مشاركة

2

last update تاريخ النشر: 2026-08-05 21:28:45

เรียวขาสวยก้าวมั่นคงไปยังประตูห้องนอน มีป้ายสีฟ้าห้อยไว้ตรงกลาง ‘ภูมิ&ภีม’ ยามนี้เจ้าแฝดคงหลับปุ๋ยกันแล้ว แต่คนเป็นแม่อดไม่ได้ที่ต้องเข้ามาดูด้วยตาตัวเอง

ภูมินทร์และภูเบศวร์อายุเจ็ดขวบแล้ว เจ้าลูกลิงทั้งสองเริ่มเรียกร้องขอแยกห้องนอน ขี้คร้านจะร้องไห้หากันเสียมากกว่าหากได้แยกห้องจริงๆ เธอหมุนลูกบิดอย่างเบามือ ดวงตาอ่อนโยนทอดมองไปยังเตียงนอนสองชั้นที่ทำมาจากเนื้อไม้อย่างดี ส่ายศีรษะน้อยๆ เมื่อเห็นแฝดคนน้องหลับคาหนังสือการ์ตูน

เธอเขย่งปลายเท้าเอื้อมมือหยิบหนังสือออกจากใบหน้าลูกชายคิดว่าตนทำเบาที่สุดแล้วเชียว ทว่าภูเบศวร์ดันกะพริบตาขึ้นมามองหน้ากัน

“แม่...วันนี้น้องกัดนิ้วภีม” ดารินยิ้มเอ็นดู เห็นหน้าแม่ไม่ได้เป็นอันต้องมีเรื่องฟ้องทุกครั้งไปสินะ

“เจ็บมั้ยคะ เดี๋ยวแม่จะบอกน้องให้นะว่า ทำแบบนี้ไม่ดี นอนเถอะคนเก่ง แม่ไม่กวนแล้ว”

ภูเบศวร์พยักหน้าขึ้นลงดวงตาเรียวรีค่อยๆ ปรือลง ง่วงก็ง่วง อยากฟ้องก็อยากฟ้อง ไม่นานนักก็กลับเข้านิทราตามเดิม เธอยิ้มให้ลูกชายจากนั้นยอบตัวนั่งลงข้างขอบเตียงสำรวจใบหน้าแฝดคนพี่

เพราะลูกชายคนโตนอนเตียงชั้นล่างจึงสังเกตกันได้ถนัดตา ภูมินทร์เหมือนตัวจะยืดขึ้นด้วยปลายเท้าที่เริ่มเลยเสาเตียง เห็นทีเร็วๆ นี้คงได้แยกห้องกันสักทีนะ

เด็กชายหลับลึกมากแม้มารดาก้มลงจุ๊บหน้าผากก็ไร้วี่แววจะตื่น ดารินลุกขึ้นกดสายตามองของเล่นกระจัดกระจายบนพื้นห้องถึงจะส่ายหน้าเหนื่อยหน่ายใจ ทว่ามุมปากกลับแต้มรอยยิ้มเสมอ เธอก้มลงเก็บของชิ้นเล็กชิ้นน้อยใส่ตะกร้าถึงค่อยเดินออกมาพร้อมปิดประตูลงแผ่วเบาถัดไปอีกสี่ก้าวเป็นห้องนอนของการันต์

การันต์มีนิสัยขี้อ้อนติดแม่ ติดคนเลี้ยง ดังนั้นตอนแง้มประตูห้องก็เห็นร่างท้วมของป้าแววนอนอยู่บนฟูกผืนบางด้านล่าง ดารินไม่ติดหากป้าแววจะขึ้นไปนอนกับการันต์ ทว่าป้าแววให้เหตุผลว่าหล่อนถนัดนอนพื้นเสียมากกว่า เพราะเคยชินมาตั้งแต่ตอนเป็นสาว

เมื่อเห็นว่าลูกชายคนเล็กหลับไปแล้ว เธอก็ค่อยๆ ปิดประตูลงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ ดวงตากลมทอดมองพื้นด้านล่างอย่างเหม่อลอยความจริงแล้วเพียงประวิงเวลาด้วยไม่อยากเจอหน้าใครบางคน

‘ไสหัวไปไหนก็ไป’

กี่ครั้งแล้วนะที่ถูกเขาไล่ แต่เธอก็ยังหน้าด้านหน้าทน...

