Share

บทที่ 123

Author: Karawek House
last update Last Updated: 2026-02-18 16:04:55

เมื่อถึงว่อหลง หมู่บ้านเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา ได้พบหน้าซู่ซินที่ไม่เพียงปลอดภัยดีทุกอย่างแต่ยังผิวพรรณเปล่งปลั่งงดงามทั้งยังดูจะสมบูรณ์ขึ้นมากอีกด้วย เห็นได้ชัดว่าคนของหลี่จือหลินดูแลคนของนางดีเพียงใด เซียงหรงแทบล้มทั้งยืนด้วยความอ่อนล้า อ้อมกอดอันอบอุ่นของซู่ซินและสายลมที่พัดมากระทบใบหน้าของนางนำพาความอุ่นใจมาให้บ้างเล็กน้อย

ยามนี้แม้จะได้พบหน้าสาวใช้คนสำคัญที่นางรู้สึกผูกพันเหมือนพี่น้อง แต่หลี่จือหลินยังคงไม่รู้สึกตัว แม้จะยิ้มได้เล็กน้อย ในใจของนางกลับยังรู้สึกหนักอึ้ง อดพะวงไม่ได้จนรั้นจะตามไปดูอาการหลี่จือหลิน

นางตั้งใจว่าจะรอจนเขาฟื้นขึ้นมา...หลังแน่ใจได้ว่าคนผู้นี้มีชีวิตรอดปลอดภัยแล้วจริงๆ นางค่อยไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำแผลก็ยังไม่สาย

ตงหลินกล่าวว่าที่นี่มีหมอเทวดา...

ในเมื่อมีหมอเทวดาที่เก่งกาจ ซ้ำตงหลินและตงหยางตัวจริงยังคล้ายพอจะรู้วิชาการแพทย์อยู่มาก เช่นนั้น หลี่จือหลินย่อมสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วไม่ใช่หรือ?

นางก็เพียงต้องรออีกไม่นาน...เทียบกับความทุกข์ยากทั้งหมดที่ได้เผชิญมา เรื่องนี้ไม่นับว่าลำบากยากเย็นสักนิด

“คุณหนูเจ้าคะ...” แม้ซู่ซินจะเพียรเรียกอย่างไร เซียงหรงก็ไม่ได้ปริปากพูดสิ่งใดสักนิด นางเพียงแต่ยกมือห้ามปรามเท่านั้น

ซู่ซินเห็นคุณหนูของตนเป็นเช่นนี้ก็หนักใจนัก นางตัดสินใจยกอ่างน้ำอุ่นใบเล็กและผ้าสะอาดที่เนื้อนุ่มที่สุดเท่าที่จะหาได้เข้ามาช่วยเช็ดทำความสะอาดร่างกายและบาดแผลให้คุณหนูของตน ปวดใจยิ่งนักเมื่อเห็นว่าทั้งมือและแขนขาที่เคยขาวผ่องนวลเนียน ยามนี้มีรอยแผลรอยแดงและรอยเขียวช้ำเต็มไปหมด

ซู่ซินได้แต่ลอบหลั่งน้ำตาอย่างเงียบงัน ไม่กล้ารบกวนคุณหนูของตนในยามนี้

กระทั่งตอนนี้เวลาผ่านไปมากกว่าครึ่งชั่วยามแล้ว คุณหนูของนางก็ยังเอาแต่เฝ้ามองว่าที่ท่านเขย ไม่ขยับเขยื้อนสักนิด ไม่แม้แต่จะแตะต้องอาหารและน้ำชาที่นางยกมาให้เลยด้วยซ้ำ

ซู่ซินไม่รู้ว่าระหว่างคุณหนูของนางกับท่านเขยเกิดเรื่องใดขึ้นบ้าง นางหวังเพียงว่าท่านเขยจะฟื้นขึ้นมาโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นคุณหนูของนางอาจถึงขั้นเป็นลมเป็นแล้งหรือล้มหมอนนอนเตียงไปด้วยอีกคนก็เป็นได้

