Home / โรแมนติก / ภรรยาสำรอง / บทที่ 8 ราวหัวใจจะขาดรอนๆ

Share

บทที่ 8 ราวหัวใจจะขาดรอนๆ

last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-27 11:19:10

บทที่ 8 ราวหัวใจจะขาดรอนๆ

          “แม่ขัน แม่ขัน ฮิๆ”

          เสียงเรียกผสมเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากทำให้แม่ขันของพาณิภัคและพาณิธิดาต้องหันมอง ก่อนพบลูกสาวสองคนกำลังยิ้มตาหยีขณะสนุกอยู่กับการดูการ์ตูนตลก จนเธออดยิ้มในความน่ารักนั้นไม่ได้ ต้องขอบคุณสวรรค์ที่ส่งเด็กน้อยทั้งสองคนนี้มา พวกแกคือกำลังใจในการหยัดยืนของเธอ

          พาขวัญมองลูกสาวฝาแฝดอยู่เกือบนาที ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองจอสี่เหลี่ยมของคอมพิวเตอร์ต่อ วันนี้เธองานยุ่งเป็นพิเศษ เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันสิ้นเดือน จะถึงกำหนดจ่ายเงินคนงานแล้ว

          “แม่ขัน นะ...หนูภัคอยาก” เสียงใสๆ เรียกให้หญิงสาวหันมองอีกรอบ

          “อยากกินอะไรคะ” ที่ลูกสาวคนโตตัวอวบอ้วนขึ้นมาได้ เพราะแกกินเก่ง คนเป็นแม่จึงเดาได้ไม่ยากว่าพาณิภัคต้องการอะไร

          “ไอติม...สตอเลอรี่ เชาะโกแลต”

          คำตอบของลูกสาวทำให้คนเป็นแม่อมยิ้ม และนึกขำไม่น้อย

          “สตรอว์เบอร์รีกับช็อกโกแลตค่ะหนูภัค ไม่ใช่สตอเลอรี่ เชาะโกแลต” พาขวัญกล่าวประโยคท้ายด้วยน้ำเสียงติดตลก เอ็นดูในความน่ารัก น่าหยิก จนต้องดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอด เป็นสาเหตุให้พาณิธิดารีบวิ่งเข้ามาหา เพราะอยากได้อ้อมกอดอุ่นๆ ด้วย

          แล้วนึกไปถึงโมกข์ที่สองสามวันมานี้แทบไม่ได้เห็นหน้า ด้วยที่ไร่กำลังยุ่งกับการจัดส่งเมล็ดกาแฟ มีลูกค้าเพิ่มมาอีกหนึ่งราย จึงต้องทำงานหนักกว่าเดิม จากนั้นก็กลับมาสนใจกับงาน         

          ด้านฝาแฝดทั้งสองก็นั่งเล่นตุ๊กตาอยู่ไม่ห่าง โชคดีที่พวกแกไม่ใช่เด็กงอแง ไม่เช่นนั้นคนเป็นมารดาอาจต้องเจองานหนัก

          “หายไปไหนนะ...อยู่ไหนกัน”    

          เสียงใสพึมพำผ่านลำคอหลังทำงานไปได้สักพัก เธอพบว่ามีบางอย่างหายไป เป็นเอกสารสำคัญที่ต้องให้โมกข์ดู ไม่รู้ไปวางไว้ไหน กวาดตามองไปรอบๆ ก็ไม่พบ ค้นหาที่ตู้เอกสารก็ไม่เจอ เลยมองไปยังกองของเล่น พร้อมใจหายวาบ ด้วยกลัวว่าลูกสาวจะนำมันไปขยำขยี้และขีดเขียนเล่น

          พาขวัญผ่อนลมหายใจเมื่อไม่เห็นเอกสารอยู่ในบริเวณนั้น

          “หรือว่าเราจะหยิบติดมือกลับบ้านไปกันนะ”       

          เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างระหงก็หันไปมองลูกสาว คงต้องกลับไปดูที่บ้านพัก ทว่าหนักใจเรื่องพระอาทิตย์ดวงโตยามเที่ยงวัน เธอไม่อยากอุ้มลูกตากแดดกลับไป พาณิธิดายิ่งเจ็บออดๆ แอดๆ อยู่ด้วย แต่การทิ้งให้เด็กๆ อยู่ในออฟฟิศลำพังก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก

