แชร์

ภรรยาในอุดมคติ
ภรรยาในอุดมคติ
ผู้แต่ง: ไอส์'ลิต

1

ผู้เขียน: ไอส์'ลิต
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-05 21:28:13

“เจ้าแฝดล่ะคะ”

“หลับไปตั้งแต่ช่วงหัวค่ำกันแล้วค่ะ วันนี้เล่นกันจนเหนื่อยน่าดู ส่วนคุณการันต์งอแงหาแต่คุณค่ะ”

“ตอนนี้การันต์อยู่ไหนคะ”

“เอ่อ...อยู่กับคุณเมฆที่ห้องรับแขกค่ะ” ป้าแม่บ้านวัยกลางคนมีท่าทีแปลกๆ ยามเอ่ยถึงเมฆินทร์ โชติพิสุทธิ์เมธา รองผู้บริหารระดับสูงของเมธากรูปจำกัด

ดารินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินไปยังห้องรับแขกที่ว่าลูกชายคนเล็กของเธออยู่กับสามี... ดารินมีลูกคนแรกตอนอายุสิบแปด ไม่สิ…ลูกสองคนแรกถึงจะถูก เพราะเป็นแฝดชาย แถมยังเป็นการพลาดท้องในวัยเรียนกับลูกชายคนใหญ่คนโตสกุลดังอย่าง โชติพิสุทธิ์เมธา เขาไม่ใช่ใครที่ไหน คู่หมั้นคู่หมายที่พ่อแม่ของเราตั้งใจจะปรองดองกันอยู่แล้ว เพียงแค่ขยับเวลาให้เร็วขึ้นหน่อยเท่านั้นเอง

สำหรับดารินเหมือนตกนรกทั้งเป็น ชีวิตวัยรุ่นที่ควรจะมีหายไปในชั่วพริบตาเซ็กซ์ไร้ความรักเจือปน มีเพียงความลุ่มหลงขับเคลื่อนหนุ่มสาว ต่างฝ่ายต่างไม่ได้ป้องกัน เพราะเด็กเกินกว่าจะมานั่งคิดถึงผลที่จะตามมา

สองเดือนจากนั้นดารินพบว่าตนเองท้อง กลัวแทบแย่ว่าจะถูกบิดาขับไล่ แต่พอรู้ว่าพ่อของเด็กเป็นใคร เรื่องราวกลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือ การใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนในช่วงวัยรุ่นไม่ได้ราบรื่นเหมือนละครหลังข่าว มีฐานะแล้วยังไง รวยล้นฟ้าแล้วยังไง สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ตัวการันตีความสุข

 ส่วนเธอน่ะเหรอ เพราะถูกสอนให้เป็นช้างเท้าหลังมาแต่ไหนแต่ไร ชีวิตวนลูบต้องยอม ต้องฟัง ต้องสนับสนุนสามีไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ตาม ดังนั้นหลังจากเรียนจบดารินเลี้ยงลูกอย่างเต็มตัว ร่างกายและวิญญาณถวายแด่ลูกชายทั้งสอง กระทั่งเธอค้นพบว่า พวกเขานั้นไม่ใช่ข้อผิดพลาดในชีวิต หากแต่เป็นของขวัญแสนล้ำค่าที่สวรรค์ส่งมาให้ ฉะนั้นช่วงเวลาเลวร้ายมักผ่านไปได้ เพราะมีลูกเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

กระทั่งเจ้าฝาแฝดอายุได้สี่ขวบ ดารินท้องลูกชายคนที่สาม นั่นก็คือเด็กชายการันต์ ปัจจุบันการันต์อายุสามขวบแล้ว และตอนนี้เจ้าตัวเล็กของเธอกำลังนั่งม้าโยกที่ทำจากท่อนขาแข็งแรงของผู้เป็นสามี

กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยพัดผ่านปลายจมูกโด่ง พอเอี้ยวคอมองก็เห็นภรรยาคนสวยยืนจ้องกันอยู่นานแล้ว

