ログイン“ลุงชมไปรับแล้วนี่คะ ไม่เป็นไร หนูนาเข้าใจว่าพี่หมอติดงาน” คนไม่เรื่องมากเพราะเข้าใจดีว่าพี่ชายติดงานพูดเอาใจ
“แล้วหายเหนื่อยหรือยัง” เขายกน้ำขึ้นดื่มมองคนตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง สายตาไม่ได้คลาดไปจากดวงหน้าหวานละมุนแม้แต่วินาทีเดียว
“หายแล้วค่ะ วันนี้เข้าครัวทำกับข้าวกับพี่จุ๊บแจงด้วย” เธออวดนิดๆ อยากให้เขาได้ชิมฝีมือของเธอ
“ไหนทำอะไรบ้าง” เขาถามอย่างใส่ใจเมื่อเห็นแววตาเป็นประกายของน้อง
“ของโปรดพี่หมอไงคะ” สาวน้อยพูดยิ้มๆ
“อ้าว... พี่สั่งให้จุ๊บแจงทำของโปรดเรานี่นา”
“ของโปรดพี่หมอก็เหมือนของโปรดน้องนั่นแหละ พี่หมอก็ชอบทานปลา หนูนาจำได้” คนขี้อ้อนกอดแขนซุกหน้าเข้าหาพี่ชาย ภาคิมถึงกับอมยิ้ม ลูบศีรษะเธอไปมาอย่างเอ็นดู
“จริงด้วยแฮะ” เขาพูดแล้วลูบท้ายทอยไปมาเก้อๆ
“คุณแม่ฝากขนมมาให้เยอะแยะเลยค่ะ พอรู้ว่าหนูนาจะมาหาพี่หมอ” เธอยิ้มน่ารักให้เขาออดอ้อนประจบเหมือนเช่นเคย คนถูกอ้อนยิ้มกว้างมากยิ่งขึ้น
“คุณลุงกับคุณแม่สบายดีนะ พี่ไม่ได้ไปกราบท่านเลย” เพราะระยะหลังงานเขายุ่งพอสมควร จึงไม่ได้ไปหาผู้ใหญ่ทั้งสอง
“สบายดีค่ะ แต่บ่นคิดถึงพี่หมอทุกวัน”
“พี่ได้แต่โทร.ไป งานยุ่งๆ นิดหน่อย”
“ไม่นิดหน่อยแล้วล่ะคะ ได้ข่าวว่างานยุ่งมากเลย” คนพูดทำหน้างอน
“ก็ไม่มากนะ พี่มีความสุขกับงานที่ทำ”
“หนูนารู้ค่ะ เพราะมันเป็นอาชีพที่พี่หมอรัก แล้วพี่หมอหิวหรือยังคะ” ถามอย่างเอาใจ
“เราหิวหรือยังล่ะ” คนที่ใส่ใจรายละเอียดของอีกฝ่ายทุกอย่างเอ่ยถามบ้าง เขาจะหิวไม่หิวนั้นสำคัญน้อยกว่าคนตรงหน้า คนที่เขาคิดถึงทุกลมหายใจเข้าออก คนที่ทำให้เขายิ้มได้ คนที่ทำให้เขาอยากเห็นหน้า คนที่เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ และคนที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงทุกครั้ง
“ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ค่ะ”
“แสดงว่าหิวแล้ว พี่ขอไปอาบน้ำแป๊บนึงนะ” เขาขอตัวเมื่อยกนาฬิกาขึ้นดู เอ่ยขอตัวอย่างสุภาพ
“ค่ะพี่หมอ เดี๋ยวหนูนาให้พี่จุ๊บแจงตั้งโต๊ะเลยนะคะ”
“เอาสิ เดี๋ยวพี่มา” คุณหมอหนุ่มลูบศีรษะของน้องเบาๆ โยกไปโยกมาอย่างเอ็นดูก่อนจะกดจุมพิตที่หน้าผากนูนเกลี้ยง นรีรัตน์อยากจะกรีดร้องแต่เก็บอาการเอาไว้ ฟินชะมัดเลยพี่หมอจุ๊บที่หน้าผากและกระหม่อมน้อยๆ ของน้องด้วย ผ่านไปไม่นานคุณหมอหนุ่มก็ออกมาจากห้องพร้อมกับชุดสบายๆ ใส่อยู่กับบ้าน เขาเห็นน้องสาวรออยู่ที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว
“ทานกันได้แล้วยายน้อง พี่เห็นเราหิวจนน้ำลายยืดแล้ว”
