Masukถึงจะโดนพระรองไล่ออกมาแต่เธอก็ยังแอบมองแผ่นหลังอยู่ไกลๆ อารมณ์ติ่งเป็นห่วงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอโดนเขาปฏิเสธถึงสองครั้งก็ย่อมรู้ตัวแล้วไหม ถ้ายังตีมึนเสร่อเข้าไป แทนที่จะจำหน้าได้คงเกลียดขี้หน้ากันแบบไม่มอง
"อ๊ะ!" ซื่อหยาเผลอตัวหลุดเสียงร้องด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นผู้กองหนุ่มลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีมึนเมา ขายาวๆ ของเขาชนเข้ากับขอบโต๊ะจนทำให้ขวดเหล้าที่ดื่มหมดไปล้มระเนระนาด "ระวังหน่อยสิ" เมื่อเห็นขวดเหล้าขวางทางเดิน ติ่งอย่างเธอก็อยากจะเข้าไปหยิบออกเพื่ออำนวยความสะดวกให้ แต่เมื่อคิดว่าเขาไม่อยากให้เธอที่เป็นเพียงตัวประกอบเข้าไปยุ่งวุ่นวาย เธอก็ได้แต่ลุ้นในใจว่าพระรองจะมองเห็นและไม่เหยียบขวดเหล้าพวกนั้นจนล้มหัวคะมำ "เกะกะจริง!!" คนเมาเตะขวดเหล้าที่ขวางทาง "เมาขนาดนี้จะกลับไหวไหมนะ?" ซื่อหยาตอนนี้ได้แต่ยืนมองห่างๆ อย่างห่วงๆ และไม่กล้าเข้าไป ขวดเหล้าที่ขวางทางเดินโดนผู้กองเตะออกไป ก่อนจะโซซัดโซเซออกจากโรงน้ำชา โธ่! พระรองของฉัน ด้วยความที่เป็นติ่งพระรอง หัวใจที่เป็นห่วงก็เลยเรียกร้องให้สองขาเล็กๆ เดินตามไป เธอก็แค่อยากดูให้แน่ใจว่าเขาจะไม่หมดสติระหว่างทาง พระรองที่เคยสง่างาม ตอนนี้สภาพเมาเละไม่ไหวจริงๆ 'ไกลเหมือนกันนะเนี่ย' เส้นทางกลับบ้านของผู้กองหนุ่มดูเหมือนจะไกลกว่าที่ซื่อหยาคิด เธอแอบเดินตามหลังคนเมาผ่านตรอกซอยเล็กๆ และพยายามรักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาจับได้ เรียวเท้าเล็กๆ ที่เดินตามคอยระวังไม่ส่งเสียงใดๆ จังหวะที่เขาเหมือนจะล้มแต่ไม่ล้มนั้นทำเธอหายใจไม่ทั่วท้องจริงๆ ระหว่างที่ซื่อหยากำลังเดินตามหลังผู้กองไปเรื่อยๆ โดยเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากอีกฟากฝั่งของถนน เธอเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนแอบซุ่มอยู่ข้างทางเดิน นั่นใครกัน... หญิงสาวคิดในใจ แต่ก็ไม่มีเวลามากพอที่จะเดินไปดูให้คลายสงสัย เธอยังคงเลือกที่จะเดินตามหลังผู้กองหมิงซั่วต่อไป เดินไปได้ไม่ไกลร่างสูงก็ทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพงอิฐเก่าๆ ราวกับคนที่หมดเรี่ยวแรง 'เป็นอะไรรึเปล่านะ' เท่าที่เห็นด้วยตา ดูเหมือนว่าเขาจะไปต่อไม่ไหว ไหล่หนาที่เข้มแข็งดูสั่นไหว