แชร์

บทที่ 4 ผีดุ...ดุเดือด

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-24 23:23:48

“ผี... ขยี้หัว... น่ากลัวนะ”

คำกระซิบแหบพร่าที่เจือไปด้วยความนัยลามกจกเปรตนั้น ทำให้อัญภัทรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะประมวลผลได้ว่า ‘ผีขยี้หัว’ ของเขามันหมายถึงอวัยวะส่วนไหนนะ..ใช่ส่วนที่หัวมันแดง ๆ และชอบขยี้!...หรือเปล่า

“ไอ้... ไอ้คนลามก!”

หญิงสาวหน้าแดงเรื่อจนร้อนไปถึงใบหู เมื่อลองผวนคำกลับไปกลับมา ก่อนรวบรวมแรงทั้งหมดผลักแผงอกกว้างของพ่อเลี้ยงหมอกครามออกเต็มแรง แล้วรีบขยับถอยไปตั้งหลักให้ห่างจากร่างใหญ่ นั่งเท้าเอวมองหน้าเขาด้วยสายตาขวาง ๆ

“ทะลึ่ง! ในสมองคุณมีแต่เรื่องใต้สะดือหรือไงคะ! นี่ฉันกำลังกลัวอยู่นะ มาหลอกผีบ้าบออะไรตอนนี้!” เมื่อคนตรงหน้าดูไม่น่าเคารพ เริ่มแรกใช้แทนตัวเองว่าหนูเพราะเขาผู้ใหญ่กว่า ตอนนี้ก็ใช้คุณกับฉันเพื่อแสดงจุดยืนว่าพวกเราห่างเหินกัน!

หมอกครามหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ ไม่ได้สะทกสะท้านกับแรงผลักอันน้อยนิดนั่นเลยสักนิด เขายกมือขึ้นกอดอก พิงเสาเรือนด้วยท่าทางสบาย ๆ

“ผมก็แค่เตือน... ไม่ได้คิดลามกสักหน่อย คุณนั่นแหละคิดไปเองร้อนตัวไปเองหรือเปล่าคุณอัญญา?”

“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย! กลับไปได้แล้วค่ะ ฉันจะกินข้าว!” เธอออกปากไล่อีกรอบ จะให้ทวนคำว่าผีขยี้หัวก็ดูจะน่าอายเกินไป เธอไม่หลงกลเขาหรอกนะ

แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่พ่อเลี้ยงหนุ่มจะได้ขยับตัว เสียงลมพัดกรรโชกแรงจากภายนอกก็ดังหวีดหวิวขึ้นมาอย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่ทันตั้งตัว ต้นไม้ใหญ่รอบบ้านพักเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดราวกับเสียงเปรตขอส่วนบุญ

ปัง!

หน้าต่างไม้บานเก่าที่เปิดอ้าไว้ถูกแรงลมตีเข้ากับวงกบอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

“ว้าย!” อัญภัทรสะดุ้งสุดตัว ยกมือปิดหู

พรึ่บ!

และวินาทีต่อมา หลอดไฟนีออนเพียงดวงเดียวกลางห้องก็กะพริบสองสามครั้ง ก่อนจะดับวูบลง ทิ้งให้ทั้งห้องจมอยู่ในความมืดมิดทันที!

“กรี๊ดดด! ไฟดับ!”

ความมืดที่เข้าปกคลุมอย่างกะทันหันทำให้อัญภัทรสติแตก ความกลัวที่ถูกพ่อเลี้ยงบิลต์มาเมื่อครู่ระเบิดออกมาทันที เธอไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นคนลามกหรือคนปากหมา สัญชาตญาณสั่งให้เธอกระโจนเข้าหา ที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวที่มีชีวิตอยู่ในห้องนี้

หมับ!

ร่างบางพุ่งเข้ากอดเอวสอบของพ่อเลี้ยงหมอกครามแน่น ใบหน้าหวานซุกเข้าหาแผงอกแกร่งอย่างต้องการหาเกาะกำบัง ร่างอรชรสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ

หมอกครามเองก็ตกใจไม่แพ้กันที่อยู่ ๆ โดนจู่โจม แต่พอตั้งสติได้ มือหนาก็เผลอยกขึ้นโอบไหล่บางไว้โดยอัตโนมัติ กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมของเธอทำเอาเขาเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอด

“ใจเย็น ๆ คุณ... แค่ไฟดับ” เขาบอกเสียงทุ้ม พยายามข่มใจไม่ให้เต้นแรงไปกับสัมผัสนุ่มนิ่มที่เบียดเสียดเข้ามา

