Masukตั้งแต่วินาทีนั้น ความโง่งมของข้าก็มลายหายไปสิ้น
“คุณหนู” เสียงอารั่วดังขึ้นข้างหูทำให้นางสลัดความทรงจำในชาติก่อนทิ้งไปแล้วหันมามองใบหน้าเย็นชาเบื้องหน้าครู่หนึ่งพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม “องค์ชาย ข้าหนาวเหลือเกินเพคะ” นางส่งสายตาหวานให้เขา เซียวอวี้เหิงที่นั่งอยู่หันมาสบสายตานางเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หนาวก็ใส่เสื้อคลุม” มือเล็กของนางยื่นออกไปดึงชายแขนเสื้อเขาเบา ๆ ส่งสายตาอ้อนให้เขา เซียวอวี้เหิงมองสตรีตรงหน้าด้วยความงุนงง เหตุใดนางถึงมองเขาเช่นนี้ วันนี้นางดูแปลกไปหรือจะใช้เขาเป็นหมากเพื่อให้น้องสามหึงหวงกันแน่น “ข้าอยากใส่เสื้อคลุมของท่าน เพคะ” เซียวอวี้เหิงขมวดคิ้วด้วยความงุนงง นางที่รังเกียจเขายิ่งนักไม่แม้แต่จะห่มผ้าที่เขาเคยห่มแล้วเลย วันนี้กลับเอ่ยขึ้นมาว่าอยากใส่เสื้อคลุมของเขาหรือ ช่างน่าสนใจ เซียวอวี้เหิงพยักหน้าเล็กน้อยไม่ได้เอ่ยคำใดเพียงถอดเสื้อคลุมขนสัตว์ของตนเองออกแล้วสวมให้นางอย่างลวก ๆ ไม่ได้ใส่ใจนัก ขณะนั้นขันทีอาวุโสผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสำรวมก่อนจะหยุดเบื้องหน้า เซียวอวี้เหิงแล้วโค้งกายต่ำคารวะอย่างนอบน้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “องค์ชายใหญ่เชิญพ่ะย่ะค่ะ” เซียวอวี้เหิงพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วก้าวออกจากพระที่นั่งอย่างสง่างาม เสิ่นเหยียนมองตามด้วยความกังวลใจเพราะนางรู้ดีว่าการแข่งขันล่าสัตว์ครั่งนี้เขาจะถูกลอบทำร้าย นางเพียงรู้ว่า องค์ชายสามนั้นให้นางวางยาเขาเท่านั้นแต่ในป่านั้นนางไม่อาจรู้ได้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ “คุณหนู เหตุใดท่าน” อารั่วขยับเข้าใจก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วเพราะนางไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณหนูของตนถึงต้องกินยาที่ตั้งใจวางให้ เซียวอวี้เหิง นางอุสาออดอ้อนเขาจนเขายอมจะจะดื่มแล้วเหตุใดถึงไม่ทำตามแผนขององค์ชายสาม เสิ่นเหยียนหลัวรีบหันมาหาสาวใช้ของตนแล้วยกมือปิดปากนางทันทีเพราะนางรู้ว่า สาวใช้ของนางกำลังจะพูดอะไรต่อ นางเพียงสบตาสาวใจอย่างหนักแน่น ราวเป็นคำสั่งไม่ให้นางซักถามใด ๆ อีก อารั่วเข้าใจในสายตานั้นทันที ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เสิ่นเหยียนหลัวจึงค่อย ๆ คลายมือออกอย่างช้า ๆ พร้อมถอนหายใจแผ่วแล้วหันสายตาไปตามแผ่นหลังเย็นชาของเซียวอวี้เหิงที่กำลังก้าวไกลออกไป เซียวอวี้เหิงก้าวเดินออกมาจากลานด้วยท่าทางสงบนิ่ง ร่างสูงสง่าฉายความเย็นชาตามในแบบของเขา ตงมู่ องครักษ์ประจำกายก้าวติดตามอยู่ด้านหลังไม่ห่าง สายตาคมกริบขององครักษ์หนุ่มยังคงจับจ้องไปยังสตรีที่นั่งอยู่ไม่ไกลด้วยความระแวง เมื่อสังเกตเห็นความผิดแปลกของเสิ่นเหยียนหลัวในวันนี้ ตงมู่จึงอดเอ่ยขึ้นไม่ได้ น้ำเสียงแฝงทั้งความสงสัยและความเป็นห่วงต่อความปลอดภัยขององค์ชายของตน กลัวว่านางจะใช้มารยาหญิงมาหลอกล่อปั่นหัว องค์ชายของตน “องค์ชาย เหตุใดวันนี้พระชายาดูแปลก ๆ ไป พ่ะย่ะค่ะ” เซียวอวี้เหิงก้าวมาถึงม้าศึกของตนแล้วหยุดฝีเท้าลงเพียงครู่เดียว เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นเพียงปรายตามองไปยังร่างบางของเสิ่นเหยียนหลัวที่นั่งอยู่ห่างออกไป แววตานิ่งลึก อ่านไม่ออกว่ากำลังคิดสิ่งใด เสิ่นเหยียนหลัวที่เฝ้ามองเขาอยู่แล้ว เมื่อเห็นสายตานั้นหันมา นางก็เผยรอยยิ้มหวานออกมา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและใส่ใจ ทว่า สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงสายตาเฉยเมยดังเดิมของเขา เซียวอวี้เหิงหันกลับทันทีอย่างไม่ลังเล กระโดดขึ้นหลังม้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะควบม้าออกไปโดยไม่หันกลับมาอีก เสิ่นเหยียนหลัวมองตามแผ่นหลังนั้นจนลับสายตา เสียงกีบม้าค่อย ๆ จางหายไปพร้อมกับร่างสูงที่จากไป นางถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ความรู้สึกหลากหลายถาโถมอยู่ในอกโดยไม่อาจเอ่ยออกมาได้ มือเล็กยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างช้า ๆ รสขมอุ่นไหลผ่านลำคอ ดวงตาคู่งามทอดมองไปยังทิศทางที่เขาจากไปอยู่ครู่หนึ่งพลันคิดในใจ บุรุษเย็นชาผู้นี้กลับกลายเป็นคนที่โหดเหี้ยมเช่นนั้นต้องแต่เมื่อใดกันนะ ชาติก่อนนางหลอกเขาตั้งหลายครั้งไม่รู้ครั้งไหนที่ทำให้เขาเจ็บจนฝังใจได้ นางถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะกวาดสายมองไปยังเหล่าขุนนางที่นั่งดื่มชากันอย่างสำราญแล้วก็พลันหันมองตรงไปยังที่นั่งของบิดาตนเอง เมื่อเห็นตาเฒ่าที่คุ้นเคยนั่งทำสีหน้าเคร่งเครียดอยู่นางก็เผยรอยยิ้มบางออกมาอย่างโล่งใจ จะไม่ให้บิดาของนางเคร่งเครียดได้อย่างไรกัน เพราะนางที่แต่งงานกับ องค์ชายใหญ่แล้วแต่ยังคงยุ่งวุ่นวายกับองค์ชายสามอยู่ จนเป็นข่าวลือหนาหู จนบิดาอายแทบจะแทรกแผ่นดินหนีเมื่อมีคนมีเล่าถึง พฤติกรรมของบุตรสาวที่แสนจะเอาแต่ใจของเขา เสิ่นเหยียนหลัววางถ้วยชาลงแผ่วเบาพลันพึมพำออกมาอย่างเบา ๆ “ข้าได้ย้อนกลับมายังสองปีก่อนที่เขาจะกลายเป็น ทราช” นางถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองออกไปยังลานล่าสัตว์ที่เต็มไปด้วยบุคคลที่คุ้นเคยเหล่านั้น ทั้ง ฮ่องเต้องค์ก่อน ฮองเฮาที่เป็นท่านน้าของนาง และ ญาติผู้พี่ของนางที่ยังคงเป็น รัชทายาทอยู่ ทุกคนล้วนยังยิ้มแย้มอยู่อย่างมีความสุข ….ตอนที่ 3 องค์ชายน้อยภายในห้องที่เงียบสงัด แสงแดดอ่อนลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาเป็นเงาบาง สายลมอ่อนพัดต้องม่านโปร่งให้ไหวเอน กลิ่นไม้หอมจาง ๆ ลอยคลุ้งทั่วห้องบนเตียงกว้างใต้ผ้าม่านสีอ่อน เสิ่นเหยียนหลัวนอนสงบนิ่งอยู่ครั้นสายลมเย็นสัมผัสปลายผม นางจึงขยับกายเล็กน้อย เปลือกตาสั่นไหวก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ ดวงตาที่พร่ามัวค่อย ๆ ปรับชัด เห็นภาพเพดานไม้แกะสลักเลือนราง ก่อนจะหันมองไปข้างกายเซียวอวี้เหิงนั่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าคมคายนั้นฟุบลงกับขอบเตียง