تسجيل الدخول“จริงสิครับ พี่รับปากแล้วไม่บิดพลิ้วแน่นอน แล้วมานั่งรอพี่ดึกๆ ดื่นๆ ทุกวันไม่ง่วงหรือไง” เขาลูบศีรษะเล็กๆ ด้วยความเคยชิน คนถูกลูบนั่งมองด้วยสายตาอ่อนโยน ตาสบตาแล้วหัวใจสั่นไหว แม้ไม่มีคำพูดใดๆ แต่หัวใจสองดวงก็เหมือนจะถ่ายทอดความอ่อนหวานละมุนละไมเข้าหากันได้อย่างง่ายดาย
“ปกติหนูนานอนดึกค่ะพี่หมอ” เธอเขยิบเข้าไปใกล้ๆ เขาแต่ชายหนุ่มเขยิบออกห่าง เมื่อรู้สึกใจสั่นแปลกๆ ความใกล้ชิดที่มีอยู่บ่อยครั้งอาจไม่รุนแรงเท่าในครั้งนี้เมื่อรับรู้ได้ว่าเธอจบการศึกษาแล้ว
“พี่ตัวเหม็น เหงื่อก็เต็มเลย ยังไม่ได้อาบน้ำ พี่ขอไปอาบน้ำก่อนนะ แล้วเรากินอะไรหรือยัง” เขาถามอย่างใส่ใจ ประโยคยาวยืดจนคนถูกถามอมยิ้ม
“ยังเลยค่ะ รอพี่หมออยู่” มองสบตาพราว สายตาซุกซนบ่งบอกถึงอันตรายที่เกิดขึ้นในหัวใจของคุณหมอหนุ่มแก่เรียน
“ทำไมไม่กินเสียก่อน ความจริงไม่ต้องรอพี่ก็ได้นะครับ รับประทานอาหารไม่ตรงเวลาเดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะหรอก” เขาดุด้วยความห่วงใยชัดเจน จำได้ว่าคนตัวเล็กตรงหน้าเป็นโรคนี้เพราะมักรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ไม่ใช่ขยันเรียนแต่บิดาเลี้ยงและมารดาเล่าว่าตัวแสบที่นั่งมองเขาตาหวานชอบหนีเที่ยวบ่อยครั้ง จนโรคกระเพาะกำเริบ
“กินคนเดียวเหงาค่ะ” ตอบตามตรง เขยิบเข้าไปหาคนที่พยายามเขยิบหนีจนแผ่นหลังอีกฝ่ายชิดไปกับโซฟาอีกด้าน และหมดทางหนี
“งั้นรอเดี๋ยว” เขารีบผละออกห่าง เพื่อขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าและลงมารับประทานอาหารกับเธอ เพราะเขาเองก็ยังไม่ได้ทานอะไร มีอาหารว่างเล็กน้อยเท่านั้นใส่ท้อง
นรีรัตน์หน้างอที่เขาลุกหนี ก่อนจะอมยิ้มเมื่อเห็นหน้าแดงน้อยๆ ของคุณหมอหนุ่ม แบบนี้น่าแกล้งยั่วเสียให้เข็ด อยากหน้าแดงดีนัก
นรีรัตน์มองพี่ชายร่วมบ้านด้วยสายตาลึกซึ้ง จนเขาต้องกระแอมกระไอ “อะแฮ่ม”
“พี่หมอลองทานปลาทอดพริกสิคะ” ปลาทอดพริกกลิ่นหอมกรุ่นหมักด้วยสมุนไพรไทยเมื่อนำไปทอดส่วนผสมจะซึมเข้าเนื้อปลาจนหอมนุ่มรสชาติกลมกล่อม เป็นสูตรพิเศษของมารดาเลี้ยงที่ชอบทำอาหารและถ่ายทอดให้เธออย่างไม่หวงสูตรเลยแม้แต่น้อย
“เราก็กินด้วยสิ มัวแต่ตักให้พี่” เขาเอาใจด้วยการตักปลาผัดขิงของโปรดให้เธอ ทั้งสองชอบทานเมนูปลาจึงชอบอาหารเหมือนๆ กันหลายอย่าง