หรือว่าเขากำลังแอบร้องไห้คนเดียวเงียบๆ 'ร้องไห้เหรอ' เมื่อคิดว่าพระรองกำลังร้องไห้ มีหรือ 'ติ่ง' อย่างเธอจะทนไหว น้ำตาของผู้ชายมันทำให้เธอลืมความตั้งใจที่ว่าจะแอบดูเงียบๆ "ผู้กองไม่เป็นอะไรนะคะ” เป็นการออกนอกบทโดยไม่ตั้งใจ คำถามของเธอแฝงด้วยความห่วงใย คนเมาที่นั่งทรุดตัวพิงกำแพงเงยหน้าขึ้นมองคนที่เข้ามาถามด้วยแววตาพร่ามัว "คุณมาทำอะไรที่นี่" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย ถ้าจำไม่ผิดเธอคือนักร้องในโรงน้ำชาที่เข้ามายุ่งวุ่นวาย แล้วทำไมเธอถึงโผล่มาอยู่ที่นี่กัน "ฉันแค่บังเอิญผ่านมาน่ะค่ะ" เป็นคำโกหกที่ไม่รู้ว่าคนเมาจะเชื่อไหม ขนาดเมาจนหมดสภาพ พระรองของเธอก็ยังหล่อไม่ปราณีหัวใจ คิ้วก็เข้ม จมูกก็โด่ง ริมฝีปากก็ได้รูปชวนให้หวั่นไหว ไม่ว่าจะมองมุมไหนเธอก็เทคะแนนให้สิบเต็มสิบไปเลย "บังเอิญ?" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเหมือนจะไม่เชื่อในคำกล่าวอ้างสักเท่าไหร่ "ใช่ค่ะ แค่บังเอิญ" หญิงสาวพยักหน้าหงึกๆ เพื่อยืนยัน ถึงแววตากลมโตของคนโกหกจะล่อกแล่กอยู่บ้าง แต่คนเมาก็คงไม่มีสติถึงขั้นสังเกตุเห็นหรอก "ฉันช่วยค่ะ" เมื่อเห็นคนเมาทำท่าจะลุกขึ้น เธอก็รีบเข้าไปประคอง "โอ้โห...นี่มันอะไรกันเนี่ย" ซื่อหยาและหมิงซั่วหันไปมองตามเสียงก็พบเข้ากับร่างท้วมของ 'ป้าหลี่' เจ้าของร้านขายขนมหน้าโรงน้ำชาที่ยืนตาโตจ้องมองมาที่ทั้งคู่ด้วยความตกใจ ป้าหลี่เป็นคนช่างสังเกตุและขี้นินทาคนอื่นไปทั่วจนเป็นนิสัย ใครๆ ก็รู้ดีว่าถ้าป้าหลี่เห็นอะไร เรื่องนั้นจะต้องถูกนำไปเล่าต่อพร้อมปรุงแต่งรสชาติจนเกินจริง "ปะ...ป้าหลี่!" ซื่อหยาพูดชื่อของคนที่ยืนจ้องเธอกับผู้กองด้วยแววตาที่อยากรู้อยากเห็น พลันเกิดคำถามที่ทำให้ใจเต้นระส่ำว่า 'ป้าหลี่เห็นอะไรไปแล้วบ้าง' ถ้ามาเห็นตั้งแต่เธอเดินตามก็พอจะแก้ตัวแบบถูๆ ไถๆ ไปได้ แต่ถ้ามาเห็นตอนจังหวะที่เธอเข้าไปช่วยประคองผู้กองด้วยความบริสุทธิ์ใจ ภาพที่ออกมาก็คงไม่ต่างอะไรกับยืนกอดกัน อนิจจา...ชายหญิงอยู่ด้วยกัน มันคิดได้แค่เรื่องเดียวจริงๆ 'ป้าหลี่' ที่กำลังเก็บข้าวของเตรียมจะกลับบ้านพอเห็นผู้กองหมิงซั่วเดินออกมาจากโรงน้ำชาด้วยท่าทางเมามาย ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่เมื่อเห็น 'ซื่อหยา' นักร้องสาวสวยเดินตามหลังมาติดๆ ก็เริ่มสงสัย คนมันอยากรู้ อยากเห็นจะปล่อยผ่านได้อย่างไร