Share

5.ห่วงหรือ

last update Tanggal publikasi: 2025-10-06 23:37:51

จิ่นหรงได้แต่นั่งนิ่งมองชายาของตนอย่างชื่นชม  แต่ยังไม่ทันได้กล่าวอันใด  ตำหนักอันสวยงามก็พังครืนลงมา  และเป็นช่วงที่เหล่าองครักษ์ฝ่ายในดับไฟที่ประตูทางเข้าได้พอดี

“ฝ่าบาท! กระหม่อมขออภัยที่อารักขาล่าช้าพ่ะย่ะค่ะ”  หัวหน้าองครักษ์จินอู่เอ่ยพร้อมกับหมอบลงอย่างสำนึกผิด

“เรื่องสำคัญยามนี้ควรต้องรีบพาคนเจ็บไปรักษา รีบพาทุกคนออกไปจากที่นี่ก่อน”  จิ่นหรงออกคำสั่งเอง  ยามนี้ร่างกายเขาเริ่มกลับมามีแรงบ้างแล้ว  เพียงแต่มันยังไม่เต็มที่นัก  จากนั้นเขาก็หันมาหาร่างอรชรที่นอนแผ่หราบนพื้นหญ้า

“พระชายาเป็นอย่างไรบ้างเพคะ”  มู่หลิงรีบมาประคองผู้เป็นนายด้วยความเป็นห่วง  เพราะคิดว่าตันหยางหมดสติ  

ก่อนหน้านี้นางไม่ได้รับอนุญาตให้ตามเข้ามา  จึงต้องรออยู่ด้านนอกรวมกับองครักษ์ของรัชทายาท  

“หลินเอ๋อร์รีบดูน้องสิ”  ผู้เป็นย่าร้องเตือนด้วยความกังวล  เพราะเกรงหลานสะใภ้ตนจะหมดสติ  จิ่นหรงจึงรีบเข้ามาจับนาง  

“อื้อ…อย่ากวนคนจะนอน”  เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างขัดใจ  ทำให้ผู้ที่เป็นห่วงถึงกับส่ายศีรษะไปตาม ๆ กัน

“ดูท่าหยางเอ๋อร์คงจะเหนื่อยมาก  หลินเอ๋อร์เจ้าพาน้องกลับไปพักเถิด”  ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

จิ่นหรงจึงช้อนอุ้มเอานางขึ้นมา  ก่อนจะเดินตามกันไปที่ประตู  ซึ่งไฟรอบด้านยังคงลุกไหม้ราวกับมีคนเติมเชื้อเพลิงเข้าใส่  นี่ถ้าพวกเขาไม่ได้ถูกช่วยออกมาทันเวลา  ยามนี้คงตายอยู่ใต้ซากปะหลักหักพังที่กองสุมอยู่ตรงนั้นแล้ว

“ขอบคุณเจ้าที่ช่วยพวกเราไว้”  เขาเอ่ยแผ่วเบา  ถึงกระนั้นคนในอ้อมกอดก็ยังได้ยิน  และพึมพำตอบกลับมาว่า

“หากพระสวามีสำนึกก็พลีกายตอบแทนนะเพคะ” นางมิได้เอ่ยเปล่า  ทว่าใบหน้างามยังฝังลงที่ซอกคอเขาด้วย  

ร่างสูงจึงชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดินทันที

“มีอันใดหรือจิ่นเอ๋อร์”

“ปะ…เปล่าพ่ะย่ะค่ะ”  เอ่ยตอบบิดาแล้วเขาก็เดินต่อ  ส่วนคนในอ้อมแขนยามนี้นิ่งไปแล้ว  ไม่รู้หลับจริงหรือแกล้งกันแน่

ทว่าหลังจากวันนั้น  ตันหยางก็หมดสติไปถึงสองวันเต็ม

พอฟื้นมาก็ร้องหาแต่ของกินอย่างกับคนหิวโหย  มีพี่สาวอย่างมู่ตันหยงมาคอยดูแลและทำอาหารให้  

