เข้าสู่ระบบชายหนุ่มกลับเลือกระบายยิ้มอ่อนๆ ภาพตรงหน้าไม่มีเค้าของภรรยาสำรอง เขาสร้างจินตนาการขึ้นมาด้วยฤทธิ์ของน้ำเมา ก่อนจะทำบางอย่างให้คลายความคิดถึง
โมกข์จุมพิตหนักๆ ลงบนเรียวปากอิ่ม คลุกเคล้าด้วยแรงปรารถนา ทำเอาคนใต้ร่างเบิกตาโตกว่าเดิม เนื้อตัวชาหนึบ เนื่องด้วยอ่อนประสบการณ์ต่อรสจูบ
“อื้อ...อูณ โฮก อ่อย”
เสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ไม่ส่งผลใดๆ เลย คนเมามายยังรุกคืบด้วยการจูบเร่าร้อน ผสมรสชาติของความหวานละมุนเข้าไปด้วย พาขวัญตั้งตัวไม่ทัน และรับรู้ได้ถึงรสขมที่ติดอยู่ปลายลิ้นในสมองและห้วงความรู้สึกนึกคิดของโมกข์มีความคิดถึงบรรจุอยู่จนล้นปรี่จนเกิดภาพลวงเบื้องหน้า ชายหนุ่มรีบฉกฉวยปรนเปรอความคำนึงหา เพราะยามขาด ยามจากไป คนที่ยังอยู่นั้นเจ็บปางตาย ต้องตื่นขึ้นมาวนเวียนอยู่ในวังวนความเศร้า ถึงแม้จะผ่านมาเกือบสามปีแล้วก็ตาม
เพลิงสวาทลุกกระพือโหมหนัก เข้าโรมรันรุกรักจนเตียงแทบร้อนเป็นไฟ ขณะเจ้าของร่างบางพยายามทุบอกกว้างหลายหน อยากให้เขาหยุด เธอจะขาดอากาศหายใจอยู่แล้วจากการจูบอย่างดูดดื่ม
“คุณโมกข์ นี่ขวัญนะ ไม่ใช่คุณนุริน มองดูดีๆ สิคะ”
เมื่อพูดแล้วไม่ฟัง ไม่หยุด พาขวัญเลยออกแรงดิ้นมากขึ้นแล้วใช้มือฟาดบนใบหน้าคมสันเบาๆ ด้วยอยากเรียกสติเขาคืนกลับมา ทว่าไร้ประโยชน์เมื่อพ่อคนหิวกระหายในร่างเล็กยังเอาแต่รุกและเตรียมจะรักในอีกไม่กี่นาทีริมฝีปากกระด้างเลื่อนลงมาหาเรียวปากอมชมพู สูดกลิ่นกายหอมๆ บริเวณต้นคอขาวแล้วขบเม้มเบาๆ เรียกกระแสสวาทให้ลุกโชน
ไม่นานพาขวัญก็เริ่มตกอยู่ใต้อำนาจของคนช่ำชอง ที่ดำเนินอยู่บนเส้นทางอ่อนโยน บรรยากาศฉ่ำเย็นราวท้องฟ้าเพิ่งจะโปรยเม็ดฝนลงมา
หัวใจที่ไม่แข็งแรงของภรรยาสำรองอ่อนยวบลง แรงสิเน่หาพลุ่งพล่านอยู่ในตัว ไม่รู้ทำไมแรงขัดขืนถึงน้อยลงยามมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของผู้ชายคนนี้
หรือไม่ก็เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็น เขาระบายยิ้มสุขอย่างแท้จริง ปราศจากความขื่นขม มองดูทำให้อิ่มเอมไปด้วย จนกระอักในอก เพราะเธอแท้ๆ ทำให้โมกข์ต้องจมอยู่กับความคิดถึงแสนทรมาน ชั่วอึดใจต่อมาก็รับรู้ได้ว่าร่างกายไร้อาภรณ์ ทำเอาใบหน้าเปลี่ยนสีมากกว่าเดิม
ความลุ่มหลงถูกร่ายมนตร์ ความรัญจวนถูกเสกให้บังเกิด สมทบด้วยความปรารถนาถูกเป่าให้ฟุ้งกระจาย จากนั้นร่างบอบบางก็ได้ลิ้มรสความหวิวไหว อธิบายไม่ถูกว่ามันเป็นอย่างไร รู้แค่ใจจะขาดทุกครั้งที่ชายหนุ่มเคลื่อนสะโพกเข้าหา จนบางทีต้องนิ่วหน้าเพราะเจ็บแผลที่หน้าท้อง
