Share

บทที่ 34

Author: Karawek House
last update Last Updated: 2025-08-25 21:10:57

“คุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงผ่านเข้ารอบ!”

          “เป็นไปได้อย่างไร! คุณหนูสามผู้นั้น ตั้งแต่ยังเยาว์ถูกกักบริเวณให้เก็บตัวอยู่แต่ในเรือนหลัง หูตาย่อมคับแคบ ที่ไหนเลยจะสามารถตอบคำถามเช่นนี้ได้!”

          “หรือจะมีการคดโกง? ทว่า...ทว่าจะเป็นไปได้รึ?”

ท่ามกลางสายตาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คน เซียงหรงไม่รู้ว่าสมควรทำอย่างไรต่อไป จึงได้แต่กวาดสายตามองหาพี่หญิงใหญ่ พี่หญิงรอง และอนุหาน นึกไม่ถึงว่าไม่ทันจะหาพบ ท่านป้าสะใภ้ที่แสนดีของนางจะมาร้องเรียกอยู่ด้านข้าง ที่ด้านหลังป้าสะใภ้ของนาง นอกจากจะมีคนสนิทของท่านป้าสะใภ้ที่นางคุ้นหน้าคุ้นตาดีอย่างพี่ไป๋เสวี่ยแล้วยังมีพี่ซู่ซิน ของนางติดตามมาด้วย

            ยามเมื่อสบตากัน พี่ซู่ซินของนางแย้มรอยยิ้มกว้างยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ใบหน้าน้ำตาคลอ ต่อให้ไม่กล่าวออกมาก็มองออกว่าอดีตสาวใช้คนสนิทของท่านแม่ของนางผู้นี้ ทั้งปลาบปลื้มทั้งยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่คุณหนูอย่างนางสามารถผ่านเข้ารอบมาได้

            เห็นรอยยิ้มของท่านพ่อที่นั่งอยู่ห่างออกไป เห็นรอยยิ้มของท่านป้าสะใภ้และพี่ซู่ซินที่อุ้มชูนางมา รวมถึงเหล่าคนที่เมื่อครู่เพิ่งจะสบถบ่นเรื่องของนางอย่างหัวเสีย เซียงหรงก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวนางเองคงจะตัดสินใจได้อย่างถูกต้องแล้วจริงๆ

…หากเซียงหรงเหลียวมองไปทางอนุหานและพี่หญิงทั้งสองของตนสักเล็กน้อย นางคงไม่อาจคลี่ยิ้มให้ท่านป้าสะใภ้และสาวใช้ข้างกายอย่างซู่ซินดังเช่นในตอนนี้ ด้วยคนทั้งสามในยามนี้ล้วนแล้วแต่ใบหน้าเรียบเฉย ค่อนไปทางเย็นชา หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าคนหนึ่งกำลังบีบด้ามพัดในมือแน่นจนข้อมือซีดขาว อีกคนหลุบสายตาลงต่ำ ซ่อนแววตาแข็งกระด้างแค้นเคือง ส่วนอีกคนที่คล้ายจะยิ้มกลับเห็นชัดว่าไม่ได้กำลังแย้มยิ้ม ไม่เพียงดวงตาเฉยชาเหมือนปลาตาย ริมฝีปากยังแทบจะเหยียดเป็นเส้นตรง ผู้มีตาย่อมมองออกว่าแต่ละคนต่างไม่พอใจ แต่ไม่อาจแสดงกิริยาอาการใดใดต่อหน้าธารกำนัล ได้แต่พยายามข่มโทสะ รักษากิริยากันอย่างเต็มที่

นางสารเลวเฉินเซียงหรงตอบคำถามเช่นนี้ได้อย่างไร?

นางสารเลวนี่ไม่เคยได้รับการศึกษาเล่าเรียนอย่างพวกนางสักนิด!