          ดวงตากลมโตมีความลังเล ชั่วนาทีต่อมาก็ต้องเลือกอย่างหลัง แล้วก้มตัวนั่งยองๆ ข้างๆ พาณิภัค

          “หนูภัค หนูดาคะ เดี๋ยวแม่มานะ แม่ไปเอาของที่บ้านก่อน อย่าซนนะลูก”

          พาขวัญกดจูบบนขมับเล็กๆ ของทั้งสอง ก่อนจะถอยตัวห่างออกไป และไม่ลืมล็อกกุญแจออฟฟิศ เพราะกลัวลูกสาวจะซนแล้วเดินออกมา หากเป็นเช่นนั้นคงเป็นเรื่องใหญ่ จากนั้นสองเท้าก็ก้าวไวๆ ตรงกลับบ้าน เธอจะรีบไปรีบกลับเพราะเป็นห่วงลูกๆ

          ตลอดทางพาขวัญตำหนิตนเอง ว่าไม่น่าหลงลืมเอกสารสำคัญ แต่แล้วเท้าทั้งสองที่เร่งรีบกลับต้องลดจังหวะลง พร้อมกับใจที่หวิวไหวอย่างบอกไม่ถูก เนื่องด้วยเบื้องหน้ามีคนงานสองคนกำลังมุ่งตรงมา ไม่รู้สาเหตุเหมือนกันว่าเพราะอะไร ยามเห็นสามีภรรยาคู่นี้ถึงรู้สึกกลัว

          รอยยิ้มน้อยๆ ประดับบนกรอบหน้าเมื่อเดินมาใกล้กัน ก่อนแวบหนึ่งจะสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เป็นสายตาเย็นยะเยือกและน่าสะอิดสะเอียน แถมยังได้กลิ่นหนึ่งอย่างลอยมาแตะจมูก

          กลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์

          พาขวัญเหลียวมอง แม้คนทั้งคู่จะเดินผ่านไปแล้ว ปกติของมึนเมาเป็นสิ่งต้องห้ามของไร่นี้ คนงานใหม่กลับกำลังแหกกฎ

          ไม่กี่นาทีต่อมา พาขวัญก็ถึงบ้านพักแล้วรีบเข้าไปหาเอกสารนั้น และพบว่ามันถูกวางไว้บนโต๊ะเล็กๆ ใกล้กับโต๊ะกินข้าว

          “อยู่นี่จริงๆ ด้วย”         

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก (04)

    “ฉันเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีไง พอแล้วละกับการอยู่กับอดีต ทุกวันนี้ฉันมีแค่เธอกับลูกเท่านั้น” เรื่องทั้งหมดจบลงแล้วตั้งแต่พาขวัญเป็นอิสระ ความใกล้ชิดที่ผ่านมาทำให้เขาเรียนรู้หัวใจได้มากขึ้น จึงเลือกที่จะอยู่กับปัจจุบัน กว่าจะคิดได้ก็เกือบที่จะสายไปเสียแล้ว อึดใจต่อมาก็ได้หันไปดึงมือนุ่มมากุมไว้ “แล้วฉันก็อยากจะขอโทษด้วยนะที่ฉันไม่เคยเชื่อเธอเลย ตอนนี้คนของคุณย่าสารภาพแล้วว่า เธอไม่ได้เต็มใจ เธอเปลี่ยนใจไม่ยอมทำตามแผนแล้ว แต่โดนคุณย่าซ้อนแผน” เมื่อคนเป็นย่าถูกจับ คนสนิทของเจ้าตัวก็มาสารภาพกับเขา เพราะกลัวจะถูกลูกหลงไปด้วยและอยากจะให้ยื่นมือเข้าไปช่วย แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้พ้นกฎหมาย เพราะช่วยธัญญาเรศทำผิดไว้หลายอย่าง พาขวัญรู้สึกคล้ายได้ปลดล็อกสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจและไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร รวมถึงไม่อยากคิดถึงอดีตอีกแล้ว แล้วมองคนที่ยื่นมือมาลูบหน้าท้อง “พรุ่งนี้ฉันต้องกลับแล้วนะ” เขาอยากจะอยู่กับพาขวัญต่อ แต่ก็ไม่สามารถทิ้งที่ไร่ได้นาน แต่สัญญาว่าจะมาหาอีกแน่ จะมาจนกว่าพาขวัญจะใจอ่อน พาขวัญขบเม้มปากแน่น เพราะหัวใจบอกชัดว่า ไม่อยาก

