Home / โรแมนติก / ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม / บทที่ 3 ผีขยี้หัวน่ากลัวนะ

Share

บทที่ 3 ผีขยี้หัวน่ากลัวนะ

last update Last Updated: 2025-12-24 23:23:31

หลังจากแผ่นหลังบอบบางของ ‘ยัยตัวภาระ’ วิ่งหายลับลงบันไดเรือนไป พ่อเลี้ยงหมอกคราม ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับอารมณ์วูบวาบและความปวดหนึบที่กลางลำตัว

เขาหันกลับมามองเพื่อนสนิทที่ยังยืนผิวปากอย่างอารมณ์ดีด้วยสายตาขวาง ๆ

“มึงจะยืนยิ้มหาพระแสงอะไรไอ้ธีร์? ว่างงานนักหรือไงถึงโผล่หัวมาได้?” หมอกครามถามเสียงห้วน เดินกระแทกเท้ากลับไปหยิบเสื้อเชิ้ตที่พาดไว้บนพนักเก้าอี้มาสวมลวก ๆ เพื่อปกปิดร่องรอยความตื่นตัว

‘สารวัตรธีร์’ หัวเราะร่า เดินอาด ๆ เข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวที่เพื่อนรักเพิ่งจะนัวเนียกับสาวไปเมื่อครู่

“เอ้าไอ้นี่... ก็กูแวะมาดูลาดเลา เผื่อมีอะไรให้ช่วย...คู่อริมึงก็ออกจะเยอะ หน้าก็เรียกตีน ปากก็ขยันหาเสี้ยนมาตำ แล้วอีกอย่าง กูมาหามึงที่นี่ออกจะบ่อย ปกติไม่เห็นมึงจะด่าจะไล่เหมือนหมูเหมือนหมาแบบวันนี้เลยนี่หว่า”

ธีร์หยิบแก้วกาแฟของหมอกครามที่เย็นชืดแล้วขึ้นมาดมเล่นสูดกลิ่นคาเฟอีนให้เต็มปอด พลางส่งสายตาล้อเลียน

“วันนี้เกิดผีเข้าอะไรขึ้นมา ถึงได้หวงบ้านนักหนาวะ?” คำว่าหวงบ้านธีรดาเน้นคำหนักพลางยิ้มอย่างรู้ไส้รู้พุงเพื่อนรัก

“กูไม่ได้หวงบ้าน” หมอกครามสวนทันควัน นั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วคว้าบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบเพื่อดับอารมณ์ “กูแค่รำคาญ... มึงมาขัดจังหวะการทำงาน”

“ทำงาน?” ธีร์เลิกคิ้วสูง “งานประเภทไหนวะที่ต้องลงไปนอนทับกันบนพื้นราบแบบนั้น? งานวิจัยแรงเสียดทานเหรอ? หรืองานที่ต้องใช้แรงดันสูง เพลา ๆ หน่อยเอาก็เลือกที่เลือกทาง เดี๋ยวเข่าจะพังหมด”

 ถ้อยคำสองแง่สองง่ามแบบนี้ออกจากปากคนที่เป็นเพื่อนรักเพื่อนชั่วอย่างสารวัตรธีรดาเป็นปกติ เพราะกว่าจะมีวันนี้พวกเขาก็แทบจะกินนอนด้วยกันมา จากกระเจี๊ยวเท่านิ้วก้อยจนบัดนี้เท่าแขนเด็กสองเดือน

“สัส!” หมอกครามพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าเพื่อน “ปากมึงนี่นะ... ถ้าไม่ติดว่าเป็นตำรวจ กูจับฝังทำปุ๋ยหมักไปนานละ”

สารวัตรหนุ่มโบกมือไล่ควัน ขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อนแล้วลดเสียงลงเป็นเชิงกระซิบกระซาบแบบอยากเผือกเต็มที

“ถามจริงเถอะไอ้เสือ... กับน้องคนเมื่อกี้พิเศษใส่ไข่หรือไงวะ? ทีเมื่อก่อน ตอนมึงเรียกเด็กอ่าง เด็กชงเหล้า หรือนางแบบทรงโตมาผ่อนคลายที่ระเบียงนี่... กูนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ มึงยังเคยควักออกมาเอาโชว์ไม่อายฟ้าดินเลยไม่ใช่เหรอ?”