ก็เลยแอบเดินตามอยู่ห่างๆ มาตลอดทาง "ว่าแล้วเชียว" ป้าหลี่พึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อเห็นภาพแนบชิดที่ชวนให้คิดไปไกล ซื่อหยาไม่เคยคิดเลยว่าการกระทำที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นของติ่งอย่างเธอในค่ำคืนนี้ จะกลายเป็นข่าวลือที่ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว "อุ้ย!! ผู้กองหมิงซั่วกับหนูซื่อหยา นักร้องคนสวยดาวเด่นของโรงน้ำชา แอบมาพลอดรักกันข้างถนนยามวิกาลอย่างนี้เชียวหรือ!" ป้าหลี่จงใจพูดเสียงดังลั่น ราวกับต้องการให้คนทั้งซอยได้ยิน ซึ่งซื่อหยาที่ได้ยินแทบอยากจะวิ่งไปปิดปากเน่าๆ นั้นทันที "ไม่ใช่อย่างที่ป้าหลี่คิดนะคะ" เสียงของเธอเหมือนลมที่ผ่านผ่านหูไป ถึงเธอปฏิเสธเสียงแข็งยังไงป้าหลี่ก็ยังคิดเองเออเอง "ไม่ต้องมาแก้ตัวเลยจ้ะหนูซื่อหยา" ป้าหลี่อมยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพูดต่อในทำนองคนชอบสอดรู้ว่า "แหมๆๆ ไม่คิดเลยนะว่าผู้กองหมิงซั่วจะหลงเสน่ห์หนูซื่อหยาคนสวยของป้าถึงขั้นปลูกต้นรักหวานชื่นกันแล้ว" ลมจะจับให้ได้ ป้าหลี่ตีความไปไกล ยิ่งเห็นหมิงซั่วที่เมาไม่ได้สติ เธอก็ยิ่งรู้สึกจนปัญญาที่จะอธิบาย สภาพเขาในตอนนี้คงพูดแก้ตัวช่วยเธอไม่ได้ ส่วนเธอพูดอะไรไป ป้าหลี่ก็หลับหูหลับตาไม่ฟังเลย "ป้าหลี่เข้าใจผิดแล้วค่ะ" เป็นการย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาจริงจังมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ผู้กองเมามาก ฉันแค่จะช่วยประคอง..." ไม่ทันที่ซื่อหยาจะได้พูดจบ เสียงแหลมๆ ของป้าหลี่ก็สวนขึ้นมาว่า "โอ๊ยๆๆ ไม่ต้องพูดแล้วจ้ะ" ป้าหลี่โบกไม้โบกมืออ้วนๆ ไปมาพร้อมแววตากรุ้มกริ่มแฝงความนัย ป้าหลี่คิดเอง เออเอง แล้วก็เดินจากไป รอยยิ้มตรงมุมปากที่ซื่อหยาเห็นบ่งบอกว่าเรื่องนี้จะต้องถูกกระจายไปทั่วเมืองในไม่ช้า "ถ้าเรื่องนี้... "ไปถึงหูคนอื่นๆ ฉันจะทำยังไงดี" ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้มใจ เธอพยายามอธิบายแต่ป้าหลี่ก็ไม่ฟัง เป็นมนุษย์ป้าที่คิดเองเออเองทุกอย่าง พอหันไปมองหน้าหล่อๆ ของพระรองที่เมาไม่ได้สติก็ยิ่งปวดหัวหนัก เขาคงไม่เข้าใจเรื่องที่ป้าหลี่พูดด้วยซ้ำมั้ง "แย่แน่ๆๆๆ" เธอแค่อยากช่วยพระรอง แต่ตอนนี้กลับทำให้เรื่องมันยุ่งเหยิงเข้าไปใหญ่ ถ้าพระรองโกรธเธอขึ้นมาจะทำยังไง ไม่นะๆๆๆ ฉันก็แค่หวังดีเอง!