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก (03)

    “คุณโมกข์ทำหรือคะ” หญิงสาวร้องถาม บุญตาพยักหน้ารับ มือเล็กหยิบช้อนขึ้นมาตักกับข้าวหลายอย่างใส่ปาก บอกไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกอย่างไร ดีใจผสมกับความไม่คาดหมาย ส่วนชายหนุ่มก็ทำหน้าที่พ่อโดยการพาลูกไปเดินเลือกซื้อของในตัวจังหวัด แล้วต่อด้วยการไปห้างสรรพสินค้า แต่แล้วก็มีหนึ่งสิ่งที่เรียกความสนใจแก่เด็กๆ ได้ดี ไม่พ้นมุมของเล่น โมกข์จึงพาลูกไปเดินดู ไม่ได้สนใจกับเด็กผู้ชายวัยซนด้านหลัง ทว่าไม่นานสายตาคมกริบก็ต้องหันมองหลังจากพาณิธิดานั้นล้มลงหน้าคะมำ “แง...ป๊ะป๋า” เด็กหญิงร้องไห้ด้วยความเจ็บและตกใจที่จู่ๆ ก็โดนผลักเข้าเต็มแรง ทำให้โมกข์หันไปมองตัวต้นเหตุแล้วต้องส่ายศีรษะเมื่อพบว่าเป็นเด็กด้วยกันนี่เอง จึงต้องมองหาผู้ปกครองของเด็กคนดังกล่าวแล้วพาไปหาเพื่อตักเตือน ทว่าเรื่องนี้กลับลุกลามกว่าที่ควรจะเป็น ในด้านเจ้าของร่างระหงจู่ๆ ก็มีอาการใจหวิวๆ ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ขณะกำลังนั่งรอสามคนพ่อลูกอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน คงจะไม่มีอะไรหรอก อาจจะคิดมากไปเอง โมกข์กับลูกแค่ออกไปซื้อของกัน จะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ไม่นานเท้าก็ต้องก้าวขยับยามได้

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก (02)

    ตกดึกพาณิภัคและพาณิธิดายังไม่ยอมห่างจากบิดา ทำให้พาขวัญต้องนำผ้าห่มมาปูให้พวกแกได้นอนด้วยกันสมใจที่ด้านหน้า มีเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังขึ้นอยู่ตลอด ดูมีความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ บ้านไม่จำเป็นต้องหลังใหญ่ เงินทองไม่ต้องมีเป็นถุงเป็นถัง แค่มีความสุขกองโตเท่านี้ก็สร้างรอยยิ้มให้ได้มากมาย และคงหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว “ที่ไร่เป็นยังไงบ้างคะ” หญิงสาวยังคิดถึงทุกคนเสมอ “ก็เหมือนเดิม ลุงไม้กับป้าพิมพ์บ่นว่าคิดถึง ครั้งหน้าว่าจะพามาหาด้วย” โดยเฉพาะคนเก่าคนแก่ของไร่บ่นให้ฟังทุกวันว่าอยากจะอุ้มเด็กๆ เหมือนก่อน “ขวัญเองก็คิดถึงลุงไม้กับป้าพิมพ์เหมือนกันค่ะ” หญิงสาวยังพึงระลึกอยู่เสมอถึงความเมตตาของผู้ใหญ่ทั้งสอง คราแรกที่เธอเข้าไปอยู่ในไร่จอมใจนั้นแสนจะอ้างว้าง แต่พอทั้งสองเข้ามาพูดคุยด้วยก็ทำให้เธอคลายจากความกลัวไปได้เยอะ จนค่อยๆ สนิทมากขึ้น ไม่นานก็มีหนึ่งคำถามดังขึ้น “แล้วไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ” คนฟังไม่ตอบ เบือนหน้าหนีไปอีกทาง ขณะที่โมกข์ระบายยิ้มอมเศร้า “ช่างเถอะ” หลังจากนั้นพาขวัญและโมกข์ก็ไม่มีการสนทนา