“ช้าหน่อย  ประเดี๋ยวก็ติดคอตาย”  ตันหยงเอ่ยเตือนเสียงอ่อน  พร้อมกับรินชาส่งให้เหมือนอย่างเคย

“ก็มันหิวนี่…อาหารในวังก็มีแต่รสชาติจืด ๆ สู้อาหารที่พี่หญิงกับพี่จินมู่ทำให้กินไม่ได้สักนิด”  เอ่ยบอกไปตามจริง

ผู้พี่จึงได้แต่ยิ้มเอ็นดู “เห็นแก่กินไม่เปลี่ยน”

ตันหยางยิ้มรับก่อนจะตั้งหน้าตั้งตากินจนอาหารตรงหน้าหมด  จากนั้นสองพี่น้องก็นั่งพูดคุยกันอยู่พักใหญ่  กระทั่งค่ำตันหยงก็ขอตัวกลับ  มิเช่นนั้นจะไม่ทันเวลาปิดประตูวัง

“กลับดีดีนะเจ้าคะ  แล้ววันพรุ่งไม่ต้องมาแล้วนะ  พี่กำลังตั้งครรภ์อยู่  เดินทางไปมาบ่อย ๆ มันไม่ดีต่อหลานข้า”  ตันหยางกำชับ  พร้อมกับยื่นมือออกมาลูบท้องพี่สาวอย่างเบามือ

“เลยสามเดือนแล้ว  ไปมาได้เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก  ทว่าช่วงนี้พี่ก็คงจะมาเยี่ยมเจ้าไม่ได้จริง ๆ การตรวจเข้มของวังหลวงแน่นหนาจนน่ารำคาญ  ตั้งแต่เกิดเรื่องคนของเราแทบจะต้องถอดอาภรณ์ออกทั้งตัวจึงจะเข้ามาได้”

“ขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ”  ตันหยางตาโต

ผู้พี่ก็พยักหน้าให้ “เจ้าต้องดูแลตัวเองนะ  พี่เกรงว่าคนชั่วที่หมายจะฆ่าล้างราชวงศ์อาจจะลงมืออีก”  

“ให้มันมาเถิด  น้องจะกวาดให้เรียบเอง”

ตันหยงหัวเราะอย่างขำขันก่อนจะเอ่ยว่า “แค่ถูกควันไฟยังหลับไปตั้งสองวัน  ยังจะอวดเก่งคิดกำจัดศัตรูอีกหรือ”

“พี่หญิง!  น้องไม่ได้หมดสติเพราะควันไฟเสียหน่อย  รู้หรือไม่ที่ทุกคนรอดมาได้ล้วนแต่เป็นน้องพาออกมานะ  อุตส่าห์ทำความดีกลับไม่มีใครเห็นเสียนี่”  ใบหน้างามค้อนขวับเข้าให้

“จริงหรือ?  ก็พี่ไม่รู้นี่  ไม่เห็นมีใครบอกเลย”  ตันหยงหันกลับมาหาคนสนิทน้องสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล

“บ่าวก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ  ตอนเกิดเรื่องพวกเราอยู่ด้านนอก  หลังจากดับไฟที่หน้าประตูได้ก็เห็นทุกคนนอนกองอยู่ในสวน  รวมถึงพระชายาด้วยเจ้าค่ะ”  มู่หลิงบอกไปตามที่เห็น

ตันหยงจึงหันกลับมาหาน้องสาว “แล้วเรื่องมันเป็นเช่นไร”

ตันหยางจึงบอกเล่าให้ทุกคนฟัง  และหนึ่งในนั้นก็มีอี้ฟานรวมอยู่ด้วย  หลังจากเกิดเรื่องเขาก็ได้รับคำสั่งให้อยู่อารักขาพระชายาที่นี่  แม้หานฟู่และมู่เฟิงจะบอกว่าไม่ต้องก็ตาม