“ที่ไหนกันคะพี่หมอ ว่าน้องเรื่อยเลย” เธอเผลอเช็ดปากตัวเอง ก่อนจะหน้างอเมื่อโดนหัวเราะเข้าให้
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอุ่นและขบขันเมื่อทานไปคุยกันไป เพราะห่างกันหลายเดือนทำให้คิดถึงกันมากมายนัก เพียงแค่การคุยโทรศัพท์นั้นให้ความรู้สึกไม่เหมือนกับการได้คุยกันตัวเป็นๆ แบบนี้
หลังรับประทานอาหารเสร็จ คุณหมอหนุ่มก็มีเคสทำคลอดด่วน เขาเลยต้องขอตัว นรีรัตน์เข้าใจพี่ชายแม้จะอดเซ็งนิดๆ ที่มาเจอแล้วก็ไม่ได้คุยกันจนเต็มที่
ช่วงเวลาสองสามวันหลังจากนั้นเป็นช่วงเวลาที่คุณหมอหนุ่มยุ่งจนไม่มีเวลาให้เด็กสาว นรีรัตน์ถึงกับเหงาไปเลย แต่เธอก็มีเรื่องตื่นเต้นให้ต้องทำเมื่อไร้วี่แววของพี่ชายสุดหล่อ
การแอบดูสองสามีภรรยาจู๋จี๋กันในห้องหับเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก แต่ก็ตื่นเต้นไม่หยอกอยู่หรอก เอกวัฒน์กับจุ๊บแจงคงทำแบบนี้บ่อยๆ เลยไม่ทันระวังว่าจะโดนเห็น และนรีรัตน์เองก็เนียนว่าพักผ่อนอยู่บนห้องทุกครั้งที่สองหนุ่มสาวจะหาเวลามาพลอดรักกัน
การแอบมองครั้งแรกผ่านไป ครั้งที่สองย่อมตามมา เหมือนกับสุภาษิตที่บอกว่า มีครั้งแรกก็ย่อมมีครั้งที่สองตามมานั่นเอง
“สวัสดีค่ะคุณแม่” มารดาเลี้ยงที่โทร.มาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงช่วยทำให้เธอหายเหงา และคิดว่าเร็วๆ นี้พี่ชายที่รักจะเร่งสะสางงานของตัวเองโดยเร็ว แต่เธอเข้าใจอาชีพหมอเมื่อมีเคสต้องทำคลอดหรือผ่าตัดก็ต้องรีบไป เพราะชีวิตของคนไข้สำคัญที่สุด
“เป็นยังไงบ้างเสียงหงอยเชียว” ภคินีเอ่ยถามอย่างเอ็นดูมาตามสาย
“ก็พี่หมอน่ะสิคะ ยุ่งจนไม่มีเวลาให้หนูนาเลย” คนขี้งอนทำปากยื่นนิดๆ ขณะพูด
“พี่เขาเป็นหมอน่ะลูก หนูต้องเข้าใจ แต่เดี๋ยวคงมีเวลาว่าง หนูก็หาอะไรทำไปก่อนสิจ๊ะ หนูจะพักกับพี่เขาอีกหลายเดือนไม่ใช่เหรอ” ภคินีปลอบใจ แม้จะแอบหวั่นว่าคนชอบแกล้งอาจะป่วนลูกชายของนาง แต่คิดว่าภาคิมมีวิธีจัดการได้อย่างอยู่หมัด
“หลายเดือนเลยค่ะ จนกว่าภารกิจฟิชโช่จะสำเร็จ” พูดแล้วหัวเราะคิก ภคินีเองก็อดจะขำลูกเลี้ยงสาวไม่ได้ เลี้ยงกันมาแต่เล็กแต่น้อย ย่อมรู้นิสัยกันดี
“น้าเอาใจช่วยนะจ๊ะ แล้วก็อย่าซนมากล่ะ”
แอบแซวต่อในตอนท้ายเพราะคิดว่าถึงลูกชายจะเอาอยู่ แต่ยายตัวแสบก็คงป่วนไม่น้อย แม้จะเรียนจบอายุยี่สิบสองเข้าไปแล้ว แต่ยังทำตัวเหมือนเด็กไม่มีผิดเพี้ยน เธอกับสามีจึงนึกห่วงเพราะดูยังไงนรีรัตน์ก็ยังเป็นเด็กไม่รู้จักโตอยู่ดี ถ้าได้ออกเรือนไปกับคนที่ดีทั้งสองคงเบาใจไปได้มาก และไม่ใช่ใครอื่น เมื่อมองตาก็รู้ใจ แทบจะเรียกว่ามองกันมาตั้งนานหลายปี ภาคิมเองก็ไม่เคยปิดบังความรู้สึก เพียงแค่เขาทำตัวเป็นเพียงพี่ชายที่แสนดีในระหว่างที่น้องยังเล่าเรียนไม่จบ