หมอกครามชะงักไปเล็กน้อย ภาพอดีตสมัยวัยรุ่นเลือดร้อนย้อนกลับมา ใช่... เขาเคยดิบ เคยเถื่อน และไม่แคร์โลกเรื่องผู้หญิง สำหรับเขา ผู้หญิงพวกนั้นก็แค่ทางผ่าน เป็นคู่นอนที่จบแล้วก็แยกย้าย ไม่มีความรู้สึกผูกพันหรือต้องให้เกียรติอะไร

แต่กับ... ยัยเด็กหน้ามึนนั่น...

“คนนี้ไม่เหมือนคนอื่น” หมอกครามตอบเสียงเรียบ หลบตาเพื่อนมองออกไปนอกระเบียง

“ไม่เหมือนยังไงวะ? นมใหญ่กว่า? หรือลีลาเด็ด?”

“ไม่ใช่เว้ย!” หมอกครามตวาดแว้ด “นั่นหลานป้าดวง...ลูกสาวเพื่อนสนิทกลุ่มแก๊ง ส.ว.แม่กู”

“อ๋อ...” ธีร์ลากเสียงยาว พยักหน้าหงึกหงัก “ลูกท่านหลานเธอนี่เอง... มิน่าล่ะ มึงถึงดูเกร็งแปลก ๆ เหมือนอยากจะกินแต่ก็ไม่กล้าเคี้ยว”

“กูไม่ได้อยากกิน!” หมอกครามปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ในใจยังนึกถึงสัมผัสนุ่มนิ่มเมื่อครู่อยู่

“ยัยนั่นมันตัวภาระ... แม่ส่งมาดัดนิสัย กูแค่ต้องสั่งสอนให้รู้จักความลำบากเฉย ๆ”

“เหรอออ...” ธีร์ทำเสียงสูงกวนประสาท “สั่งสอนท่าไหนวะ เป้าตุงจนซิปแทบแตกขนาดนั้น... ระวังเถอะมึง ปากบอกภาระ ๆ ระวังจะกลายเป็น ‘ภรรยา’ โดยไม่รู้ตัว”

“เพ้อเจ้อ! มึงมีธุระอะไรก็รีบว่ามา จะได้รีบไสหัวกลับไป กูจะไปอาบน้ำ!” หมอกครามตัดบทด้วยความรำคาญและเขินที่เพื่อนรู้ทัน

ธีร์หัวเราะหึ ๆ ก่อนจะเริ่มคุยเรื่องธุระสัพเพเหระ แต่สายตายังคงมองเพื่อนด้วยความขบขัน 

‘หึ... พ่อเลี้ยงหมอกครามผู้ไม่เคยแคร์ใคร... งานนี้ท่าทางจะเจอของแข็งแล้วล่ะ’

...บรรยากาศยามพลบค่ำที่ท้ายไร่ช่างแตกต่างจากความวุ่นวายบนเรือนใหญ่ลิบลับ ความเงียบสงัดเริ่มเข้าปกคลุม มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่เริ่มบรรเลงเพลงออร์เคสตราแห่งพงไพร และ... เสียงท้องร้องของอัญภัทรเคล้าคลอกับเสียงนั้นไปด้วย

“โครก... คราก...”

อัญภัทรนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงไม้แข็ง ๆ ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนเก่า ๆ ที่เธอรื้อค้นมาจากตู้ มือบางกุมท้องตัวเองด้วยความทรมาน ความหิวระดับวิกฤตเล่นงานจนตาลาย แต่จะให้แบกหน้ากลับไปที่เรือนใหญ่ตอนนี้... บอกเลยว่า ‘ไม่มีทาง!’

“ฮือ... ยอมอดตายดีกว่าต้องกลับไปเจอหน้าไอ้พ่อเลี้ยงลามกนั่นกับเพื่อนปากเสียของเขา!”

เธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายแล้วก็หน้าร้อนผ่าว ภาพซองถุงยางไซส์ 58... ภาพแผงอกขาว ๆ... และภาพเป้ากางเกงที่นูนเด่นขึ้นมาตอนเขาล้มทับเธอ... มันติดตาตรึงใจจนสลัดยังไงก็ไม่ออก!

“ไอ้คนบ้ากาม! พกถุงยางไซส์ยักษ์ไปทั่ว แล้วยังจะมา... มาตุงใส่คนอื่นอีก! นี่มันคุกคามทางเพศชัด ๆ!”

ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...

เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำเอาอัญภัทรสะดุ้งสุดตัว เด้งตัวลุกขึ้นนั่งกอดเข่า

“คะ... ใครน่ะ!?” เธอตะโกนถามเสียงสั่น พลางคว้าไม้แขวนเสื้อใกล้มือมาถือไว้ต่างอาวุธ

“ผีมั้ง...” เสียงทุ้มคุ้นหูดังลอดเข้ามา “เปิดประตู... เอาข้าวมาให้”

อัญภัทรชะงัก... เสียงนี้มัน... พ่อเลี้ยงหมอกคราม? ใจหนึ่งก็อยากจะหยิ่ง ไม่เปิดให้แต่กระเพาะเจ้ากรรมดันทรยศ ส่งเสียงร้องดังลั่นกว่าเดิม

เธอค่อย ๆ ย่องไปเปิดประตูแง้มดูนิดนึง ก็เห็นร่างสูงใหญ่ของหมอกครามยืนหน้านิ่งอยู่ท่ามกลางความมืด ที่น่ากลัวคือเขาดูขาวสว่างคาตามากแม้ในแสงสลัว ในมือถือ ปิ่นโตเถาใหญ่ ส่งกลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลาย

“จะกินไหม? หรือจะให้ผมเอาไปเทให้หมากิน?” เขาถามกวน ๆ พร้อมกับเสียงที่ติดห้วนนิด ๆ ซ่อนมุมปากที่เกือบจะยกยิ้มกับท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ของแม่ตัวภาระ

“กะ... กินค่ะ!” ความหิวชนะทุกสิ่ง อัญภัทรรีบเปิดประตูอ้ากว้าง

หมอกครามเดินดุ่ม ๆ เข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะกวาดสายตามองหนึ่งรอบ แล้ววางปิ่นโตลงบนโต๊ะไม้เก่า ๆ กลางห้อง “กินซะ... แม่ครัวทำแกงส้มชะอมกุ้ง กับไข่เจียวไว้ กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็เททิ้งไป หวังว่าคนเมืองกรุงอย่างคุณคงจะกินอาหารบ้าน ๆ ได้นะ อย่าเรื่องมาก”

ทั้ง ๆ ที่ไล่กลับก็จบ...แต่เขากลับรู้สึกตลกที่ได้แกล้งเธอต่อ

หมอกครามทำหน้าเบื่อนิด ๆ ทั้งลงทุนสั่งแม่ครัวเป็นพิเศษ กลัวสาวกรุงเทพจะกินอาหารอีสานไม่ได้ กินปลาร้าไม่เป็น หากจะให้กินอ๋อมกบอ๋อมเขียด เดี๋ยวจะอ้วกหรือเปล่า นี่ยังมีต้มอึ่งในช่วงมีอึ่งไข่อีก ไม่อยากจะคิดสภาพตอนนั้นสักนิด

“ขอบคุณค่ะ...” อัญภัทรยกมือไหว้แบบขอไปที แล้วรีบแกะปิ่นโตอย่างหิวโหย แต่พอเปิดชั้นแกงส้มออกมา... เธอก็ต้องชะงัก

เพราะนอกจากแกงส้มแล้ว... ในชั้นถัดมามีไข่เจียว วางอยู่คู่กับข้าวสวยร้อน ๆ แต่เดี๋ยวนะ...นั่นอะไร

ดอกอัญชัน?

เธอมองดอกไม้สลับกับผู้ชายที่ไร้ความอ่อนโยนอย่างเขา กับการจัดปิ่นโตที่ดูมุ้งมิ้งปุกปิกชอบกล นี่มีแผนอะไรหรือเปล่า

“ดอกไม้วางบนข้าว?” เธอเลิกคิ้วถามเขา

“ดอกอัญชันไง อย่าบอกนะไม่รู้จักชื่อตัวเองแท้ ๆ” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ กระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางยั่วเย้า

แต่เดี๋ยว...ต้องกระซิบใกล้ชิดขนาดนั้นเลยหรือไง

“พูดห่าง ๆ ก็ได้หูฉันดีอยู่”

“อื้ม...หูดี!!!” เขาไม่พูดเปล่าทั้งยังโฟกัสสายตาไปยังส่วนกลางกายใต้เสื้อผ้าของเธอ ที่ดูเหมือนสัมผัสเมื่อตอนบ่ายจะยังไม่ชัดเจนถึงส่วนเว้าส่วนโค้งนัก จนอยากสัมผัสมันอีก ตอนนั้นยังไม่ทันได้จดจำดันถูกขัดจังหวะ