“เจ้านี่นะ  ดีที่ร่างกายไม่มีบาดแผลอันใด”  

“น้องระวังตัวเก่งจะตาย  พี่หญิงอย่ากังวลเลย”

“ถึงอย่างนั้นเจ้าก็อย่าได้ประมาทเชียว  ภายหน้าไม่รู้คนชั่วเหล่านั้นจะลงมือเช่นใดอีก  ได้ยินท่านโหวกล่าวว่ามันอาจจะเป็นฝีมือคนจากราชวงศ์ก่อน  พวกมันคงไม่รามือง่ายๆ”

“ราชวงศ์ก่อนหรือ”

“อืม… ได้ยินว่ายังเหลืออ๋องต่างแซ่ที่เป็นบุตรนอกสมรสของพระอนุชาของฮ่องเต้ราชวงศ์ก่อนยังมีชีวิตอยู่  ยามนี้มีชันษาสามสิบแปดปีแล้ว  เทียบเท่ากับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันของเรา ไม่แน่ยามนี้เขาอาจคิดที่จะชิงบัลลังก์คืนก็เป็นได้”

“ชิงบัลลังก์คืน!”  คนในห้องส่งเสียงประสานกัน

“ใช่…ท่านโหวกล่าวว่าน่าจะยังมีขุนนางที่จงรักภักดีกับฝ่ายนั้นอยู่ ทว่ายังไม่อาจสืบรู้ได้ว่ามีใครบ้าง และเพลิงไหม้ครานี้  คาดว่าคนในน่าจะมีส่วนรู้เห็น  มิเช่นนั้นคงไม่เจาะจงเผาแค่ตำหนักไทเฮาที่เดียวเป็นแน่”  ตันหยงเอ่ยตามที่ตนรู้มา

“ถึงว่าตอนที่หนีออกมาคนข้างนอกล้วนแต่หมดสติ  ดูท่าพวกเขาไม่ถูกวางยาก็คงดมควันไฟมากไปกระมัง  ตอนที่ข้าได้กลิ่นคราแรกก็รู้ได้ทันทีว่ามันมีพิษทำให้อ่อนแรง  จึงรีบสะกัดลมหายใจแล้วก็กินยา  มิเช่นนั้นคงหาวิธีพาคนอื่นออกมาไม่ได้แน่  ดีนะที่ข้าไหวตัวทัน  อ๊ะ!... พี่หญิงตีข้าทำไม”

“เจ้านี่ะ  ยังจะมาชื่นชมตนเองอีก  เกือบจะตายแล้วแท้ ๆ”

“โอ๋ ๆ น้องสาวพี่ไม่ตายง่าย ๆ หรอกเจ้าค่ะ  ท่านยมบาลเกรงว่าข้าจะไปป่วนยมโลก  เขาไม่กล้ามารับตัวข้าหรอกเจ้าค่ะ”  คนน้องยังคงเอ่ยติดตลก  สร้างเสียงหัวเราะเอ็นดูตามมา

รวมถึงคนที่ยืนอยู่มุมประตูในยามนี้ด้วย

“จะไม่เข้าไปหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่ล่ะ  นางสบายดีแล้วไม่มีอันใดให้ต้องกังวล  ข้าจะไปหารือกับองครักษ์เกราะดำ”  สิ้นคำร่างสูงก็เดินจากไป  

ส่วนด้านในก็ยังคงพูดคุยกันต่อจนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องกลับแล้วจริง ๆ สองพี่น้องจึงบอกลากันอีกหน

“เจ้าต้องระวังตัวให้มากนะ”  ตันหยงกำชับ

“ข้ารู้น่า  พี่ห่วงคนที่คิดมาทำร้ายข้าดีกว่านะ”