“แหม... หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ” เธอหน้างอใส่โทรศัพท์เมื่อโดนหาว่าเป็นเด็กอยู่เรื่อย
“จ้า... เป็นสาวแล้ว คุณพ่อบ่นคิดถึงน่ะ คุยกับคุณพ่อหน่อยไหมจ๊ะ” ภคินีส่งโทรศัพท์ให้สามีก่อนที่สองพ่อลูกจะคุยกันไปอีกนานพร้อมกับเสียงหัวเราะสดใสที่ดังลอดโทรศัพท์ออกมา นนท์เป็นคนจิตใจดี น่ารักอ่อนโยน แต่ก็เป็นผู้นำและเข้มแข็ง เขาจึงชอบผู้ชายที่บุคลิกเหมือนตัวเอง เพราะจะได้ดูแลบุตรสาวที่ตัวเองรักได้ ไม่ต่างจากนรีรัตน์ที่ชอบผู้ชายอบอุ่นเหมือนบิดา เพราะนั่นคือความใฝ่ฝันของสาวๆ หลายคนที่ชอบผู้ชายที่เหมือนบิดา หากบิดาเป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่จำความได้
“หนูรักคุณพ่อนะคะ”
“พ่อก็รักลูกนะยายหนู จำเอาไว้นะครับ ไม่ว่าอะไรที่เป็นความสุขของหนู พ่อยินดีและเต็มใจ” นรีรัตน์วางโทรศัพท์จากบิดาและมารดาเลี้ยงก่อนอมยิ้ม เธอเดินไปต้อนรับพี่ชายที่เดินกลับเข้าบ้านมา แม้หน้าตาจะเหนื่อยล้า แต่แววตาของเขาเปล่งประกายสดใสเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์และความมุ่นมั่นอันแรงกล้า
“น้ำเย็นๆ ค่ะพี่หมอ”
“ขอบใจนะ ช่วงนี้พี่ยุ่งๆ เราอยู่บ้านคนเดียวเหงาไหม” เขาดื่มน้ำแล้วเอ่ยถามน้องสาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ มือหนาเลื่อนไปลูบศีรษะและผมสลวยของอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู
“ไม่เหงาค่ะ” เธออยากบอกว่ามีอะไรให้ดูมากมายเชียวล่ะ แต่ยั้งเอาไว้ได้ทัน ถ้าพี่ชายรู้ว่าเธอแอบดูอะไรล่ะก็ เป็นเรื่องแน่นอน
“เดี๋ยวก็หายยุ่งแล้ว จะมีหมอย้ายเข้าช่วยราชการใหม่” บอกให้คนที่แอบหน้างอดีใจ เมื่อเห็นคนข้างๆ ตอบว่าไม่เหงาแต่ตาเศร้าอย่างเห็นได้ชัด
“ดีจังเลยค่ะ พี่หมอจะได้พักและมีเวลาให้หนูนา” คนดีใจจนออกนอกหน้าไชโยลั่น ก่อนจะกอดแขนของพี่ชายเอาไว้ ซบหน้าอย่างออดอ้อนตามนิสัย
“เอาน่า เดี๋ยวจะพาไปเที่ยว” เพราะในตัวจังหวัดที่นี่มีที่เที่ยวอยู่หลายแห่ง การได้อยู่เป็นส่วนตัวของหญิงสาวคือสิ่งที่เขาปรารถนาที่สุดในตอนนี้
“จริงๆ นะคะ” เธอขอคำมั่นสัญญา มองเขาตาเป็นประกาย เพียงแค่เห็นเธอยิ้มมีความสุข แค่นี้ชายหนุ่มก็มีความสุขแล้ว แค่ได้เห็นเธอสุขเขาก็สุข แค่เห็นเธอทุกข์เขาทุกข์ยิ่งกว่า