ตอนเปิดประตูห้องเข้ามาเธอไม่เห็นแม้แต่เงาของสามีเดาว่าคงออกไปข้างนอกอย่างที่ชอบทำยามเรามีปากเสียงกัน เป็นเรื่องปกติของบ้านหลังนี้ สาวใช้ย่อมรู้ดีกว่าใคร คุณผู้ชายกับภรรยาของเขายามอยู่ต่อหน้าคนอื่นรักกันปานจะกลืนกิน ทว่าหลังบ้านนั้นนับคำได้ที่จะคุยกันดีๆ

ดารินอยู่ในชุดผ้าคลุมอาบน้ำสีขาวหลังเหยียดตรง ดวงตาเฉยชาจ้องมองภาพสะท้อนตนเองในกระจกหลายปีมานี้มีบางสิ่งบางอย่างไม่เหมือนเดิม

เธอเคยสดใส...เคยมีไฟในการใช้ชีวิตแต่บัดนี้ถูกทดแทนด้วยสายตาเรียบเฉยและเย็นชาแทบไม่เหลือเศษเสี้ยวความสุขมีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ชีวิตยังมีความหมายก็คือลูกชายทั้งสามผู้เป็นดังแก้วตาดวงใจ

เอาเถอะชีวิตมันก็บัดซบแบบนี้แหละ

ประโยชน์ของเครื่องสำอางนอกจากจะใช้ประทินโฉมเพื่อความสวยงามก็ยังปกปิดร่องรอยไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย มือเรียวดุจลำเทียนหยิบสำลีแผ่นสำหรับเช็ดเครื่องสำอางขึ้นมาปาดบนใบหน้าออกแรงเพียงแผ่วเบาความหนาเตอะของรองพื้นก็ถูกลอกคราบหมดจด

ผิวหน้าที่สมควรจะเนียนไร้จุดด่างพร้อยกลับมีรอยประทับขึ้นรูปเรียวนิ้วแดงก่ำอย่างน่าอนาถใจ...

ไปสปาอะไรกันเธอก็แค่ไปเป็นสนามอารมณ์ให้บิดามาเท่านั้นเอง ปัญหาเดิมๆ วนเวียนไม่รู้จบ

ชัชวาลย์มักไหว้วานลูกสาวให้มาเกลี้ยกล่อมสามีเรื่องเงินทุนก้อนใหญ่สำหรับทำบ้านจัดสรร...ท่าดีทีเหลว ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่างรู้ดีแก่ใจว่าพ่อไม่ได้ต้องการทำโครงการอะไรนั่นจริงๆ พ่อก็แค่เข้าบ่อนติดพนันเป็นหนี้ก้อนใหญ่ คงอยากจะได้เงินทุนไปหมุนเวียนเสียมากกว่า ไม่กล้ายุ่งกับเงินบริษัทเพราะอาจถูกสามีลูกสาวตรวจสอบได้เนื่องด้วยเมฆินทร์เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็นับตั้งแต่ชัชวาลย์ปลดจากการเป็น สส.เขาก็ขายหุ้นบริษัทให้ลูกเขยเกือบหมด

หากจะมีใครสักคนที่ทำให้ดารินถูกครหาว่าเป็นผู้หญิงหน้าเงินก็คงไม่พ้นพ่อบังเกิดเกล้าของเธอนี่เอง

‘ผัวแกรวยตั้งขนาดนั้น เงินแค่ยี่สิบล้านขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก เผลอๆ ให้มากกว่าที่ขอด้วยซ้ำ’

‘พ่อรู้มั้ย แค่ทุกวันนี้ดากับเขาก็แทบมองหน้ากันไม่ติดอยู่แล้ว อาทิตย์ก่อนพ่อก็ได้ไปสามล้านยังไม่พอใจอีกเหรอ เงินมากมายขนาดนั้นเอาไปทำอะไรหมด’

‘แหม...นังลูกไม่รักดี ตัวเองสบายแล้วนี่ก็พูดได้หัดนึกถึงบุญคุณกันเสียบ้าง ถ้าไม่ได้ฉันออกหน้าให้ลูกชายฝาแฝดของแกคงไม่ได้ลืมตามาดูโลกใบนี้หรอกทำตัวเหลวแหลกท้องตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ โชคดีแค่ไหนที่พ่อของเด็กเป็นเจ้าเมฆน่ะ’

‘คุณคะ พูดอะไรน่ะ’ คุณหญิงกำไลปรามสามีแต่เห็นทีไม่ได้ผล

‘ต่อให้พ่อของเด็กไม่ใช่เมฆินทร์ โชติพิสุทธิ์เมธา ดาก็เลี้ยงของดาได้!’

‘และพ่อก็ไม่มีสิทธิ์มาพูดว่า ใครสมควรหรือไม่สมควรลืมตาดูโลก!’