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก

    “พี่นี่มัน...” “แล้วนี่รู้หรือยังว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย” โมกข์ไม่ตอบแถมยังเปลี่ยนเรื่อง ทำให้หมอกต้องส่ายศีรษะ “ผู้ชายค่ะพี่โมกข์” นุดีตอบแล้วหันไปมองหน้าสามี เพราะถูกใจหมอกเป็นที่สุด ชายหนุ่มอยากจะมีลูกผู้ชายเป็นคนแรก แต่ถ้าเป็นลูกสาวก็ไม่ว่ากัน “เสียดายนะครับ ไม่ได้แบบยัยหนูภัค หนูดา” หมอกยังอดเสียดายไม่หาย อยากจะได้ควบสองแบบพี่ชายบ้าง แต่อย่างไรก็ยังรักลูกไม่เปลี่ยนแปลง “งั้นท้องหน้าก็มีแบบฉันให้ได้สิ” คนเป็นพี่คล้ายท้าน้อง ทำให้หมอกยักคิ้ว คอยดูสิ เขาจะต้องมีลูกฝาแฝดแบบพี่ชายให้ได้ คราวนี้ละคงสนุกน่าดู น่าจะทั้งแสบและซนไม่ต่างจากพาณิภัคและพาณิธิดา “แล้วนี่คิดจะทำอะไรครับ” อดถามไม่ได้กับอาการนิ่งๆ “เรียนรู้หัวใจของตัวเอง” โมกข์ตอบ “ระวังเถอะครับ สุนัขจะคาบไปรับประทาน” ถึงกับเตือนด้วยความหวังดี ชักช้าไปจะไม่ทันการณ์ พาขวัญเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงขี้ริ้วขี้เหร่ เธอมีเสน่ห์ แถมยังเป็นคนดี หนุ่มๆ คงอยากได้มาเป็นแม่ของลูก “ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันส่งเจ้าเปี๊ยกไปเป็นทัพหน้าแล้ว” คนฟังทั้งสองทำหน้าไม่เข้าใจ โมกข

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 33 บทเรียนหัวใจ (02)

    ลุงไม้และภรรยาถึงกับออกอาการดีใจกับข่าวที่เจ้านายนำมาบอก สายตานั้นขยายกว้างขึ้น แต่ก็ต้องเศร้าในประโยคถัดมาอยู่ดี “ทำไมถึงไม่พาหนูขวัญกับเด็กๆ กลับมาล่ะคะ” พิมพ์ผกาทำสีหน้าเศร้า คิดถึงพาขวัญและฝาแฝด เธอช่วยเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังแบเบาะ จากไปเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดความโหยหาเป็นธรรมดา อีกอย่างอยากให้คนเป็นนายได้มีความสุข เชื่อว่าสายตาของตนไม่ผิดเพี้ยน คนหน้านิ่งกำลังมีความรักบรรจุอยู่ภายใน “ผมไม่อยากบังคับครับ พาขวัญเองก็ตกอยู่ภายใต้กรงขังมานาน เธอสมควรใช้ชีวิตตามต้องการ อีกอย่างเธอคงอยากจะอยู่กับแม่ของเธอด้วยครับ” เป็นเหตุผลง่ายๆ ซึ่งโมกข์ไม่เคยอธิบายให้เจ้าตัวรับรู้ เอาแต่ทำตัวทื่อๆ “แล้วทำไมไม่ลองพาคุณแม่ของหนูขวัญมาอยู่ที่นี่ด้วยกันล่ะครับ” ลุงไม้เสนออีกหนึ่งหนทาง “เรื่องนั้นผมทำแน่ครับ แต่อยู่ที่ว่าบทเรียนหัวใจของผมกับพาขวัญครั้งนี้จะต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนานไหม ผมไม่อยากไปเร่งอะไร ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่าครับ” บทเรียนชีวิตของตนและภรรยาผ่านอะไรมามาก ทุกข์มากกว่าสุข กว่าจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จึงอยากให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 33 บทเรียนหัวใจ

