Masukนั่งรถกันมานานหลายชั่วโมงในที่สุดก็เดินทางมาถึงที่หมาย ไร่ผลไม้ขนาดใหญ่บนหุบเขากว้างขวางพื้นที่โดยรอบรายล้อมไปด้วยธรรมชาติเขียวขจี ทันทีที่ลงจากรถมาได้แพรไหมรีบกอบโกยอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดหลังจากที่อยู่กับบรรยากาศอึมครึมมานานหลายชั่วโมง
ราวกับเธอได้รับออกซิเจนจากธรรมชาติยังไงอย่างนั้นใบหน้าที่เคยหม่นเศร้ากลับมาสดใสทันตาเห็นจนคนที่ลอบมองเธออยู่เป็นระยะอย่างธารายังอดรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้ ‘มีความสุขอะไรขนาดนั้นกัน ทีตอนอยู่กับเขาตามลำพังทำหน้าเหมือนจะขาดใจตายยังไงอย่างนั้นเลย’ “สวัสดีครับคุณธารา สวัสดีครับหนูแพรไหม เดินทางมาเหนื่อย ๆ มานั่งพักดื่มน้ำเย็น ๆ ก่อนครับ วันนี้ภรรยาของผมทำน้ำลำไยพอดี รับรองว่ารสชาติหวานอร่อย ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นแน่นอนครับ“ ขณะที่ธารากับแพรไหมยืนดื่มด่ำกับธรรมชาติอยู่นั้นคุณลุงภพ คุณลุงเจ้าของสวนก็เดินเข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเองตามประสาคนที่ทำการค้าด้วยกันมานานหลายปีตั้งแต่รุ่นคุณปู่ของธารา ธารากับแพรไหมเดินมานั่งที่แคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตามคำเชื้อเชิญของเจ้าของถิ่น ไม่นานน้ำลำไยที่คุณลุงภพโอ้อวดเรื่องรสชาติก็ถูกนำมาเสิร์ฟให้ธารากับแพรไหมได้ลองชิม ดวงตากลมโตของแพรไหมเบิกกว้าง นัยน์ตาลุกวาวอย่างน่ารัก ยิ้มแป้นโชว์ฟันเรียงสวยทั้งสามสิบสองซี่ อาการของเธอตอนนี้ราวกับเด็กน้อยเจอของอร่อยก็ไม่ปาน ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูจนคุณลุงภพกับภรรยาที่มองอยู่ถึงกับระบายยิ้มออกมา เช่นเดียวกับธาราที่มองท่าทางของแพรไหมด้วยหัวใจที่สั่วไหว นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่เห็นท่าทางแบบนี้ของเธอ ไอ้อาการยิ้มร่าดวงตาเป็นประกายวาววับยามได้กินของอร่อยน่ะ มันนานขนาดนั้นแล้วนะที่เขาไม่ได้เห็นมัน “งื้ออ สดชื่นจริง ๆ ด้วยค่ะคุณลุง อากาศร้อน ๆ แบบนี้ได้ดื่มน้ำลำไยหวาน ๆ จากฝีมือป้าภา แพรรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เลยค่ะ“ แพรไหมหันไปทำหน้าออดอ้อนให้กับป้าภาภรรยาของลุงภพ ”หนูแพรก็พูดไป“ ”จริง ๆ นะคะป้าภา แพรพูดจริง ๆ“ ”ค่ะป้าเชื่อ“ เห็นท่าทางน่ารักของเธอมีเหรอที่อดใจไหว ป้าภาแอบหยิกแก้มนิ่มของแพรไหมด้วยความมันเขี้ยว แพรไหมเป็นคนยิ้มเก่ง เข้ากับคนง่าย เธอรู้จักประจบประแจง รู้จักวิธีการเข้าหาผู้ใหญ่ รู้ว่าต้องทำแบบไหนต้องวางตัวยังไงผู้ใหญ่ถึงจะเอ็นดูและเพราะแบบนั้นเหล่าผู้ใหญ่จึงเอ็นดูเธอไม่เว้นแม้แต่พ่อแม่ของธาราเองก็ด้วย ”ปากหวานไม่เปลี่ยนเลยนะคะหนูแพร“ แพรไหมหัวเราะคิกคักชอบใจก่อนที่เสียงหัวเราะของเธอจะดังแผ่วลงเรื่อย ๆ เมื่อเผลอสบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบของธารา เขากำลังนั่งคุยเรื่องงานกับคุณลุงภพอยู่ ทว่าสายตาของเขาเอาแต่มองเธอไม่หยุด นั่งจนหายเหนื่อยธากับแพรไหมก็เดินทางเข้าสวนลำไย เข้าสวนลิ้นจี่พร้อมกับลุงภพและคนงานอื่น ๆ อีกสี่ห้าคน “ผลผลิตปีนี้ใช้ได้เลยนะครับลุงภพลูกใหญ่ขึ้น เนื้อหวานขึ้นด้วยครับ” “ปีนี้เรามีน้ำเพียงพอไม่ขาดแคลนน้ำเหมือนปีก่อน ๆ ผลผลิตที่ออกมาจึงเป็นที่น่าพอใจครับคุณธารา รับรองว่าคุณธาราไม่มีทางผิดหวัง” “ไม่ผิดหวังอยู่แล้วครับลุงภพ ผมเชื่อใจคุณลุง” ทำการค้ากันมานานต่างคนต่างรู้สึกว่าอีกคนเปรียบเสมือนญาติคนหนึ่ง ในเรื่องของธุรกิจตั้งแต่รุ่นปู่จนถึงตอนนี้ที่ธาราเข้ามารับช่วงต่อดูแลธุรกิจนี้เอง ล้วนไม่เคยมีเรื่องกดราคาเกิดขึ้น ธาราให้ราคาเป็นธรรมกับเจ้าของสวนทุกราย ไม่เคยเอารัดเอาเปรียบใคร ธาราซื้อใจเจ้าของสวนด้วยความซื่อตรงเขาถึงได้รับแต่ผลผลิตดี ๆ จากเจ้าของสวนเป็นการตอบแทน ธารากว้านซื้อผลไม้แถบนี้ทั้งหมดโดยมีคุณลุงภพนี่แหละที่ช่วยเป็นสื่อกลางพูดคุยกับเจ้าของสวนคนอื่นให้ ทำให้บริษัทของธาราสามารถผลิตสินค้าออกมาเพียงพอต่อความต้องการของเหล่าลูกค้าอยู่เสมอ “เดี๋ยวเซ็นสัญญาแล้ววางมัดจำได้เลยนะครับลุงภพ ลุงภพสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตอนไหนครับ” ”สัปดาห์หน้าครับคุณธารา“ ”ตามนั้นครับ“ ธาราเดินคุยงานกับลุงภพอยู่สักพักใหญ่โดยที่แพรไหมยืนรออยู่ใต้ต้นลิ้นจี่ ตอนนี้เธอกำลังเด็ดลิ้นจี่จากต้นมากินจนแก้มตุ่ย แก้มของเธอป่องมากจนธาราอยากเดินเข้าไปหาแล้วใช้มือบีบแก้มเธอแรง ๆ ให้หายมันเขี้ยว “หนูแพรน่ารักมากเลยนะครับ เธอเหมือนเด็กตลอดเวลาเลย” ธาราหลุดออกจากภวังค์ เขาเค้นหัวเราะกับคำพูดของคุณลุงภพเบา ๆ น่ารัก เธอเนี่ยนะน่ารักตรงไหน แล้วที่บอกว่าเธอเหมือนเด็ก เหมือนตรงไหน ถ้าเหมือนเด็กเอ๋อก็พอได้อยู่ “ไม่รู้ว่าหนูแพรยังโสดอยู่รึเปล่า ผมอยากแนะนำเธอให้กับหลานชายของผมได้รู้จัก” ธาราหันขวับคอแทบหักกับสิ่งที่คุณลุงภพพูดออกมารายกับไม่เชื่อหูตัวเอง คิ้วเข้มย่นเข้ากันอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นักรู้สึกคันยุบยิบที่อกด้านซ้ายแปลก ๆ ”เธอแต่งงานแล้วครับ“ เขาตอบเสียงเรียบนิ่งเช่นเดียวกับใบหน้าที่ไม่แสดงความรู้สึกออกมา ”เห็นแหวนที่นิ้วเธอไหมครับ นั่นแหละครับผัวเธอซื้อให้ เพชรเม็ดใหญ่ไหมครับคุณลุง” รังสีความอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากดวงตาคู่คม ทำให้คนที่มองอยู่ถึงกับเสียวสันหลังวาบขึ้นมาแปลก ๆ ”อ่า ครับ ใหญ่ครับ” คุณลุงภพตอบเสียงตะกุกตะกัก จู่ ๆ ก็รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง รู้สึกเหมือนทำผิดแล้วโดนจับได้ยังไงอย่างนั้นตกกลางคืน ปาร์ตี้จบลงทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน ธาราพาแพรไหมอาบน้ำ ก่อนกล่อมเธอนอนหลับ ในขณะที่ธารากำลังพาตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราตามแพรไหมไป ชายหนุ่มก็ต้องลืมตาขึ้นมาใหม่เมื่อรับรู้ถึงแรงดิ้นของคนข้าง ๆ “ปวดฉี่เหรอ” ธาราจึงส่งเสียงถามเพราะตอนกลางคืนแพรไหมมักปวดฉี่อยู่บ่อยครั้ง ”แพรอยากกินมะม่วงน้ำปลาหวานอะ“ เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว หากแต่คุณแม่ที่เพิ่งนอนหลับได้ไม่นานกลับสะดุ้งตื่นขึ้นมางอแงอยากกินของเปรี้ยวเวลานี้ ”ได้ไหมคะ“ ธาราหันมองเวลากำลังจะส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่ได้ ครั้นเห็นสีหน้าออดอ้อนของแพรไหมใจแกร่งของเขาก็อ่อนยวบ ใจอ่อนให้เธอทันที เธอน่ารักขนาดนี้ให้เขาใจแข็งกับเธอยังไงไหว แค่โดนเธอมองด้วยแววตาออดอ้อนใส่ ธาราก็พร้อมประเคนทุกอย่างที่แพรไหมต้องการมาให้เธอแล้ว ”พี่อนุญาตให้หนูกิน แต่กินได้ไม่เยอะนะ เดี๋ยวปวดท้อง“ ทำข้อตกลงกันให้เข้าใจ เมื่อแพรไหมพยักหน้าตกลง ธาราก้มลงหอมเธอฟอดใหญ่ ก่อนประคองแพรไหมลงจากเตียง เดินเคียงคู่กันมายังห้องครัว ธาราเปิดตู้เย็นค้นหามะม่วงที่เขาได้ให้แม่บ้านซื้อมาเก็บไว้ให้แพรไหม เมื่อเจอของที่แพรไหมอยากกินก็ทำการนำมาปอกเปลือกแล
หลายเดือนต่อมา… ตอนนี้ธารากลับมาทำงานที่บริษัทอย่างเต็มตัว พร้อมเปิดรับเลขาใหม่ ซึ่งเปิดรับสมัครแค่ผู้ชายเท่านั้น ธาราไม่ยอมให้แพรไหมกลับมาทำงานและเขาก็เป็นคนเลือกเพศของคนที่มาสมัครเป็นเลขาเองด้วย แพรไหมไม่ได้บังคับเขาให้ทำ ธาราคิดเองและตัดสินใจเองทุกอย่าง เหตุผลที่เลือกผู้ชายก็เพราะว่าไม่อยากให้เมียรักไม่สบายใจ ธาราเข้าใจดีว่าความหึง ความงี่เง่ากับผู้หญิงเป็นของคู่กัน ซึ่งภรรยาของเขาก็เป็นผู้หญิงประเภทนั้น อะไรที่ทำแล้วเป็นผลดีกับแพรไหมธาราก็พร้อมทำ ธาราไม่อยากเป็นเขาในอดีตที่คอยแต่ทำร้ายความรู้สึกแพรไหมอีกแล้ว เขาตอนนี้พร้อมอ้าแขนออกกว้างเป็นกำแพง เป็นเกราะกำบังให้แพรไหมได้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย นับจากนี้และตลอดไป แพรไหมจะไม่มีวันเสียใจแน่นอนที่เลือกให้โอกาสเขาได้ทำหน้าที่สามีและพ่อของลูก “กลับมาแล้วครับ” กลับมาจากทำงาน ธาราสาดส่องสายตามองหาภรรยาเป็นอันดับแรก เมื่อเห็นว่าแพรไหมนั่งอยู่ที่ไหนก็ไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหา ธาราเดินเข้ามาก้มลงหอมแก้มแพรไหมที่นั่งอ่านคู่มือคุณแม่มือใหม่อย่างสบายใจอยู่ใต้ร่มไม้ในสวนหย่อมหน้าบ้าน พลันใช้มือหนาลูบหน้าท้องกลมที่นูนชัดภายในท้องมี
