Mag-log inค่ำคืนนั้น... ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกปกคลุมด้วยเมฆครึ้ม ฝนเริ่มโปรยสายลงมาบางเบา ราวกับรับรู้ได้ถึงมรสุมกองโตที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า…
หลังเลิกเรียน มีอาตัดสินใจเดินแยกออกมาจากซอยเปลี่ยวหลังโรงเรียนอีกครั้ง ด้วยหัวใจที่หนักอึ้งและความหวังเล็กๆ ในใจว่าเธอจะได้พบกับลูคัส... ชายหนุ่มผู้กุมความลับและหัวใจของเธอเอาไว้ ทว่า... ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำให้น้ำเอ่อคลอเบ้าตาคู่งามนี้ทันที… ร่างสูงของลูคัสกำลังยืนหยัดท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกลงมาหนาเม็ด เสื้อสูทนักเรียนของเขาหลุดลุ่ย เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากบาดแผลฉกรรจ์ที่ท่อนแขนซ้าย ร่างกายของเขาถูกล้อมรอบไปด้วยชายฉกรรจ์ชุดดำนับสิบคนที่ถืออาวุธครบมือ ลูคัสในตอนนี้กำลังสู้ด้วยแรงที่เขามีอย่างสุดชีวิต เพื่อถ่วงเวลาให้คนของเขารีบถอนกำลัง แต่ไม่ว่าจะสู้อย่างไร ก็ยังนับว่าเสียเปรียบ ฝ่ายศัตรูมีมากเกินไป ถูกต้อง เขาในตอนนี้ประมาทเกินไป! "ลูคัส!" มีอาหลุดกรีดร้องเสียงหลงออกมาด้วยความตกใจ เสียงของเธอในขณะนี้ ไม่เพียงแต่จะทำลายความเงียบในซอยเปลี่ยวที่มีแต่เสียงต่อสู้นี้ให้หายไป ยังเป็นการเพิ่มความตื่นตระหนกให้กับทั้งลูคัสและฝ่ายศัตรูด้วยเช่นกัน ดวงตาคมกริบคู่สีเข้มของลูคัสเบิ่งกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นสาวน้อยผมสีชมพูพาสเทลวิ่งพุ่งตรงเข้ามาหาเขา "มีอา! อย่าเข้ามา! หนีไป!!" ลูคัสตะโกนลั่นเสียงดังสนั่น แววตาที่เคยเย็นชาและเยือกเย็นบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด... กลัว.. กลัวว่าคนตรงหน้าจะเป็นอันตราย แต่ทว่าก็ได้สายไปเสียแล้ว... ชายฉกรรจ์ฝ่ายศัตรูคนหนึ่งที่ดูออกในทันที ‘มีอานี่แหละ’ จุดอ่อนของลูคัส จึงค่อยๆแสยะยิ้มเลวร้าย แล้วยกปืนพกที่อยู่ในมือขึ้นเล็งตรงไปที่หัวใจของเด็กสาวทันที! ปัง! เสียงปืนดังสนั่นแหวกลมหนาว! "มีอา!!" ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นและความตาย ลูคัสใช้วิชาป้องกันตัวทั้งหมดที่มี ทุ่มกำลังกายและชีวิตพุ่งตัวเข้าไปบดบังร่างของมีอาไว้แน่น! ฉึก! กระสุนปืนเจาะเข้าที่ไหล่ขวาของชายหนุ่มเต็มๆ แรงปะทะทำให้ร่างสูงของลูคัสเซพาล้มลงไปกองกับพื้น ลงตรงแทบเท้าของมีอาในทันที เลือดสีแดงสดฉีดพ่นออกมาเปรอะเปื้อนเสื้อนักเรียนสีขาวและใบหน้าหวานของเด็กสาว "ลูคัส! ลูคัส!!" มีอาทิ้งตัวลงเข่ากระแทกพื้นน้ำฝนอย่างแรง เธอประคองร่างสูงที่สั่นเทาขึ้นมากอดไว้แน่น น้ำตาที่กลั้นไว้พรั่งพรูออกมาผสมกับสายฝนบนใบหน้า เลือดอุ่นๆ ของเขาไหลผ่านมือเล็กๆ ของเธอจนแดงฉานไปหมด "ทำไม... ทำไมนายต้องรับแทนฉัน! ลูคัส... ได้โปรดลืมตาขึ้นมาสิ! ลืมตาขึ้นมาคุยกับฉันก่อน!!" มีอาร้องไห้โฮออกมาอย่างยากจะควบคุม ความเจ็บปวดในอกซ้ายแทบจะปริแตกออกเป็นเสี้ยวๆ ลูคัสค่อยๆ ยกมือซ้ายที่สั่นเทาและไร้เรี่ยวแรง ขึ้นไปแตะที่แก้มเนียนของมีอาเบาๆ ปลายนิ้วของเขาเปื้อนไปด้วยคราบเลือด แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับนุ่มนวลที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน "อย่า... อย่าร้องไห้เลยนะ... ยัยตัวแสบของฉัน..." ลูคัสพยายามยิ้ม รอยยิ้มแรกและรอยยิ้มสุดท้ายใต้สายฝนที่ชุ่มฉ่ำ "จำที่ฉันเคยบอก... ได้ไหม... ผีเสื้อน่ะ... เวลาเกิดอันตราย... มันต้องบินหนีไป..." "ไม่! ฉันไม่หนี! ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!" มีอาร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน กอดร่างของเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย "นายสัญญาแล้วไงว่าจะอยู่ติวหนังสือด้วยกัน! นายสัญญาว่าจะปกป้องฉันไง!" "ฉัน... ขอโทษนะ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำรวยระรินลงทุกที เปลือกตาของชายหนุ่มค่อยๆ ปิดลงอย่างอ่อนแรง "ฉันคง... ทำตามสัญญานั้นไม่ได้อีกแล้ว..." "คุณชายครับ! พวกมันมาเพิ่มแล้ว ต้องรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ!!" คนของตระกูลมาเฟียพุ่งเข้ามาแยกตัวมีอาออกจากลูคัสอย่างรวดเร็ว มีอาพยายามดิ้นรนสุดชีวิต ทุบตีและกรีดร้องอย่างหมดท่า "ปล่อยฉัน! ปล่อยนะ! ลูคัส!!" แต่แรงของเด็กสาวตัวเล็กๆ หรือจะสู้แรงของชายฉกรรจ์ได้ ร่างของลูคัสที่ในตอนนี้หมดสติและเนื้อตัวต่างก็เต็มไปด้วยเลือดถูกอุ้มขึ้นรถตู้สีดำสนิท ประตูกลไกถูกปิดลงอย่างรุนแรงต่อหน้าต่อตาเธอ ปัง! เสียงประตูรถปิดลง ราวกับเสียงของหัวใจมีอาที่แตกสลายลงในวินาทีนั้น รถตู้สีดำพุ่งทะยานออกไปท่ามกลางสายฝนอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้มีอานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นคอนกรีตที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนและคราบเลือดของชายผู้เป็นที่รัก "ลูคัสสสสสสสสส!!" เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกถึงทรวงอกดังแผดขึ้นท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ ไม่มีอีกแล้วรอยยิ้มมุมปาก ไม่มีอีกแล้วติวเตอร์จำเป็นผมสีเทา... ทุกอย่างทลายลงไปในค่ำคืนเดียว มือบางที่สั่นเทายกขึ้นจับ 'สร้อยคอจี้ผีเสื้อสีชมพู' ที่คอไว้แน่น จี้คริสตัลเปรอะไปด้วยคราบเลือดของลูคัส มีอาก้มหน้าลงแนบหน้าผากกับสร้อยคือนั้น ร้องไห้สะอื้นฮักจนไม่มีน้ำตาจะไหล ‘ถ้าหากการจากลาในครั้งนี้จะเป็นการทำเพื่อรักษาชีวิตของนายไว้... ฉันจะรอ’ ‘ต่อให้ต้องรอนานไปไม่รู้จะกี่ปี... ฉันก็จะไม่วันลืมนายเลย... ลูคัส’ และนั่น... คือจุดจบของความรักอันแสนบริสุทธิ์ในวัยเรียน ก่อนที่สายลมแห่งกาลเวลาจะหมุนเปลี่ยนไปตลอดกาล!สำเนียงภาษาอิตาลีอันสละสลวยและเป๊ะปังที่แทบจะเทียบเคียงดั่งระดับภาษาแม่ที่หลุดออกจากปากของเลขาสาวเรือนผมสีชมพูพาสเทล ทำเอา ‘คาเทริน่า วาลัวส์’ ถึงกับชะงักกึก รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าคมสวยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและไม่พอใจในเสี้ยววินาที!นัยน์ตาสีฟ้าคู่คมของไฮโซสาวฝั่งยุโรปหรี่ลงอย่างจับผิด เธอไม่คิดเลยว่าหญิงสาวชาวเอเชียตรงหน้าที่มีตำแหน่งเป็นเพียง 'เลขาส่วนตัว' จะสามารถตอกกลับเธอด้วยภาษาบ้านเกิดได้อย่างนุ่มนวล แต่บาดลึกลงไปถึงทรวงขนาดนี้"นี่เธอ... กล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีกับฉัน?!" คาเทริน่าเค้นเสียงตวาดออกมาเป็นภาษาอิตาลีอย่างตึงเครียด ก้าวเข้ามาหามีอาหมายจะใช้อำนาจคุณหนูตระกูลใหญ่ข่มขวัญ "รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร! และรู้ไหมว่าตระกูลวาลัวส์ถือหุ้นและมีอิทธิพลในเครือข่ายยุโรปมากแค่ไหน!"มีอาไม่แม้แต่จะสะทกสะท้านหรือถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ใบหน้าหวานยังคงจุดรอยยิ้มการค้าอันงดงามและสงบนิ่ง เธอกอดแฟ้มเอกสารในมือไว้หลวมๆ แล้วตอบกลับด้วยท่วงท่าของมืออาชีพชั้นยอด"ดิฉันทราบดีค่ะคุณคาเทริน่า... ตระกูลวาลัวส์เป็นหนึ่งในพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญของวัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน" มีอาน