“คุณโมกข์ ขวัญเจ็บแผล”
เธอรู้สึกเจ็บนิดๆ มันก็ทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป นั่นทำให้กายหนาชะงักไปหลายนาที แถมยังพยายามจับ
จ้องวงหน้าหวาน สีหน้าเข้มขึ้นนิดหน่อยแล้วเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า นำพาความปรารถนาอันหวิวไหวให้ลามไปทั่วกายสวย
ใบหน้าคมโฉบลงไปแทบชิดกับรอยแผล ฝากรอยจูบนุ่มละมุนฝังลงไปเบาๆ อย่างอ่อนโยน ทุกท่วงท่าลีลารักดำเนินไปร่วมชั่วโมง ก่อนคนทั้งคู่จะพบกับความสุขอันลึกล้ำ พาขวัญรีบพลิกตัวหันหลังให้ทันที รู้สึกปวดในอกกับความใจง่าย ใจอ่อนของตนเอง ขณะที่โมกข์ขยับตัวตามมาคล้องแขนไว้กับเอวคอด
ความอ่อนล้าทำให้เจ้าของร่างน้อยนอนหลับไปบนเตียงของคนตัวโต โดยมีแขนอุ่นๆ โอบกอด ด้านชายหนุ่มได้หลับตาทิ้งตัวและหัวใจดำดิ่งในความมืดมิด หยุดทุกความคิด ปล่อยให้มันเป็นเรื่องราวของวันรุ่งขึ้น
“ฉันเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีไง พอแล้วละกับการอยู่กับอดีต ทุกวันนี้ฉันมีแค่เธอกับลูกเท่านั้น” เรื่องทั้งหมดจบลงแล้วตั้งแต่พาขวัญเป็นอิสระ ความใกล้ชิดที่ผ่านมาทำให้เขาเรียนรู้หัวใจได้มากขึ้น จึงเลือกที่จะอยู่กับปัจจุบัน กว่าจะคิดได้ก็เกือบที่จะสายไปเสียแล้ว อึดใจต่อมาก็ได้หันไปดึงมือนุ่มมากุมไว้ “แล้วฉันก็อยากจะขอโทษด้วยนะที่ฉันไม่เคยเชื่อเธอเลย ตอนนี้คนของคุณย่าสารภาพแล้วว่า เธอไม่ได้เต็มใจ เธอเปลี่ยนใจไม่ยอมทำตามแผนแล้ว แต่โดนคุณย่าซ้อนแผน” เมื่อคนเป็นย่าถูกจับ คนสนิทของเจ้าตัวก็มาสารภาพกับเขา เพราะกลัวจะถูกลูกหลงไปด้วยและอยากจะให้ยื่นมือเข้าไปช่วย แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้พ้นกฎหมาย เพราะช่วยธัญญาเรศทำผิดไว้หลายอย่าง พาขวัญรู้สึกคล้ายได้ปลดล็อกสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจและไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร รวมถึงไม่อยากคิดถึงอดีตอีกแล้ว แล้วมองคนที่ยื่นมือมาลูบหน้าท้อง “พรุ่งนี้ฉันต้องกลับแล้วนะ” เขาอยากจะอยู่กับพาขวัญต่อ แต่ก็ไม่สามารถทิ้งที่ไร่ได้นาน แต่สัญญาว่าจะมาหาอีกแน่ จะมาจนกว่าพาขวัญจะใจอ่อน พาขวัญขบเม้มปากแน่น เพราะหัวใจบอกชัดว่า ไม่อยาก
