로그인เมื่อโชคชะตาเล่นตลก นำพานางร้ายผู้บอบช้ำให้ย้อนคืนสู่อดีตพร้อมไฟแค้นในใจ เธอจะใช้โอกาสครั้งที่สองนี้ ทวงคืนทุกสิ่งที่เป็นของเธอและเปิดโปงความลับดำมืดที่ถูกซ่อนเอาไว้...
더 보기ในชาติภพแรก ไป๋อวี้หนิง ตกหลุมรัก หลี่เฉินอี้ ผู้เป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทตั้งแต่แรกพบ เธอพยายามเข้าใกล้เขา แต่ภาพลักษณ์ ของ "นางร้าย" ที่เธอรับบทในฐานะนักแสดงสาวผู้มากความสามารถ บวกกับคำให้ร้ายของ ฟางซินเหยียน ทำให้เฉินอี้เข้าใจผิดและมองข้ามความรู้สึกของเธอไป ฟางซินเหยียนยังวางแผนร้าย ทำให้อวี้หนิงต้องเผชิญกับเรื่องอื้อฉาว ถูกสังคมประณามจนถึงขั้นเส้นทางสายอาชีพนักแสดงดับลง เฉินอี้แม้จะรู้สึกผิดและสงสัยในภายหลัง แต่ทว่าทุกอย่างก็กลับสายเกินไปเสียแล้ว เมื่ออวี้หนิงที่เจ็บปวดจากการถูกเข้าใจผิดและการกระทำอันโหดร้ายของคนรอบข้าง จึงได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง
ทว่าก่อนที่วิญญาณของอวี้หนิงจะสลายไป กำไลหยกโบราณ ที่แม่มอบให้ก่อนสิ้นใจ ซึ่งเป็นของวิเศษที่ตกทอดมาในตระกูลรุ่นต่อรุ่น ได้เปล่งแสงและนำพาไป๋อวี้หนิงย้อนเวลากลับไปในช่วงต้นยุค 80s ช่วงเวลาที่เธอกำลังก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงและได้พบกับเฉินอี้เป็นครั้งแรก
ครั้งนี้...เธอจะทำให้เขาเป็นของเธอให้ได้ และใครก็ตามที่คิดร้ายกับเธอ เธอรับรองว่าจะเอาคืนให้สาสมเลยคอยดู
****
(เสียงวิทยุดังซ่าสลับกับเสียงผู้ประกาศข่าวที่ฟังไม่ชัดเจน ร่างของหญิงสาวนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นไม้เก่าๆ ของห้องเช่าที่ว่างเปล่า มีเพียงกลิ่นอับชื้นและกลิ่นของยาแปลกๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่ว มีเพียงแสงสลัวจากหน้าต่างบานเล็กๆ ที่ส่องมาเพียงน้อยนิดเท่านั้น เผยให้เห็นใบหน้าซีดเซียว ดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก และริมฝีปากที่แห้งผาก)
อวี้หนิง รู้สึกถึงความว่างเปล่าที่เข้าครอบงำหัวใจมาหลายวันแล้ว นับตั้งแต่วันที่ข่าวฉาวของเธอถูกตีพิมพ์พาดหัวข่าวทุกหน้า หนังสือพิมพ์เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นห้อง เผยแพร่ภาพเธอในอิริยาบถต่างๆ ที่ถูกบิดเบือน ถ้อยคำรุนแรงที่ประณามหยามเหยียดเธอว่าเป็น นักแสดงหน้าไม่อาย, ผู้หญิงสำส่อน, ทุกคำพูดกัดกินจิตใจนั้น ทำให้เธอไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้จะลุกขึ้นสู้ต่อไปด้
ภาพของเฉินอี้ซ้อนทับเข้ามาในห้วงความคิด ใบหน้าคมคายของเขาที่เคยมีแววอบอุ่น บัดนี้กลับฉายแววผิดหวังและเย็นชา ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดในใจ อวี้หนิงพยายามนึกทบทวนว่าเธอทำผิดอะไรทำไมความรักที่เธอมีให้เขาตั้งแต่แรกพบจึงกลายเป็นความเข้าใจผิด และถูกทำลายลงด้วยคำให้ร้ายของฟางซินเหยียน คนที่เธอคิดว่าเป็นคนในครอบครัวมาโดยตลอด
มือที่สั่นเทาของอวี้หนิงเอื้อมไปหยิบขวดแก้วใบเล็กๆ ที่บรรจุของเหลวสีใสขึ้นมา เธอจ้องมองมันนิ่งนาน ก่อนที่น้ำตาเม็ดสุดท้ายจะร่วงหล่นลงมาไหลอาบแก้ม เสียงไซเรนรถพยาบาลดังแว่วมาจากที่ไกลๆ แต่สำหรับเธอแล้ว มันก็สายเกินไปเพราะว่าในตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน...