งานแต่งงานของผู้กองหมิงซั่วและซื่อหยาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ณ บ้านพักของฝ่ายชาย ซื่อหยาในชุดกี่เพ้าสีแดงปักลวดลายดอกไม้ เธอแต่งหน้าบางๆ แต่ความสวยกินขาดไม่เผื่อใคร หมิงซั่วในชุดเจ้าบ่าวก็หล่อจนว่าที่ภรรยาอย่างเธอใจละลาย ไม่ว่าหมิงซั่วจะใส่อะไรก็ดูดี ดูเท่ ไปหมดจริงๆ"ตื่นเต้นรึเปล่า"หมิงซั่วถามเสียงอ่อนโยน แววตาห่วงใย เธอต้องตื่นแต่เช้าจะเหนื่อยขนาดไหน เขากลัวว่าเธอจะเป็นลมเพราะแดดที่ร้อนเกินไป เดี๋ยวนี้หายใจเข้าออกก็เรียกหาแต่ 'ซื่อหยา' คนเดียว"นิดหน่อยค่ะ"เธอส่งยิ้มให้เจ้าบ่าวที่ใส่ใจ มือหนายื่นมาจับมือเรียวไว้ ตั้งแต่ที่เขาเปิดใจ ไม่มีวันไหนที่เขาปล่อยให้เธอรู้สึกเหงาอยู่คนเดียว"ดีขึ้นไหมครับ""อื้อ!"เจ้าสาวพยักหน้า เธอชอบหมิงซั่วในตอนนี้ที่แสดงความรู้สึกออกมา รอยยิ้มแห่งความสุขฉายชัดในแววตาของบ่าวสาวที่ยืนเคียงคู่กันหลังพิธีการก็ถึงช่วงเวลาของการเลี้ยงฉลอง เสียงโห่ร้องแซวคู่บ่าวสาวดังระงม เหล่าเพื่อนร่วมงานและรุ่นน้องตำรวจที่สนิทสนมต่างพากันยกขบวนมา 'แกล้ง' ผู้กองหนุ่มมาดเข้มที่หนีไปมีภรรยาก่อนเพื่อน"ผู้กองครับ เพื่อเป็นการแสดงความยินดี ผู้กองต้องดื่มใ
คำตอบของซื่อหยา เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอดทนของหมิงซั่วพังทลาย แววตาที่เชื้อเชิญกำลังทำให้เขาลืมคำว่า 'สุภาพบุรุษ' ไป ท่าทีที่เต็มใจทำเขาพ่ายแพ้ให้กับความต้องการของตัวเอง"อือ...หมิงซั่ว"ริมฝีปากหยักกดจูบลงมาอย่างหนักแน่นและเร่าร้อนรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ ซื่อหยาตอบรับจูบที่ซาบซ่านนั้นด้วยความเต็มใจ แขนเรียวโอบรัดรอบลำคอเขาไว้ การจูบครั้งนี้ไม่มีการขออนุญาต ไม่มีคำพูดใดๆ มีแต่เสียงหอบหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัวประสานกันตึกตัก ตึกตักซื่ิอหยารับรู้ได้ถึงความเป็นชาย มันตื่นตัวและคงกำลังต้องการปลดปล่อยให้ได้ ความร้อนแรงของจูบค่อย ๆ ลุกลามไปทั่วทั้งร่างกาย ริมฝีปากหยักได้รูปซุกไซร้ที่ซอกคอขาวเนียนของเธอ"คุณหอมไปทั้งตัวเลยซื่อหยา"เสียงทุ้มแหบพร่า ตัวเธอทั้งนุ่ม ทั้งนิ่มและหอมมาก สติของเขาตอนนี้แทบไม่อยู่กับตัวแล้ว"อ๊ะ!"