“คุณโมกข์ทำหรือคะ” หญิงสาวร้องถาม บุญตาพยักหน้ารับ มือเล็กหยิบช้อนขึ้นมาตักกับข้าวหลายอย่างใส่ปาก บอกไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกอย่างไร ดีใจผสมกับความไม่คาดหมาย ส่วนชายหนุ่มก็ทำหน้าที่พ่อโดยการพาลูกไปเดินเลือกซื้อของในตัวจังหวัด แล้วต่อด้วยการไปห้างสรรพสินค้า แต่แล้วก็มีหนึ่งสิ่งที่เรียกความสนใจแก่เด็กๆ ได้ดี ไม่พ้นมุมของเล่น โมกข์จึงพาลูกไปเดินดู ไม่ได้สนใจกับเด็กผู้ชายวัยซนด้านหลัง ทว่าไม่นานสายตาคมกริบก็ต้องหันมองหลังจากพาณิธิดานั้นล้มลงหน้าคะมำ “แง...ป๊ะป๋า” เด็กหญิงร้องไห้ด้วยความเจ็บและตกใจที่จู่ๆ ก็โดนผลักเข้าเต็มแรง ทำให้โมกข์หันไปมองตัวต้นเหตุแล้วต้องส่ายศีรษะเมื่อพบว่าเป็นเด็กด้วยกันนี่เอง จึงต้องมองหาผู้ปกครองของเด็กคนดังกล่าวแล้วพาไปหาเพื่อตักเตือน ทว่าเรื่องนี้กลับลุกลามกว่าที่ควรจะเป็น ในด้านเจ้าของร่างระหงจู่ๆ ก็มีอาการใจหวิวๆ ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ขณะกำลังนั่งรอสามคนพ่อลูกอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน คงจะไม่มีอะไรหรอก อาจจะคิดมากไปเอง โมกข์กับลูกแค่ออกไปซื้อของกัน จะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ไม่นานเท้าก็ต้องก้าวขยับยามได้
ตกดึกพาณิภัคและพาณิธิดายังไม่ยอมห่างจากบิดา ทำให้พาขวัญต้องนำผ้าห่มมาปูให้พวกแกได้นอนด้วยกันสมใจที่ด้านหน้า มีเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังขึ้นอยู่ตลอด ดูมีความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ บ้านไม่จำเป็นต้องหลังใหญ่ เงินทองไม่ต้องมีเป็นถุงเป็นถัง แค่มีความสุขกองโตเท่านี้ก็สร้างรอยยิ้มให้ได้มากมาย และคงหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว “ที่ไร่เป็นยังไงบ้างคะ” หญิงสาวยังคิดถึงทุกคนเสมอ “ก็เหมือนเดิม ลุงไม้กับป้าพิมพ์บ่นว่าคิดถึง ครั้งหน้าว่าจะพามาหาด้วย” โดยเฉพาะคนเก่าคนแก่ของไร่บ่นให้ฟังทุกวันว่าอยากจะอุ้มเด็กๆ เหมือนก่อน “ขวัญเองก็คิดถึงลุงไม้กับป้าพิมพ์เหมือนกันค่ะ” หญิงสาวยังพึงระลึกอยู่เสมอถึงความเมตตาของผู้ใหญ่ทั้งสอง คราแรกที่เธอเข้าไปอยู่ในไร่จอมใจนั้นแสนจะอ้างว้าง แต่พอทั้งสองเข้ามาพูดคุยด้วยก็ทำให้เธอคลายจากความกลัวไปได้เยอะ จนค่อยๆ สนิทมากขึ้น ไม่นานก็มีหนึ่งคำถามดังขึ้น “แล้วไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ” คนฟังไม่ตอบ เบือนหน้าหนีไปอีกทาง ขณะที่โมกข์ระบายยิ้มอมเศร้า “ช่างเถอะ” หลังจากนั้นพาขวัญและโมกข์ก็ไม่มีการสนทนา