ภาคิมโอบร่างภรรยายอดสวาทนอนหงายลงบนโซฟาเนื้อนุ่มก่อนจะตามติดควบกระแทกเธอมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะติดตามเธอไปสู่สวรรค์อย่างรุนแรง...บทส่งท้ายนรีรัตน์ที่เดินเข้ามาในโรงพยาบาลทำท่าจุ๊ปากให้กับพยาบาลสาวคนสวย เธอต้องการมาตรวจที่แผนกสูตินารีเวชเพราะว่าประจำเดือนขาดหายไป และสังหรณ์ใจว่าจะท้อง แต่เพราะไม่มีอาการแพ้ท้องเหมือนที่เคยได้ยินมา เลยจะมาตรวจให้แน่ใจ และเลือกเป็นวันที่ไม่มีสามีตรวจคนไข้ เพราะได้ข่าวจากพยาบาลที่นี่ว่าเขามีประชุม“ถึงคิวของคุณหนูนาพอดีเลยค่ะ” เพราะโทร.มาจองคิวล่วงหน้าเอาไว้ พอมาถึงเธอเลยได้ตรวจเลยนรีรัตน์เดินเข้าห้องตรวจด้วยรอยยิ้ม เธอไม่เจอกับคุณหมอตรงๆ แต่ถูกสั่งให้ทำโน่นทำนี่ สุดท้ายก็กลับมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะของคุณหมอ“ผมตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ” เสียงของคุณหมอที่ทำอะไรสักอย่างอยู่หลังม่านเอ่ยขึ้น แม้น้ำเสียงจะคุ้นๆ แต่ก็เข้มและขรึมมากกว่า ทำให้เธอนั่งเรียบร้อย ตั้งใจฟังอย่างใจจดจ่อ“เป็นยังไงบ้างคะ” เธอถามอย่างลุ้นระทึก“คุณมีอะไรผิดปกติอีกบ้างครับ นอกจากประจำเดือนขาดหาย” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถาม เสียงเข้มงวดจนหญิงสาวต้องระมัดระวังคำพูด“ไม่มีนี่คะ ดิฉันเป็นอะไร
“ฉันก๊อกหักเหมือนแกนั่นแหละ คนอะไรแสนดีโคตรๆ ดีไปหมดยี่สิบสี่ชั่วโมง ใจบุญด้วย รักษาคนป่วยอนาถาไม่เคยคิดเงิน รักษาใคร คนนั้นหายเพราะตามติดอาการอย่างกระชั้นชิดไม่ปล่อยปละละเลย แสนดีแบบนี้ คงหาไม่ได้แล้วในโลกล้า หล่อก็หล่อ รวยก็รวย การศึกษาดี โปรไฟล์ดี อิจฉาคุณหนูนาจนตาร้อนผ่าวๆ แล้วพวกแก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสาวๆนรีรัตน์รู้แล้วล่ะว่าภาคิมรู้ได้ยังไงว่าเธอเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ก็เขามีสปายสายลับอยู่ทั่วนี่นา อืมนะ... เข้าใจแล้วว่าที่นี่คือถิ่นของเขา และสปายสายลับพวกนั้นก็สาวๆ ที่คลั่งเขานั่นเอง“คนที่นี่รักพี่หมอจังเลยนะคะ”“ทำไมล่ะ” หลังจากประคองภรรยาให้นั่งลงในห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว“แหม... พอหนูนาก้าวขามาเหยียบพื้นโรงพยาบาล พี่หมอก็รู้ทันที”“พี่ไม่ได้สั่งอะไรใครเอาไว้นะครับ” เขาบอกเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“เนื้อหอมจริงๆ เลย ชักจะกังวลแล้วสิว่าสาวๆ ที่นี่จะอยากดูแลพี่หมอแทนหนูนาขนาดไหน”“ไม่มีใครดูแลพี่ได้ดีกว่าเมียคนนี้อีกแล้วครับ” เขานั่งลงตรงหน้าที่เธอ กุมมือนิ่มเอาไว้อย่างแสนรัก“ปากหวานจริงเชียว ทำไมสาวๆ ถึงหลงพี่หมอนัก เนื้อหอมแบบนี้หนูนาชักกลัวแล้วสิ”“ไม่ไว้ใจพี่เหรอครับ”“ไว้ใ