หญิงสาวร้องตกใจเมื่อถูกหมิงซั่วเปลี่ยนท่ากระทันหัน แววตาที่มองเธอคุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ความต้องการ เสียงทุ้มต่ำที่เสนอว่า 'ผมจะพาคุณไปที่เตียง' มันช่างชวนให้จินตนาการจนหน้าสวยๆ แดงไม่ไหว เธอซุกหน้าเข้ากับแผ่นอกกว้างหวังจะซ่อนความเขินอาย แต่นั้นกลับยิ่งทำให้หมิ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดหมิงซั่วก็ได้ออกจากโรงพยาบาล อาการบาดเจ็บของเขาดีขึ้นมาก ซึ่งการที่เขาร่างกายของเขาฟื้นตัวได้เร็วนั้นเป็นเพราะซื่อหยาที่ดูแลเอาใจใส่ล้วนๆ "ผู้กองค่อยๆ เดินนะคะ"ถึงแม้หมอจะอนุญาติให้กลับไปพักต่อที่บ้านได้ แต่ซื่อหยาก็ยังไม่วางใจ อาจเพราะเธอกลัวว่าเขาจะไม่ระมัดระวังพอจนทำให้แผลปริได้ ความเป็นห่วงของเธอทำให้หมิงซั่วรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ รอยยิ้มหวานๆ ที่ส่งให้เหมือนเป็นยาชั้นดี"ผมรบกวนคุณเกินไปรึเปล่า"หมิงซั่วถาม แววตาเกรงใจ ถึงสถานะของเธอจะเป็น 'คนรัก' แต่เขาก็ไม่อยากจะรบกวนเธอมากเกินไป ซื่อหยาอ่านสีหน้าของหมิงซั่วออกและรู้ว่าเขาคิดอะไร เฮ้อ! ทำไมถึงได้ขี้เกรงใจขนาดนี้กัน"ไม่เลยค่ะ ฉันเต็มใจ"เป็นคำตอบที่ทำให้หมิงซั่วยิ่งรักเธอมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าได้ ซื่อหยาช่วยจัดการเอกสารและข้าวของทุกอย่างให้เขาอย่างเรียบร้อยราวกับเป็นภรรยาที่เอาใจใส่ มือที่จับกันมาตลอดช่างบาดตาและบาดใจคนที่มาช่วยขับรถให้อย่างเสิ่นตู้จริงๆหลังจากที่เสิ่นตู้ขับรถมาส่งหมิงซั่วถึงบ้าน ซื่อหยาก็เสนอตัวที่จะอยู่ดูแลเขาต่ออย่างเต็มใจ เธอไม่สนว่าใครจะพูดอย่างไร คนตรงหน้าเธอสำคัญกว่าขี้ปาก
หลังจากสารภาพรัก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น ผู้กองหนุ่มที่ปากแข็ง มาดนิ่งที่แสดงความรู้สึกไม่เก่งคนนั้น ตอนนี้กลับกลายมาเป็นชายหนุ่มที่กล้าเผยความรู้สึกมากขึ้นแล้ว"วันนี้ผู้กองดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะคะ"ซื่อหยาเอ่ยแซวขณะยื่นแอปเปิ้ลชิ้นพอดีคำให้หมิงซั่วอ้าปากรับอย่างว่าง่าย แอปเปิ้ลที่เธอป้อนรสชาติหวานยิ่งกว่าที่ไหน ความรักทำให้คนที่เก็บความรู้สึกเก่งเปลี่ยนไป บรรยากาศในห้องพักฟื้นตอนนี้เปี่ยมไปด้วยกรุ่นไอรักอบอวล"งั้นเหรอ?"