รสจูบอันหนักแน่นและบีบบังคับในตอนแรก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลและโหยหาลึกซึ้ง ลูคัสตักตวงความหวานจากริมฝีปากอวบอิ่มของมีอาอย่างเอาแต่ใจ สองมือหนาประคองแผ่นหลังของเธอให้ร่นเข้ามาชิดแผ่นอกแกร่ง ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที หญิงสาวตรงหน้าจะเลือนหายไปเหมือนความฝันในยามค่ำคืนมีอาหลับตาลงรับสัมผัสร้อนผ่าวที่คุ้นเคย สองมือบางที่เคยแตะอยู่บนอกเสื้อเชิ้ตสีดำเปลี่ยนเป็นกำผ้าเนื้อดีไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่เริ่มอ่อนแรงลง ลมหายใจอุ่นๆ สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องทำงานชั้น 88กระทั่งลูคัสค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ปลายจมูกโด่งสันยังคงคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู"นี่คือบทลงโทษ... สำหรับคนที่คิดจะแข็งข้อกับฉันตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหูจนมีอาต้องหดคอหนีด้วยความสยิว"คนฉวยโอกาส..." มีอาพึมพำเสียงแผ่ว พยายามดันแผ่นอกแกร่งออกเบาๆ เพื่อจัดเสื้อสูทสีครีมของตัวเองให้เรียบร้อย แม้ใบหน้าหวานจะยังคงร้อนผ่าว แต่แววตาคู่สวยก็กลับมาฉายแววมั่นใจอีกครั้ง "ถ้านายจะบังคับให้ฉันทำงานตำแหน่งนี้ด้วยสัญ
เช้าวันจันทร์อันแสนสดใส... ทว่าบรรยากาศภายในอาคารสูงใจกลางเมืองหลวงซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ กลับตลบอบอวลไปด้วยความระส่ำระส่ายและความตื่นตระหนกขั้นสุด!พนักงานทุกระดับชั้นตั้งแต่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการยันผู้บริหารระดับสูง ต่างวิ่งวุ่นกันจนวุ่นวาย หลายคนสอดส่องสายตามองหน้ากันพลางซุบซิบกระซิบกระซาบด้วยสีหน้าตระหนกตกใจ เสียงแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดที่ถูกกดรัวอย่างรวดเร็วและเสียงโทรศัพท์สายด่วนที่ดังขึ้นไม่ขาดสาย ทำให้บรรยากาศภายในออฟฟิศตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก"เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ยคุณวิน? ทำไมทุกคนถึงดูแตกตื่นวุ่นวายกันขนาดนี้?"‘คังมีอา’ ในชุดสูททำงานกระโปรงทรงสอบเข้ารูปสีครีมดูสง่างาม เรือนผมสีชมพูพาสเทลรวบเป็นมวยเรียบร้อยเปิดเผยลำคอระหงผุดผ่อง มือข้างนึงถือแท็บเล็ต และอีกข้างก็เป็นแก้วกาแฟสแตนเลสใบโปรดเข้ามาในโซนทำงานของแผนกวิเคราะห์ข้อมูล เธอละสายตาจากแท็บเล็ตในมือแล้วเอ่ยถามพนักงานรุ่นน้องที่กำลังยืนทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกสลายตรงหน้า"หัวหน้าคัง! มาพอดีเลยครับ!" วินรีบพุ่งตัวเข้ามาหาเธอด้วยท่วงท่าตระหนกตกใจอย่
ความเย็นชาที่ส่งผ่านสายตาเพียงเสี้ยววินาทีบนเวทีนั้น... บาดลึกลงไปในหัวใจของมีอาอย่างรุนแรงและโหดร้ายทัศนียภาพรอบกายที่เคยเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ บัดนี้กลับไร้ความหมายลงไปในทันที ร่างระหงในชุดเดรสสีชมพูพาสเทลยืนนิ่งค้างท่ามกลางผู้คนชั้นสูงในงานที่กำลังก้มศีรษะให้กับการก้าวลงจากเวทีของ ‘ลูคัส วัลเดอร์บิลต์’ลูคัสเดินล้อมรอบไปด้วยบอดี้การ์ดร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบนาย เขาก้าวผ่านกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำและเหล่าไฮโซที่พยายามจะยื่นบัตรแนะนำตัว โดยไม่แม้แต่จะปรายสายตามองใคร ความนิ่งสงบ เยือกเย็น และออร่าแห่งความเย็นชาอันไร้ความรู้สึกของเขา ราวกับราชาผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จที่ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ใครบนโลกใบนี้‘นายทำเหมือนฉันเป็นเพียงอากาศธาตุ... ทำเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันอย่างนั้นเหรอ ลูคัส?’