ทีแรกพวกนางทั้งสามก็คิดว่าสตรีที่ ‘อ่อนต่อโลก โง่เง่าเบาปัญญา’ อย่างเฉินเซียงหรง จะตกรอบแรกไปทั้งอย่างนั้น ใครจะนึกว่าชั่วอึดใจสุดท้าย นางกลับคล้ายผุดขึ้นมาจากใต้ท้องน้ำ ไม่เพียงรักษาชีวิตของตนเอาไว้ได้ ยังกลับกลายเป็นโดดเด่น สะดุดตา เป็นที่กล่าวถึงไม่ขาดปาก

สิ่งเดียวที่พวกนางนึกได้ในตอนนี้มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น คือเรื่องที่เฉินเซียงหรงตรงหน้านี้แกล้งโง่เขลาเบาปัญญามาตลอด กระทั่งจนถึงเมื่อครู่นี้ก็ล้วนแกล้งทำเป็นขลาดเขลาไม่รู้ความ ทั้งๆ ที่แท้ที่จริงแล้ว คิดจะตอบคำถามในชั่วอึดใจสุดท้ายเพื่อช่วงชิงความโดดเด่นจากคนอื่นๆ ในการแข่งขัน…

สตรีน่าตายผู้นี้นี่!

หากเฉินเซียงหรงได้รู้ถึงความคิดของคนเหล่านี้ นางคงไม่เพียงแต่ประหลาดใจว่าคนเหล่านี้คิดเชื่อมโยงไปได้อย่างไร ยังอาจตกใจที่แท้จริงแล้วพี่หญิงทั้งสองและอนุหานหาได้มองนางในแง่ดีสักนิด ทั้งยังคล้ายจะไม่ได้เห็นนางเป็นน้องสาวเป็นบุตรสาวอย่างน้อยก็ครึ่งส่วนอย่างที่นางมองพวกเขา กลับเห็นนางเป็นศัตรู เป็นคนนอกที่ต้องแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน ความสัมพันธ์แท้จริงแล้วย่ำแย่เลวร้ายกว่าที่คิดมากมายนัก...

จวิ้นหวังเฟยมองคนทั้งสามด้วยหางตาก่อนเก็บสายตากลับ พยายามไม่ให้ค่าคนใจบาปหยาบช้าแล้งน้ำใจเห็นแก่ได้เหล่านั้น

“หรงเอ๋อร์...เป็นป้าสะใภ้เองที่ส่งผ้าปักและภาพวาดของเจ้า รวมทั้งชื่อแซ่วันเดือนปีเกิดของเจ้าลงสมัครเข้าคัดเลือก...” จวิ้นหวังเฟยจากสกุลสวีสารภาพออกมาตามตรง “ที่ป้าสะใภ้ทำลงไปทั้งหมด ล้วนเป็นเพราะปรารถนาดีทั้งสิ้น เจ้าก็...อย่าได้โกรธเคืองป้าสะใภ้เลยนะ”

เซียงหรงฟังคำสารภาพแล้วกลับไม่ประหลาดใจสักนิด

“เป็นผ้าปักผืนนั้นใช่หรือไม่เจ้าคะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 47

    เซียงหรงเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ที่ประดับเอาไว้ด้วยรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกว่าน่าเคารพและเกรงขามมากกว่าอย่างอื่นของหวงโฮ่วอย่างลืมตัว หวงโฮ่วเองก็บังเอิญจ้องมองมาที่นางเช่นกันเซียงหรงตกใจจนทำตัวไม่ถูก สุดท้ายคนมีท่าไม้ตายเดียวอย่างการแย้มรอยยิ้มอย่างนางก็แย้มยิ้มเซียงหรงไม่ทันรู้ตัว ว่ารอยยิ้มนั้นทำให้หวงโฮ่วถึงกับทรงชะงักไปรอยยิ้มเช่นนี้...ราวกับจะล่มบ้านล่มเมืองได้เลยทีเดียว...ชั่วขณะนั้น หวงโฮ่วผู้ยังทรงมีพระสิริโฉมงดงามอ่อนเยาว์เองก็แย้มยิ้ม“คุณหนู...เชิญ”เสียงนางกำนัลข้างกายเรียกให้เซียงหรงได้สติ นางรีบยอบกายถวายพระพรให้หวงโฮ่ว ก่อนหันหน้ากลับมาหานางกำนัลนางกำนัลที่คล้ายได้รับหน้าที่ให้ดูแลนาง ผายมือบอกทางอย่างรู้หน้าที่ เมื่อเซียงหรงมองตาม ก็เห็นว่าเหล่านางกำนัลที่ถูกยืมตัวมาช่วยงานในครั้งนี้ได้ตระเตรียมทั้งกระดาษ พู่กัน และ และข้าวของอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้เอาไว้ให้แล้วของที่จัดเตรียมไว้ให้เหล่านี้ ก็เหมือนกับของที่คนอื่นๆ ได้รับทุกอย่างเซียงหรงเข้าใจได้ในทันที...นี่คงเป็นความเป็

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 46

    เพราะทนแบกรับความอัปยศอดสูที่ยังไม่อาจกระทำสิ่งใดได้ไม่ไหว บิดาอย่างเขาจึงได้แต่ใช้การงานและสุรา มอมเมาให้ตนเองสามารถใช้ชีวิตผ่านมาได้เนิ่นนานถึงเพียงนี้...นึกไม่ถึงว่าผ่านไปเพียงชั่วอึดใจเดียว บุตรสาวคนสำคัญที่กลายเป็นว่าถูกบิดาอย่างตนทั้งละเลย ทั้งกักขังเอาไว้ในจวน ก็เติบใหญ่ขึ้นมาเป็นหญิงงามที่ส่องประกายเจิดจ้าถึงเพียงนี้แล้วหากเช้าวันนี้บุตรชายคนโตไม่ได้บุกเข้ามาปลุกถึงในเรือนนอน กล่าวว่าน้องสามของตนนั่งรถม้าออกจากจวนมากับอนุภรรยาที่ยามนี้ยิ่งใหญ่คับจวน กำลังจะเข้าประชันขันแข่งชิงตำแหน่งโฉมงามยอดเมธี บิดาอย่างเขาก็คงยังมัวมอมเมาตนเองด้วยการงานและสุรา คงมิได้เรียกให้บ่าวรับใช้ไปนำน้ำแกงสร่างเมามาให้ จากนั้นก็เร่งชำระล้างร่างกาย แต่งเนื้อแต่งตัว ตามบุตรสาวที่น่าสงสารเข้าสู่สำนักศึกษาที่ตนไม่แม้แต่จะส่งนางเข้ามาศึกษาเล่าเรียนแห่งนี้ ถูกแล้ว...ทั้งหมดก็เพราะบิดาที่ไร้ความสามารถอย่างเขา เป็นห่วงเกินกว่าจะปล่อยให้บุตรสาวคนสำคัญนั่งรถม้าออกมากับอนุภรรยาของตนและบุตรสาวอีกสองคนที่ล้วนเกิดจากเหล่าอนุ โดยไม่ติดตามมาดูนางด้วยสองตาของตนเองสักหน่อย อย่างน้อยบิดาไร้ความสามารถเช่นเขาก็อ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 45