“โห... พี่หมอ” นรีรัตน์ตาโต “หนูนาคิดว่าพี่หมอจะมาแค่ไม่กี่วันเสียอีก”“เรื่องนั้นพับเก็บไปได้เลย”“พี่หมอไม่เบื่อหนูนาเหรอคะ เราจะฮันนีมูนกันนานขนาดนั้น”“ไม่มีวันเบื่อ กลับไปก็ไม่เบื่อ” เขากระซิบที่ริมหู เรียกเลือดฝาดจากพวงแก้มสาวได้อย่างรวดเร็ว“หนูนาเชื่อแล้วค่ะ” เธอยิ้มกว้างโอบกอดรอบคอหนาของเขาเอาไว้“ถ้าเชื่อแล้ว งั้นก็ยกสะโพกขึ้นมาครับเด็กหื่น”“อ๊าย... ว่าเค้าอีกแล้ว คุณหมอหื่น” เธอหัวเราะคิกยกสะโพกให้เขาสอดรักลงมาเป็นจังหวะหนักหน่วง ริมฝีปากอิ่มเผยอครางทุกครั้งที่หลอมรวมเรือนกายเข้าหากัน ลมทะเลพัดเย็นสบาย พร้อมๆ กับลำนำรักที่ดำเนินไปด้วยกลิ่นไอรักไอสวาทของสองสามีภรรยาร่างกายที่แนบชิดสนิทเสน่หา อาบไล้ไปด้วยหยาดเหงื่อโซมกาย คุณหมอหนุ่มจูบซับไปตามเรือนร่างเปลือยเปล่าของภรรยา เขาจับเธอให้ลุกขึ้นนั่งประจันหน้าบนตักแล้วขยับอย่างต่อเนื่อง“ดีที่เป็นหาดส่วนตัวนะคะ” เธอซุกหน้าที่อกของเขา ขยับกายสอดประสานกับเขาเป็นจังหวะหนักหน่วงล้ำลึก พร้อมๆ กับการครางไปด้วยความเสียวซ่าน“ไม่มีใครเห็นครับ พี่ไม่พาเราไปทำอะไรในที่สาธารณหรอก ยกเว้น...” เขาละคำพูดเอาไว้ ก่อนจะหอมแก้ม และกุมมือเธอมาวางที
ใช่... วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าพี่หมอสุดหล่อของเธอจะทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย โรแมนติกที่สุด เธออยากมีโมเม้นต์แบบนี้มานานแล้ว“แฮปปี้วันวาเลนไทน์ครับหนูนา” เขาจูงเธอไปที่จานใบโตระยิบระยับเหมือนเพชร บรรจุช็อกโกแลตเอาไว้มากมายเป็นรูปพีระมิด“ลองชิมสิ พี่สั่งให้เขาทำพิเศษเลยนะ” เขาชี้ชวนให้เธอหยิบช็อกโกแลตด้านบนสุดที่ห่ออย่างดีสีทองเป็นรูปทรงหัวใจขนาดเล็ก“ขอบคุณนะคะพี่หมอ หนูนารักพี่หมอที่สุดในโลกเลยค่ะ” เธอโอบกอดและหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ก่อนจะหยิบช็อกโกแลตรูปหัวใจที่ห่อด้วยกระดาษสีทองแกะออกเพื่อจะชิม แต่...“พี่หมอ... นี่มัน” ภายในบรรจุกล่องแหวนแทนที่จะเป็นกล่องช็อกโกแลต“แกะดูสิ” เขากระซิบบอก โอบกอดเธอเอาไว้“พี่หมอ...” เด็กสาวหัวใจพองโตคับอกเมื่อเห็นแหวนเพชรที่บรรจุอยู่ภายใน“แต่งงานกับพี่นะครับหนูนา พี่สัญญาว่าจะรักและดูแลเธอให้ดีที่สุด ตราบเท่าลมหายใจของพี่” เขาคุกเข่าลงตรงหน้า ขอเธอแต่งงานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“พี่หมอ... หนูนาจะแต่งงานกับพี่ค่ะ” เธอรับคำเสียงหวาน ให้เขาสวมแหวนให้ที่นิ้วนางข้างซ้าย“เย้!” เสียงไชโยและพลุสายรุ้งรอบกายทำให้เด็กสาวเหมือนล่องลอยอยู่ในดินแดนสวร