“ขอบคุณค่ะ คนจะอร่อยเหมือนปลาที่ตักให้ไหมคะ”
“แค่กๆๆ เราว่าอะไรนะ” คนฟังถึงกับสำลักเมื่อเห็นตาเยิ้มๆ แทบจะกลืนกินเขา ยายเด็กหื่นนี่ทำเขาใจแตกเตลิดไปนอกโลกได้ไม่ยาก ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นมาทำกิริยากับเขาแบบนี้ เค้าคงเผ่นแทบไม่ทัน แต่พอเป็นคนตรงหน้า เขากลับหัวใจเต้นแรงแทบจะโลดออกมานอกอก ถึงจะแก่เรียนแต่ก็ไม่ได้ตายด้าน แต่ถึงจะดูเหมือนตายด้านไม่ค่อยสนใจผู้หญิงคนไหนที่ทอดสะพานให้ แต่กับคนตรงหน้าไม่รู้เป็นอะไร ใจเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทุกที นี่หรือเปล่าเขาบอกว่าคนที่ชอบ มันทำให้หัวใจเราสั่นจนพองโตเสมอๆ เมื่อได้อยู่ใกล้ๆ
“เอ่อ... คือหนูนาหมายถึงปลานี้อร่อยดีนะคะ” คนแอบคิดไปไกลแก้ตัวไปเรื่อย แต่คนถูกถามว่าเขาจะอร่อยเหมือนปลารึเปล่าได้แต่อมยิ้ม ไม่ได้พูดอะไรให้เธออายไปมากกว่านั้น
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ คนชอบทำอะไรเองจึงจัดการเก็บล้างจานชามช่วยเด็กสาวตรงหน้าด้วย
“เก็บกวาดให้เรียบร้อย วางทิ้งไว้มีแมลงสาบและคราบสกปรกมาเกาะติดมันสกปรก”
เขาให้เหตุผลและที่สำคัญก็ไม่เคยทำตัวเป็นภาระใครตั้งแต่เด็ก ความเป็นคนสะอาดและมักช่วยเหลือคนอื่นทำให้ภาคิมเป็นที่รักของคนรอบข้าง ไม่ว่าใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้คุณหมอหนุ่มด้วยกันแทบทั้งสิ้น เพราะคนมีน้ำใจชอบอาสาทำให้ใครๆ มีความสุขไปตามๆ กัน
หลังจากนั้นเป็นอันเสร็จสิ้นทุกอย่าง จึงถึงเวลาที่ต้องส่งน้องน้อยเข้านอนเหมือนเช่นทุกครั้งที่มีโอกาส “พี่หมอฝันดีนะคะ”
นรีรัตน์จุ๊บแก้มสากของพี่ชายต่างสายเลือด คนโดนจุ๊บถึงกับหน้าแดงอย่างปัจจุบันทันด่วน ก่อนจะมองนิ้วเล็กๆ ที่คนตรงหน้าจิ้มแก้มของตัวเอง แต่เขาเลือกที่จะกดจุมพิตที่ขมับและหน้าผากของเธอแทน
เพียงแค่นี้สาวน้อยก็อยากจะกรีดร้องให้ลั่นเลยทีเดียวเชียว คืนนั้นสาวน้อยนอนกลิ้งไปกลิ้งมาก่อนจะนอนหลับฝันหวาน การที่ได้อยู่ใกล้คนที่เรารักมันมีความสุขแบบนี้นี่เอง
“ตื่นเช้าจริงนะเรา” คุณหมอหนุ่มทักน้องสาวที่ตื่นก่อนเขามาช่วยแม่บ้านทำอาหารเช้า
“เมื่อคืนนอนหลับสบายน่ะค่ะ ก็เลยตื่นเช้า”
“แหม... คุณหนูนาคงฝันหวานใช่ไหมคะ พี่จุ๊บแจงเห็นตื่นมายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ยิ้มคนเดียว” จุ๊บแจงที่วันนี้กลายมาเป็นลูกมือเอ่ยแซว คนถูกแซวหน้าแดง
“ยกออกไปตั้งโต๊ะเลยค่ะพี่จุ๊บแจง” เธอไม่ตอบคำถาม กลับเบี่ยงเบนไปเรื่องอาหารเช้าแทน จุ๊บแจงรีบทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว ไม่นานข้าวต้มปลาร้อนๆ ก็ถูกเสิร์ฟที่โต๊ะเป็นที่เรียบร้อย
“พี่หมอเอาหอมเจียวอีกไหมคะ” เพราะพี่ชายชอบเธอจึงทำสุดฝีมือ
“พอแล้วครับ” คนที่ใส่ใจรายละเอียดของน้องไม่ต่างกันหยิบพริกไทยให้น้องพร้อมกับผักชีต้นหอมเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายชอบ
“ขอบคุณค่ะพี่หมอ” คนถูกเอาใจยิ้มแก้มปริเมื่อเขาใส่ใจและจำได้ว่าเธอชอบอะไร ไม่ชอบอะไร จุ๊บแจงรินน้ำส้มคั่นสดๆ ให้เจ้านายสาว ก่อนจะรินน้ำอุ่นให้เจ้านายหนุ่ม ภาคิมดื่มน้ำอุ่นๆ ไม่ก็น้ำแร่ธรรมชาติ เขาไม่ชอบน้ำหวานนอกจากน้ำสมุนไพร ส่วนมากเขาจะดื่มน้ำอุณหภูมิห้องเป็นนิสัยตามประสาคนรักสุขภาพ
หลังจากการรับประทานอาหารเช้าเสร็จสิ้น นรีรัตน์ออกมาส่งพี่ชายไปทำงาน ด้วยความเคยชินเขาจะจุ๊บหน้าผากเธอแผ่วเบาและเธอก็ไม่น้อยหน้า จุ๊บแก้มเขาซ้ายขวา โบกมือส่งเขาขึ้นรถ คนโดนจุ๊บหน้าแดงตามประสาคนผิวขาวจัด ก่อนจะขึ้นรถขับออกมาจากบ้านด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้นนรีรัตน์จึงเดินชมนกชมไม้ตามปกติ รอเวลาที่จะไปส่องสองสามีภรรยาที่มักจะจู้จี้กันเมื่อทำงานเสร็จแล้ว จุ๊บแจงเป็นคนเรียบร้อยและรับผิดชอบ เธอไม่เถลไถลหากงานยังไม่เสร็จ เรื่องนี้นรีรัตน์รู้ดี
การแอบมองสองสามีภรรยาถือเป็นเรื่องตื่นเต้นแปลกใหม่เพราะเพิ่งเห็นไม่กี่ครั้ง เธอคิดว่าถ้ามองหลายๆ ครั้งเข้าคงจะเบื่อ แต่ตอนนี้ยังไม่เบื่อจึงเป็นอาหารตาให้มองอยู่ทุกวัน
แล้ววันนี้ก็เป็นความซวยของเด็กสาว เมื่อเธอแอบมองด้วยความเคยชิน แต่พี่ชายสุดที่รักดันกลับบ้านมาเร็วกว่าปกติ เป็นอันว่าวันนี้เธอแทบเอาหน้ามุดดิน เพราะระหว่างที่เอกวัฒน์และจุ๊บแจงกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม และเสร็จสมอารมณ์หมาย เสียงของภาคิมก็ทำให้เธอหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
การแกล้งเป็นลมจึงเป็นทางออกที่ง่ายที่สุดในเวลานั้น ในเมื่อจับได้คาหลังคาเขา แล้วคุณหมอผู้ใจดีก็รู้อยู่เต็มอก แต่ยังทำเนียนอุ้มน้องสาวนอกสายเลือดขึ้นมาบนบ้านและเรียกสองสามีภรรยามาสอบสวนความผิดโดยไม่ต้องรอลงอาญาแม้แต่อย่างใด!!!