“นี่คุณอย่าย้ำ” อัญญารู้สึกว่าคำพูดของเขาไม่ได้หมายความว่าหูสักนิด แถมมันยังฟังดูน่าหวาดเสียวจนสายตาของเธอมองกลับเขาแต่ระยะสายตาดันไปมองตรงเป้า ราวกับว่าสิ่งนั้นมันคอยแต่จะเข้ามาอยู่ในครรลองสายตาเธออยู่อย่างนั้น

“มองแบบนี้หิวข้าวหรือหิว...ผมกันแน่ครับ”

อัญภัทรรีบดึงสายตากลับมาที่ปิ่นโตข้าวตรงหน้า พยายามไม่สนใจคนตัวสูงที่ยืนค้ำหัวอยู่ มือเรียวตักข้าวคำโตยัดเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการใจสั่น

‘เผลอไปเท่านั้นแหละ... แค่เผลอเฉย ๆ คนบ้าอะไรก็ไม่รู้ ไม่ได้น่าสนใจสักนิด!’ เธอท่องในใจราวกับสะกดจิตตัวเอง

“คุณส่งปิ่นโตเสร็จแล้วก็กลับไปสิคะ” เธอพูดทั้งที่ข้าวยังเต็มปาก พลางบุ้ยใบ้ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่เขา “ฉันกินเองได้ ไม่ต้องมายืนเฝ้าหรอกไม่ใช่เด็ก เหม็นขี้หน้าคนหื่น!”

หมอกครามเลิกคิ้วมองท่าทางเหมือนแมวขู่ฟ่อของหญิงสาว มุมปากยกยิ้มร้ายกาจที่ดูเจ้าเล่ห์พิลึก

“ได้... ผมกลับก็ได้”

เขารับคำง่าย ๆ จนอัญภัทรแปลกใจ แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินออกไป ชายหนุ่มกลับชะงักฝีเท้า แล้วค่อย ๆ หันหน้ากลับมามองเธอช้า ๆ

ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นนิ่งลึกและเย็นเยียบราวกับน้ำในโอ่งในฤดูหนาว บรรยากาศรอบตัวพลันดูอึมครึมลงถนัดตา

“แต่ระวังเอาไว้นะคุณอัญญา...”

น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ ลากยาว และแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากความมืด ทำเอาขนแขนของอัญภัทรลุกซู่โดยไม่ได้นัดหมายเพราะความหลอนที่เขาพยายามสร้าง

“ระวัง... อะไรคะ?” เธอถามเสียงสั่น ช้อนส้อมในมือเริ่มกระทบกันกริก ๆ

หมอกครามกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องพักเก่าคร่ำครึ มองไปยังมุมมืดใต้ขื่อคาน และหน้าต่างไม้บานเก่าที่เปิดอ้าทิ้งไว้รับลม

“ก็บ้านหลังนี้น่ะ... มันร้างมานาน” เขาเว้นจังหวะจงใจให้เธอลุ้นจนตัวโก่ง

“คนงานคนล่าสุดที่เคยอยู่ เขาอยู่ไม่ได้... เขาบอกว่าตอนดึก ๆ มักจะได้ยินเสียง... กุกกัก ๆ เหมือนมีคนมาเดินลากขาอยู่บนเพดาน”

“คะ... คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย!” อัญภัทรหน้าซีดเผือด รีบวางช้อนลงทันที

“ผมแค่เตือนด้วยความหวังดี...” หมอกครามทำหน้าตาย “ถ้าคืนนี้ได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ หรือเห็นเงาตะคุ่ม ๆ ที่ปลายเตียง... ก็อย่าเผลอไปทักล่ะ โบราณเขาถือ”

“มี...มีผีเหรอคุณ” อัญภัทรหายหิวฉับพลัน ร่างเล็กขยับเข้ามาใกล้ทั้งกระชากคนร่างใหญ่ให้นั่งลงข้าง ๆ แล้วมองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง

“ใช่ผี...”

“!!!”