“ตะ... แต่มันน่ากลัว! ทำไมลมแรงขนาดนี้คะ นี่มันเดือนเมษานะ ทำไมมีพายุฝน!” อัญภัทรโวยวายเสียงอู้อี้อยู่กับอกเขา คล้ายกับยังไม่เชื่อนั่นคือเรื่องดินฟ้าอากาศ แล้วคนที่กลัวทุกอย่างที่มองไม่เห็นและสัตว์เลื้อยคลานทำให้สมองจินตนาการไปไกล สองขาพยายามหดขึ้นไปนั่งบนตักคนตัวใหญ่ ราวกับเท้าแตะพื้นแล้วผีจะดึงเท้าเธอร่วงใต้ถุนบ้าน

“ไม่เคยได้ยินหรือไง... ‘พายุฤดูร้อน’ น่ะ”

หมอกครามตอบพลางลูบหัวเธอเบา ๆ เหมือนปลอบเด็กแม้ใจจริงอยากลูบหัวที่นุ่มฟูบนหน้าอกก็ตา

‘เดี๋ยวไก่ตื่น...ใจเย็นไอ้เสือ’ นั่นคือคำปลอบโยนในใจของเขากับไอ้ลูกชายที่มันพยายามโงหัวขึ้นมา

 “อากาศร้อนจัด ๆ เจอความชื้น มันก็ตูมตามแบบนี้แหละ... ปกติของที่นี่”

“ฮือ... ปกติบ้านคุณน่ะสิ บ้านฉันไม่เห็นจะมี!” ใช่ก่อนจะฝนตกต้องเตือนด้วยฟ้าร้องหรือฟ้าผ่ามาก่อนสิ นี่ลมมาก่อน น่ากลัวชะมัด แล้วตอนฝนตกไฟดับทุกทีเลยหรือไง

“ชู่... เงียบก่อน!!!”

จู่ ๆ หมอกครามก็กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น มือหนาปิดปากเธอไว้แน่น ร่างกายของเขาเกร็งเขม็งขึ้นมาทันที แต่หูของเขาได้ยินบางอย่างเคลื่อนไหว

“อะ... อื้อ! (อะไรคะ)” อัญภัทรพยายามถาม

“ฟัง...” เขากระซิบเสียงเครียด

ท่ามกลางเสียงลมพัดและเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบหลังคาที่ส่วนหนึ่งเป็นสังกะสี ส่วนกลางบ้านเป็นกระเบื้องยังมีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ วิ่งตึกตัก ๆ เข้ามาใกล้ตัวบ้าน และหยุดลงที่ใต้ถุนบ้านที่พื้นไม้กระดานมันมีร่อง   ห่าง ๆ พอให้เห็นเงาใครบางคน และไม่ใช่คนเดียวจนต้องหยุดฟัง

“แฮ่ก... แฮ่ก... พี่ทิด... ตรงนี้แหละ... มืดดี ไม่มีใครเห็นหรอก” เสียงผู้หญิงกระซิบกระซาบดังลอดผ่านช่องลมเข้ามา

อัญภัทรตาเบิกโพลงในความมืด ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ‘ผี! ผีแน่ ๆ! เสียงผู้หญิงด้วย!’ เธอขยับลุกขึ้นยืนแล้วอีกคนก็ยืนตามเธอเมื่อสายตาสอดส่ายหาทางวิ่งคิดว่าจะวิ่งไม่คิดชีวิตเลยล่ะ แต่ความคิดของเธอยังช้ากว่าคนข้าง ๆ

เธอเตรียมจะกรีดร้อง แต่หมอกครามรู้ทัน ก้มลงกระซิบชิดใบหู

“ไม่ใช่ผี...คนงานในไร่...สงสัยแอบอู้งานแล้วมา ‘จู๋จี๋’ กัน”

ไร่ของหมอกครามมีทั้งคนงานทำงานกลางวันและกลางคืน กลางคืนต้องมีเดินตรวจกันขโมยมาลักผลผลิต ยิ่งช่วงนี้ข้าวโพดกับมันสำปะหลังกำลังออกผลผลิตดี และพื้นที่ของเขามีเป็นพันไร่ ต้องตรวจตราให้ถ้วนทั่ว เพราะมีเรื่องแบบนี้บ่อยครั้ง

“อูยยย... อีล่า... ขาวจั๊วะเลยว่ะ... ขอพี่จับหน่อยนะ...” เสียงเข้ม ๆ ของผู้ชายตอบกลับมา ตามมาด้วยเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเพียะเบา ๆ และเสียงหัวเราะคิกคัก คล้ายกับมีบางสิ่งกระทบอะไรที่นุ่ม ๆ เด้ง ๆ อย่างก้น

อัญภัทรหน้าร้อนวูบ... นี่มันไม่ใช่แค่จู๋จี๋แล้ว นี่มัน... หนังสด!