“ชิ”  ผู้พี่ค้อนขวับเข้าให้  “พี่ไปนะ  ยังต้องส่งคนออกตามหาไป่ฮวาอีก  ท่านย่ากับลุงไป่ห่วงนางจะแย่”  

“ยังหาตัวไม่พบอีกหรือ”

“ยัง…ไม่รู้หายไปได้อย่างไร  นางก็ไม่น่าจะมีศัตรูที่ไหน  ทว่ากลับถูกพาตัวออกไปจากร้านทั้งที่เวรยามก็มีเฝ้าอยู่แท้ ๆ”

“พี่ไป่ฮวาเป็นคนดี  สวรรค์ย่อมคุ้มครองนาง  พี่ก็อย่าเป็นกังวลให้มาก  อย่าลืมว่ายามนี้กำลังตั้งครรภ์อยู่นะเจ้าคะ  เรื่องไหนที่วางลงได้ก็วางลงเสีย  ปล่อยให้มันเป็นไปตามชะตากรรมของแต่ละคนไปเถิด  ยามนี้เราต้องดำเนินชีวิตด้วยตนเอง  มิใช่ตัวละครที่ถูกกำหนดให้เล่นตามบทบาท  พี่ไป่ฮวานางเป็นคนฉลาด  ย่อมไม่มีวันแพ้พ่ายให้ภัยอันตรายแน่นอน”

ตันหยงพยักหน้ารับ “พี่ก็หวังให้เป็นเช่นนั้น”  สองพี่น้องยิ้มให้กันก่อนจะแยกจากจริง ๆ เพราะยามนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว

เมื่อพี่สาวออกไป  ตันหยางก็กลับมานั่งเล่นบนเก้าอี้ตัวยาวที่นางสั่งทำขึ้นและใช้งานมานานแล้ว  ช่วงที่ต้องเข้ามาเรียนรู้ขนบธรรมเนียม  นางก็สั่งให้คนเอามันเข้ามาด้วย  พอย้ายมาอยู่ที่นี่คนสนิทก็ไปยกมาไว้ที่ระเบียงหน้าตำหนัก

“ใต้เท้า  ท่านมีนามว่ากระไรหรือ”  ตันหยางคิดว่ามันได้เวลาที่นางจะต้องรู้จักกับคนในจวนนี้แล้ว

“กระหม่อมอี้ฟานพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นใต้เท้าอี้ฟาน  ท่านกลับไปอารักขารัชทายาทเถิด  ข้ามีองครักษ์ดูแลอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องมีเพิ่ม  เพราะยามนี้คนที่ควรอารักขาคือพระสวามีข้ามากกว่า”  

“ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ  รัชทายาททรงเป็นห่วงพระชายา ไม่มีทางให้พระองค์อยู่กับองครักษ์ไม่กี่คนแน่”  อี้ฟานรีบบอกเหตุผล

“นายของเจ้ารู้จักห่วงข้าด้วยหรือ”  ริมฝีปากอิ่มยกมุมขึ้น เพราะไม่ค่อยเชื่อคำของอีกฝ่ายสักเท่าไหร่

 

 

 