นับวันอาการของแพรไหมมีแต่ย่ำแย่เข้าไปทุกวัน ธาราชวนไปหาหมอด้วยกันหลายครั้ง แต่แพรไหมก็เอาแต่ปฏิเสธไม่ยอมไปท่าเดียว เสียงอ้วกในตอนเช้าคือสิ่งที่ธาราได้ยินมันทุกวัน เขาจะช่วยเข้าไปลูบหลังให้ก็โดนแพรไหมไล่ตะเพิดออกมา ธาราไม่สามารถเข้าใกล้แพรไหมได้เลย นับเป็นเวลาเกือบเดือนแล้วที่ธาราทำได้แค่ยืนมองแพรไหมอยู่ห่าง ๆ ทุกวันนี้แม้จะอยู่บ้านเดียวกัน นอนห้องเดียวกัน ทว่าแพรไหมนอนบนเตียง ส่วนธารานอนพื้น ทานข้าวพร้อมกันก็จริงแต่แพรไหมนั่งหัวโต๊ะ ส่วนเขานั่งท้ายโต๊ะนู่น อยากเข้าใกล้เมียจ๋าใจแทบขาดแต่พอเห็นเมียจ๋าอ้วกจะเป็นจะตาย ธาราก็ไม่กล้าเข้าใกล้ ยืนมองตาละห้อยได้แต่อดกลั้นความรู้สึกไว้ ตกกลางคืนธาราแอบนอนร้องไห้ด้วยความน้อยใจคนเดียวเงียบ ๆ ไม่ให้แพรไหมรู้ ทว่าเธอกลับได้ยินเสียงร้องไห้ของเขาชัดเจน แถมยังลุกขึ้นมาต่อว่าเขาด้วยความรำคาญ ”จะร้องก็เอาผ้าอุดปากไว้ อย่าให้เสียงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน มันน่ารำคาญ“ ธาราฮึบเสียงไว้แทบไม่ทันส่งรอยยิ้มเจื่อนให้กับภรรยาสาวที่นั่งมองเขาตาขวางแทน “ขอโทษครับ” บอกเมียรักเสียงอ้อมแอ้ม หมดอารมณ์จะร้องไห้ต่อแทบทันที “อย่าให้ได้ยินเสียงอีกนะ ลุกขึ้นมาตบ
ตั้งแต่แพรไหมเดินจากไปแล้วทิ้งธาราไว้ตรงนี้คนเดียว ชายหนุ่มก็ไม่ยอมไปไหน เขายืนอยู่ที่เดิมเพราะคิดว่าแพรไหมแค่หนีไปสงบสติอารมณ์ของตัวเอง พอแพรไหมอารมณ์เย็นขึ้นเธอก็คงกลับมา ธาราจึงเลือกที่จะยืนรอแพรไหมอยู่ตรงนี้กลัวว่าถ้าหากแพรไหมกลับมาแล้วเธอจะหาเขาไม่เจอ ธารายืนอยู่รอแพรไหมอย่างมีความหวัง จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงยังไร้วี่แววของหญิงสาว ธาราสอดส่องสายตามองไปทั่วบริเวณก็พบแต่ความว่างเปล่า ธาราไม่รู้ว่าแพรไหมเดินหนีเขาไปที่ไหน แม้อยากจะเดินตามเธอไป แต่อีกใจก็กลัวว่า ถ้าธอกลับมาแล้วไม่เจอกัน ธาราจึงทำได้เพียงยืนรออยู่อย่างนั้น มองผู้คนเดินสวนไปมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ธารายืนโดดเดี่ยวท่ามกลางผู้คนมากมายชวนให้อารมณ์ของธาราดำดิ่งลงอย่างหนักหน่วง ใจที่เต็มไปด้วยความหวังเริ่มสั่นคลอนลงไปทุกที เมื่อรอแล้วรอเล่าแพรไหมยังไม่กลับมา ธาราคิดว่าเขาโดนหญิงสาวทิ้งแน่ๆ คำพูดของเธอก่อนหน้ายังดังชัดอยู่ในหูราวกับเพิ่งได้ยินมันไปหยก ๆ มันยิ่งตอกย้ำความรู้สึกให้ย่ำแย่มากขึ้นกว่าเดิม แค่คิดว่าแพรไหมทิ้งเขาแล้วจริง ๆ ธาราเจ็บปวดแทบบ้าคลั่ง ธาราไม่อยากเสียแพรไหมไป เขารู้ตัวเองแล้วว่าตอนนี้เข