เพียะ!

‘ว้าย คุณชัช! อย่าทำลูกหยุดเดี๋ยวนี้นะ’

ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุชัชวาลย์เตรียมง้างฝ่ามือฟาดอีกหนแต่ถูกภรรยาเข้ามาขวางเสียก่อน

‘หลบไปคุณหญิง ผมชักทนไม่ไหวกับมันแล้วนะ ทั้งปากดี ปากเก่ง ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างแกจะไปรู้อะไร โลกภายนอกมันไม่ได้สดใสเหมือนการ์ตูนดิสนีย์ที่แกชอบดูหรอกนะนังดาแกบอกว่าแกเลี้ยงได้ ขี้คร้านสุดท้ายก็ต้องซมซานกลับมาหาแม่แกอยู่ดี’

‘แล้วยังไงคะสุดท้ายดาก็ไม่ได้กลับมาขอตังค์พ่อใช้สักนิด’

‘น้องดาพอแล้วลูกอย่าเถียงคุณพ่อ’

ดารินกัดฟันกรอดความเจ็บปวดบนใบหน้าเทียบไม่ได้กับอารมณ์เดือดดาลในอกยามนี้

ชัชวาลย์หายใจเข้าออกจนหน้าอกกระเพื่อมไหวไปหมดเส้นเลือดขึ้นปูดโปนตามข้างขมับโมโหลูกสาวจนลมแทบจับไม่เคยมีเลยสักครั้งที่มันจะได้ดังใจกันตอนแต่งงานก็ทำอิดออดทั้งที่ตัวเองก็อุ้มท้อง

อวดดีทำเป็นรักศักดิ์ศรีทั้งที่อ้าขาให้ไอ้เมฆมันเอาเองแท้ๆ

‘งั้นก็ดี ถ้าแกขอเงินมันไม่ได้ฉันก็ไม่เอา แต่ไอ้มูลนิธิบ้านเด็กกำพร้าที่แกขอให้ฉันก่อตั้งก็ไม่ต้องสร้างมันต่อหรอก เงินที่แกลงไปฉันจะถือว่าทุกอย่างเป็นอันโมฆะ’

‘คุณชัช!’ คุณหญิงกำไลไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง รู้กันดีว่าดารินลูกสาวของเธอตั้งใจทำโครงการนี้มากแค่ไหนกินเวลาไปหลายปีก็ยังไม่มีทีท่าจะเสร็จ

ผิดที่ดารินหัวอ่อนไม่ทันคนมากประสบการณ์อย่างชัชวาลย์ชื่อนายทุนและผู้ก่อตั้งทุกอย่างจึงเป็นของบิดาทั้งที่คนลงเงินคือเธอแท้ๆ

‘พ่อทำแบบนี้ไม่ได้ นั่นมันเงินดา!’

‘แกน่ะมันโง่นังดามีผัวรวยเสียเปล่า แต่ไม่คิดจะปอกลอกมันแค่ฉันวานให้ไปหยิบยืมมานิดๆ หน่อยๆ ดันหน้าบางซะงั้นอยากจะรู้จริงเชียวตอนอ้าขาให้มันเอาทำไมแกไม่หน้าบางอย่างนี้บ้าง’

‘พอแล้วคุณชัช หยุดพูดจาน่าเกลียดใส่ลูกสักที’

‘ก็จนกว่ามันจะหาเงินมาให้ผมได้นั่นแหละ... แล้วก็จำเอาไว้นะนังดา แกน่ะถ้าไม่ได้เป็นลูกฉันก็อย่าหวังว่าจะได้เป็นสะใภ้บ้านโชติพิสุทธิ์เมธาเลย’

ก็คงจะจริงอย่างพ่อเธอกล่าวไว้นั่นแหละถ้าเธอไม่ใช่ลูกสาวชัชวาลย์อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรป่านนี้ชีวิตเธอกับลูกก็คงไม่ได้เชิดหน้าชูตาในบ้านโชติพิสุทธิ์เมธา แล้วเป็นแบบนี้จะให้เธอกล้าขอตังค์สามีได้อย่างไรแค่เห็นหน้าก็เป็นอันต้องทะเลาะกันทุกที...

