่พออกมาจากท้องก็แหกปากร้องไห้ คุณหมอวางเจ้าตัวน้อยตัวสีแดงแจ๊ดแจ๋ไว้เอาไว้แต่ทำไม...เธอถึงยังปวดท้องอยู่เลย"คุณหมอฉันยังปวดท้องอยู่ค่ะ"เธอบอกหมอที่ทำคลอดให้ ความรู้สึกเหมือนยังอยากเบ่งเพื่อให้โล่งสบาย ไม่ทันที่หมอจะพูดอะไร เธอก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายเบ่งออกมา"อุแว้ อุแ
"ไม่อยากเชื่อเลย""ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกซะแล้ว""น่าอับอายแทนตระกูลตงจริงๆ""ฉันคิดเอาไว้ไม่ผิดจริงๆ"ชาวบ้านที่มามุงดูซุบซิบพูดคุยกัน ที่ทุกคนมารวมตัวกันเพราะมีคนปล่อยข่าวลือว่ามีเรื่องสนุกๆ ให้ดูที่ห้องเช่าท้ายหมู่บ้าน นิสัยของคนอยากรู้ อยากเห็น มีหรือจะปล่อยผ่าน คนนั้นกระจายข่าว คนนี้เอาไปพูดปากต่อปาก ผลก็อย่างที่เห็นเลย"ไม่ใช่นะ"ตงเหมยฮวาปฏิเสธหน้าซีด หากแต่ภาพที่ปรากฎต่อทุกสายตากลับค้านกับคำพูดของเธอ"กอดกันขนาดนี้ยังไม่ยอมรับอีก""ฉันเคยเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกัน""แล้วดูสภาพของผู้ชายสิ"เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมปาก อธิบายอะไรไม่ได้ ไม่มีใครเชื่อและเห็นใจและตีความว่าเธอกับเกาหมิงทำเรื่องอับอาย"มันต้องไม่ใช่อย่างนี้สิ"ตงเหมยฮวากรีดร้องเสียงดัง ปากคอสั่นด้วยความโมโหจนทนไม่ไหว เธอผลักเกาหมิงออกไปและปรี่เข้ามาหวังจะตบหน้าซิงอีที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพที่น่าอับอายนี้ แต่พอได้ยินเสียงตะโกนว่า"หยุดเดี๋ยวนี้!!"เท้าสองข้างของตงเหมยฮวาก็หยุดชะงักทันที แค่เสียงๆ นี้ก็ทำเธอหายใจไม่ทั่วท้องจนหน้าซีดเผือดทีเดียว"พะ...พ่อ"เพี้ย!!มือของบิดาที่โกรธจัดฟ
'ให้ผมไปกับคุณนะ''ไม่ได้ค่ะ''แต่ผมเป็น...'โจวซางเหยียนพูดไม่ทันจบประโยคนิ้วเรียวของภรรยาก็ยื่นมาปิดปากของเขาซะก่อน เขาจึงต้องลองใช้แววตาอ้อนวอน แต่ซิงอีก็ไม่ใจอ่อนให้เลย'ฉันไม่เป็นหรอกค่ะ'ซิงอีพูดยิ้มๆ กับสามีที่ดูจะเป็นห่วงเธอมากเกินไป ทั้งที่เธอบอกเขาอย่างดิบดีแล้วว่าเธอใช้เงินของสามีไปว่าจ้างคนที่เชื่อใจได้ให้ติดตามดูแลอยู่ห่างๆ ด้วย'คุณต้องอยู่ที่นี่และทำตัวให้ปกติเข้าไว้ ซึ่ง แผนการของฉันจะสำเร็จได้คุณก็ต้องให้ความร่วมมือด้วย'ซิงอีย้ำกับสามีที่ต้องทำตามแผนการ หากเขาตามเธอไปมีหรือที่ตงเหมยฮวาจะไม่สงสัย ผู้หญิงคนนั้นมีแผนการชั่วร้ายในใจซึ่งเธอเดาว่าต้องมาเป่าหูให้โจวซางเหยียนเข้าใจผิดแน่ๆ'ฉันดูเป็นคนโง่เหรอคะ'คำถามนั้นทำให้โจวซางเหยียนส่ายหน้า'ไว้ใจฉันนะคะ'เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมเธอจะต้องทำให้ทั้งสองคนนั้นไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเข้ามาแทรกกลาง หญิงสาวผุดรอยยิ้มบางๆ เมื่อคิดว่าแผนการนี้เหมาะสมที่สุดแล้วกับหญิงร้ายชายเลวหลังจากภรรยาแต่งตัวออกจากบ้านไป โจวซางเหยียนก็นั่งไม่ค่อยติดเก้าอี้สักเท่าไหร่ เขาเฝ้ามองนาฬิกาพลันนึกเป็นห่วงภรรยาสุดหัวใจ หากแต่ก็ต้องอดทนนั่งที่เก้าอี้ต่อไปเพื
"ซิงอีผมคิดถึงคุณ"พอเจอหน้ากัน เกาหมิงก็พ่นคำหวานหูใส่ มือหนายื่นมาจับมือเรียวบางไว้ การกระทำที่ถึงเนื้อถึงตัวเกินไปทำให้ซิงอีอยากจะดึงมือกลับจริงๆ"ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ"ซิงอีการละครได้เริ่มต้นการแสดงนับจากวินาทีนี้ไป และดูเหมือนจะทำได้ดีมากซะด้วย"ทำไมคุณถึงไม่ติดต่อมาเลย""คุณเพิ่งเรียนจบ ยังมีอนาคตอีกไกล ฉันไม่อยากเอาตัวเองไปเป็นภาระของคุณค่ะ"ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จให้เกาหมิงฟัง