ธารารู้สึกคล้ายว่าน้ำท่วมปาก ดวงตาคมกริบเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างนิ่งอึ้งกับคำพูดของแพรไหม ธารารู้สึกเจ็บแปลบที่กลางใจราวกับมีธนูลูกใหญ่พุ่งเข้ามาปักกลางอกเขาอย่างจัง แม้ถ้อยคำของแพรไหมจะไม่ได้ฟังดูรุนแรงมากนัก แต่ก็ทำให้คนฟังหน้าชาอยู่พอสมควร “พี่ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ไม่ได้ต้องการหาเรื่องใครหรือทำให้หนูลำบากใจ แต่หนูก็เห็นว่ามันจงใจหาเรื่องพี่อยู่ตลอดเวลา พี่พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองสุด ๆ แล้วนะ แต่มันก็กวนตีนพี่ไม่เลิก” “หยุดพูดเถอะค่ะ ตอนนี้แพรเหนื่อยไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น” “เดี๋ยว หนูจะไปไหน” ธาราคว้าแขนแพรไหมไว้ เมื่อเธอกำลังเดินหนีเขาไป “ห่าง ๆ กันบ้างเถอะค่ะ ให้แพรได้หายใจหายคอแบบสะดวกบ้าง ตั้งแต่พี่ตามมา แพรเที่ยวกับเพื่อนไม่สนุกเลยรู้ปะ จะเดินไปไหนมาไหนพี่ก็ตามติดแพรเป็นเงา แพรไม่มีความสุขเลยอะ จะทำอะไร ไปไหนก็รู้สึกอึดอัดไปหมด“ “…….” ”แพรขอเวลาส่วนตัวหน่อยนะคะ แล้วไม่ต้องตามมาวุ่นวายให้แพรต้องรำคาญใจล่ะ พี่จะไปไหนก็เรื่องของพี่ แค่นี้แพรก็เบื่อจะแย่อยู่แล้ว“ แพรไหมสะบัดมือธาราทิ้งอย่างแรงก่อนเดินหนีไปหาเมย์กับชมพู่ที่ยืนลอบสังเกตการณ์อยู่ไม่ใกล
สรุปทริปที่ตั้งใจมาเที่ยวกับแก๊งเพื่อนสนิทกลับมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคนแบบงง ๆ และดูเหมือนว่าสมาชิกคนนี้นอกจากแพรไหมกับเพื่อนก็ไม่มีใครต้อนรับธาราอีกเลย เมื่อกายกับเพื่อนรู้ว่าในทริปนี้จะมีธาราเพิ่มเข้ามาก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก แสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากให้ธารามาเที่ยวด้วยกัน อย่างที่รู้ว่ากายชอบแพรไหมและเพื่อน ๆ ของกายก็สนับสนุนกายเป็นที่ กลายเป็นว่าตอนนี้ธาราโดนรุมเกลียดทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิด ซึ่งมันเป็นการกระทำที่ดูตลกมาก ซึ่งธาราเองก็ไม่ได้ให้ค่า เขามาที่นี่เพื่อง้อเมีย ไม่ได้มาเพื่อจะมีเรื่องกับใคร ธาราจองห้องพักติดกันกับห้องของแพรไหม ดีที่ห้องยังว่างทำให้ธาราไม่ต้องหาที่นอนให้วุ่นวาย ใจจริงธาราอยากนอนห้องเดียวกับแพรไหม อยากอยู่ใกล้ อยากกอด อยากจูบให้สมกับความคิดถึง หากแต่แพรไหมไม่ยอม เธอตั้งการ์ดขีดเส้นตายชัดเจน หากธาราไม่ยอมก็ให้เขาไสหัวกลับประเทศไทย ธาราจึงจำใจตอบตกลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ได้นอนห้องเดียวกัน นอนห้องใกล้กันก็ยังดี และนี่ก็ผ่านมาสองวันแล้วที่ธารามาอยู่ที่นี่ ทุกครั้งที่ออกมาข้างนออกธาราจะตัวติดแพรไหมไม่ห่าง ไม่ยอมให้หญิงสาวเล็ดลอดสายตา ไม่ปล







![summer เมษาพาเสียว [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)