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   30. ความสุขของต่วประกอบ

    สายวันใหม่…จิ่นหรงก็พาชายารักตนกลับเข้าวัง เพราะการอยู่ข้างนอกนาน ๆ ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำในช่วงเวลานี้เมื่อมาถึงตำหนักทั้งคู่ก็พบกับสนมชิงที่นั่งรออยู่ในศาลา คาดว่าเมื่อวานนางก็คงมารอพวกเขาด้วยกระมังพอตันหยางเห็นอีกฝ่าย จึงนึกขึ้นได้ว่าสนมชิงผู้นี้มีเรื่องต้องการพูดกับพระสวามี นางจึงพารัชทายาทเดินมาด้วย“ถวายพระพรรัชทายาทและพระชายาเพคะ” ชิงอวี้หรูย่อตัวให้ทั้งสอง ก่อนจะมองมายังตันหยางเป็นเชิงถาม“เจ้าพูดเลย” ตันหยางเอ่ย เพราะนางไม่อยากกล่าวเอง เกิดอีกฝ่ายบอกไม่ใช่ ตนคงถูกมองว่ามีใจริษยาเป็นแน่“ว่ามา เจ้าอยากได้สิ่งใด” จิ่นหรงถามเสียงเรียบ เมื่อเห็นท่าทางอึกอักเป็นกังวลของสนมตัวน้อยที่มีมากเหลือเกิน“หม่อมฉันอยากให้รัชทายาททรงปลดหม่อมฉันเพคะ หม่อมฉันไม่อยากเป็นสนมพระองค์แล้ว” สิ้นคำนางก็พ่นลมแรงๆ“ก็แค่นี้เอง เหตุใดต้องทำเหมือนเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ได้ เช่นนั้นวันพรุ่งข้าจะจัดให้ ไม่ต้องห่วงข้าจะหาสามีดีดีให้เจ้าเอง ว่าแต่เจ้าพึงใจใครบ้างหรือไม่” จิ่นหรงถามเสียงอ่อนลงตันหยางจึงหันมาหาสตรีตัวเท่ากัน ทว่าบัดนี้นางกลับเอาแต่ก้มหน้าและมีท่าทางเขินอายจนสองสามีภรรยาต้องขมวดคิ้ว“ทำหน้าเ

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   29. หลงจนโงหัวไม่ขึ้น

    ตันหยางขมวดคิ้วด้วยความมึนงง เพราะเท่าที่นางทราบ แม่ทัพที่เก่งกาจของแคว้นก็มีอยู่สองคนหลัก ๆ นั่นคือพี่ชายนางและแม่ทัพเล่ย ที่เหลือก็เป็นแม่ทัพที่กุมอำนาจเอาไว้เพื่อให้มันสมดุล ฝีมือยังอ่อนหัดหากเทียบกับแม่ทัพทั้งสอง“หมายความว่าอย่างไรเพคะ หากมิใช่พี่ชายหม่อมฉันผู้ใดจะนำทัพ แม่ทัพเล่ยหรือเพคะ หรือพระองค์จะยกทัพไปเอง เสด็จพ่อจะยอมหรือเพคะ” ตันหยางมองสามีอย่างฉงนจิ่นหรงยิ้มก่อนจะตอบให้นางเบาใจ เพราะยามนี้คิ้วงามผูกกันเป็นปมแล้ว “เสด็จอาจะเป็นผู้นำทัพเอง”“เอ๋! ฉินอ๋องมิได้ทรงวุ่นอยู่กับการสร้างเขื่อนหรือเพคะ แล้วพระองค์จะทรงนำทัพได้เยี่ยงไรกัน” นางยังถามต่อ“ไม่ผิด เสด็จอายังคงวุ่นวายกับการสร้างเขื่อนอยู่ ทว่าหากต้องรบกันจริง ๆ เสด็จอาจะเป็นผู้นำทัพเอง เอาล่ะ… อย่าใส่ใจเรื่องไกลตัวเลยนะ วางสิ่งที่เจ้ากังวลลงเถิด สงครามมิใช่จะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ แต่ถ้ารบจริงเราก็ไม่มีทางแพ้แน่”“ทรงมั่นใจเหลือเกินนะเพคะ” ตันหยางคว่ำปากใส่ท่าทางของพระสวามี ก่อนจะตีเข้าที่อกเขาอย่างหยอกเย้า“แน่นอนสิ ก็ข้างกายพี่มีชายาที่แสนเฉลียวฉลาดอยู่ด้วย ทำสิ่งใดก็ย่อมสำเร็จอยู่แล้ว” จิ่นหรงขยับตัวโยกไปมา ทำให้ร่างเ