“ไปไหนมา” เสียงเรียบเอ่ยถามพลางอุ้มลูกชายลงจากหน้าขา

ไม่มีคำพูดหวานเหมือนสามีบ้านอื่น มีเพียงสายตาเคลือบแคลงเท่านั้น เป็นเช่นนี้เสมอยามต้องปะหน้ากัน

“สปาค่ะ” 

“การันต์ติดเธอ ลูกร้องหาแต่เธอ”

“แล้ว?” คิ้วเข้มขมวดปมกับอาการไม่รู้ร้อนรู้หนาวของภรรยา

“แล้วอะไรน่ะเหรอ เธอก็ยังทิ้งลูกแล้วไปหาความสุขให้ตัวเองได้ลงคอ”

ดารินหัวเราะเมื่อเขาพูดจบ “ลูกมีพี่เลี้ยงนะคะ”

“...”

เกิดความเงียบท่ามกลางสงครามประสาท คนทั้งสองจ้องหน้ากันนิ่งอย่างไม่มีใครยอมใคร

“แม่ฮะ อุ้มหน่อย” เด็กน้อยไม่รู้ประสาเมื่อเห็นมารดายืนอยู่ตรงหน้าก็ไขว่คว้ามือในอากาศเพื่อหวังให้แม่อุ้ม

เมฆินทร์ยืนขึ้นเต็มความสูง เขาอุ้มร่างเล็กป้อมขึ้นมาแนบอก สายตาอบอุ่นมองลูกชายต่างจากสายตาเย็นชาเมื่อครู่ยามมองเมียเป็นไหนๆ

“ให้พ่อคุยกับแม่เขาก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวตื่นมาพรุ่งนี้การันต์ค่อยเล่นกับแม่...ป้าแววอยู่ไหมครับ ช่วยพาการันต์เข้านอนที” ประโยคหลังตะโกนเรียกป้าแม่บ้าน ไม่นานนักร่างท้วมก็เดินเข้ามา

“มาค่ะคนเก่งของป้าแวว”

ป้าแววเดินอุ้มเด็กชายมายังคุณผู้หญิงของบ้าน ดารินหอมแก้มลูกหนึ่งฟอด เธอส่งยิ้มอ่อนโยนก่อนที่จะค่อยๆ หุบลงยามเผชิญหน้ากับสามีอีกครั้ง

ร่างสูงราวร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรขยับปลายเท้ามายังภรรยาคนสวย เมฆินทร์ตวัดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจดเท้า

ชุดเดรสเกาะอกรัดรูปสีแดงเลือดหมูเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งเป็นพิเศษ เฮอะ… คิ้วหนาเลิกขึ้น มุมปากหยักไม่หนาไม่บางกระตุกยิ้มกึ่งเย้ยหยัน

“แน่ใจเหรอว่าไปสปา จัดเต็มขนาดนี้”

“ค่ะ ขนาดนี้เท่าที่คุณเห็นนั่นแหละ”

พูดจบก็เดินไปยังโซฟาตัวยาวเนื้อกำมะหยี่ สะโพกกลมกลึงน่าฟาดฝ่ามือลงไปสักทีสองทีนั่งลงอย่างเชื่องช้า

“มีธุระอะไรก็ว่ามาค่ะ เหนื่อย จะขึ้นไปนอน” แผ่นหลังบางเอนพิงพนักโซฟาในท่วงท่าผ่อนคลาย เรียวขางามไขว้กันจนเห็นเนื้อขาอ่อนด้านใน เมฆินทร์มองทุกการเคลื่อนไหวด้วยสายตาลุ่มลึก

ลูกสามคนทำอะไรยายคนนี้ไม่ได้จริงๆ

เขาเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงก้นลึก กดสายตาลงต่ำมองลงมาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ดารินรู้ดีว่าคืออะไร

“แค่คุยกับเมียตัวเองต้องมีธุระด้วยหรือไง”

“...”