ยามเช้าตรู่เช่นนี้ มีควันลอยขึ้นมาจากกระท่อมไม้แต่ละหลังในหมู่บ้าน มีเสียงไก่และเสียงสุนัขเห่าแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ เป็นบรรยากาศสงบสุขที่ตัวนางในอดีตเคยโหยหาเหลือเกิน ทว่ายามนี้ในใจนางกลับฝืดเฝื่อน ไม่ได้รู้สึกว่าสถานที่เช่นนี้จะวิเศษเลิศลอยอย่างไร

หากที่นี่เป็นเมืองหลวง หมอหลวงคงถูกส่งมาคอยดูแลและทำแผลใส่ยาให้จวิ้นหวังจ๋างจื่อคนสำคัญไปแล้ว…

หลังเห็นว่าพวกตนอยู่ในกระท่อมต่อไปก็รังแต่จะเกะกะรบกวนเหล่าผู้เป็นนาย ตงหลินแลกเปลี่ยนสายตากับซู่ซิน ก่อนจะพยักหน้าให้แก่กัน ชักชวนกันออกไปกระทำสิ่งที่ควรกระทำ และตระเตรียมสิ่งที่สมควรตระเตรียม เป็นต้นว่าเสื้อผ้าและของใช้ของคุณหนูสามและจวิ้นหวังจ๋างจื่อ รวมถึงที่พักใหม่สำหรับพวกตนเองด้วย

ตงหลินลากแพไม้ที่นายท่านของตนเคยใช้ออกไปเก็บด้านข้างกระท่อม รอยเลือดบนผ้าที่ใช้รองแพไม้และคราบเลือดคราบดินเกรอะกรังบนส่วนที่คล้ายทำไว้เพื่อใช้ลาก ทำให้ตงหลินทั้งรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่ข้างกายเจ้านายทั้งสอง ทั้งเกิดความยกย่องศรัทธาต่อคุณหนูสามที่ผู้เป็นนายปักใจอย่างท่วมท้น

“คุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกง...ช่างเป็นวีรสตรีสมดังคำเล่าลือโดยแท้”

อุตส่าห์ใช้สองมือน้อยๆ สร้างแพไม้นี้ และใช้ร่างกายเล็กๆ ดูบอบบางนั่นลากแพลากที่แต่เดิมก็หนักมากอยู่แล้ว ซ้ำยังมีร่างจ๋างจื่อ[1]นอนทับอยู่บนนั้น เดินทางบนเส้นทางขรุขระฝ่าป่ารกชัฏมาจนถึงที่นี่…หากไม่ใช่ว่ามีความจริงใจและรักอย่างลึกซึ้ง แล้วจะสามารถเรียกการกระทำของคุณหนูสามท่านนี้ว่าอย่างไรได้

ดูเอาเถิด...กระทั่งตอนนี้คุณหนูสามก็ยังเอาแต่เฝ้ามองนายท่าน ไม่กิน ไม่ดื่ม บ่งบอกชัดเจนว่าทั้งใส่ใจและเป็นห่วงเป็นใยนายท่านอย่างลึกล้ำ...

เห็นทีครั้งนี้นายท่านคงสมหวังแน่แล้ว...

สิ่งที่ตงหลินลืมนึกไปก็คือ หมู่บ้านแห่งนี้เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกล พวกเขาต่างใช้ชีวิตเรียบง่าย อยู่ร่วมกันอย่างสงบเรียบร้อยมานานปี

ชาวบ้านที่กำลังจะออกไปตัดฟืนหรือทำกิจวัตรต่างๆ ของตนตามปกติต่างมองแพไม้หน้าตาประหลาดชุ่มเลือดเกรอะกรังด้วยความตกใจ

“มีคนเจ็บอีกแล้วหรือ!” หัวหน้าหมู่บ้านรีบร้องถามทันที “ตายหรือไม่!”

“เอ่อ…” ตงหลินอึกอัก “ยังไม่ตายขอรับ…ตอนนี้พี่ชายของข้ามุ่งหน้าไปตามท่านหมอเทวดาแล้ว”

ตงหลินกล่าวจบไม่ทันไร ตงหยางก็แบกร่างหมอเทวดาคนที่ว่าผ่านหน้าทุกคน หายเข้าไปในกระท่อม

[1] ในที่นี้หมายถึงทายาทผู้สืบทอดของจวิ้นหวัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 161