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   28. ไม่ยอมห่าง

    หลังจากวันนั้น คนที่บอกว่าจะค้างแรมที่เรือนชายาเพียงแค่สามวัน กลับไม่ยอมทำอย่างที่พูดเอาไว้ และเหมือนยามนี้ องค์รัชทายาทจะไม่ยอมห่างชายารักของตนเลยแม้แต่ยามหารือวางแผน เขาก็ยังพานางมานั่งข้าง ๆ ด้วยณ ห้องโถงในเรือนลับของรัชทายาท ยามนี้มีขุนศึกสามคนร่วมหารืออยู่ หนึ่งคือฟู่อินโหวผู้ชำนาญการรบ ทว่าตั้งแต่รับตำแหน่งโหว เขาก็ไม่ค่อยได้ลงสนามสักเท่าไหร่ หากไม่มีศึกสงคราม ก็จะช่วยราชสำนักเสียมากกว่า ส่วนอีกสองคนคือ แม่ทัพเล่ยซีกวนและแม่ทัพมู่ตานชุย พี่ชายของพระชายามู่ตันหยาง และยังมีหัวหน้าองครักษ์ทั้งสองหน่วยรวมอยู่ด้วย “น้องหญิงบอกว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งเคยคุ้มกันสินค้าให้กับอ๋องลี่จาง สถานที่รับของอยู่ที่เมืองเจียง ฉะนั้นพวกมันต้องผลิตอาวุธอยู่ระแวกใกล้เคียงเป็นแน่” จิ่นหรงเอ่ยบอกแม่ทัพทั้งสอง ซึ่งยามนี้กำลังเดินวนรอบโต๊ะตัวใหญ่ที่ถูกยกเอามาตั้งไว้เป็นแผนผังเพื่อใช้ในการสำรวจดูว่าจุดไหนจะเป็นตำแหน่งผลิตอาวุธ“กระหม่อมอยู่ใกล้เมืองนี้ เมื่อกลับไปแล้วจะส่งทหารเข้ากวาดล้างทั่วทุกมุมมืองทันทีพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพเล่ยเอ่ยขึ้น“หากเราลงมือกวาดล้างจะไม่เป็นผลเสียมากกว่าดีหรือท่านแม่ทัพ” ซ่งเทียนทักท

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   27. ปรับความเข้าใจ

    ตันหยางครุ่นคิดถึงเรื่องที่ตนเคยได้ยินมาในช่วงที่เดินทางคุ้มกันสินค้า ซึ่งตนต้องพบเจอผู้คนมากมายหลากหลายประเภท และสาเหตุที่นางรู้เรื่องนี้ก็เพราะคนงานตนมีแต่บุรุษ บางคราพวกเขาก็พูดคุยถึงเรื่องสัปดนเหล่านี้ตามประสา และคนงานหนุ่มผู้หนึ่งก็เคยประสบปัญหาเฉกเช่นที่รัชทายาทพบเจอมา ต่างกันแค่ชายผู้นั้นไม่ได้หยุดเพียงเพราะมันเจ็บ ยามเมื่อมีโอกาสมีเงินพวกเขาก็ชักชวนกันไปหอนางโลมเช่นเคยแต่แล้วเหตุใดกันคนที่มีสตรีรายล้อมมากมายอย่างองค์รัชทายาทถึงได้เข็ดขยาดกับเรื่องพวกนี้กันเล่าแล้วมันเพราะเหตุใดกัน วันนี้ไยเขาถึงได้ยอมทำกับนาง เพราะอารมณ์มันชักนำให้เขาอยากลองอีกสักครั้งกระนั้นหรือ‘ถามดีไหมนะ’ ตันหยงมองหน้าเขา แววตานางมันสื่อความต้องการอย่างชัดเจน ผู้เป็นสามีจึงยิ้มอ่อนส่งให้“สงสัยอันใดอีกฮึ” น้ำเสียงเขาอ่อนโยนัก ตันหยางจึงยิ้มแป้นให้เขา ก่อนจะพ่นลมหายใจแรงแล้วเอ่ยถามออกไป“แล้วเหตุใดวันนี้รัชทายาทถึงได้ทำกับหม่อมฉัน ทั้งที่ในใจยังคงหวาดกลัวว่ามันจะเจ็บเพคะ” ถามจบนางก็รู้สึกโล่งจิ่นหรงนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยบอกสิ่งที่เขาคิดให้ชายาตัวน้อยฟัง “พอคิดว่าทำกับเจ้า พี่ก็ไม่รู้สึกกลัว คิด