“ยายน้อง พี่รู้ว่าเราไม่ได้เป็นลมจริงๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาได้แล้ว” ภาคิมถอนใจเฮือก ก่อนจะใช้แอมโมเนียแกว่งไปที่จมูกของเด็กสาว คนไม่ชอบกลิ่นแอมโมเนียหรี่ตามอง ก่อนจะแอบปิด หน้าเบ้จนคนที่ปฐมพยาบาลให้คนที่เป็นลมปลอมๆ ถึงกับส่ายหน้าไปมา คนที่ทนต่อกลิ่นฉุนไม่ไหว จำต้องแกล้งลืมตาอย่างแนบเนียน
“หนูนาเป็นอะไรไปคะพี่หมอคิม” แกล้งถามหน้ามึน เหมือนเพิ่งฟื้นจริงๆ ภาคิมกอดอกมองหน้าน้องนิ่งๆ คนทำความผิดแอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ บอกตัวเองว่าทำหน้ามึนไม่รู้ไม่ชี้เอาไว้ เดี๋ยวดีเอง… สายตาหวานใสเหลือบมองสองผัวเมียที่นั่งคอตกอยู่ตรงหน้า แต่สวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว นรีรัตน์อดจะมองเป้ากางเกงของเอกวัฒน์ไม่ได้ ภาคิมเห็นดังนั้นก็ดีดหน้าผากเด็กสาวทีหนึ่ง
ภาคิมโอบร่างภรรยายอดสวาทนอนหงายลงบนโซฟาเนื้อนุ่มก่อนจะตามติดควบกระแทกเธอมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะติดตามเธอไปสู่สวรรค์อย่างรุนแรง...บทส่งท้ายนรีรัตน์ที่เดินเข้ามาในโรงพยาบาลทำท่าจุ๊ปากให้กับพยาบาลสาวคนสวย เธอต้องการมาตรวจที่แผนกสูตินารีเวชเพราะว่าประจำเดือนขาดหายไป และสังหรณ์ใจว่าจะท้อง แต่เพราะไม่มีอาการแพ้ท้องเหมือนที่เคยได้ยินมา เลยจะมาตรวจให้แน่ใจ และเลือกเป็นวันที่ไม่มีสามีตรวจคนไข้ เพราะได้ข่าวจากพยาบาลที่นี่ว่าเขามีประชุม“ถึงคิวของคุณหนูนาพอดีเลยค่ะ” เพราะโทร.มาจองคิวล่วงหน้าเอาไว้ พอมาถึงเธอเลยได้ตรวจเลยนรีรัตน์เดินเข้าห้องตรวจด้วยรอยยิ้ม เธอไม่เจอกับคุณหมอตรงๆ แต่ถูกสั่งให้ทำโน่นทำนี่ สุดท้ายก็กลับมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะของคุณหมอ“ผมตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ” เสียงของคุณหมอที่ทำอะไรสักอย่างอยู่หลังม่านเอ่ยขึ้น แม้น้ำเสียงจะคุ้นๆ แต่ก็เข้มและขรึมมากกว่า ทำให้เธอนั่งเรียบร้อย ตั้งใจฟังอย่างใจจดจ่อ“เป็นยังไงบ้างคะ” เธอถามอย่างลุ้นระทึก“คุณมีอะไรผิดปกติอีกบ้างครับ นอกจากประจำเดือนขาดหาย” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถาม เสียงเข้มงวดจนหญิงสาวต้องระมัดระวังคำพูด“ไม่มีนี่คะ ดิฉันเป็นอะไร
“ฉันก๊อกหักเหมือนแกนั่นแหละ คนอะไรแสนดีโคตรๆ ดีไปหมดยี่สิบสี่ชั่วโมง ใจบุญด้วย รักษาคนป่วยอนาถาไม่เคยคิดเงิน รักษาใคร คนนั้นหายเพราะตามติดอาการอย่างกระชั้นชิดไม่ปล่อยปละละเลย แสนดีแบบนี้ คงหาไม่ได้แล้วในโลกล้า หล่อก็หล่อ รวยก็รวย การศึกษาดี โปรไฟล์ดี อิจฉาคุณหนูนาจนตาร้อนผ่าวๆ แล้วพวกแก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสาวๆนรีรัตน์รู้แล้วล่ะว่าภาคิมรู้ได้ยังไงว่าเธอเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ก็เขามีสปายสายลับอยู่ทั่วนี่นา อืมนะ... เข้าใจแล้วว่าที่นี่คือถิ่นของเขา และสปายสายลับพวกนั้นก็สาวๆ ที่คลั่งเขานั่นเอง“คนที่นี่รักพี่หมอจังเลยนะคะ”“ทำไมล่ะ” หลังจากประคองภรรยาให้นั่งลงในห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว“แหม... พอหนูนาก้าวขามาเหยียบพื้นโรงพยาบาล พี่หมอก็รู้ทันที”“พี่ไม่ได้สั่งอะไรใครเอาไว้นะครับ” เขาบอกเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“เนื้อหอมจริงๆ เลย ชักจะกังวลแล้วสิว่าสาวๆ ที่นี่จะอยากดูแลพี่หมอแทนหนูนาขนาดไหน”“ไม่มีใครดูแลพี่ได้ดีกว่าเมียคนนี้อีกแล้วครับ” เขานั่งลงตรงหน้าที่เธอ กุมมือนิ่มเอาไว้อย่างแสนรัก“ปากหวานจริงเชียว ทำไมสาวๆ ถึงหลงพี่หมอนัก เนื้อหอมแบบนี้หนูนาชักกลัวแล้วสิ”“ไม่ไว้ใจพี่เหรอครับ”“ไว้ใ
“โห... พี่หมอ” นรีรัตน์ตาโต “หนูนาคิดว่าพี่หมอจะมาแค่ไม่กี่วันเสียอีก”“เรื่องนั้นพับเก็บไปได้เลย”“พี่หมอไม่เบื่อหนูนาเหรอคะ เราจะฮันนีมูนกันนานขนาดนั้น”“ไม่มีวันเบื่อ กลับไปก็ไม่เบื่อ” เขากระซิบที่ริมหู เรียกเลือดฝาดจากพวงแก้มสาวได้อย่างรวดเร็ว“หนูนาเชื่อแล้วค่ะ” เธอยิ้มกว้างโอบกอดรอบคอหนาของเขาเอาไว้“ถ้าเชื่อแล้ว งั้นก็ยกสะโพกขึ้นมาครับเด็กหื่น”“อ๊าย... ว่าเค้าอีกแล้ว คุณหมอหื่น” เธอหัวเราะคิกยกสะโพกให้เขาสอดรักลงมาเป็นจังหวะหนักหน่วง ริมฝีปากอิ่มเผยอครางทุกครั้งที่หลอมรวมเรือนกายเข้าหากัน ลมทะเลพัดเย็นสบาย พร้อมๆ กับลำนำรักที่ดำเนินไปด้วยกลิ่นไอรักไอสวาทของสองสามีภรรยาร่างกายที่แนบชิดสนิทเสน่หา อาบไล้ไปด้วยหยาดเหงื่อโซมกาย คุณหมอหนุ่มจูบซับไปตามเรือนร่างเปลือยเปล่าของภรรยา เขาจับเธอให้ลุกขึ้นนั่งประจันหน้าบนตักแล้วขยับอย่างต่อเนื่อง“ดีที่เป็นหาดส่วนตัวนะคะ” เธอซุกหน้าที่อกของเขา ขยับกายสอดประสานกับเขาเป็นจังหวะหนักหน่วงล้ำลึก พร้อมๆ กับการครางไปด้วยความเสียวซ่าน“ไม่มีใครเห็นครับ พี่ไม่พาเราไปทำอะไรในที่สาธารณหรอก ยกเว้น...” เขาละคำพูดเอาไว้ ก่อนจะหอมแก้ม และกุมมือเธอมาวางที
ใช่... วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าพี่หมอสุดหล่อของเธอจะทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย โรแมนติกที่สุด เธออยากมีโมเม้นต์แบบนี้มานานแล้ว“แฮปปี้วันวาเลนไทน์ครับหนูนา” เขาจูงเธอไปที่จานใบโตระยิบระยับเหมือนเพชร บรรจุช็อกโกแลตเอาไว้มากมายเป็นรูปพีระมิด“ลองชิมสิ พี่สั่งให้เขาทำพิเศษเลยนะ” เขาชี้ชวนให้เธอหยิบช็อกโกแลตด้านบนสุดที่ห่ออย่างดีสีทองเป็นรูปทรงหัวใจขนาดเล็ก“ขอบคุณนะคะพี่หมอ หนูนารักพี่หมอที่สุดในโลกเลยค่ะ” เธอโอบกอดและหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ก่อนจะหยิบช็อกโกแลตรูปหัวใจที่ห่อด้วยกระดาษสีทองแกะออกเพื่อจะชิม แต่...“พี่หมอ... นี่มัน” ภายในบรรจุกล่องแหวนแทนที่จะเป็นกล่องช็อกโกแลต“แกะดูสิ” เขากระซิบบอก โอบกอดเธอเอาไว้“พี่หมอ...” เด็กสาวหัวใจพองโตคับอกเมื่อเห็นแหวนเพชรที่บรรจุอยู่ภายใน“แต่งงานกับพี่นะครับหนูนา พี่สัญญาว่าจะรักและดูแลเธอให้ดีที่สุด ตราบเท่าลมหายใจของพี่” เขาคุกเข่าลงตรงหน้า ขอเธอแต่งงานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“พี่หมอ... หนูนาจะแต่งงานกับพี่ค่ะ” เธอรับคำเสียงหวาน ให้เขาสวมแหวนให้ที่นิ้วนางข้างซ้าย“เย้!” เสียงไชโยและพลุสายรุ้งรอบกายทำให้เด็กสาวเหมือนล่องลอยอยู่ในดินแดนสวร