อัญภัทรตัวสั่นนิด ๆ แล้วขยับร่างจนเกือบจะนั่งเกยตักแล้วแววตาของเธอมองไปยังเขาระคนอยากรู้ว่าผีอะไร

“ผีอะไรคุณ”

คนตัวใหญ่ยกยิ้มมุมปากคล้ายกับสนุกเต็มที่กับการทำให้คนด้านข้างกลัว ยิ่งเธอเอาหน้าอกมาเบียดจนรู้สึกว่าเธอไม่ได้ใส่ชั้นใน พลันให้อะไร ๆ ที่มันหลับไปแล้วตื่นขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะก้มลงชิดใบหูเล็ก...แล้วกระซิบเสียงแหบพร่า

“ผี...ขยี้หัว...น่ากลัวนะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 60 ผลผลิตแห่งรัก (ตอนจบ)

    สองปีต่อมา...กาลเวลาเปลี่ยนผ่าน ไร่ภูตะวันก็เติบโตขึ้นอย่างงดงาม จากไร่องุ่นและพืชไร่ที่ส่งขายในประเทศ บัดนี้กลายเป็นอาณาจักรเกษตรแปรรูปครบวงจรที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ไวน์และผลไม้อบแห้งไปไกลถึงต่างแดน ไม่ใช่มีแค่องุ่น ยังมีผลไม้ไทยอีกหลายชนิดในห้องทำงานที่ขยายกว้างขวางขึ้นกว่าเดิม แม่เลี้ยงอัญภัทร ในชุดเดรสทำงานคลุมท้องตัวหลวม ท้องที่สองกำลังมา กำลังยืนสั่งงานทีมการตลาดผ่านวิดีโอคอน เฟอเรนซ์ด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะปัง“ยอดส่งออกไตรมาสนี้ต้องเร่งหน่อยนะคะ ทางยุโรปต้องการไวน์ล็อตพิเศษสำหรับเทศกาลคริสต์มาส ฝากคุณวิชัยเร่งผลิตไลน์ด้วย” เพราะว่าไม่ได้มีแค่คนงานไทย ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ที่เป็นชาวต่างชาติ การประชุมระดับหัวหน้าจึงยกระดับเป็นภาษาอังกฤษเธอยังคงเป็นแม่เลี้ยงผู้เฉียบขาดแห่งไร่ภูตะวัน แม้หน้าท้องจะนูนเด่นออกมาบ่งบอกอายุครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วก็ตามปัง!ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกโดยไม่เคาะ มีคนเดียวในไร่ที่กล้าทำแบบนี้ พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายวัยขวบเศษที่วิ่งเตาะแตะเข้ามา“มะ..มอมี้จ๋า! มี้จ๋า!”ร่างป้อม ๆ ของ ‘น้องภาคิน’ ลูกชายคนโตทายาทรุ่นที่สามของไร่ภูตะวัน วิ่งถลาเข้า

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 59 เข้าหอขอจัดหนัก

    เสียงเพลงฉลองงานวิวาห์ยังคงดังแว่วมาตามสายลมจากลานจัดเลี้ยง แต่สำหรับคู่บ่าวสาวป้ายแดง หน้าที่ต้อนรับแขกได้จบลงแล้ว... ต่อจากนี้คือเวลาส่วนตัวที่ทั้งคู่รอคอยปัง!เสียงประตูกระจกบานใหญ่ของห้องหอในห้องนอนใหญ่ของเรือนไม้สัก ถูกปิดลงและล็อกกลอนแน่นหนาโดยฝีมือของเจ้าบ่าวหมาด ๆหมอกครามในสภาพที่ถอดเสื้อสูทตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสองเม็ด เดินย่างสามขุมเข้ามาหาเจ้าสาวที่นั่งเอียงอายอยู่ปลายเตียง ทำราวกับนี่เป็นครั้งแรกแต่ว่าไม่ได้นะครั้งแรกในฐานะเมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย ยังไงมันก็ต้องพิเศษกว่าอยู่แล้วสิเนอะเตียงกว้างถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงเป็นรูปหัวใจคู่ กลิ่นหอมของดอกไม้และเทียนหอมอบอวลไปทั่วห้อง สร้างบรรยากาศโรแมนติกชวนฝัน แต่แววตาของหมอกครามในตอนนี้... มันไม่ได้ฝันหวานเลยสักนิด แต่มันคือแววตาของ ‘นักล่า’ ที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อตอนนี้เขาพร้อมกลายร่างเป็นเสือพร้อมกินเหยื่อตัวน้อยแล้วล่ะ“เหนื่อยไหมครับ...” เขาถามเสียงนุ่ม เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ มือหนาเชยคางมนขึ้นสบตากัน แววตาไหวระริกน้อย ๆ ทำให้เขาอยากจะหยอกล้อกับเธอเสียจริง“นิดหน่อยค่ะ... ยืนบนส้นสูงนาน ๆ เมื่อยขาไ