ช่วงกลางดึกสงัดใครบางคนค่อยๆ แง้มประตูห้องอย่างเงียบเชียบ

เมฆินทร์เดินไปยังโซนห้องแต่งตัวที่ออกแบบคล้ายตัวยู เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ดกลิ่นเหล้าคละคลุ้งติดตามร่างหนาหลังจากทะเลาะกับภรรยาเขาก็ออกไปดื่มเหล้าบ้านเพื่อนสนิทอย่างอัคนี เพราะไม่อยากเห็นใบหน้าสวยๆ ให้ต้องรำคาญใจ

ผู้หญิงอะไรปากเก่งจริงๆ วาสนาเขาคงได้เห็นแม่นั่นสงบเสงี่ยมแค่ตอนออกงานสังคมเท่านั้นแหละ เธอบอกว่าทำหมัน คิดแล้วก็ยังโมโหไม่หาย มีลูกด้วยกันถึงสามคนจะมีอีกสักคนมันจะเป็นไรวะ เบื่อจะคุย เบื่อจะทะเลาะ หรือถ้าหากวันหนึ่งดารินคิดจะไปจากกันจริงๆ ก็ขอบอกไว้เลยว่า...

ไปได้แต่ตัวเท่านั้นละ ทรัพย์สินสักแดงเดียวก็จะไม่ได้ แม้แต่ลูกชายทั้งสามคนเขาก็จะไม่ให้

เมฆินทร์ใช้เวลาอาบน้ำเพียงไม่นานบวกกับอาการกรึ่มๆ จึงค่อนข้างตาพร่าเบลอ ยามเคลื่อนปลายเท้าไปยังเตียงก็มองเห็นร่างอรชรขดตัวนอนบนเตียงกว้าง

ไม่รู้นึกยังไงถึงเดินไปทรุดตัวนั่งลงพิจารณาเสี้ยวหน้าภรรยาอยู่นานสองนาน เมียเขาเป็นคนตาดุ ทั้งยังชอบมองกันอย่างหยิ่งยโสยามหลับก็ดูไร้พิษสงอยู่หรอก ทว่าตอนมีสติก็น่าทุบใช่เล่น 

บางทีก็สงสัยตัวเองเหมือนกัน เขาทนอยู่กับผู้หญิงคนนี้ได้ยังไงจะเข้าสู่ปีที่แปดแล้วที่เราใช้ชีวิตด้วยกัน พูดกันดีๆ เห็นทีจะนับครั้งได้

หรือเขาถูกเล่นของใส่กันแน่ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่หรอก...ตัวแปรของการอยู่ร่วมกันก็คงเป็นเพราะลูกนั่นแหละคือใจความสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด

ร่างสูงเดินอ้อมไปยังเตียงอีกฝั่งล้มตัวนอนจนฟูกยวบตัวลงหันซ้ายทีขวาทีเดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่งท่าทีงุ่นง่านทำให้ใครบางคนถอนหายใจออกมาเสียงดัง 

“ยังไม่นอนอีกหรือไง” เขาถามเสียงห้วน

ดารินกลอกตา ถามมาได้ว่ายังไม่นอนอีกเหรอตัวเองเล่นดิ้นไปมาขนาดนี้ต่อให้ง่วงแค่ไหนใครมันจะไปหลับได้ลง

เมฆินทร์เม้มปากจนแล้วจนเล่าภรรยาก็ไม่ยอมตอบคำถามอาจจะยังไม่หายโกรธกัน เขาจึงเปลี่ยนท่าใหม่หันตะแคงข้างนอนจ้องแผ่นหลังบางไล่ขึ้นไปถึงท้ายทอยขาวเนียนยามกระทบแสงสลัวจากโคมไฟข้างหัวเตียงภาพในการมองเห็นทำใจเขาวาบหวิว จู่ๆลำคอแห้งก็ผากจนต้องเผลอกลืนน้ำลายดังอึก...

ท่อนแขนแข็งแรงพาดเอวคอดอย่างถือวิสาสะหลับตานิ่งรอดูอากัปกิริยาของสาวเจ้า ไม่ขยับเขยื้อนสักนิด หรือว่าจะหลับแล้วจริงๆ ได้คืบจะเอาศอกนั่นแหละเขา ชายหนุ่มเลิกผ้าห่มจากนั้นก็ยัดเหยียดตัวเองเข้าไปด้านในซุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนากับเธอก่อนวางมือลงไว้ตรงตำแหน่งเดิม

เอวบางนุ่มนิ่มทั้งยังอุ่นมาก...