    “แน่นอน ใครจะดีใจที่เจ้าบ่าวเมามายเสียหมดสภาพทั้งที่เป็นวันเข้าหอวันแรกเล่า” องค์ชายสามยืนยันหนักแน่น สองมือประคองเจ้าบ่าวมุ่งหน้าไปทางห้องพักแขก หางตาก็คอยเหลือบมองเฉินเหม่ยลี่เป็นระยะเมื่อเห็นชายกระโปรงสีอ่อนของเฉินเหม่ยลี่ รู้ว่านางยังคงลอบเดินตามมาห่างๆ และคิดว่าเขามองไม่เห็น องค์ชายสามหลี่เจี๋ยก็ได้แต่นึกขันในอกโง่เง่ายิ่งนัก!สตรีผู้นี้โง่เง่าถึงเพียงนี้ได้อย่างไรนะ...นางไม่คิดหรืออย่างไรว่าหูตาของตำหนักจวิ้นหวังมีมากมายเพียงใด เป็นเพียงลูกอนุที่ตระกูลมารดากำลังตกต่ำย่ำแย่ผู้หนึ่งของจวนกั๋วกง กลับต้องการเข้าหาจ๋างจื่อของตำหนักจวิ้นหวังในวันสมรส ใช่รนหาที่ตายหรือไม่?แต่ช่างเถิด... หลี่เจี๋ยลอบยิ้มกับตนเองในเมื่อนางกับเขาต่างก็มี ‘เป้าหมายเดียวกัน’ อำนวยความสะดวกให้นางสักหน่อยจะเป็นไร…องค์ชายสามค่อยๆ พาหลี่จือหลินเข้าไปนั่งพักบนตั่งในห้องพักแขก อันที่จริงเขาก็อยากจะส่งให้ถึงเตียงอยู่หรอก แต่จ๋างจื่อผู้นี้ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไป รูปร่างก็ไม่ได้อวบอ้วน แต่กลับตัวหนักนัก!“พี่จือหลินนอนพักรอน้ำแกงสร่างเมาอยู่ที่นี่สักเดี๋ยวก็แล้วกัน”เห็นเจ้าบ่าวหมาดๆ พยักหน้าอย่างว่าง่าย องค์ชาย

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 160

    องค์ชายสามรีบปราดเข้ามาประคองเจ้าบ่าวหมาดๆ เอาไว้ น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนยิ่ง“ให้ข้าได้ประคองพี่จือหลินไปส่งเถอะ” หลี่เจี๋ยประคองร่างสูงโปร่งของหลี่จือหลินเอาไว้แล้วเดินออกจากห้องโถงไปตามทางเดิน ก่อนจะออกจากห้องก็หันหน้าไปหาบ่าวคนสนิทของตนแวบหนึ่ง ครั้นเห็นว่าเขาพยักหน้าแล้วหายไปในฝูงชนก็ประคองหลี่จือหลิน ออกเดินไปอย่างช้าๆ ไปตามทางเดินที่ทอดอยู่ในสวนอันเงียบสงบ ทางเดินในสวนยามนี้ล้วนตกแต่งด้วยเสาโคมไฟที่แขวนโคมแดงเอาไว้ ดูงดงามเป็นสิริมงคลเป็นอย่างยิ่ง “พี่จือหลินจากไปสนามรบไม่ได้กลับมาเมืองหลวงบ้างเลย ข้าเองอยากสนิทสนมกับพี่จือหลินมานานแล้ว” องค์ชายสาม หลี่เจี๋ย เอ่ยปากอย่างเชื่องช้า พลางหัวเราะในลำคอ “วันนี้ถือว่าสบโอกาส ขอข้าทำหน้าที่น้องชายอารักขาพี่จือหลินไปที่ห้องหอ ระหว่างทางเราจะได้คุยกันให้มากหน่อย” แม้ว่าใบหน้าจะแย้มยิ้ม ทว่าในใจหลี่เจี๋ยกลับคั่งแค้นเหลือจะกล่าวเดิมเขาเองควรจะได้ตบแต่งกับโฉมงามยอดเมธีในปีนี้...เฉินเซียงหรงช่างงดงามและเปี่ยมด้วยความสามารถชวนให้ผู้อื่นชื่นชมยิ่งนัก ทว่านางกลับมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว เสด็จแม่ของเขา