มีอากลืนก้อนความขมขื่นและจุกแน่นลงคออย่างยากลำบาก มือบางที่ถือแก้วแชมเปญสั่นระริกจนน้ำในแก้วสั่นคลื่นเบาๆ เป็นระลอก เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะข้างกายเบาๆหญิงสาวตัดสินใจเบียดตัวผ่านฝูงชน เดินเลี่ยงออกจากความอึดอัดและไร้อากา
ณ โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร ค่ำคืนนี้ตลบอบอวลไปด้วยความหรูหราอลังการขั้นสุด โถงจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ถูกตกแต่งด้วยธีมสีดำตัดทองคำแท้ แชนเดอเลียร์คริสตัลที่ส่องประกายระยิบระยับห้อยระย้าจากเพดานสูง สะท้อนแสงไฟวิบวับไปทั่วทั้งห้อง ผู้คนชั้นสูงทั้งในวงการธุรกิจ ไฮโซชื่อดัง และข้าราชการระดับผู้ใหญ่ต่างสวมชุดราตรีและสูทหรูหราเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก ทุกคนต่างมาเพื่อเป้าหมายเดียวกัน... คือการได้ยื่นบัตรแนะนำตัวและสร้างคอนเนกชันกับ 'ประธานคนใหม่' ของ วัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน รองเท้าส้นสูงสีเงินคู่สวยก้าวลงจากรถแท็กซี่หรูหน้าทางเข้าโรงแรม ร่างระหงของ 'คังมีอา' ในชุดเดรสเกาะอกผ้าไหมซาตินสีชมพูพาสเทลเดินก้าวเข้ามาในงานอย่างมั่นใจ ทันทีที่เธอปรากฏตัว... สายตาของเหล่าผู้ทรงอิทธิพลและหนุ่มๆ ในงานต่างสะดุดกึกและหันมามองเธอเป็นตาเดียว! เรือนผมสีชมพูพาสเทลยาวสลวยที่ถูกเกล้าขึ้นครึ่งศีรษะอย่างประณีต เผยช่วงไหล่เนียนผุดผ่องและลำคอระหง ใบหน้าหวานฉ่ำที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างลงตัวงดงามโดดเด่นสะกดทุกสายตา แต่สิ่งที่ทำให้เธอแตกต่างจากสาวๆ คนอื่น
หกปีต่อมา...สายลมแห่งกาลเวลาก็ได้หมุนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว... ร่องรอยคราบเลือดบนพื้นคอนกรีตและเสียงกรีดร้องในค่ำคืนที่ฝนตกกระหน่ำวันนั้น ค่อยๆ ถูกกาลเวลากลบฝังลงไปลึกสุดในแผ่นอกซ้ายของเด็กสาวผมสีชมพูพาสเทลหกปีที่ผ่านมา ‘คังมีอา’ ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความอ่อนแอ เธอใช้ความเจ็บปวดและความคิดถึงโหยหาเป็นแรงขับเคลื่อนในการผลักดันตัวเอง ผลการเรียนระดับท็อป ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่เป็นเลิศ และพื้นฐานความฉลาดเฉียบแหลม ทำให้เธอเรียนจบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งตั้งแต่อายุยังน้อยปัจจุบัน ในวัยยี่สิบสามปีเต็ม มีอาเติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามสะพรั่งอย่างสมบูรณ์แบบ เรือนผมยาวสลวยสีชมพูพาสเทลอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงทอดตัวนุ่มสลวยรับกับใบหน้าหวานฉ่ำลูกครึ่งไทย-เกาหลี ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นแม้จะยังคงความสดใสไว้ แต่ก็แฝงไปด้วยความเยือกเย็น เฉียบขาด และอ่านคนได้อย่างทะลุทะลวงปัจจุบัน เธอรับตำแหน่งเป็น ‘หัวหน้านักวิเคราะห์ข้อมูลมือหนึ่ง’ ของบริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ นั่งทำงานอยู่ในห้องกระจกทรงสูงบนอาคารหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร“หัวหน้าคั