ของเหลวเย็นเยียบค่อยๆ ไหลผ่านลำคอ พร้อมกับความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมิดลงไปในที่สุด
แต่แล้ว...ทำไมเธอรู้สึกแสบตาจังเลยนะ
แสงแดดยามเช้าอันอบอุ่นสาดส่องผ่านม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องนอน แผ่ความอบอุ่นไปทั่วผืนผ้าห่มที่ปกคลุมร่างของอวี้หนิง กลิ่นหอมจางๆ ของผ้าปูที่นอนที่เพิ่งซักใหม่ลอยอบอวล พร้อมกับเสียงเพลงจีนเก่าๆ จากวิทยุข้างหัวเตียงดังคลอเบาๆ คล้ายเพลงกล่อมเด็กที่เธอแสนจะคุ้นเคย ทำให้ดวงตาของอวี้หนิงกะพริบถี่ๆ ก่อนจะลืมมันขึ้นอย่างช้าๆ
ที่นี่ที่ไหนกัน? ความคิดแรกผุดขึ้นในหัว
เธอเงยหน้ามองเพดานไม้สีอ่อนที่คุ้นตา ภาพวาดดอกโบตั๋นบนผนัง ผ้าปูที่นอนลายดอกกุหลาบเล็กๆ ... นี่คือห้องนอนของเธอ! ห้องนอนใน
อพาร์ตเมนต์ใหม่ของเธอที่เป่ยจิง ซึ่งเธอจากมานานแล้วในความทรงจำสุดท้าย
อวี้หนิง ยกมือขึ้นลูบหน้าผากของตัวเอง สัมผัสได้ถึงเนื้อตัวที่อุ่น ผิวที่เรียบเนียนไม่ได้อิดโรยเหมือนก่อนหน้านี้ หญิงสาวถึงกับต้องขยับกายลุกขึ้นนั่งบนเตียง แล้วสูดลมหายใจลึกๆ รับรู้ถึงอากาศบริสุทธิ์ที่แตกต่างจากกลิ่นอับชื้นที่เคยคุ้น
ดวงตาคู่สวยเหลือบมองไปเห็นกำไลหยกโบราณ ที่สวมอยู่ที่ข้อมือ กำไลที่แม่มอบให้ก่อนตาย มันยังคงเปล่งประกายสีเขียวมรกตจางๆ
นี่ฉันฝันไปงั้นเหรอ? ฝันร้ายนั่น... เธอพึมพำกับตัวเอง
แต่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์เก่าที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง เธอเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาอย่างใจเย็น พลางสอดส่องสายตาไปตามพาดหัวข่าว และวันที่ที่ระบุไว้อย่างชัดเจน
วันที่ 20 เดือนพฤษภาคม ปี 1985
อวี้หนิงเบิกตากว้างขึ้นทันที ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่อยากเชื่อสายตา มือที่ถือหนังสือพิมพ์อยู่ถึงกับสั่นระริก เธอจำวันนี้ได้ดี... วันที่เธอกำลังจะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว
ความทรงจำจากชาติภพก่อนที่เคยหลอกหลอน บัดนี้กลับชัดเจนยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ราวกับภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำเข้ามาในหัว เธอจำได้ทุกรายละเอียด ทุกความเจ็บปวด ทุกใบหน้าของคนที่ทำร้ายเธอ และที่สำคัญที่สุด... เธอจำได้นั่นก็คือเฉินอี้
ฉัน... ฉันย้อนเวลากลับมา? ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัวของเธอ
อวี้หนิงกำหนังสือพิมพ์ในมือแน่น ความรู้สึกหลากหลายปะปนกันไปหมด ทั้งความตกใจ ความสับสน และที่สำคัญที่สุดคือ ความมุ่งมั่น
ครั้งนี้... ฉันจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด!