    “หึ กล้าพูดนะพาขวัญ แล้วทีเธอล่ะยังจะไม่บอกฉันเรื่องลูกเลย” ประโยคที่สวนกลับมาทำให้เธอสะอึกแล้วนิ่งไป “แม่ว่าใจเย็นกันดีกว่านะ แล้วเราเข้าไปคุยกันในบ้าน ขวัญเองเรากำลังท้องกำลังไส้จะมาโมโหแบบนี้ได้ยังไง ไม่คิดถึงลูกหรือไง ส่วนคุณโมกข์ใจเย็นหน่อยนะคะ อย่าทำให้หลานๆ ต้องตกใจเลย” คนอาบน้ำร้อนมาก่อนพอจะดูออก แท้จริงแล้วคนทั้งคู่ไม่ได้ถึงขั้นจะเกลียดกัน แต่ต้องปรับความเข้าใจกัน หนนี้คนที่ถอนหายใจระบายความเครียดเป็นชายหนุ่มเอง เขาพยักหน้าแล้วปล่อยลูกลง ก่อนจะหันมองแม่ของลูก แล้วยิ้ม เผลอแป๊บเดียวเขากำลังจะกลายไปเป็นคุณพ่อลูกสามแล้ว “เราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่านะคะคุณโมกข์” ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปด้านใน เด็กๆ ก็วิ่งตามคอยเกาะแข้งเกาะขาด้วยความคิดถึง เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นซักถามบิดาถึงหลายวันที่ผ่านมา ภาพเหล่านั้นสะเทือนหัวใจคนยืนมองทั้งสองคน โดยเฉพาะคนที่หอบเด็กๆ หนีมา “เห็นความสุขของลูกไหมขวัญ” บุญตาตั้งคำถาม “แต่แม่ไม่ได้ยัดเยียดให้ขวัญต้องเลือกในสิ่งที่ฝืนใจนะลูก แม่แค่อยากให้คุยกัน และไม่ปิดบัง คุณโมกข์เองก็มีสิ

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 13 เริ่มต้นใหม่ (04)

    “ทำไมถึงให้หมอนั่นเข้ามาในห้อง” เขาถามอีกคำถามและต้องการคำตอบพอๆ กับคำถามแรก นุดียังไม่ยอมเปิดปากเอ่ยบอก และสงสัยว่าทำไมคนตัวโตถึงรู้ แต่ไม่อยากถามอะไรให้มากความ เลือกจะออกปากไล่ชายหนุ่มโดยไม่สนใจว่าเขาจะรู้สึกเช่นไร เธออยากให้เขาเจ็บบ้าง จะได้รู้ว่ามันเป็นอย่างไร หมอกไม่ได้สนถ้

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 13 เริ่มต้นใหม่ (03)

    “เราไปมีเรื่องอะไรกับคุณธัญญาเรศหรือเปล่า” อดสงสัยไม่ได้ เพราะแววตาของนุดีมันฟ้องว่ามีความบาดหมางบรรจุอยู่ คนโดนถามชะงัก พริบตาต่อมาก็ส่ายหน้า จะให้บอกอย่างนั้นหรือ เธอทำไม่ได้หรอก เพราะรู้ว่าวาคิมจะไม่นิ่งดูดาย เขาต้องยื่นมือเข้ามาช่วยแน่นอน ถึงแม้จะค่อนข้างมั่นใจว่ากำลังพลของคนตรงหน้ามี

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 13 เริ่มต้นใหม่ (02)

    “หน็อย ทำมาเป็นอวดเก่ง” ธัญญาเรศแทบดิ้นเร่าในท่าทางถือดีนั้น นึกตำหนิอีกฝ่ายที่ไม่รู้จักเจียมตัวเสียเลยว่าอาศัยอยู่ใต้ฝ่าเท้าของตน แค่ลงน้ำหนักหนึ่งครั้งก็จมธรณี ใบหน้าของชายที่ขึ้นชื่อว่าเคยเป็นเจ้าของฝ่ามือนุ่มนิ่มนั้นไม่แม้แต่จะแสดงอาการหึงหวงใด แค่หันหน้าไปมองเท่านั้น ก่อนจะกลับมาสนใจ

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 13 เริ่มต้นใหม่

    บทที่ 13 เริ่มต้นใหม่ “ป๊ะป๋าขา” เสียงหวานใสในลูกอ้อนของพาณิภัคทำให้คนที่กำลังเดินลงมาจากห้องนอนชะงักเท้าแล้วเลิกคิ้วขึ้นมอง วันนี้น้ำเสียงของลูกสาวคนโตฟังดูพิเศษ จนต้องหันไปมองมารดาของแกที่อยู่ในห้องครัว พาขวัญเสหน้าหลบสายตา ปล่อยให้พาณิภัคทำในสิ่งที่สมควรด้วยตนเอง โม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status