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 159

    เซียงหรงถูกพาไปนั่งบนเตียงที่ปูผ้าคลุมสีแดงปักลายยวนยาง ตอนนั้นเองที่จวิ้นหวังเฟยเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า พร้อมบุตรชายที่ยามนี้ทุกคนในตำหนักได้เห็นแล้วว่าจ๋างจื่อของพวกตนช่างยิ้มได้งดงามนัก จวิ้นหวังเฟยรับจานเกี๊ยวมาจากแม่สื่อ ก่อนคีบป้อนสะใภ้หมาดๆ ของตนเองผ่านผ้าคลุมหน้า เซียงหรงได้แต่อ้าปากรับ ก่อนจะเคี้ยวแล้วเบิกตาโพลง …คายออกได้หรือไม่ มันยังดิบอยู่เลย... จวิ้นหวังเฟยหัวเราะเบาๆ ก่อนถาม “ดิบหรือไม่” เซียงหรงไม่กล้าเบ้ปาก ได้แต่พยักหน้าเบาๆ “ดิบเจ้าค่ะ” “ดีแล้ว ดิบก็ดีแล้ว” สตรีที่แต่งงานแล้วทุกคนในที่นั้นหัวเราะเสียงใส ก่อนที่พระชายาจะวางเกี๊ยวกลับไปให้กับแม่สื่อ “เอาล่ะ พักผ่อนเถิด จือหลิน เจ้ายังคงต้องไปรับแขกอยู่นะ” “ขอรับท่านแม่” เขาพยักหน้า รอจนกระทั่งมารดาและคนอื่นๆ เดินออกไป หลี่จือหลินจึงหันกลับมาหาเจ้าสาวของตนเองอีกครั้ง พลางยกน้ำชาให้นางอย่างเอาใจ “ค่อยๆ ดื่ม อาหารเหล่านี้เจ้ากินได้ทั้งหมดเลย ไม่ต้องรอข้ากลับมาหรอก หากง่วงก็นอนก่อนเสีย” “…เกี๊ยวเมื่อครู่ไม่เห็นอร่อยสักน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 158

    เฉินเหม่ยลี่กับเฉินชิวเยว่ ผู้หนึ่งเตรียมตัวก่อเรื่อง ผู้หนึ่งหวังชมเรื่องสนุก ต่างฝ่ายต่างแย้มยิ้มให้กันขณะนั่งร่วมเกี้ยวเล็กๆ ตามเกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหาม ดูรักใคร่กลมเกลียวเป็นอย่างมาก จนเฉินเหม่ยเซียงและเฉินหมิงเยว่อดตะขิดตะขวงใจแทนไม่ได้ขบวนแห่เจ้าสาวครั้งนี้ยาวเหยียด มีผู้คนมาโห่ร้องยินดีมากมาย ส่วนหนึ่งเพราะต้องการเห็นขบวนสินเดิมเจ้าสาวที่กล่าวกันว่ายาวหลายลี้ อีกส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อบ้านของตำหนักจวิ้นหวังช่างมือหนัก โปรยเหรียญมงคลให้กับผู้ที่อำนวยพรคู่บ่าวสาวไม่หยุดหย่อนเพียงพริบตาเดียว ทั่วทั้งถนนก็เต็มไปด้วยคำอวยพรยินดี มาถึงตรงนี้ เหล่าบุตรสาวสกุลเฉินในเกี้ยวต่างสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด ดวงตาฉายแววริษยาอย่างไม่อาจปิดบัง แม้เฉินชิวเยว่เองจะไม่ได้รู้สึกว่าตนเองด้อยไปกว่าเฉินเซียงหรงที่ใด ซ้ำคู่ครองในอนาคตของนาง ก็ยังเป็นถึงผู้สูงศักดิ์ที่จ๋างจื่อตำหนักจวิ้นหวังอย่างหลี่จือหลินเทียบไม่ติด แต่นางกลับอดสงสัยไม่ได้เลยว่าองค์ชายสามจะทุ่มเทให้กับนาง ดังเช่นที่จวิ้นหวังจ๋างจื่อทำให้น้องสามสารเลวสมควรตายหรือไม่ ไม่ต้องพูดถึงเฉินเหม่ยลี่ ที่ยามนี้ผ้าเช็ดหน้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 157