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 58 วันแห่งคำมั่นสัญญา

    เสียงระฆังวิวาห์ไม่ได้ดังก้องกังวานมาจากโบสถ์หรูหราที่ไหน แต่มันคือเสียงกระดิ่งลมที่แขวนอยู่ตามกิ่งไม้ ผสานกับเสียงดนตรีบรรเลงสดจากวงดนตรีอะคูสติกที่ขับกล่อมท่ามกลางสายลมยามเย็นของไร่ภูตะวันวันนี้... ไร่ทั้งไร่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความรักซุ้มดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่แม่ไพลินกำกับดูแลด้วยตัวเองตั้งตระหง่านอยู่กลางลานหญ้าสีเขียวขจี ฉากหลังเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนและท้องฟ้าสีทองยามพระอาทิตย์ตกดิน ทางเดินปูด้วยกลีบกุหลาบสีชมพูและดอกรัก สื่อความหมายถึงความรักที่ยั่งยืนตามเคล็ดลับของป้าคำดวงหมอกคราม ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าแท่นพิธี ในชุดสูทสีครีมคัตติ้งเนี้ยบที่ขับให้เขาดูลดความดุดันลง แต่เพิ่มความอบอุ่นอ่อนโยนขึ้นเป็นเท่าตัว แม้ภายนอกจะดูนิ่งขรึมเหมือนภูผา แต่ฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อกลับฟ้องว่าข้างในใจเขากำลังเต้นระรัวแค่ไหน“อย่าเกร็งดิวะไอ้เสือ... หายใจเข้าลึก ๆ” สารวัตรธีร์ ที่ยืนหล่อในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าวอยู่ข้าง ๆ กระซิบแซว“ทำหน้าเหมือนจะไปฆ่าคนอย่างนั้นแหละ ยิ้มหน่อยเว้ย วันนี้วันดี”“กูไม่ได้เกร็ง...” หมอกครามกัดฟันตอบโดยไม่ขยับปาก “กูแค่... ตื่นเต้น”“เออ รู้แล้วว่าตื่นเต้น เมียมึงสวยขน

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 57 เตรียมงานวิวาห์

    ข่าวการแต่งงานระหว่างพ่อเลี้ยงหมอกคราม กับ คุณอัญภัทร แพร่สะพัดไปทั่วไร่ภูตะวันเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง บรรยากาศในไร่ช่วงนี้จึงคึกคักเป็นพิเศษ คนงานเดินยิ้มแก้มปริกันถ้วนหน้า เพราะนอกจากจะได้เจ้านายหญิงที่ใจดีแล้ว พ่อเลี้ยงยังประกาศแจกโบนัสพิเศษรับขวัญวันแต่งงานอีกด้วยแต่คนที่ดูจะวุ่นวายที่สุดเห็นจะไม่พ้นสองแม่งานใหญ่อย่าง แม่ไพลิน และป้าดวงใจ“ดอกไม้ตรงซุ้มทางเข้าต้องใช้กุหลาบขาวผสมกับดอกรักนะ จะได้รักกันยืนยาว!” แม่ไพลินชี้นิ้วสั่งการทีม ออแกไนซ์“แล้วก็อาหาร... ต้องเพิ่มเมนูมงคลอีกสามอย่าง ขนมจีบอย่าให้ขาด สื่อถึงการจีบกันตลอดเวลา!” ป้าดวงใจญาติสนิทคนเดียวของหมอกครามเสริมทัพอย่างแข็งขันส่วนหมอกครามกับอัญภัทรยืนมองความชุลมุนวุ่นวายนั้นด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ พวกเขาแทบจะกลายเป็นคนวงนอกในงานแต่งของตัวเอง เพราะผู้ใหญ่จัดการให้ทุกอย่าง“เหนื่อยหน่อยนะอัญญา...” หมอกครามกระซิบพลางโอบไหล่ว่าที่เจ้าสาว “เหล่าป้า ๆ แม่ ๆ เขาเห่อหลานสะใภ้กับลูกเขย”“อัญโอเคค่ะ...แม่มีความสุข อัญก็ดีใจ” เธอยิ้มหวาน “ว่าแต่คุณเถอะ... เตรียมตัวหรือยัง เย็นนี้ต้องไปลองชุดนะ” อัญภัทรเตือนเขาเรื่องสำคัญ เพราะครั้งนี้เป็น