หญิงสาวสวมกางเกงขายาวสีเข้ม เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีอ่อนที่ดูทะมัดทะแมงแต่ยังคงความเรียบร้อย เธอหวีผมยาวสลวยและมองตัวเองในกระจกเงาพร้อมกับผุดรอยยิ้มบางๆ ให้กับใบหน้าสวยหวานของตัวเอง ดวงตาเป็นประกายที่เคยหมองหม่น บัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นอย่างที่เธอไม่เคยมีมาก่อน
เฉินอี้... ฉันจะทำให้เขาเป็นของฉันให้ได้! และใครก็ตามที่คิดร้ายกับฉัน... ฉันรับรองว่าจะเอาคืนให้สาสม!
อวี้หนิงปรากฏตัวในชุดราตรีสีเขียวมรกตที่ขับผิวผ่องของเธอให้โดดเด่น เธอเดินเข้ามาในงานพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสและมั่นใจ ก่อนที่สายตาของเธอกวาดมองไปทั่วงาน และไปหยุดอยู่ที่ ฟางซูเหลียน และ ฟางซินเหยียน ที่กำลังยืนคุยกับแขกคนสำคัญ แม้ว่าฟางซินเหยียนดูหม่นหมองลงไปมาก แต่ก็ยังคงพยายามรักษาภาพลักษณ์เอาไว้ ระหว่างที่อวี้หนิงกำลังพูดคุยกับผู้กำกับเฉิน เธอก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ผู้จัดการส่วนตัวของเธอที่ชื่อว่า เหมยลี่ ซึ่งอวี้หนิงรู้ดีว่าเป็นคนที่ฟางซูเหลียนเคยส่งมาจับตาดูเธอในชาติภพก่อนเดินเข้ามาพร้อมกับแก้วไวน์แดง) "คุณอวี้หนิงคะ ดื่มอะไรสักหน่อยไหมคะ? เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว" อวี้หนิงยิ้มบางๆ เธอแสร้งทำเป็นรับแก้วไวน์มา แต่แอบเหลือบมองไปที่แก้วไวน์ในมือของเหมยลี่ เพียงเสี้ยววินาทีที่สบตากันเหมยลี่ก็รีบหลบสายตา อวี้หนิงรู้ทันทีว่าในแก้วไวน์นั้นต้องมีบางอย่างที่ผิดปกติ เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจรดริมฝีปาก แต่ไม่ได้ดื่มลงไป เพียงแค่ทำท่าทางเท่านั้น หึ... ฟางซูเหลียน... แกยังคงเล่นไม่เลิกสินะ อวี้หนิงคิดในใจ หลังจากที่เหมยลี่เดินจากไป อวี้หนิงก็เดิ
ข่าวการถูกปลดจากบทบาทนางเอกของฟางซินเหยียนแพร่สะพัดไปทั่ววงการบันเทิงราวกับไฟป่า เสียงซุบซิบนินทาดังกระหึ่ม รวมถึงการขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตเรื่องการเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว ฟางซินเหยียนเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องพักของเธอ ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ เธอไม่ยอมออกไปพบใคร ฟางซูเหลียนมีสีหน้าเคร่งเครียดและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด เธอเดินวนไปมาในห้องอย่างกระวนกระวายใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง นอกจากจะเสียหน้าแล้ว ยังเสียโอกาสในการกอบโกยชื่อเสียงและผลประโยชน์มหาศาลจากภาพยนตร์เรื่องใหม่นี้อีกด้วย "เกิดอะไรขึ้นกันแน่ซินเหยียน! ทำไมจู่ๆ พวกนั้นถึงได้กล้าเปลี่ยนตัวลูก! นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย!" "แม่... มันเป็นฝีมือของอวี้หนิง! ฉันรู้! ยัยนั่นต้องใช้เส้นสายของใครบางคนแน่ๆ!" "เป็นไปไม่ได้! ยัยเด็กกำพร้าอย่างอวี้หนิงจะมีเส้นสายอะไร! มันต้องไม่ใช่แค่เรื่องในวงการแน่ๆ" ขณะที่ฟางซูเหลียนกำลังครุ่นคิดถึงเบื้องหลังของเรื่องนี้ โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ใบหน้าของฟางซูเหลีย