เขาหลับใหลอย่างไม่รู้ตัว เส้นผมสีดำปรกหน้าผากเล็กน้อย ทว่าแม้ยามหลับ มือใหญ่ของเขากลับกุมมือนางไว้แน่นเสิ่นเหยียนหลัวทอดมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข นางขยับนิ้วเบา ๆ สัมผัสตอบฝ่ามืออุ่นนั้น ริมฝีปากคลี่ยิ้มอ่อนหวาน นิ้วเรียวขยับเบา ๆ ทำให้บุรุษที่ฟุบหลับอยู่สะดุ้งตื่น เซียวอวี้เหิงลืมตาขึ้นช้า ๆ มองภาพตรงหน้า“เหยียนหลัว… ”น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาดังขึ้นพร้อมกับขยับกายลุกขึ้นไปนั่งเคียงข้างนาง มือใหญ่คว้าร่างบางเข้ามาโอบกอดไว้แน่น “ท่านอ๋อง… ”เสิ่นเหยียนหลัวเปล่งเสียงออกมาด้วยความงุนงงเล็กน้อย เซียวอวี้เหิงผละออกมาเล็กน้อย มือใหญ่ย
ตอนพิเศษ 2รอท่านภายในห้องที่เงียบสงบเสิ่นเหยียนหลัวนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะอาหาร สายตาคอยทอดมองไปยังประตูอย่างรอคอย เคียงข้างนางมี เสี่ยวเถากับเสี่ยวฮวายืนอยู่อย่างสำรวม นางทอดมองจานอาหารที่ถูกจัดอย่างประณีตนั้นพลันถอนหายใจแผ่วก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“เสี่ยวเถานี่ยามใดแล้ว”สาวใช้เงยหน้าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ เมื่อเห็นว่าเจ้านายของตนลงมือทำอาหารอย่างตั้งใจและรอเจิ้นเป่ยอ๋องมานานแล้ว“ยามไฮ่แล้วเพคะ”สิ้นถ้อยคำ เสิ่นเหยียนหลัวถอยหายใจแผ่ว ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เขากลับมีราชกิจมากมายไม่ค่อยว่างมาหานางเลย วันนี้นางตั้งใจทำอาหารที่เขาชอบเป็นพิเศษเพื่อรอเขา แต่เขากลับไม่มาเพียงไม่นานเสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นหน้าห้อง นางกำนัลทั้งสองหันไปตามเสียงก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดี“พระชายาเพคะ ท่านอ๋องเสด็จมาแล้วเพคะ”เสิ่นเหยียนหลัวที่นั่งทำหน้าน้อยใจอยู่รีบยืดกายตรงก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างดีใจ นางรีบจัดอาภรณ์ของตนเองและทรงผมที่ตั้งใจทำมาอย่างเร่งรีบก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบนิ่งเซียวอวี้เหิงก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสงบนิ่ง เขาทอดสายตาไปยังอาหารที่ยังคงว
เมืองหลิงซานหนึ่งเดือนต่อมายามรุ่งสาง ขบวนรถม้าหลวงเคลื่อนออกจากประตูวังท่ามกลางม่านหมอกบาง เสียงล้อไม้บดกับพื้นหินดังก้องเป็นจังหวะทุ้มต่ำ คล้ายเสียงกล่องส่งผู้เดินทางสู่หนทางไกล แสงแรกแห่งวันทอดยาวไปตามกำแพงสูงตระหง่าน ราวกับแผ่นฟ้ากำลังเปิดทางให้ขบวนเสด็จค่อย ๆ ลาลับจากเมืองหลวงภายในรถม้า กลิ่นไม้หอมอ่อนลอยอบอวล เสิ่นเหยียนหลัวเอนกายนั่งอย่างสงบ ม่านแพรบางไหวตามแรงสั่นสะเทือนของล้อ ทำให้ลำแสงอรุณลอดเข้ามาเป็นช่วง ๆ นางยกมือแง้มม่านเล็กน้อย สายตาทอดมองเมืองหลวงที่ค่อย ๆ ถอยห่างออกไป เรือนร้านเริ่มเปิดรับวันใหม่ ผู้คนเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา เสียงชีวิตยามเช้าดังเลือนรางอยู่ไกล ๆเซียวอวี้เหิงนั่งตรงข้ามอย่างสงบนิ่ง