ท่ามกลางความเงียบได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน เมฆินทร์หมุนตัวหย่อนสะโพกนั่งลงข้างภรรยา จากนั้นออกแรงดึงร่างบางเหวี่ยงเธอขึ้นมาให้นั่งคร่อมบนหน้าตักอย่างง่ายดาย

ได้ยินเสียงผ้าขาดดังแควก คิ้วเรียงเส้นสวยขมวดปมก้มมองชุดเดรสราคาหลายแสนก็เห็นว่ามันขาดร่นขึ้นมาถึงบริเวณเนื้อขาอ่อนจดสะโพกเห็นชั้นในลูกไม้สีดำ

แควก...

และขาดมากยิ่งขึ้นด้วยน้ำมือเพียงข้างเดียวของสามีตัวร้าย

“ทำอะไรของคุณ ตัวนี้ฉันซื้อมาแพงนะ”

“ก็เงินฉันทั้งนั้นไม่ใช่หรือไงที่เอาไปถลุงอยู่ทุกวันน่ะ”

ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เกลียด...เกลียดเวลาที่เขายกประโยคนี้ขึ้นมาพูด 

ลมหายใจอุ่นรินรดซอกคอหอมกรุ่น ชายหนุ่มตวัดลิ้นชิมเนื้อต้นคอขาว ขบกัดแรงๆ ยามคนตัวบางดิ้นขลุกขลักไปมา ดิ้นจนสัมผัสได้ว่า มีบางอย่างภายใต้กางเกงสแล็กแบรนด์ดังผงาดลำตัวขึ้นมาช้าๆ

“ทุเรศ”

“ด่าตอนนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะ ก็ไอ้คนทุเรศคนนี้ไม่ใช่เหรอที่ทำเธอท้องตั้งสามคน หรือจะเอาคนที่สี่อีกสักคนหาคนช่วยใช้ตังค์” เสียงแหบต่ำกระซิบข้างริมหู ดารินกำหมัดแน่นทั้งโกรธทั้งโมโห ไอ้ผัวเฮงซวย กล้าพูดถึงคนที่สี่ได้อย่างหน้าตาเฉย ก็ใช่สิ คนอุ้มท้องมันคือเธอนี่!

ฝ่ามือหนาร้อนระอุซุกซนสอดแทรกเข้ามาบริเวณเนื้อผ้าที่ถูกกระชากจนขาดวิ่น บีบขยำแก้มก้นจนคุณแม่ลูกสามกัดปากกลั้นเสียงประหลาดในลำคอ

“ขอโทษด้วยละกันหากต้องพูดตัดฝันคุณตอนนี้คนที่สี่คงเป็นไปได้ยาก...เพราะฉันทำหมันแล้ว”

มือร้อนหยุดการบีบเคล้นกะทันหัน ดวงตาสีเข้มมีความไม่พอใจฉายชัดดันภรรยาออกห่างในระยะที่สามารถมองเห็นใบหน้ากันได้ถนัดตา

“หมายความว่าไง อย่ามาพูดจาล้อเล่นกันแบบนี้ ฉันไม่ชอบ”

“โวยวายทำไม ลูกชายสามคนยังไม่พอใจคุณอีกเหรอ”

“ดาริน...” เสียงเข้มกดดันทั้งมีความโกรธในดวงตาคู่คมอย่างชัดเจน

“จริงหรือเปล่าเรื่องทำหมัน”

“ไม่โกหกคุณหรอกค่ะ ตั้งแต่คลอดการันต์ฉันก็บอกหมอว่าขอทำหมันเลย”

“เวรเอ๊ย เธอทำงี้ได้ไงวะ”

“ก็ไม่อะไร แค่ไม่อยากมี”

เมฆินทร์หัวเราะเสียงต่ำ ใช้สายตาหยามเหยียดจ้องใบหน้าสวย “ทำมาเป็นรังเกียจทั้งๆ ที่อุ้มท้องลูกฉันตั้งสามคน หรือว่ามีแผนอยากจะไปจากฉันจนตัวสั่น”