“น้องหนูนาว่าอะไรคะ” ฟ้าใสถามซ้ำ เธอรับรู้ว่าคนตรงหน้าดูไม่พอใจ“เปล่าค่ะ หนูนาขอออกไปเดินเล่นหน่อยนะคะ ของพวกนี้ฝากเอาไว้ก่อนได้ไหมคะ” อยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก เพราะจะได้ขบคิดอะไรหลายอย่าง“ได้สิคะ ไปเดินสูดอากาศก็ดีเหมือนกัน เห็นว่าฝันร้าย เผื่อจะสบายใจขึ้น” ฟ้าใสบอกยิ้มๆ“ค่ะ” นรีรัตน์เดินออกมาจากห้องของฟ้าใส ก่อนจะปะทะเข้ากับหนุ่มหล่อนักศึกษาแพทย์ที่เดินมาขวางเธอเอาไว้“น้องหนูนาครับ แฮปปี้วาเลนไทน์นะครับ” เขาคุกเข่าลงแล้วยื่นดอกกุหลาบให้เธอ ในจังหวะที่ภาคิมเดินมาเห็นพอดี คุณหมอหนุ่มถึงกับกำดอกกุหลาบในมือแน่น รู้สึกหึงหวงเหลือกำลัง อุตส่าห์เดินตามหา ที่แท้ก็มาพลอดรักกับลูกศิษย์ของเขาอยู่นี่เอง“ตายแล้วหมอคิม ให้นิ่มเหรอคะ ขอบคุณค่ะ” เสียงของพยาบาลสาวอย่างนิ่มนวลดังขึ้น ก่อนจะถือวิสาสะดึงดอกกุหลาบสีแดงในมือของคุณหมอหนุ่มไปถือเอาไว้ เป็นจังหวะเดียวกับที่นรีรัตน์หันมาพอดี เธอเห็นภาคิมให้กุหลาบกับพยาบาลสาว เธอเลยประชดหันไปรับกุหลาบจากนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายด้วยเช่นกัน“ขอบคุณค่ะ สวยมากค่ะ” เธอรับมาถือเอาไว้ ก่อนจะก้มลงจุ๊บเบาๆ อย่างน่ารัก เหมือนว่าชอบเสียนักหนา“คุณนิ่มชอบก็เอ
นรีรัตน์หนีไม่ทันเมื่อเจอกับพยาบาลสาวอย่างนิ่มนวล “น้องหนูนาคนสวย อยู่ที่นี่นั่นเอง เอ๊ะ! นี่อะไรของใครคะ” มองในมือของเด็กสาวอย่างจับผิด“ของสาวๆ ในโรงพยาบาลที่ฝากให้พี่หมอน่ะค่ะ” บอกอย่างไม่คิดปิดบัง ปล่อยให้พวกนางทั้งหลายสกัดดาวรุ่งกันเอาเอง แล้วเธอก็คอยหัวเราะ“ว้าย! ตายแล้ว หนักแย่เลยนะคะ” แล้วนิ่มนวลก็จัดการเอาดอกกุหลาบพวกนั้นยัดใส่ถังขยะหน้าตาเฉย ก่อนจะเหยียดยิ้มสะใจ“พี่นิ่ม” นรีรัตน์แสร้งทำท่าทีตกอกตกใจ ก่อนจะแอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ นิ่มนวลเป็นคนทำนะ เธอไม่ใช่คนทำเสียหน่อย“คราวนี้ไม่หนักแล้วนะคะ” นิ่มนวลยัดขนมไทย ทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน และจ่ามงกุฎ รวมถึงขนมที่ขึ้นชื่อว่าทองอีกหลายชนิดใส่ในมือเธอหน้าตาเฉย ก่อนป้าพญายม เอ๊ย! พยาบาลของเธอจะฉีกยิ้มกว้างที่คิดว่าสวยที่สุดในจักรวาลเป็นการตบท้าย“อะไรคะพี่นิ่ม” มองอย่างงุนงง แม้จะชอบทานขนม แต่เธอก็ไม่ค่อยนิยมขนมไทยที่เคลือบไปด้วยไข่และน้ำตาลสูงเช่นนี้หรอกนะ ยกเว้นช็อกโกแลตเอาไว้แค่อย่างเดียว เพราะนั่นคือของโปรด“ขนมวาเลนไทน์ค่ะ” นิ่มนวลตอบอย่าง“ขะ... ขนมวาเลนไทน์ เอ่อ... เหรอคะ” เธออ้าปากค้างกับขนมตรงหน้า หวานขนาดนี้เนี้