ดวงตาคมจับจ้องอิริยาบถของนางโดยไม่เอื้อนเอ่ย ครั้นเห็นนางทอดสายตามองภายนอกอยู่เนิ่นนาน เขาจึงกล่าวเสียงต่ำเรียบ“ยังอาลัยสถานที่แห่งนี้หรือ”เสิ่นเหยียนหลัวส่ายหน้าแผ่วเบา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง“มิใช่อาลัย… เพียงแต่มีเรื่องราวมากมายที่ได้เกิดขึ้นที่นี่”สิ้นคำ นางถอนหายใจแผ่ว พลันหันไปทอดมองใบหน้าคมเรียบนิ่งของเขา ก่อนจะขยับเข้าไปนั่งเบียดเขา มือเล็กลูบไล้บนอกกว้างอย
ตอนพิเศษ 1ตำหนักองค์ชายใหญ่ภายในห้องที่เงียบสงบ แสงแดดยามเช้าสาดเข้ามาต้องร่างสองร่างที่กำลังนอนกอดกันอยู่บนเตียงอย่างแนบแน่น สายลมยามเช้าพัดเข้ามาแผ่วเบากระทบร่างบางของเสิ่นเหยียนหลัวที่นอนอยู่บนเตียงกว้าง นางขยับกายเล็กน้อย พลันรับรู้ถึงไออุ่นที่กำลังโอบล้อมร่างนางอยู่ นางลืมตาขึ้นก่อนจะเงยหน้าเล็กน้อยมองใบหน้าคมที่ยังคงหลับใหล เสิ่นเหยียนหลัวทอดมองใบหน้าคมที่กำลังหลับก่อนจะเผยรอยยิ้มบางออกมา มือเล็กยกขึ้น ปลายนิ้วเรียวไล้หว่างคิ้วเข้มลงมาหยุดอยู่ปลายจมูกโด่งอย่างแผ่วเบา ทว่าทันใดนั้นริมฝีปากหยักได้รูปนั้นก็ยกขึ้นมากัดลงบนปลายนิ้วของนิ้วอย่างเบา ๆ เสิ่นเหยียนหลัวหัวเราะแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ตื่นแล้วหรือเพคะ”เซียวอวี้เหิงลืมตาขึ้นก้มลงมองนางด้วยแววตาอ่อนโยน ดวงตากลมใสของนางช่างสะกดเขาจนไม่อาจละสายตาได้ ริมฝีปากเล็กนั้นดึงดูดเขาอย่างไม่อาจห้าม เขาโน้มลงจูบริมฝีปากนางอย่างแผ่วเบาก่อนจะกวาดชิมรสหวานจากปากนางอย่างหลงใหลเสิ่นเหยียนหลัวที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับรสจูบของเขาก็ผละออกเล็กน้อยอย่างห้ามใจ นางเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“สายมากแล้วเพคะ”เซียวอวี้เหิงจูบลง
ตอนที่ 26ตำหนักองค์ชายใหญ่ราตรีเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจแผ่วของ เสิ่นเหยียนหลัว ที่หลับสนิทอยู่บนเตียง ม่านบางไหวตามลมยามค่ำคืน เงาจันทร์ทอดผ่านช่องหน้าต่างเป็นริ้วเงินเย็นเยียบทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งเลือนลางก็แทรกกายเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง ฝีเท้าเบาราวภูตผี มันหยุดยืนอยู่ข้างเตียง ดวงตาจับจ้องร่างที่กำลังหลับไหล มือหนึ่งยกผ้าผืนยาวขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะก้มลงหมายรัดรอบลำคอแต่ในห้วงวินาทีที่ผ้าสัมผัสผิว เสิ่นเหยียนหลัวพลันสะดุ้งตื่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยสัญชาตญาณเอาชีวิตรอด มือเรียวคว้าผ้าไว้แล้วบิดตัวหลบ ทั้งสองต่อสู้กันบนเตียงอย่างชุลมุน เสียงหอบหายใจและการกระแทกดังอูอี้ในห้องมืดเสิ่นเหยียนหลัวเอื้อมมือคว้าปิ่นปักผมที่ตกอยู่ใกล้หมอนแทงสวนออกไปโดยไม่ลังเล เสียงกรีดร้องแหลมของสตรีฉีกความเงียบ เงาร่างนั้นผงะถอย มือกุมบาดแผล เมื่อแสงจันทร์สาดต้องใบหน้า เสิ่นเหยียนหลัวจึงเห็นชัด นางคือนางกำนัลที่นำยามาให้และภาพในชาติก่อนพลันผุดขึ้น น้ำแกงไร้บุตรเพคะ นางก็คือคนเดียวกับชาติก่อนจะนำยาพิษมาให้นางดื่ม เหตุใดนางถึงต้องการจะเอาชีวิตของข้าเช่นนี้ นางเป็นผู้ใดกันเสิ่นเหยียนหลัวรีบผละหมายจ