ซึ่งเนื้อหาที่แต่งเติมใส่ไข่ไปนั้นไม่ได้มาจากใจจริงของเธอสักนิดเดียว"เพราะเหตุผลนี้หรอกหรือ"พอได้ฟังเหตุผล เกาหมิงที่โดนสั่งให้วางยานอนหลับซิงอีก็เริ่มลังเลใจ เขาควรทำเรื่องนี้ต่อไปไหม ชายหนุ่มเริ่มชั่งใจ แต่เมื่อคิดถึงหน้าของตงเหมยฮวาที่กุมความลับไว้จึงทำให้เขารู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก 'ต้องทำ' เพราะถ้าเขาไม่ทำ เรื่องผิดพลาดในคืนนั้นก็ต้องแดงออกมา เขาไม่อยากรับผิดชอบด้วยการต้องแต่งงานกับตงเหมยฮวา สุดท้ายแล้วเขาก็รักตัวเองมากกว่าซิงอี"เดี๋ยวฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ""ครับ"ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ทำตามแผนที่ตงเหมยฮวาวางไว้ ใบหน้าหล่อเหลาหันมองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสนใจ จึงหยิบห่อ
เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ จดหมายที่ส่งมาให้นั้นไม่ได้ประสงค์ดีแต่ประสงค์ร้าย คำถามของสามีบ่งบอกว่าเขารู้เรื่องในอดีตที่ซิงอีคนก่อนทำไว้ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงขณะครุ่นคิดว่าเป็นฝีมือใคร ซึ่งมีหนึ่งชื่อที่ผุดขึ้นมาในใจนั่นก็คือ 'เกาหมิง' อดีตคนรักเก่าที่ดูเหมือนจะตัดใจไม่ลงแน่นอนว่าเธอไม่ได้กล่าวหา แต่มันมีความเป็นไปได้ ถ้าหากไม่ใช่เกาหมิงแล้วจะเป็นใคร คำถามนี้มันทำให้เธอแน่ใจ จึงถามสามีด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า'ซางเหยียนคุณรู้อะไรมา ถ้าคุณรักฉันจริงคุณต้องให้โอกาสฉันได้อธิบาย หากคุณคิดว่าฉันไม่รักคุณ ไม่มีความจริงใจ ฉันและเจ้าตัวเล็กในท้องพร้อมจะเดินออกไปจากตระกูลโจวเดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลย'ในเมื่อสิ่งที่เธอเคยกลัวย้อนมาทำร้ายความสัมพันธ์จะให้เธอแสร้งทำไม่รู้ปิดบังต่อก็คงไม่ใช่ ซิงอีในอดีตเคยทำเรื่องร้ายๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไป เธอพร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเอง'คุณยังคิดว่าฉันมีใจให้เขาเหรอคะ'ซิงอีถามพลันมองดูกล่องไม้ที่มีจดหมายหลายฉบับเก็บเอาไว้ข้างใน มันคือการกระทำในอดีตที่เธอแก้ไขไม่ได้ เธอเองก็รู้สึกผิดที่ต้องเห็นผู้ชายดีๆ คนหนึ่งน้ำตาตกใน ซิงอีในอดีตไม่รู้จักคำว่า 'ยับยั้งชั่งใจ' ถึงมีสาม
"ถ้าอยากได้ซิงอีกลับคืนมาคุณต้องทำ""เกาหมิงคุณต้องเชื่อใจฉัน""ฉันจะทำให้คุณสมหวังเอง"ตงเหมยฮวายุยงให้เกาหมิงทำตามแผนการ จัดฉากให้โจวซางเหยียนเข้าใจผิดว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ซึ่งเกาหมิงที่อยากได้คนรักเก่ากลับคืนมาสู่อ้อมอกนั้นก็คล้อยตามคำพูดที่โน้มน้าวใจ ซองยานอนหลับที่ตงเหมยฮวายื่นให้คือหนึ่งในสิ่งที่เขาต้องลงมือ "ซิงอีจะไม่เป็นไรใช่ไหม"เกาหมิงถามอีกฝ่ายเพื่อความแน่ใจ"ก็แค่ยานอนหลับ"ตงเหมยฮวาตอบ เธอยื่นมือไปจับที่ไหล่ของเกาหมิงเพื่อเพิ่มความมั่นใจ หากเกาหมิงมีท่าทีจะปฏิเสธไม่อยากร่วมมือเมื่อไหร่เธอจะใช้เรื่องในคืนนั้นมาขู่เขาให้กลัว"ถ้าคุณไม่ทำ คุณก็รู้นี่ว่าจะเจอกับอะไร"ถือเป็นการเตือนกรายๆ รอยยิ้มที่ส่งให้มีความหมายขู่ให้เกาหมิงรู้ตัว"ผมจะทำ"เกาหมิงตอบ"ดีแล้วที่คุณไม่โง่"คำชมของตงเหมยฮวาไม่ได้จริงใจ เกาหมิงก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่ไม่อยากโดนสิ่งที่ทำผิดพลาดผูกมัดเอาไว้ และนั่นมันทำให้เธอสามารถจูงจมูกเขาได้ง่าย ซิงอีที่โดนวางยาสลบจะถูกพามาที่ห้องเช่าที่เธอเช่าไว้ ชายหญิงสองคนนอนร่วมเตียงในห้องในสภาพไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ หากโจวซางเหยียนเข้ามาเห็นจะทำหน้าเช่นไรแค่คิ