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   26. มีเหตุผล

    แม้จิ่นหรงจะบอกกับชายาตนว่าไปที่เตียง ครั้นเมื่อเขากระเตงนางขึ้นกลับไม่ยอมก้าวเดิน เพราะท่วงท่าที่เป็นอยู่มันชวนให้เขาอยากขยับทำอย่างอื่นมากกว่า“อื้อ… เสด็จพี่เช่นนี้มัน อ๊ะ!... อ่า…” ตันหยางเผลอครางเมื่อร่างแกร่งขยับตัวนางโยกขึ้นลงอย่างเชื่องช้าจิ่นหรงยกยิ้มเมื่อได้ยินเสียงชายาตัวน้อยตนครางหวาน พร้อมกันนั้นเขาก็ร้องขอบางอย่างกับนาง“อ่า…น้องหญิงจูบพี่ที พี่ต้องการลิ้นของเจ้า”ตันหยางสบสายตาเว้าวอนของพระสวามี พรางขยับเข้าหาราวกับกำลังต้องมนต์ นางทำตามที่เขาเอ่ยอย่างว่าง่าย อึดใจต่อมา เสียงจูบผสานกับเสียงเนื้อกระทบกันด้านล่างก็ดังมาให้ได้ยิน มันช่างน่าขนลุกนัก ทว่ากลับเป็นที่ถูกใจผู้ที่ยืนเสยแท่งหยก เพราะเสียงนี้มันกระตุ้นกำหนัดได้ดีเหลือเกิน ยิ่งเขาก้าวเดินไป ร่างกายของทั้งคู่ก็เหมือนจะหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อร่างกำยำเปลือยเปล่าพาชายามาหยุดที่โต๊ะมุมห้องจิ่นหรงก็ไม่รีรอที่จะขยับสะโพกหนาเข้าหานางในท่วงท่าที่ดูหยาบโลนยิ่งนัก มองจากด้านหลังจะเห็นเพียงส่วนขาเรียวขาวอ้าออกกว้าง ร่างกายเย้ายวนของตันหยางถูกบังปิดด้วยร่างกำยำเปลือยเปล่า ซึ่งยามนี้มันกำลังขยับเข้าใส