“พี่นี่มัน...” “แล้วนี่รู้หรือยังว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย” โมกข์ไม่ตอบแถมยังเปลี่ยนเรื่อง ทำให้หมอกต้องส่ายศีรษะ “ผู้ชายค่ะพี่โมกข์” นุดีตอบแล้วหันไปมองหน้าสามี เพราะถูกใจหมอกเป็นที่สุด ชายหนุ่มอยากจะมีลูกผู้ชายเป็นคนแรก แต่ถ้าเป็นลูกสาวก็ไม่ว่ากัน “เสียดายนะครับ ไม่ได้แบบยัยหนูภัค หนูดา” หมอกยังอดเสียดายไม่หาย อยากจะได้ควบสองแบบพี่ชายบ้าง แต่อย่างไรก็ยังรักลูกไม่เปลี่ยนแปลง “งั้นท้องหน้าก็มีแบบฉันให้ได้สิ” คนเป็นพี่คล้ายท้าน้อง ทำให้หมอกยักคิ้ว คอยดูสิ เขาจะต้องมีลูกฝาแฝดแบบพี่ชายให้ได้ คราวนี้ละคงสนุกน่าดู น่าจะทั้งแสบและซนไม่ต่างจากพาณิภัคและพาณิธิดา “แล้วนี่คิดจะทำอะไรครับ” อดถามไม่ได้กับอาการนิ่งๆ “เรียนรู้หัวใจของตัวเอง” โมกข์ตอบ “ระวังเถอะครับ สุนัขจะคาบไปรับประทาน” ถึงกับเตือนด้วยความหวังดี ชักช้าไปจะไม่ทันการณ์ พาขวัญเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงขี้ริ้วขี้เหร่ เธอมีเสน่ห์ แถมยังเป็นคนดี หนุ่มๆ คงอยากได้มาเป็นแม่ของลูก “ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันส่งเจ้าเปี๊ยกไปเป็นทัพหน้าแล้ว” คนฟังทั้งสองทำหน้าไม่เข้าใจ โมกข
ลุงไม้และภรรยาถึงกับออกอาการดีใจกับข่าวที่เจ้านายนำมาบอก สายตานั้นขยายกว้างขึ้น แต่ก็ต้องเศร้าในประโยคถัดมาอยู่ดี “ทำไมถึงไม่พาหนูขวัญกับเด็กๆ กลับมาล่ะคะ” พิมพ์ผกาทำสีหน้าเศร้า คิดถึงพาขวัญและฝาแฝด เธอช่วยเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังแบเบาะ จากไปเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดความโหยหาเป็นธรรมดา อีกอย่างอยากให้คนเป็นนายได้มีความสุข เชื่อว่าสายตาของตนไม่ผิดเพี้ยน คนหน้านิ่งกำลังมีความรักบรรจุอยู่ภายใน “ผมไม่อยากบังคับครับ พาขวัญเองก็ตกอยู่ภายใต้กรงขังมานาน เธอสมควรใช้ชีวิตตามต้องการ อีกอย่างเธอคงอยากจะอยู่กับแม่ของเธอด้วยครับ” เป็นเหตุผลง่ายๆ ซึ่งโมกข์ไม่เคยอธิบายให้เจ้าตัวรับรู้ เอาแต่ทำตัวทื่อๆ “แล้วทำไมไม่ลองพาคุณแม่ของหนูขวัญมาอยู่ที่นี่ด้วยกันล่ะครับ” ลุงไม้เสนออีกหนึ่งหนทาง “เรื่องนั้นผมทำแน่ครับ แต่อยู่ที่ว่าบทเรียนหัวใจของผมกับพาขวัญครั้งนี้จะต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนานไหม ผมไม่อยากไปเร่งอะไร ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่าครับ” บทเรียนชีวิตของตนและภรรยาผ่านอะไรมามาก ทุกข์มากกว่าสุข กว่าจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จึงอยากให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