หมิงซั่วแสร้งทำเป็นไม่รู้ตัว"ค่ะ"ซื่อหยาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มหวานที่ส่งผลต่อหัวใจ ความสดใสของเธอเหมือนยาที่ทำให้เขาฟื้นตัวได้ไว และเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาชอบช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเธอ"แล้วคุณอยากรู้ไหมว่าเพราะอะไร""ก็ต้องอยากรู้สิคะ"ซื่อหยาตอบเสียงใส อะไรที่เกี่ยวกับหมิงซั่วเธอย่อมอยากรู้ อยากจดจำไว้ ชายหนุ่มกวักมือเรียกเธอให้ขยับเข้ามาใกล้ เสียงทุ้มตอบอย่างจริงใจและไม่มีแม้แต่ความลังเลในแววตา"ก็เพราะมีคุณอยู่ตรงนี้ไง"เป็นครั้งแรกที่โดนผู้กองหนุ่มป้อนคำหวานแล้วใครมันจะไปต้านทานไหว ขนาดอยู่ในช่วงพักฟื้นแต่ความหล่อก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงไป แค่เขาพูดคำหว
"คุณซื่อหยาคงรักผู้กองมากเลยนะครับ"เสิ่นตู้แซว"ฉันรู้น่า"หมิงซั่วตอบกลับไป เสิ่นตู้ทำทีเป็นยักไหล่ ปากบอกว่า 'รู้' แต่หน้าแดงอย่างกับหนุ่มน้อยที่กำลังมีความรักอยู่เต็มหัวใจ โถๆๆๆ จะเก็กไปถึงไหนครับผู้กอง"รู้ว่าอะไรครับ ใช่รู้ว่ารักรึเปล่าน้าาา"ก่อนจะกลับก็ทิ้งระเบิดไว้ เสิ่นตู้หัวเราะก่อนเปิดประตูออกไป แต่ก็ไม่วายเอ่ยแซวซื่อหยาที่นั่งหน้าแดง"ฝากเอ็นดูผู้กองด้วยนะครับคุณซื่อหยา"หลังจากที่เสิ่นตู้กลับไป ในห้องก็เงียบงัน แต่เสียงหัวใจของทั้งคู่กลับเต้นดัง หมิงซั่วรวบรวมความกล้าอีกครั้ง และครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้ใครขัดจังหวะได้อีกแล้ว"ซื่อหยา"เขาเรียกชื่อเธอเสียงทุ้มแผ่วเบา "คะ?""ผมหิวแล้ว" อันที่จริงถ้าเขาหิว เขาก็พอช่วยตัวเองได้ แต่ตอนนี้กลับใช้มันมาเป็นข้ออ้างเพื่อเรียกร้องความสนใจ ร่างสูงแสร้งทำทีจะขยับ แต่ก็ถูกเสียงหวานห้ามไว้ หมิงซั่วแอบยิ้มในใจ เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคิดไว้ไม่ผิดเลย"อย่าเพิ่งขยับมากสิคะ"เธอดุเขาเสียงอ่อน ตรงข้ามกับแววตาที่มองด้วยความเป็นห่วง "คุณหมอสั่งไว้ว่าห้ามใช้แรงเยอะ"เธอพูดในสิ่งที่หมอกำชับ พร้อมกับเดินไปหยิบถ้วยโจ๊กยื่นให้ ชายหนุ่มรับถ้วย
ขณะที่ความสัมพันธ์ของหมิงซั่วและซื่อหยากำลังพัฒนาไปได้ดี เรื่องคดีของจินเหมยก็มีความคืบหน้าเช่นเดียวกัน บิดาของเธอพยายามใช้เงินและอำนาจช่วยเหลือทุกวิถีทาง แต่หลักฐานของตำรวจก็แน่นหนาเกินกว่าที่จะไปแทรกแซง"คุณจินเหมยยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาครับ"เสิ่นตู้รายงานให้หมิงซั่วฟังอย่างละเอียดขณะที่ซื่อหยากำลังนั่งจัดดอกไม้ใส่แจกันที่มุมห้องพักฟื้น "แต่ทางเราได้พบหลักฐานเพิ่มเติมในห้องนอนของคุณจินเหมย