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ กองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง "หยกพิษ" บรรยากาศยังคงคุกรุ่นจากเหตุการณ์เมื่อวันก่อน ฟางซินเหยียน มาถึงกองถ่ายด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เธอพยายามเก็บซ่อนความโกรธแค้นที่มีต่ออวี้หนิงไว้ภายใต้ท่าทางที่ไม่พอใจ ในขณะที่ผู้คนในกองถ่ายต่างมองเธอด้วยสายตาที่หลากหลาย มีทั้งความเห็นใจ ความรำคาญ และความรู้สึกผิดหวังในพฤติกรรมของเธอก่อนหน้านี้ ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์ของผู้กำกับเฉินก็ดังขึ้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้ยินเสียงจากปลายสาย เขามองไปที่ฟางซินเหยียนสลับกับอวี้หนิงที่กำลังเตรียมตัวอยู่ไม่ไกล นักก่อนจะถอนหายใจยาวเมื่อวางสาย "คุณฟาง... ผมมีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ทราบ" ฟางซินเหยียนขมวดคิ้วแน่น เธอสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่ ไม่ดีสักเท่าไหร่นัก "มีอะไรคะผู้กำกับ? ฉันพร้อมถ่ายทำแล้วนะคะ" ผู้กำกับเฉินถอนหายใจอีกครั้ง "คือ... ทางผู้สนับสนุนหลักของภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่เรากำลังจะเปิดกล้องในเดือนหน้า... พวกเขาแจ้งมาว่าต้องการเปลี่ยนตัวนักแสดงนำครับ" คำพูดของผู้กำกับเฉินเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจฟางซินเหยียน! เธอเบิกตากว
หลังจากความจริงถูกเปิดเผย บรรยากาศในห้องอาหารก็เปลี่ยนไป จากที่เป็นกันเองอยู่แล้ว ก็ยิ่งเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น หลี่เหลียงฮวาคอยปลอบโยนอวี้หนิงและสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับแม่ของเธอด้วยความใส่ใจ อวี้หนิงจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด ตั้งแต่การเข้ามาของฟางซูเหลียน การที่แม่ของเธอตรอมใจตาย และความอยุติธรรมที่เธอต้องเผชิญ ท่านนายพลหลี่และหลี่เฉินอี้ต่างก็รับฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและโกรธแค้น หลี่เหลียงฮวาปาดน้ำตา"แม่ไม่คิดเลยว่าอี้เหวินจะต้องเจอเรื่องร้ายกาจขนาดนี้... และพวกสารเลวพวกนั้น! กล้าดียังไงมาทำกับเพื่อนรักของแม่!" ท่านนายพลหลี่กำหมัดแน่น "ผมจะไม่ปล่อยพวกมันไว้แน่! ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด!" "คุณอวี้หนิงไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะอยู่เคียงข้างคุณ จะช่วยคุณทวงคืนความยุติธรรมทุกอย่าง" อวี้หนิงพยักหน้า น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความตื้นตันใจ เธอรู้สึกว่าภาระที่แบกรับมานานแสนนานกำลังจะถูกแบ่งเบาลงแล้ว ก่อนที่อวี้หนิงจะกลับ หลี่เหลียงฮวามอบสร้อยคอหยกชิ้นเล็กๆ ให้เธอ "นี่เป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากแม่นะจ๊