“น้องหนูนาว่าอะไรคะ” ฟ้าใสถามซ้ำ เธอรับรู้ว่าคนตรงหน้าดูไม่พอใจ“เปล่าค่ะ หนูนาขอออกไปเดินเล่นหน่อยนะคะ ของพวกนี้ฝากเอาไว้ก่อนได้ไหมคะ” อยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก เพราะจะได้ขบคิดอะไรหลายอย่าง“ได้สิคะ ไปเดินสูดอากาศก็ดีเหมือนกัน เห็นว่าฝันร้าย เผื่อจะสบายใจขึ้น” ฟ้าใสบอกยิ้มๆ“ค่ะ” นรีรัตน์เดินออกมาจากห้องของฟ้าใส ก่อนจะปะทะเข้ากับหนุ่มหล่อนักศึกษาแพทย์ที่เดินมาขวางเธอเอาไว้“น้องหนูนาครับ แฮปปี้วาเลนไทน์นะครับ” เขาคุกเข่าลงแล้วยื่นดอกกุหลาบให้เธอ ในจังหวะที่ภาคิมเดินมาเห็นพอดี คุณหมอหนุ่มถึงกับกำดอกกุหลาบในมือแน่น รู้สึกหึงหวงเหลือกำลัง อุตส่าห์เดินตามหา ที่แท้ก็มาพลอดรักกับลูกศิษย์ของเขาอยู่นี่เอง“ตายแล้วหมอคิม ให้นิ่มเหรอคะ ขอบคุณค่ะ” เสียงของพยาบาลสาวอย่างนิ่มนวลดังขึ้น ก่อนจะถือวิสาสะดึงดอกกุหลาบสีแดงในมือของคุณหมอหนุ่มไปถือเอาไว้ เป็นจังหวะเดียวกับที่นรีรัตน์หันมาพอดี เธอเห็นภาคิมให้กุหลาบกับพยาบาลสาว เธอเลยประชดหันไปรับกุหลาบจากนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายด้วยเช่นกัน“ขอบคุณค่ะ สวยมากค่ะ” เธอรับมาถือเอาไว้ ก่อนจะก้มลงจุ๊บเบาๆ อย่างน่ารัก เหมือนว่าชอบเสียนักหนา“คุณนิ่มชอบก็เอ
นรีรัตน์หนีไม่ทันเมื่อเจอกับพยาบาลสาวอย่างนิ่มนวล “น้องหนูนาคนสวย อยู่ที่นี่นั่นเอง เอ๊ะ! นี่อะไรของใครคะ” มองในมือของเด็กสาวอย่างจับผิด“ของสาวๆ ในโรงพยาบาลที่ฝากให้พี่หมอน่ะค่ะ” บอกอย่างไม่คิดปิดบัง ปล่อยให้พวกนางทั้งหลายสกัดดาวรุ่งกันเอาเอง แล้วเธอก็คอยหัวเราะ“ว้าย! ตายแล้ว หนักแย่เลยนะคะ” แล้วนิ่มนวลก็จัดการเอาดอกกุหลาบพวกนั้นยัดใส่ถังขยะหน้าตาเฉย ก่อนจะเหยียดยิ้มสะใจ“พี่นิ่ม” นรีรัตน์แสร้งทำท่าทีตกอกตกใจ ก่อนจะแอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ นิ่มนวลเป็นคนทำนะ เธอไม่ใช่คนทำเสียหน่อย“คราวนี้ไม่หนักแล้วนะคะ” นิ่มนวลยัดขนมไทย ทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน และจ่ามงกุฎ รวมถึงขนมที่ขึ้นชื่อว่าทองอีกหลายชนิดใส่ในมือเธอหน้าตาเฉย ก่อนป้าพญายม เอ๊ย! พยาบาลของเธอจะฉีกยิ้มกว้างที่คิดว่าสวยที่สุดในจักรวาลเป็นการตบท้าย“อะไรคะพี่นิ่ม” มองอย่างงุนงง แม้จะชอบทานขนม แต่เธอก็ไม่ค่อยนิยมขนมไทยที่เคลือบไปด้วยไข่และน้ำตาลสูงเช่นนี้หรอกนะ ยกเว้นช็อกโกแลตเอาไว้แค่อย่างเดียว เพราะนั่นคือของโปรด“ขนมวาเลนไทน์ค่ะ” นิ่มนวลตอบอย่าง“ขะ... ขนมวาเลนไทน์ เอ่อ... เหรอคะ” เธออ้าปากค้างกับขนมตรงหน้า หวานขนาดนี้เนี้