“คุณเมฆ” รอยยิ้มหวานปรากฏเหนือมุมปาก เธอจ้องตาเขาและพูดต่อไปว่า “ถึงมีลูก ฉันก็ไปจากคุณได้อยู่ดี”

“อ๋อเหรอ ปากดีจังคนสวย ลืมไปแล้วหรือเปล่าธุรกิจของพ่อเธออยู่มั่นคงยันทุกวันนี้ได้เพราะใคร ก็ผัวอย่างฉันไม่ใช่หรือไงที่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือตลอดน่ะ ทำอะไรหัดคิดให้มันเยอะๆ บ้าง ไม่ใช่เอาแต่แต่งตัวสวยแต่ทำตัวโง่ไร้สมองไปวันๆ”

“นี่! มากเกินไปนะ”

“เฮอะ แล้วฉันพูดผิดตรงไหนมีกินมีใช้ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะผัวหรือไง”

ดารินทนฟังวาจาร้ายกาจไม่ได้อีกต่อไป มันเป็นหน้าที่ผัวอย่างเขาไม่ใช่หรือไงเลี้ยงดูลูกและภรรยา เป็นเสาหลักของครอบครัวแล้วไหนเลยถึงชอบพูดจาทวงบุญคุณกันทุกครั้ง

เธอขยับตัวลุกขึ้นจากหน้าตักแกร่งใช้มือผลักหน้าอกสามีอย่างแรงจนเขาเอนไหวไปด้านหลัง

“ฉันเกลียดคุณ!”

“เออ! ก็ไม่ต่างกันหรอกว่ะ ไสหัวไปไหนก็ไปเลยไป ฉันเองก็ไม่ได้พิศวาสเธอสักเท่าไรหรอก”

มือบางกำเข้าหากันแน่น เผลอจิกเล็บเข้าเนื้อจนเป็นรอยแดง ทว่าความเจ็บแสบที่ได้รับเทียบไม่ได้กับวาจาร้ายกาจของชายตรงหน้าเลยสักนิด เป็นแบบนี้ทุกครั้งเวลาเราทะเลาะกัน เขามักผลักไสไล่ส่งกันเสมอ ทำเหมือนเธอไม่มีค่า ทำเหมือนเธอไม่มีความรู้สึก

ทำเหมือนว่าเธอไม่ใช่แม่ของลูก...แต่เป็นเพียงผู้หญิงหน้าเงินคนหนึ่งเท่านั้น

เมื่อไรความสัมพันธ์เฮงซวยนี้มันจะจบลงเสียที...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ภรรยาในอุดมคติ   15

    ห้าล้านสำหรับค่าตัวงั้นหรือ... เฮอะ ดีจริงๆ เมฆินทร์จ้องภรรยาตาเขม็งก่อนสอดฝ่ามือรั้งท้ายทอยเธอดึงเข้าหาด้วยแรงที่ไม่เบาเลย ดารินเผยอปากเตรียมสวดสามี แต่เขากลับไม่เว้นช่องว่างนั้นให้เธอได้เอื้อนเอ่ยคำใดขึ้นมาอีกการบดจูบที่เร่าร้อนแฝงไว้ด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน ดารินเจ็บแปลบทั่วริมฝีปากนั่นเพราะคมเขี้ยวแหลมคมขบกัดอย่างแรงเรียวลิ้นร้ายเกี่ยวกระหวัดทั้งไล่ต้อนและดูดดุน น้ำลายและหยดเลือดถูกคละเคล้าด้วยกันจนได้รสชาติขมปร่าอบอวลในโพรงปาก เสียงเฉอะแฉะดังผสานอย่างต่อเนื่อง เป็นดารินที่ไม่อาจทนไหว เธอใช้มือดันหน้าสามีให้ออกห่าง“จูบหรือจงใจฆาตกรรมกันแน่” ถามหน้าบึ้งพลางใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำลายออกจากขอบปากเมฆินทร์ยิ้มหยัน หากเขาฆ่าใครด้วยการจูบได้ เช่นนั้นเธอคงตายคาอกเขานับพันครั้ง“ตั้งห้าล้านเชียว เลือดออกนิดหน่อยทำบ่น” เขากดบั้นท้ายภรรยาไม่ให้ขยับเขยื้อนก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง ลิ้นชื้นปาดเลียตั้งแต่เนินอกลากยาวถึงยอดปทุมถันสีอ่อนจนมันลู่ไปกับผิวเนื้อ“อ๊า...” ดารินเชิดหน้าขึ้นหลุดเสียงครางแหบพร่าคนเจ้าเล่ห์เหลือบมองปลายคางมน ดวงตาคู่คมโค้งลงเป็นสระอิคล้ายถูกใจที่ทำเธอเสียการควบคุมได้ ยอดถัน