ตอนที่25ภาพอดีต“เสิ่นเหยียนหลัว”เสียงเรียกนั้นปลุกให้ร่างที่กำลังหลับใหลอยู่สะดุ้งเฮือก นางเบิกตากว้างด้วยความเจ็บปวดที่อกข้างซ้ายอย่างรุนแรง นางหันมองรอบกายที่มีแต่ความมืดมิดแต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติภาพมากมายก็พลันปรากฏกายขึ้นอยู่ในห้องหนึ่งภาพเบื้องหน้าคือเซียวอวี้เหิงที่ยืนนิ่งสายตาเยียบเย็นจ้องมองร่างของ เซียวเฉิงอวี่ และเสิ่นเหยียนหลัวที่กำลังเกาะชายอาภรณ์ของเขาอยู่เสิ่นเหยียนหลัวขมวดคิ้วด้วยความงุนงงหรือว่านางได้ย้อนกลับมาเมื่อชาติก่อนหรือ นางก้าวตรงไปหาเซียวอวี้เหิงที่ยืนนิ่งอยู่“องค์ชาย… องค์ชายเพคะ”เสียงของนางราวเป็นเพียงสายลมที่เขาไม่อาจได้ยินมือเล็กของนางเอื้อมไปจับมือเขาแต่กลับได้แต่ความว่างเปล่าไม่สามารถต้องร่างของเขาได้“อวี้เหิงได้โปรด ไว้ชีวิตเขาด้วย”น้ำเสียงอ้อนวอนของเสิ่นเหยียนหลัวที่นั่งอยู่บนพื้นเอ่ยขึ้นแผ่วสั่นทำให้เสิ่นเหยียนหลัวที่เพ่งปรากฏกายหันไปมองภาพเหตุการณ์นี้อย่างงุนงง นางมองตัวเองที่พยายามอ้อนวอนเขาและมองเขาที่พยายาม กลั้นน้ำตาใบหน้าของเขาแสดงออกชัดเจนว่าเจ็บปวดเพียงใดแต่นางในตอนนั้นกลับไม่สังเกตเลยมีดสั้นถูกโยนลงไปเบื้องหน้าของเสิ่นเหยียนหลัวและ
ตอนที่ 3 ย้อนเวลาเสิ่นเหยียนหลัวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้าความรู้สึกไร้น้ำหนักโอบล้อมร่างกาย นางไม่อาจรับรู้ได้ว่าตนล่องลอยอยู่ ณ แห่งหนใด เบื้องหน้ามีเพียงความมืดมิดไร้ขอบเขต ราวกับโลกทั้งใบถูกกลืนหายไปแล้วนางก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างลังเล ฝีเท้าเบาราวไม่ได้สัมผัสพื้น เดินไปได้เพียงครู่เดียว แ
ตอนที่ 2 ตำหนักเย็นในวังหลวงภายในตำหนักเย็นที่เงียบสงบ นั้นมีเพียงร่างบางของ เสิ่นเหยียนหลัวที่ถูกโซ่เหล็กล่ามไว้ที่ข้อเท้าน้อย นางนอนบนเตียงนุ่มในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้างดงามนั้นกลับซีดลงเล็กน้อย เส้นผมยาวสลวยสยายลงบนหมอนนุ่ม สภาพของนางราวดังนกน้อยในกรงขังใหญ่นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นรู้สึกปวดร้า
ตอนที่ 1 ทรราชวังหลวงสายลมเย็นพัดโชยกลิ่นคาวเลือดคะคลุ้งทั่วทุกทิศในวังหลวงที่กว้างใหญ่ เต็มไปด้วยศพทหารและขันทีรวมถึงนางกำนัลและขุนนางที่ไม่ยอมสวามิภักดิ์ภายในตำหนักของ องค์รัชทายาท เซียวจิ่งเหยียน บุตรชายองค์รองของฮ่องเต้ องค์ปัจจุบันที่เพิ่งสิ้นพระชนไปเมื่อไม่นานมานี้ด้วยโรคตรอมใจบรรยากาศภาย
บทนำในสวนราชวังสวนดอกเหมยในวังหลังบานสะพรั่ง“คุณหนู! ช้า ๆ เจ้าค่ะเดียวล้มเอา”เสียงของนางกำนัลดังขึ้นตามหลังของร่างบางของ เสิ่นเหยียนหลัวในวัยเพียงแปดขวบกำลังวิ่งเล่นท่ามกลางสวนดอกเหมยอย่างมีความสุข เสิ่นเหยียนหลัว เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของ กั๋วกงโหว และเป็นหลานสาวของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ฮองเฮาม