    การแข่งขันในรอบที่สาม ล้วนเป็นที่รู้กันว่าเป็นการแข่งขันวาดภาพ เหล่าสาวงามผู้ผ่านเข้าสู่รอบที่สามต่างตื่นเต้น ลุ้นระทึก ปรารถนาจะได้เห็นหัวข้อของการแข่งขันในรอบที่สามกันโดยเร็วแม้แต่แรกจะไม่ได้นึกอยากประชันขันแข่งกับคนเหล่านี้ กระทั่งเซียงหรงเองก็ยังโดนบรรยากาศรอบๆ ตัว และสหายผู้พี่ที่ได้มาเพราะการประลองหมาก กระตุ้นให้พลอยอยากรู้อยากเห็น ตื่นตัวตามไปด้วยอีกราย พาให้รู้สึกสดชื่นแจ่มใส มีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่งเฉินกั๋วกงที่นั่งอยู่ในที่นั่งของเหล่าขุนนางชั้นสูงมองตรงไปยังบุตรสาวคนที่สามด้วยแววตาเต็มตื้น ทั้งภูมิใจและเสียใจในคราวเดียวกันผู้คนข้างนอกต่างกล่าวกันว่าบิดาเช่นเขาโมโหโกรธาและรู้สึกอับอายขายหน้า ที่บุตรสาวซึ่งเกิดจากภรรยาเอกกลับเกิดเรื่องอื้อฉาวคาวคลุ้งเช่นนั้น จึงกักขังบุตรสาวที่ไม่อาจออกหน้าออกตาของตนเอาไว้ในเรือนหลัง...แท้ที่จริงแล้ว บิดาอย่างเขาก็แค่สะเทือนใจและรู้สึกผิดต่อภรรยาที่ตายจากไป จนไม่อาจฝืนทนมองใบหน้าที่เหมือนกับผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ตนรักราวถอดแบบกันมาของบุตรสาวคนนี้ได้ และได้แต่สำนึกเสียใจอยู่ตลอดเวลา คิดอยู่เสมอว่า หากบิดาไร้ความสามารถเช่นตนไม่ปล่อยให้บุตรสา

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 44

    หลังการแข่งขันในรอบที่สองสิ้นสุดลง เหล่าสาวงามผู้เข้าประชันขันแข่งชิงตำแหน่งโฉมงามยอดเมธีก็ถูกตัดออกกึ่งหนึ่ง ทำให้ยามนี้เหลือสาวงามอยู่ราวยี่สิบกว่าคน...จำนวนยี่สิบกว่าคนที่ว่านี้ นับว่าเยอะกว่าปีก่อนๆ ไม่เบาโดยมากแล้ว เมื่อการแข่งขันรอบที่สองสิ้นสุดลง จะคงเหลือสาวงามเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น การที่ในปีนี้มีสาวงามผ่านเข้ามาถึงรอบที่สามมากมายถึงเพียงนี้ ไม่รู้ว่าสมควรกล่าวว่าคุณธรรมความสามารถของเหล่าสตรีเทียนจินเรา พุ่งสูงขึ้นกว่าปีก่อนๆ หน้านี้ไม่น้อย หรือคำถามที่ใช้คัดสาวงามส่วนหนึ่งออกไปในรอบแรกเป็นคำถามที่ตอบได้ง่ายเกินไปกันแน่…ก็กระทั่งคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงที่ไม่เคยเข้ารับการศึกษาจากสำนักศึกษาชื่อดังใด ก็ยังสามารถตอบคำถามได้ถูกต้องจนผ่านเข้ารอบมาได้นี่นา...ต่างคนก็ต่างใจ เหล่าพ่อค้าและชาวเมืองซึ่งนั่งชมอยู่บนที่นั่งรอบๆ ลานต่างก็มีความคิดเป็นของตนเองทั้งนั้น เฉินชิวเยว่เองก็เช่นกันเฉินชิวเยว่ในยามนี้ กำพัดในมือแน่นจนข้อนิ้วยิ่งกว่าซีดขาว ยิ่งเห็นว่าน้องสาวสารเลวสมควรตายของตน กำลังนั่งจิบน้ำชาชิมขนม หัวร่อต่อกระซิกอยู่กับอู๋ชิงชิงที่เป็นเหมือนคู่แข่งตลอดกาลของตน ในใจคุณหนูใหญ่จวน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 43