  • ภรรยาในอุดมคติ   14

    ดารินแต่งตัวภายในห้องน้ำ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวด้านนอก เมื่อเปิดประตูออกมากลับพบว่า เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือกลิ่นน้ำหอมจากกายใหญ่แตะปลายจมูกสวย สายตาเธอกดต่ำมองเท้าเปลือยเลื่อนขึ้นไปยังไหล่กว้างของสามี เมฆินทร์นั่งเอนหลังบนขอบเตียง แขนทั้งสองข้างเท้ายันบนฟูกสปริงหกฟุต ใบหน้าคมคายยียวนสมเป็นเขานั่นแหละ จากสายตาดูแคลนที่จ้องมองมา เดาได้เลยว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้มาดี“แค่มาอาบน้ำเดี๋ยวก็ไปแล้ว” เอ่ยบอกเสียงห้วนเมฆินทร์แสยะยิ้มมุมปาก “จะรีบไปไหนซะล่ะ นัดใครไว้เหรอแต่งตัวสวยเชียว” “ขอละคุณเมฆ อย่าชวนทะเลาะได้ปะ” เธอไม่พร้อมปะทะฝีปากในเวลานี้ เขาก็เหลือเกิน หายใจเข้าออกก็จ้องแต่จะหาเรื่องกัน ดารินเลิกสนใจสามี หยิบกระเป๋าตั้งใจจะไม่อยู่ทะเลาะกับเขาอีก แต่เสียงเข้มกลับเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง“เธอยังไปไหนไม่ได้” มุมปากสวยกระตุกยิ้มหยัน เอี้ยวคอมองสามีที่นั่งหน้าระรื่นอยู่บนเตียง“มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน” “ว่าแล้วเชียวคนสวยต้องพูดคำนี้” เขาลุกจากเตียงก้าวเดินมายังภรรยา ดารินรู้สึกฉุนท่าทางสัพยอกนั้นเหลือเกินคิดจะมาไม้ไหนกันแน่แต่แล้วก็ต้องชะงัก เม