ไออุ่นจากดารินแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นอกเขาหลับตาลงรู้สึกผ่อนคลายอย่างหาที่สุดไม่ได้ เธอคงหลับแล้วจริงๆ ไม่งั้นคงไม่ยอมให้กอดอย่างง่ายดาย เมียเขาขี้รำคาญจะตายแตะนิดแตะหน่อยก็บ่นจิ๊จ๊ะในลำคอแล้วซึ่งบางครั้งเขาเองก็หงุดหงิด

ทว่าไม่นานคนเนื้ออุ่นในอ้อมแขนกลับขยับตัวคราแรกนึกว่าเธอจะผลักเขาออก...คาดเดาผิดไปหมด 

ดารินพลิกตัวเข้าหาสามีดวงตาดมดุเป็นเอกลักษณ์จ้องสบนัยน์ตาหยาดเยิ้ม เมฆินทร์ไม่อาจละสายตาไปไหนได้แม้แต่นิด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาชอบการที่เธอไม่ต่อต้าน ไม่ผลักไส ไม่มองกันด้วยสายตาหยิ่งยโส รู้ตัวอีกทีฝ่ามือหนาก็เอื้อมสัมผัสแก้มขาวอย่างเผลอไผล

“อุ๊ย”

ดารินสะดุ้งไหวแก้มซีกนั้นช้ำจากการถูกบิดาทำร้าย แต่เพราะเราสองคนอยู่ในห้องที่มืดสลัวเมฆินทร์จึงไม่อาจรับรู้ถึงร่องรอยนั้นได้

“เป็นอะไรไป?”

“เปล่าค่ะ”

เธอตอบเสียงเบาหวิวก่อนยกมือขึ้นวางทับบนหลังมือใหญ่ นับว่าโชคดีที่บรรยากาศในตอนนี้มืดสลัวจนมองไม่เห็นดวงตาที่เอ่อล้นหยาดน้ำใส มันบรรจุความอ่อนแอไว้เต็มเปี่ยม

คำพูดของบิดายังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทอยากจะสลัดออก...

‘ก็จนกว่ามันจะหาเงินมาให้ผมได้นั่นแหละ... แล้วก็จำเอาไว้นะนังดา แกน่ะถ้าไม่ได้เป็นลูกฉันก็อย่าหวังว่าจะได้เป็นสะใภ้บ้านโชติพิสุทธิ์เมธาเลย’

ต่อมาร่างอรชรขยับกายเข้าหาสามี ใกล้ชิดกันจนได้กลิ่นลมหายใจหอมสะอาด เมฆินทร์พยายามเพ่งมองผ่านความมืดเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ทว่าเขาไม่เห็นสิ่งใดนอกจากความปรารถนาของตนเอง 

เธอเป็นฝ่ายเคลื่อนริมฝีปากเข้าหากันก่อนทั้งยังงับปากล่างหยอกล้ออยู่แบบนั้นจนเขาเริ่มทนไม่ไหว เมฆินทร์หยันตัวลุกขึ้นสะบัดผ้าห่มออกจากร่างเขาพลิกตัวขึ้นคร่อมภรรยาจับเรียวแขนทั้งสองข้างตรึงราบไปกับเตียง

ใบหน้าโน้มต่ำดูดดึงกลีบปากนุ่มสอดลิ้นเข้าหาตวัดไปมาช่วงชิงลมหายใจจนอีกฝ่ายต้องหันหน้าหนีเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอด สายชุดนอนตัวบางถูกเลื่อนลงอย่างเชื่องช้า ไม่นานก็หลุดพ้นหัวไหล่กลมกลึง มืออุ่นร้อนลูบไล้กันอย่างคุ้นเคย 

บทรักเริ่มจากความนุ่มนวลขยับเป็นเร่าร้อน ดารินตอบรับทุกท่วงท่าที่คนเป็นสามีมอบให้โดยไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ กระทั่งเขาเปลี่ยนให้เธอหันหลังอยู่ในท่าคลานเข่าซึ่งคือท่าไม้ตายที่ตั้งใจเผด็จศึกนี้เสียที แม้เขาไม่อยากจบมันก็ตาม

“ฉัน...ฉันมีเรื่องจะขอ”

ดารินเอียงศีรษะพยายามจะแหงนมอง เมฆินทร์หยุดการเคลื่อนไหวเขาโน้มตัวเข้าหาจูบซับไอร้อนบนเส้นหลังเย้ายวนรอฟังคำขอนั้นอย่างตั้งใจ

“ฉันต้องการเงินยี่สิบล้าน”

“...”

เกิดความเงียบท่ามกลางคนทั้งสองไม่นานเสียงทุ้มต่ำก็เอ่ยถาม “เอาไปทำอะไร”

“...”