“หึ กล้าพูดนะพาขวัญ แล้วทีเธอล่ะยังจะไม่บอกฉันเรื่องลูกเลย” ประโยคที่สวนกลับมาทำให้เธอสะอึกแล้วนิ่งไป “แม่ว่าใจเย็นกันดีกว่านะ แล้วเราเข้าไปคุยกันในบ้าน ขวัญเองเรากำลังท้องกำลังไส้จะมาโมโหแบบนี้ได้ยังไง ไม่คิดถึงลูกหรือไง ส่วนคุณโมกข์ใจเย็นหน่อยนะคะ อย่าทำให้หลานๆ ต้องตกใจเลย” คนอาบน้ำร้อนมาก่อนพอจะดูออก แท้จริงแล้วคนทั้งคู่ไม่ได้ถึงขั้นจะเกลียดกัน แต่ต้องปรับความเข้าใจกัน หนนี้คนที่ถอนหายใจระบายความเครียดเป็นชายหนุ่มเอง เขาพยักหน้าแล้วปล่อยลูกลง ก่อนจะหันมองแม่ของลูก แล้วยิ้ม เผลอแป๊บเดียวเขากำลังจะกลายไปเป็นคุณพ่อลูกสามแล้ว “เราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่านะคะคุณโมกข์” ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปด้านใน เด็กๆ ก็วิ่งตามคอยเกาะแข้งเกาะขาด้วยความคิดถึง เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นซักถามบิดาถึงหลายวันที่ผ่านมา ภาพเหล่านั้นสะเทือนหัวใจคนยืนมองทั้งสองคน โดยเฉพาะคนที่หอบเด็กๆ หนีมา “เห็นความสุขของลูกไหมขวัญ” บุญตาตั้งคำถาม “แต่แม่ไม่ได้ยัดเยียดให้ขวัญต้องเลือกในสิ่งที่ฝืนใจนะลูก แม่แค่อยากให้คุยกัน และไม่ปิดบัง คุณโมกข์เองก็มีสิ
“ฉันจะย้ายไปนอนห้องข้างๆ” โมกข์อธิบายต่อให้จบ แล้วเดินหายออกไปจากบ้าน ฝ่ายหญิงสาวก้มหน้าพับเสื้อผ้าให้เสร็จ แล้วพาลูกไปสำรวจบ้านหลังใหม่ มีความตื่นเต้นฉายชัดในแววตา อย่างแรกคงต้องตรงดิ่งไปยังห้องนอน เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าภายในมีเตียงขนาดใหญ่พอให้สามคนแม่ลูกนอนกอดกันได้ พาขวัญไม่จำเป็
เมื่อทุกอย่างดำเนินการเสร็จสิ้น อาการหวาดกลัวก็หายไปตอนรถคันโตเลี้ยวเข้าสู่อาณาเขตของสามี ความดีใจเข้ามาแทนที่ พาขวัญเฝ้ารอจะได้นอนกอดลูกๆ อีกหน ก่อนจะกลับบ้านโมกข์ได้แวะรับพาณิภัคและพาณิธิดาที่บ้านของลุงไม้ก่อน เด็กๆ กระโดดตัวลอยยามได้พบมารดา จากนั้นรถก็ได้เคลื่อนตัวออกมาสู่จุดหมายปลายทา
โมกข์โน้มตัวลงนั่งยองๆ แล้วยื่นไอศกรีมรสโปรดที่อยู่ในถ้วยพลาสติกให้แก่พาณิธิดา ส่วนของลูกสาวคนโตถูกรองด้วยขนมปัง แถมยังโรยถั่วเพิ่มความอร่อย เด็กๆ พากันกินของโปรด สายตาเปี่ยมด้วยความสุข ขณะที่หญิงสาวมีอาการแปลกใจ สงสัยว่าเหตุใดโมกข์จึงรู้ว่าลูกทั้งสองชอบอะไร ส่วนชายหนุ่มไหวไหล่ แล้วเดินไป
ไม่นานเท่าไรพาขวัญก็ต้องเอื้อมมือไปจับมือนุ่มๆ ของลูกสาวคนเล็ก ยามแกเดินเข้ามาใกล้พร้อมกางแขนออกเป็นสัญญาณที่ว่าอยากให้มารดาอุ้ม สายตาเลยมองไปยังพ่อของลูก กลัวเขาจะดุเอาอีก จนเห็นโมกข์ลุกขึ้นตรงมาอุ้มพาณิธิดาขึ้นมาไว้บนเตียง แล้วเดินกลับไปนั่งดังเดิม บรรยากาศในห้องไม่เหี่ยวเฉาเหมือนหลายวั