  • ภรรยาในอุดมคติ   13

    ภายในรถ ดารินกลืนน้ำตาตัวเองหลายอึก เธออธิบายทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ให้ลูกชายทั้งสองเข้าใจ การันต์ไม่ชอบใจเลยยามเห็นแม่มีน้ำตา เด็กน้อยปีนขึ้นตักมารดาใช้หลังมือป้อมๆ เช็ดคราบน้ำตาออกให้อย่างแผ่วเบาดารินปล่อยโฮออกมาในที่สุด เธอกอดร่างนุ่มนิ่มไว้แนบแน่น รู้สึกเหมือนจะขาดใจตายเดี๋ยวนั้น“แม่...แม่ไม่ได้อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้เลย พี่ภูมิ การันต์ แม่ขอโทษจริงๆ ถึงแม่จะไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้แล้ว แต่เราก็ยังเจอกันเหมือนเดิมทุกวันนะ แม่จะไปรับที่โรงเรียนทุกวันเลยดีมั้ย เสาร์อาทิตย์เราก็ไปหาอะไรกินกันเหมือนเดิม”ภูมินทร์แม้เขาจะแค่เจ็ดขวบ แต่ก็พอทำความเข้าใจได้ และเขาไม่ได้โกรธแม่ แต่แค่ไม่เข้าใจว่าทำไม พ่อกับแม่ต้องหย่ากัน“แม่ไม่ได้รักพ่อแล้วเหรอครับ” เขาถาม“...” ดารินยกมือปาดน้ำตาออกจากใบหน้าก่อนจะตอบไปว่า“เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอกพี่ภูมิ แม่อยากให้พี่ภูมิมั่นใจว่า แม่จะไม่ทอดทิ้งพวกหนูอย่างแน่นอน”อ้อมแขนของดาริน ใบหน้ากลมอิ่มซบอกมารดาแขนขาอ่อนเปลี้ยด้วยเจ้าตัวเข้าสู้ห้วงนิทราไปแล้วเธอกระชับอ้อมแขนมองเจ้าก้อนอย่างอ่อนใจ เด็กก็คือเด็กจริงๆ นั่นแหละ...“ทุกคืนต่อจากนี้จะไม่มีแม่แล

  • ภรรยาในอุดมคติ   12

    ดารินมารอรับลูกชายทั้งสามตามแผนการเดิมที่วางไว้ ในขณะเดียวกันเธอรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณอกด้านซ้ายยามเห็นใบหน้ากลมแฉล้มเดินยิ้มแย้มมาแต่ไกล ริมฝีปากเธอสั่นระริก ยากเย็นเหลือเกินกว่าจะกลั่นกรองรอยยิ้มสดใสตอบรับพวกเขา“แม่มาแล้ววว” เสียงยานคางของการันต์พร้อมกับอ้อมแขนเล็กจิ๋วสวมกอดหน้าขามารดาแน่น ดารินยอบลงตัวปัดเส้นผมชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้ากลมอิ่มเรียวแขนเล็กดูบอบบาง ทว่าอุ้มการันต์ได้อย่างมั่นคง “คิดถึงจังเลยคนเก่งของแม่”ระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาล ดารินถามไถ่เรื่องการเรียนของเจ้าแฝดไปพลางๆ และไม่นานหลังจากนั้นการันต์ที่นั่งคาดเข็มขัดอยู่เบาะหน้ากับมารดาก็เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความอ่อนล้า ดารินปรับเบาะให้ลูกชายเพื่อให้เจ้าตัวเล็กนอนได้ถนัดมากขึ้น ก่อนเอ่ยถามภูมินทร์กับภูเบศวร์ว่า“หิวหรือยังเด็กๆ แวะทานอะไรก่อนขึ้นไปเยี่ยมคุณยายไหม” ภูเบศวร์ “มีไก่ทอดมั้ยครับ”“ช่วงนี้อินกับไก่ทอดเหรอ” ภูมินทร์หันมองเสี้ยวหน้าน้องชายที่เกิดทีหลังเขาถึงสิบห้าวินาที“อือ อยากกิน”“พี่ภูมิล่ะเอาด้วยมั้ยคะ”“ภูมิเอาเนื้อน่องครับ เขาว่าเนื้อตรงนั้นนุ่มสุด”ภีมอ้าปากล้อเลียนพี่ชาย “เขาน่ะใครเหรอ” ไม