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 56 ทุ่งดอกกระเจียวแห่งความทรงจำ

    แสงตะวันยามเย็นเริ่มทอแสงสีส้มอมชมพูระบายไปทั่วท้องฟ้าเหนือไร่ภูตะวัน สายลมเย็นพัดเอื่อย ๆ หอบเอากลิ่นหอมจาง ๆ ของไอดินและดอกไม้ลอยมาแตะจมูกอัญภัทรยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว วันนี้เธอสวมชุดเดรสยาวสีขาวเปิดไหล่ที่หมอกครามซื้อให้ เนื้อผ้าพลิ้วไหวทิ้งตัวสวยขับเน้นรูปร่างระหงและผิวขาวผ่องให้ดูสง่างามราวกับเจ้าหญิง ผมยาวสลวยถูกม้วนเป็นลอนคลาย ๆ ปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง“สวยแล้วครับ...”เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย หมอกครามยืนพิงกรอบประตูมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความชื่นชม วันนี้เขาอยู่ในชุดสูทลำลองสีเบจ เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนเล็กน้อย ดูหล่อเหลาและอบอุ่นจนใจเธอเต้นผิดจังหวะ“มารับแล้วเหรอคะ” อัญภัทรยิ้มหวาน เดินเข้าไปหาเขาราวกับรอเขาคนเดียว แต่หากรอแล้วได้คนนี้เป็นสามีก็ยินดีรอ“ครับ... เจ้าหญิงพร้อมหรือยัง”“พร้อมตั้งนานแล้วค่ะ”หมอกครามยื่นมือมาให้เธอจับ พาเดินออกจากบ้านไปที่รถจี๊ปเปิดประทุนคู่ใจที่จอดรออยู่เข้ากับบรรยากาศในไร่วันนี้ แต่ก่อนจะขึ้นรถ เขาหยิบผ้าแพรสีชมพูอ่อนออกมาจากกระเป๋าเสื้อ“ขออนุญาตนะครับ... ผมอยากให้คุณเห็นท

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 55 สัญญาใจ

    แสงแดดอ่อน ๆ ยามสายสาดส่องเข้ามาในห้องนอนกว้าง แต่อัญภัทรตื่นขึ้นมาพบกับความว่างเปล่าข้างกายเป็นวันที่สองติดต่อกัน ที่นอนฝั่งของหมอกครามเย็นชืด แสดงว่าเขาลุกออกไปนานแล้ว“หายหัวไปอีกแล้ว...” หญิงสาวชักหงุดหงิดนิด ๆ เพราะตื่นมาไม่เห็นสามีคนดีหญิงสาวบ่นพึมพำขณะลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมผ้าแพร เดินออกมาที่ระเบียงห้อง สายตาคมสวยกวาดมองไปทั่วอาณาบริเวณไร่ภูตะวันปกติหมอกครามจะตัวติดกับเธอเป็นตังเม ยิ่งช่วงหลังมานี้แทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว แต่วันนี้เขากลับหายตัวไปตั้งแต่ไก่โห่ แถมเมื่อวานก็ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ จนเกือบจะมีเรื่องเข้าใจผิดสัญชาตญาณของผู้หญิงบอกว่า... มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอัญภัทรจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินลงมาที่ห้องอาหารเจอ ป้าคำดวง กำลังจัดโต๊ะอาหารเช้าอยู่พอดี แต่ทันทีที่ป้าเห็นหน้าเธอ หญิงชราก็สะดุ้งโหยงจนช้อนส้อมในมือเกือบร่วง“อุ๊ย! คุณนาย... เอ้ย! คุณอัญ ตื่นแล้วเหรอคะ” ป้าคำดวงยิ้มเจื่อน ๆ หลบสายตาแปลก ๆ“ค่ะป้า... เห็นคุณหมอกไหมคะ?” อัญภัทรยิงคำถามทันที สายตาจับจ้องพิรุธของแม่บ้านเก่าแก่“เอ่อ... พ่อเลี้ยง... พ่อเลี้ยงออกไปดูงานท้ายไร่ค่ะ! เห็นว่าท่อประปาแตก! ใช่ค่ะ ท่อแตก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status