    อู๋ชิงชิงกุมมือเซียงหรงแน่นขึ้น กล่าวเสียงใส “น้ำใจของน้องเซียงหรงในครั้งนี้ พี่หญิงอย่างข้าจะไม่มีวันลืม” นางก็มีชื่อเสียงหน้าตาของทั้งตนเองและวงศ์ตระกูลให้ต้องรักษาเช่นกัน ผลการแข่งขันออกมาว่าเสมอ ไม่ต้องตกรอบไปตั้งแต่ในรอบที่สองเช่นนี้ นับว่าส่งผลดีต่อนางมาก มากจริงๆเซียงหรงเห็นอีกฝ่ายคล้ายไม่ติดใจอะไรแล้ว ก็บีบมืออีกฝ่ายกลับเบาๆ กล่าวเสียงนุ่ม“พี่ซู่ซินของข้าทำขนมอร่อยเป็นที่สุด เพราะวันนี้พี่ซู่ซินกลัวว่าข้าจะหิว จึงได้ทำขนมเตรียมเอาไว้ให้ข้าเสียมากมาย ไหนๆ พวกเราก็ยังต้องรอผู้อื่นประชันหมากกันอีกอย่างน้อยๆ ก็สองเค่อยามเห็นจะได้ ไม่สู้ไปนั่งจิบน้ำชากินขนมสนทนากันยังดีกว่า ข้า...ข้ามีเรื่องมากมายเกี่ยวกับท่านแม่ที่อยากสอบถามพี่ชิงชิง เอ่อ...ไม่ทราบว่า...”อู๋ชิงชิงตอบโดยไม่แม้แต่จะหยุดคิด “เอาสิ แม่นมของข้าเองก็ชงชาได้ดีมากเช่นกัน อีกทั้งจวนสกุลอู๋เองก็เพิ่งจะได้ชาดีมาจากแดนไกล ก็อย่ากระนั้นเลย พวกเราไปร่วมจิบน้ำชาชิมขนม สนทนากันรอคนอื่นๆ ประลองหมากที่ห้องรับรองของพวกเราเหล่าผู้เข้าแข่งขันกันเถอะ”ท้ายที่สุด คุณหน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 42

    อู๋ชิงชิงถูกนัยน์ตาแวววาวของเซียงหรงทำให้ถึงกับตาพร่า ชั่วขณะนั้นรู้สึกคล้ายจะมองเห็นอีกฝ่ายมีหูและหางฟูๆ ดูนุ่มนิ่ม ทั้งน่ารัก ทั้งน่าถนอมอู๋ชิงชิงกะพริบตาเพียงครั้ง ภาพที่ว่านั้นก็จางหายไปแล้วนะ นี่มัน...แววตาเช่นนี้...นะ นางนึกออกแล้วว่าแววตาเช่นนี้ดูคล้ายกับอะไร!ทว่า...ทว่านางจะไม่มีวันพูดออกไปเด็ดขาด หากพูดออกไปว่าอีกฝ่ายมีแววตาน่ารักซื่อใสเหมือนสุนัขตัวโปรดที่บ้าน อีกฝ่ายคงยากจะมองนางในแง่ดีแล้ว!แม้จะรู้สึกผิดอยู่ในใจ ทว่าอู๋ชิงชิงกลับรู้สึกว่าแววตาที่เป็นเช่นนี้ของคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงช่างน่ารักน่าเอ็นดู น่าจ้องมองยิ่งนักถึงกระนั้นก็เถอะ มีเรื่องหนึ่ง ที่หากไม่ได้พูดออกมา นางก็คงไม่สบายใจ“น้องเซียงหรง หมากกระดานเมื่อครู่ หากเจ้าเอาจริงตั้งแต่แรก ข้าคงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ย่อยยับ” ข้อนี้เป็นสิ่งที่นางสมควรต้องยอมรับแม้หมากกระดานนี้จะดูสูสี ทว่าเมื่อลองตรองดูให้ดี ในยามนี้นางกลับรู้สึกว่า ที่ผลของหมากกระดานนี้ออกมาเป็นเช่นนี้ ล้วนเป็นเพราะน้องเซียงหรงต้องการให

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status