เป็นสมุดบันทึกที่เธอเขียนระบายถึงความเกลียดชังที่มีต่อคุณซื่อหยาครับ"เมื่อเสิ่นตู้พูดจบ ซื่อหยาก็หันไปมองหมิงซั่วด้วยสายตาที่สลดใจ จินเหมยมีทุกอย่างที่คนอื่นไม่มี แต่เธอกลับไม่พอใจ ความริษยาที่คลอบงำจิตใจทำให้เธอตามืดบอดทำเรื่องร้ายแรง"การสอบสวนยังคงทำต่อไป แต่มีแนวโน้มว่าคุณจินเหมยจะต้องรับโทษตามกฎหมายอย่างแน่นอนครับ"หมิงซั่วที่นั่งฟังอยู่พยักหน้า ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเข้มว่า"จินลู่จางว่ายังไงบ้าง"เพราะเขารู้ว่าอำนาจของทางตระกูลจินมีมาก เพื่อรักษาหน้าและชื่อเสียงที่สั่งสมมา จินลู่จางจะต้องไม่ยอมอยู่เฉยแน่ๆ"จินลู่จางมาที่สถานีตำรวจแล้วครับ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเพราะหลักฐานชี้ชัดว่าเร
วันต่อมา....ข่าวลือเรื่องผู้กองหนุ่มซุ่มปลูกต้นรักกับสาวสวยเบอร์หนึ่งแห่งโรงน้ำชาก็ยังคงได้รับความสนใจ บวกกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานถูกหลายคนเห็นก็เลยพากันพูดปากต่อปากไป คราวนี้คนก็เลยยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคือเรื่องจริง'ได้ข่าวว่านักร้องสวยมาก''มิน่าล่ะ! ผู้กองถึงหวงนักหว
"นึกว่าจะเป็นแค่ข่าวลือซะอีก"เซียวเหิงพึมพำขณะที่หมิงซั่วเดินจากไป อันที่จริงเขาพอได้ยินข่าวลือเรื่องนี้มาบ้าง แต่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าจริงสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้มาเห็นด้วยตาและปากของเจ้าตัวก็ยืนยันว่า 'ใช่' เดี๋ยวคงได้ยินข่าวดีเร็วๆ นี้แน่ๆ'ก็แค่นักร้องโรงน้ำชา'จินเหมยคิดในใจ ไม่ว่าจะเป็นฐานะหรือ
หมิงซั่วเดินออกจากโรงน้ำชาด้วยสีหน้าปวดหัว เพราะปัญหาที่เขาต้องการจะแก้กลับลุกลามไปกันใหญ่ แค่เขาทนเห็นผู้หญิงโดนรังแกไม่ได้ แต่คนกลับไปตีความว่า'ผู้กองคงหวงน่าดู''ไล่ตะเพิดไปเลยเห็นไหม''ก็ใครให้ไปยุ่งกับผู้หญิงของผู้กองล่ะ'"บ้าชะมัด!"หมิงซั่วสบถออกมา เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจ ผู้หญิงคนนั้นดู
หมิงซั่วหันไปมองซื่อหยาที่ตอนนี้มองเขาด้วยแววตาขอบคุณปนซาบซึ้งใจ คนหนึ่งคิดว่าหาเรื่องให้ตัวเองต้องปวดหัวอีกจนได้ ส่วนอีกคนก็ได้แต่กรี้ดแล้วกรี้ดอีกในใจ พระรองของเธอเท่ทะลุเพดานไปเลย"มาคุยกับผมเดี๋ยวนี้!"หมิงซั่วพูดกับซื่อหยาเสียงแข็ง เพราะมีสายตาอีกหลายคู่จับจ้องทำให้เขาพูดลำบาก ก่อนจะเดินนำเธอไ