“ไม่บอกก็ไม่ต้องเอา”

“เครื่องเพชรชุดใหม่ใส่ออกงาน”

“ได้ พรุ่งนี้ไปซื้อด้วยกัน”

“ไม่...ฉัน...ฉันอยากได้เป็นเช็คเงินสดมากว่า”

เมฆินทร์หน้าเริ่มตึงก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ จากนั้นเริ่มกระแทกกระทั้นท่อนเนื้อด้านล่างอย่างดิบเถื่อน คนถูกกระทำสะดุ้งเฮือกกัดปากจนห้อเลือด แต่ก็ไม่คิดห้ามปรามเขาสักคำ...

“เธอนี่แม่ง...” ที่ยอมเป็นฝ่ายเข้าหาก่อนก็คงเพราะด้วยเหตุนี้สินะ ไม่ผิดหวังเลย...

ยัยผู้หญิงหน้าเงิน!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ภรรยาในอุดมคติ   15

    ห้าล้านสำหรับค่าตัวงั้นหรือ... เฮอะ ดีจริงๆ เมฆินทร์จ้องภรรยาตาเขม็งก่อนสอดฝ่ามือรั้งท้ายทอยเธอดึงเข้าหาด้วยแรงที่ไม่เบาเลย ดารินเผยอปากเตรียมสวดสามี แต่เขากลับไม่เว้นช่องว่างนั้นให้เธอได้เอื้อนเอ่ยคำใดขึ้นมาอีกการบดจูบที่เร่าร้อนแฝงไว้ด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน ดารินเจ็บแปลบทั่วริมฝีปากนั่นเพราะคมเขี้ยวแหลมคมขบกัดอย่างแรงเรียวลิ้นร้ายเกี่ยวกระหวัดทั้งไล่ต้อนและดูดดุน น้ำลายและหยดเลือดถูกคละเคล้าด้วยกันจนได้รสชาติขมปร่าอบอวลในโพรงปาก เสียงเฉอะแฉะดังผสานอย่างต่อเนื่อง เป็นดารินที่ไม่อาจทนไหว เธอใช้มือดันหน้าสามีให้ออกห่าง“จูบหรือจงใจฆาตกรรมกันแน่” ถามหน้าบึ้งพลางใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำลายออกจากขอบปากเมฆินทร์ยิ้มหยัน หากเขาฆ่าใครด้วยการจูบได้ เช่นนั้นเธอคงตายคาอกเขานับพันครั้ง“ตั้งห้าล้านเชียว เลือดออกนิดหน่อยทำบ่น” เขากดบั้นท้ายภรรยาไม่ให้ขยับเขยื้อนก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง ลิ้นชื้นปาดเลียตั้งแต่เนินอกลากยาวถึงยอดปทุมถันสีอ่อนจนมันลู่ไปกับผิวเนื้อ“อ๊า...” ดารินเชิดหน้าขึ้นหลุดเสียงครางแหบพร่าคนเจ้าเล่ห์เหลือบมองปลายคางมน ดวงตาคู่คมโค้งลงเป็นสระอิคล้ายถูกใจที่ทำเธอเสียการควบคุมได้ ยอดถัน

  • ภรรยาในอุดมคติ   14

    ดารินแต่งตัวภายในห้องน้ำ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวด้านนอก เมื่อเปิดประตูออกมากลับพบว่า เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือกลิ่นน้ำหอมจากกายใหญ่แตะปลายจมูกสวย สายตาเธอกดต่ำมองเท้าเปลือยเลื่อนขึ้นไปยังไหล่กว้างของสามี เมฆินทร์นั่งเอนหลังบนขอบเตียง แขนทั้งสองข้างเท้ายันบนฟูกสปริงหกฟุต ใบหน้าคมคายยียวนสมเป็นเขานั่นแหละ จากสายตาดูแคลนที่จ้องมองมา เดาได้เลยว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้มาดี“แค่มาอาบน้ำเดี๋ยวก็ไปแล้ว” เอ่ยบอกเสียงห้วนเมฆินทร์แสยะยิ้มมุมปาก “จะรีบไปไหนซะล่ะ นัดใครไว้เหรอแต่งตัวสวยเชียว” “ขอละคุณเมฆ อย่าชวนทะเลาะได้ปะ” เธอไม่พร้อมปะทะฝีปากในเวลานี้ เขาก็เหลือเกิน หายใจเข้าออกก็จ้องแต่จะหาเรื่องกัน ดารินเลิกสนใจสามี หยิบกระเป๋าตั้งใจจะไม่อยู่ทะเลาะกับเขาอีก แต่เสียงเข้มกลับเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง“เธอยังไปไหนไม่ได้” มุมปากสวยกระตุกยิ้มหยัน เอี้ยวคอมองสามีที่นั่งหน้าระรื่นอยู่บนเตียง“มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน” “ว่าแล้วเชียวคนสวยต้องพูดคำนี้” เขาลุกจากเตียงก้าวเดินมายังภรรยา ดารินรู้สึกฉุนท่าทางสัพยอกนั้นเหลือเกินคิดจะมาไม้ไหนกันแน่แต่แล้วก็ต้องชะงัก เม