  • ภรรยาในอุดมคติ   11

    เมฆินทร์นั่งรอภรรยาภายในรถชั่วโมงกว่าแล้ว ระหว่างนั้นเขาพยายามทำใจให้เย็นลงพลางกดโทร.หาดารินรอบที่เท่าไรไม่อาจนับแม้รู้เต็มอกว่า เธอปิดเครื่องหนีกันก็เถอะ กระทั่งขึ้นแจ้งเตือนว่า ปลายทางสามารถติดต่อได้ คิ้วเข้มยังคงขมวดยุ่งเหยิง เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ไร้การตอบรับจากเธอนิตยสารครอบครัวเคยขอสัมภาษณ์ภรรยาของผู้บริหารเมธากรูปเมื่อปีก่อน หัวข้อเคล็ดลับของชีวิตคู่ที่ยาวนานดาริน : เราควรมีเวลาให้กันเสมอ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือความเอาใจใส่ และตบท้ายด้วยการบอกว่า'สามีของเธอน่ะน่ารักขนาดไหน' เพราะแบบนั้นจึงไม่แปลกหากคนภายนอกมองว่า ครอบครัวเขาน่ะแสนสมบูรณ์แบบ มีลูกที่น่ารัก มีภรรยาที่คอยเอาใจใส่สามีตลอดเวลาเมฆินทร์กลั้วหัวเราะ ช่างเป็นเรื่องน่าขำสิ้นดี หาความจริงในนั้นไม่ได้เลยสักนิดเดียว เคยเห็นจิ้งจกเปลี่ยนสีไหมล่ะ หากไม่เคยก็ดูเมียเขาไว้นะ นั่นแหละ ดารินเธอแสดงละครเก่งยิ่งกว่าดาราบางคนเสียอีกสิบนาทีต่อมาเขายังอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือดับเครื่องรถลงมารอข้างนอกแทน ก้านนิ้วเรียวยาวเคาะฝากระโปรงรถ ดารินต้องเฝ้าคุณหญิงกำไล ดังนั้นเขามั่นใจว่าอย่างไรเธอก็ต้องลงมา สายตาคู่คมเพ่งมองประตูลิฟต์อี

  • ภรรยาในอุดมคติ   10

    แม่ยายป่วยทั้งคนมีหรือเมฆินทร์จะนิ่งดูดาย เขาสั่งให้เลขาตรวจสอบจึงทราบมาว่า คุณหญิงกำไลป่วยด้วยอาการโรคมะเร็งเต้านม แต่เพราะได้รับการรักษาทันเวลาจึงสามารถผ่าตัดเนื้อร้ายได้สำเร็จ เมฆินทร์ยังรู้มาอีกว่าเสี้ยนหนามอย่างจิรันตน์ก็ประจำการอยู่ที่นั่นด้วยเดิมทีไม่ใช่คนเชื่อใจในตัวภรรยาอยู่แล้ว ยิ่งสถานการณ์คลุมเครือที่มีใบหย่าเป็นตัวกั้นกลาง ทำให้เมฆินทร์อดคิดไม่ได้ว่า ดารินกำลังวางลู่ทางเอาไว้ หลังจากเขายอมเซ็นใบหย่า เธอคงจะหวังพึ่งพามัน... จิรันตน์ ชายหนุ่มที่ไม่ต้องทำอะไรก็ชนะเขาเสมอ แม้กระทั่งเรื่องของหัวใจ... ชายหนุ่มทั้งสองมีสายเลือดจากบิดาคนเดียวกัน จึงไม่แปลกที่หน้าตาพวกเขาจะคล้ายคลึงกันมาก ต่างกันตรงที่จิรันตน์เป็นประเภทเด็กเนิร์ดของโรงเรียน ชอบทำกิจกรรม และมักถูกส่งไปแข่งขันตอบคำถามวิชาการสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนเสมอ ต่างกับเมฆินทร์ที่เป็นเด็กหลังห้อง มักมีเรื่องชกต่อยกับเด็กในและนอกโรงเรียนเป็นประจำหากเมฆินทร์ไม่ใช่ลูกที่เกิดจากเมียหลวง ผู้ถือใบทะเบียนสมรสเหนือกว่าเมียคนอื่นๆ คาดว่าคงถูกบิดาเฉดหัวออกจากบ้านไปนานแล้ว เพราะลูกชายคนนี้มีแต่สร้างเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status