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   25. ข้าขอนะ

    ตันหยางทิ้งเวลาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนรู้เรื่องที่เขาลอบขโมยจูบนาง เมื่อผ่านไปหนึ่งจิบชานางก็แสร้งขยับร่างกาย“ตื่นแล้วก็ขึ้นเถิด ประเดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาได้”“เอ๋! นี่หม่อมฉันหลับไปหรือเพคะ” นางถดตัวค่อย ๆ ถอยออกจากตัวเขา ทว่าแขนแกร่งกลับรั้งไว้“จะรีบไปไหน” จิ่นหรงยกยิ้ม แววตาที่เขามองนางดูมีเลศนัยอย่างไรชอบกล มิหนำซ้ำเขายังรั้งเอานางเข้ามาใกล้อีก ซึ่งครานี้มันต่างจากคราก่อน เพราะทั้งคู่หันหน้าเข้าหากัน“มะ… มีอะไรหรือเพคะ” มือขาวยกขึ้นดันอกเปลือยเปล่าของเขาทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างระคนตื่นตระหนก เมื่อมือเรียวเลื่อนจากรั้งเอวมาจับท้ายทอยตนตรึงไว้ใบหน้าเขาเริ่มขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ และนางก็ออกแรงดันเขาตามสัญชาตญาณความตื่นกลัว แต่ไหนเลยคนที่ปรารถนาริมฝีปากนุ่ม ๆ จะยอมหยุดการกระทำ ในที่สุดมันก็แนบสัมผัสกันอย่างใจเขาต้องการ ส่วนอีกคนก็ตาโตไปแล้วจิ่นหรงในยามนี้มิอาจห้ามใจตนได้จริง ๆ หลังจากเขาได้สัมผัสความนุ่มหยุนครั้งหนึ่ง เขาก็ไม่อาจทนมองเพียงอย่างเดียวได้อีก หากไม่ทำให้นางรู้ ภายหน้าคงยากที่จะได้เชยชมอีกพอได้ลิ้มลอง เขาจึงไม่หยุดแค่การประกบปากแนบชิด เมื่อนางเริ่ม

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   3.ไม่เป็นดั่งหวัง /2

    ร่างสูงของเจ้าบ่าวได้หยุดยืนที่กลางห้องราวกับชั่งใจ แต่ความเป็นจริงจิ่นหรงกำลังตื่นเต้นต่างหาก“นี่ท่าน…” มู่หลิงเห็นอีกฝ่ายก็ยกนิ้วชี้หน้า“อย่าเสียมารยาท คนผู้นี้คือรัชทายาท” มู่เฟิงรีบเอ่ยบอกน้องสาวของตน ก่อนที่นางจะทำกิริยาหยาบคายใส่“ระ…รัชทายาทหรือ” คนตื่นตระหนกยังคงไม่เชื่อ“เรื่องอื่น

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   2.ใม่เป็นดั่งหวัง/1

    ณ ชานเมืองผิงทิศทางตะวันออกของแคว้นหนาน ที่นี่ถือว่าเป็นเมืองใหญ่พอสมควร เพราะอยู่ห่างเมืองหลวงแค่เพียงครึ่งวันเท่านั้น ทว่าต้องควบม้ามาจึงจะถึงได้ไวเช่นนี้ หากนั่งรถม้าก็ต้องใช้เวลาเกือบวันจึงจะถึงตัวเมืองและที่นี่ก็คือบ้านเกิดเมืองนอนของ ‘มู่ตันหยง’ บุตรสาวคนรองของโหราจารย์มู่ซางฉี ทว่ายาม

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   1.บทนำ

    บทนำ...เสียงควบม้าอย่างเร่งรีบยังคงดังก้องป่า ราวกับกลุ่มคนเหล่านี้กำลังตามล่าใครสักคน ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้น พวกมันกำลังตามเอาชีวิตใครคนหนึ่งที่กำลังควบม้าหนีตาย“ตามมันให้ทัน โอกาสดีเช่นนี้มิได้หาง่าย ๆ” เสียงตะโกนดังขึ้นตามหลัง พร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังตามมาส่วนกลุ่มคนด้านหน้าควบม้า

  • ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]   4.สังหารด้วยเพลิง

    ตันหยางยืนจ้องพระสวามีที่มองตนด้วยแววตานิ่งเรียบ “พระองศ์คงไม่คิดจะให้หม่อมฉันนอนพื้นกระมัง”“เจ้าบอกเองว่าจะนอนตรงนั้นมิใช่หรือ”“ก็แค่ลมปากทรงเชื่อหรือเพคะ ขยับไป…หากไม่ขยับหม่อมฉันจะนอนทับพระองค์นะเพคะ” ตันหยางบอกกล่าวเสียงจริงจัง ผู้เป็นสามีจึงรีบทำตามที่นางบอก เพราะเขาเชื่อว่านางต้องทำจริง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status