  • ภรรยาในอุดมคติ   13

    ภายในรถ ดารินกลืนน้ำตาตัวเองหลายอึก เธออธิบายทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ให้ลูกชายทั้งสองเข้าใจ การันต์ไม่ชอบใจเลยยามเห็นแม่มีน้ำตา เด็กน้อยปีนขึ้นตักมารดาใช้หลังมือป้อมๆ เช็ดคราบน้ำตาออกให้อย่างแผ่วเบาดารินปล่อยโฮออกมาในที่สุด เธอกอดร่างนุ่มนิ่มไว้แนบแน่น รู้สึกเหมือนจะขาดใจตายเดี๋ยวนั้น“แม่...แม่ไม่ได้อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้เลย พี่ภูมิ การันต์ แม่ขอโทษจริงๆ ถึงแม่จะไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้แล้ว แต่เราก็ยังเจอกันเหมือนเดิมทุกวันนะ แม่จะไปรับที่โรงเรียนทุกวันเลยดีมั้ย เสาร์อาทิตย์เราก็ไปหาอะไรกินกันเหมือนเดิม”ภูมินทร์แม้เขาจะแค่เจ็ดขวบ แต่ก็พอทำความเข้าใจได้ และเขาไม่ได้โกรธแม่ แต่แค่ไม่เข้าใจว่าทำไม พ่อกับแม่ต้องหย่ากัน“แม่ไม่ได้รักพ่อแล้วเหรอครับ” เขาถาม“...” ดารินยกมือปาดน้ำตาออกจากใบหน้าก่อนจะตอบไปว่า“เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอกพี่ภูมิ แม่อยากให้พี่ภูมิมั่นใจว่า แม่จะไม่ทอดทิ้งพวกหนูอย่างแน่นอน”อ้อมแขนของดาริน ใบหน้ากลมอิ่มซบอกมารดาแขนขาอ่อนเปลี้ยด้วยเจ้าตัวเข้าสู้ห้วงนิทราไปแล้วเธอกระชับอ้อมแขนมองเจ้าก้อนอย่างอ่อนใจ เด็กก็คือเด็กจริงๆ นั่นแหละ...“ทุกคืนต่อจากนี้จะไม่มีแม่แล

  • ภรรยาในอุดมคติ   12

    ดารินมารอรับลูกชายทั้งสามตามแผนการเดิมที่วางไว้ ในขณะเดียวกันเธอรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณอกด้านซ้ายยามเห็นใบหน้ากลมแฉล้มเดินยิ้มแย้มมาแต่ไกล ริมฝีปากเธอสั่นระริก ยากเย็นเหลือเกินกว่าจะกลั่นกรองรอยยิ้มสดใสตอบรับพวกเขา“แม่มาแล้ววว” เสียงยานคางของการันต์พร้อมกับอ้อมแขนเล็กจิ๋วสวมกอดหน้าขามารดาแน่น ดารินยอบลงตัวปัดเส้นผมชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้ากลมอิ่มเรียวแขนเล็กดูบอบบาง ทว่าอุ้มการันต์ได้อย่างมั่นคง “คิดถึงจังเลยคนเก่งของแม่”ระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาล ดารินถามไถ่เรื่องการเรียนของเจ้าแฝดไปพลางๆ และไม่นานหลังจากนั้นการันต์ที่นั่งคาดเข็มขัดอยู่เบาะหน้ากับมารดาก็เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความอ่อนล้า ดารินปรับเบาะให้ลูกชายเพื่อให้เจ้าตัวเล็กนอนได้ถนัดมากขึ้น ก่อนเอ่ยถามภูมินทร์กับภูเบศวร์ว่า“หิวหรือยังเด็กๆ แวะทานอะไรก่อนขึ้นไปเยี่ยมคุณยายไหม” ภูเบศวร์ “มีไก่ทอดมั้ยครับ”“ช่วงนี้อินกับไก่ทอดเหรอ” ภูมินทร์หันมองเสี้ยวหน้าน้องชายที่เกิดทีหลังเขาถึงสิบห้าวินาที“อือ อยากกิน”“พี่ภูมิล่ะเอาด้วยมั้ยคะ”“ภูมิเอาเนื้อน่องครับ เขาว่าเนื้อตรงนั้นนุ่มสุด”ภีมอ้าปากล้อเลียนพี่ชาย “เขาน่ะใครเหรอ” ไม