    เซียงหรงเม้มปากแน่น แต่นางถอยหลังไม่ได้แล้ว มีแต่ต้องเดินหน้าเท่านั้นแม้ว่าเทียนจินในยามนี้จะมิได้เคร่งครัดในเรื่องการยกอนุขึ้นเป็นภรรยาเอกเช่นรัชสมัยอื่นๆ แต่ว่านางก็หวังไม่ให้บิดาดำเนินไปในทางผิดมากกว่านี้...อนุหานไม่ใช่คนที่จะสามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับจวนกั๋วกงได้จริงๆเซียงหรงตามองจมูก จมูกมองใจ [1]นางได้ยินเสียงบิดาพูดอวยพร ทว่ากลับฟังไม่รู้ความแล้วสักคำนางไร้มารดา จึงมีเพียงแต่ป้ายวิญญาณเท่านั้นที่นางเคารพกราบไหว้แม้ว่าอนุหานจะนั่งอยู่ด้านข้างเฉินกั๋วกง สวมชุดสีเดียวกับอาทิตย์อัสดงที่เกือบคล้ายสีแดงสด ทว่าอนุผู้หนึ่งก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการคารวะจากคุณหนูสายตรงเช่นนางกว่าที่เซียงหรงจะรู้ตัวอีกที ก็ถูกพี่ชายใหญ่แบกขึ้นหลัง พาเดินออกจากจวนกั๋วกงทีละก้าวๆ ด้วยฝีเท้ามั่นคงชั่วอึดใจนั้น ร่างบอบบางซบลงบนแผ่นหลังกว้างของพี่ชาย นางจับเสื้อเขาเอาไว้แน่น น้ำตาร้อนๆ ไหลออกมาทีละหยดตกต้องบ่าของคุณชายใหญ่แห่งจวนเฉินกั๋วกง“จำไว้ หรงเอ๋อร์ เจ้ากลับมาที่นี่ได้เสมอ” พี่ชายนาง เฉินจิ้งอี้ พูดเสียงทุ้มต่ำ “อย่าได้กลัว อย่าได้กังวล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จวนเฉินกั๋วกงและพี่ใหญ่จะยืนเคียงข้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 156

    อนุหาน หานชิงเยว่ รีบฉวยโอกาสขณะเฉินกั๋วกงกำลังรับคำแสดงความยินดีจากอดีตเสนาบดีสวีผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของสวีหวงโฮ่ว ซึ่งกำลังจะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน และท่านปู่กับท่านลุงของนาง มุ่งหน้าไปบอกกล่าวหว่านล้อมขออนุญาตให้ ‘บุตรสาว’ อีกสี่คนสามารถติดตามขบวนแห่เกี้ยวเจ้าสาวไปส่งตัวพี่หญิงน้องหญิงของตนออกเรือนได้ ขณะที่ด้านนอกเริ่มมีเสียงเอะอะ เสียงหัวเราะเฮฮาประสมกันเมื่อพี่ชายน้องชายของเจ้าสาวทดสอบว่าที่ท่านเขยของตนเองด้วยปัญหาเชาว์เซียงหรงได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของหลี่จือหลินตอบคำถามแต่ละข้อจนครบ ร่ายบทกวีที่แต่งขึ้นสดๆ ร้อนๆ ต่อหน้าผู้ทดสอบและแขกเหรื่อที่มาร่วมงานคนอื่นๆเสียงของผู้คนมากมายเริ่มย้ายไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษเมื่อหลี่จือหลิน ต้องคำนับบรรพบุรุษในจวนกั๋วกงเพื่อบอกกล่าวว่าเขาได้มารับเจ้าสาวสกุลเฉินแล้ว แล้วจึงกลับมารอเจ้าสาวของตนที่หน้าห้องโถงพิธี รอให้นางออกไปกราบไหว้บิดามารดาอีกครั้งแล้วจึงออกขบวนเซียงหรงรู้สึกเหมือนตนเองเป็นตุ๊กตาที่ได้แต่เคลื่อนไหวไปตามการจับจูงของผู้คน เริ่มจากฟูเหรินมงคล จากนั้นก็เป็นมือใหญ่ของหลี่จือหลินที่รอรับอยู่อย่างมั่นคง ก่อนที่เขาจะพานางไปกราบไหว้บิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status