  • ภรรยาในอุดมคติ   11

    เมฆินทร์นั่งรอภรรยาภายในรถชั่วโมงกว่าแล้ว ระหว่างนั้นเขาพยายามทำใจให้เย็นลงพลางกดโทร.หาดารินรอบที่เท่าไรไม่อาจนับแม้รู้เต็มอกว่า เธอปิดเครื่องหนีกันก็เถอะ กระทั่งขึ้นแจ้งเตือนว่า ปลายทางสามารถติดต่อได้ คิ้วเข้มยังคงขมวดยุ่งเหยิง เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ไร้การตอบรับจากเธอนิตยสารครอบครัวเคยขอสัมภาษณ์ภรรยาของผู้บริหารเมธากรูปเมื่อปีก่อน หัวข้อเคล็ดลับของชีวิตคู่ที่ยาวนานดาริน : เราควรมีเวลาให้กันเสมอ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือความเอาใจใส่ และตบท้ายด้วยการบอกว่า'สามีของเธอน่ะน่ารักขนาดไหน' เพราะแบบนั้นจึงไม่แปลกหากคนภายนอกมองว่า ครอบครัวเขาน่ะแสนสมบูรณ์แบบ มีลูกที่น่ารัก มีภรรยาที่คอยเอาใจใส่สามีตลอดเวลาเมฆินทร์กลั้วหัวเราะ ช่างเป็นเรื่องน่าขำสิ้นดี หาความจริงในนั้นไม่ได้เลยสักนิดเดียว เคยเห็นจิ้งจกเปลี่ยนสีไหมล่ะ หากไม่เคยก็ดูเมียเขาไว้นะ นั่นแหละ ดารินเธอแสดงละครเก่งยิ่งกว่าดาราบางคนเสียอีกสิบนาทีต่อมาเขายังอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือดับเครื่องรถลงมารอข้างนอกแทน ก้านนิ้วเรียวยาวเคาะฝากระโปรงรถ ดารินต้องเฝ้าคุณหญิงกำไล ดังนั้นเขามั่นใจว่าอย่างไรเธอก็ต้องลงมา สายตาคู่คมเพ่งมองประตูลิฟต์อี

  • ภรรยาในอุดมคติ   10

    แม่ยายป่วยทั้งคนมีหรือเมฆินทร์จะนิ่งดูดาย เขาสั่งให้เลขาตรวจสอบจึงทราบมาว่า คุณหญิงกำไลป่วยด้วยอาการโรคมะเร็งเต้านม แต่เพราะได้รับการรักษาทันเวลาจึงสามารถผ่าตัดเนื้อร้ายได้สำเร็จ เมฆินทร์ยังรู้มาอีกว่าเสี้ยนหนามอย่างจิรันตน์ก็ประจำการอยู่ที่นั่นด้วยเดิมทีไม่ใช่คนเชื่อใจในตัวภรรยาอยู่แล้ว ยิ่งสถานการณ์คลุมเครือที่มีใบหย่าเป็นตัวกั้นกลาง ทำให้เมฆินทร์อดคิดไม่ได้ว่า ดารินกำลังวางลู่ทางเอาไว้ หลังจากเขายอมเซ็นใบหย่า เธอคงจะหวังพึ่งพามัน... จิรันตน์ ชายหนุ่มที่ไม่ต้องทำอะไรก็ชนะเขาเสมอ แม้กระทั่งเรื่องของหัวใจ... ชายหนุ่มทั้งสองมีสายเลือดจากบิดาคนเดียวกัน จึงไม่แปลกที่หน้าตาพวกเขาจะคล้ายคลึงกันมาก ต่างกันตรงที่จิรันตน์เป็นประเภทเด็กเนิร์ดของโรงเรียน ชอบทำกิจกรรม และมักถูกส่งไปแข่งขันตอบคำถามวิชาการสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนเสมอ ต่างกับเมฆินทร์ที่เป็นเด็กหลังห้อง มักมีเรื่องชกต่อยกับเด็กในและนอกโรงเรียนเป็นประจำหากเมฆินทร์ไม่ใช่ลูกที่เกิดจากเมียหลวง ผู้ถือใบทะเบียนสมรสเหนือกว่าเมียคนอื่นๆ คาดว่าคงถูกบิดาเฉดหัวออกจากบ้านไปนานแล้ว เพราะลูกชายคนนี้มีแต่สร้างเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนจ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status