เธอพยายามจะขยับตัวหนีจากสถานการณ์ชวนกระอักกระอ่วนนี้ แต่หมอกครามกลับรั้งเอวเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้ขยับไปไหน แถมยังดันตัวเธอให้ถอยไปพิงกำแพงมุมห้อง โดยมีเขาใช้ร่างกายบังเธอไว้ และบังคับให้ฟังไปด้วยกัน ราวกับว่าพวกเราคือพวกโรคจิต!

“อื้อ... พี่ทิด... ใจเย็น ๆ สิ... อ๊ะ... ตรงนั้น... เสียว...” เสียงครางกระเส่าดังชัดระดับ HD ทะลุผนังไม้บาง ๆ เข้ามาทำให้อัญภัทรกำมือแน่นจิกเกร็งปลายเท้า

บรรยากาศในห้องมืดพลันเปลี่ยนจากความน่ากลัวเป็นความ ‘ร้อนรุ่ม’ จนแทบจะจุดไฟติด

อัญภัทรยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจติดขัด เธอรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนจัดของพ่อเลี้ยงที่เป่ารดต้นคอ และ... บางอย่างที่ ‘แข็งขึง’ ดันอยู่ที่หน้าท้องน้อยของเธอผ่านเนื้อผ้าบาง ๆ

หมอกครามก้มลงมา ใบหน้าคมคายซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น เขาเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน เสียงกระตุ้นจากข้างนอกบวกกับความนุ่มนิ่มในอ้อมกอด มันปลุกสัญชาตญาณดิบของเขาให้ตื่นเพริด

“ได้ยินไหมคุณ...” เขากระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู ขบเม้มติ่งหูเธอเบา ๆ จนอัญภัทรสะท้านเฮือก

“เสียงแบบนี้... สงสัยข้างนอกเขากำลัง ‘ขยี้’ กันมันน่าดู... คุณอยากลองดูบ้างไหมล่ะ... หืม?”

เสียงหอบหายใจกระเส่าดังลอดผ่านร่องกระดานเข้ามาต่อเนื่อง จนสองร่างที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดในห้องคนงานร้างขยับตัวแนบชิดกัน

“อื้อ... พี่ทิด... เบา ๆ สิ เดี๋ยวคนได้ยิน”

 “ใครจะได้ยิน... บ้านร้าง ไฟก็ดับ... มีแต่ผีเท่านั้นแหละที่เห็น” “งั้นก็... เอาแรง ๆ เลยพี่... หนูเสียว...งัดขึ้นมาให้ชนด้านในเลย...มันถึงใจดี” สิ้นเสียงทิดก็จัดให้ไม่ยั้งจนเกิดเสียงลามกปนเสียงฉ่ำชื้นดังขึ้นเรื่อย ๆ เสื้อผ้าของทั้งคู่ไปกองอยู่ที่พื้น  ตอนนี้เสียงด้านนอก นอกจากเสียงฝนก็ยังมีเสียงเนื้อกระทบกัน

ตับ... ตับ... ตับ...

ในห้องมืด อัญภัทรตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก ใบหน้าร้อนผ่าวเหมือนโดนนาบด้วยไฟ เธอรับรู้ได้ถึงแผงอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงแรงขึ้นที่ด้านหลัง

หมอกครามก้มลงมากระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดต้นคอเธอ “ได้ยินไหม... ผีที่นี่เขาดุนะ... ดุเดือดซะด้วย”

“คะ... คุณ... ปล่อย...” เสียงกระซิบแผ่วจนแทบจะออกมาแต่เสียงลม ทว่าเธอกลับได้ยินชัดเจนทั้งพยายามขืนตัวออกจากการกอดรัดของเขา เพราะคิดว่าคนหื่นคงไม่ปล่อยให้เธอรอดแน่ ๆ

“ชู่... อย่าเสียงดัง” มือหนาเลื่อนมาโอบเอวคอดกิ่ว รั้งร่างนุ่มนิ่มให้แนบชิดกับส่วนล่างที่แข็งขึงของเขา ทั้งบดและยั่วให้อีกคนเร่าร้อนขึ้น

ร่างบางชะงักเหยียดตัวตรง แต่นั่นกลับเป็นใจให้คนข้างกายของเธอแนบชิดเข้ามา แต่เจ้ากรรมเธออาบน้ำตั้งแต่ก่อนฟ้ามืดและไม่ได้ใส่ชุดชั้นในเลยด้วยซ้ำจนต้องกัดริมฝีปากล่างระบายความเสียวซ่านที่แล่นเข้ามา

“เดี๋ยวเขาตกใจ... หมดสนุกกันพอดี”

“คุณหมอก...” เสียงเธอสั่นพร่าทั้งพยายามไม่ให้ตัวเองครางเสียงน่าอายออกไป เพราะตัวตนที่ขยับแนบเข้ามามันทำให้เธอสั่นและเสียววูบในช่องท้อง

ร่างของเธอตอนนี้ยืนหันหน้าเข้าหาเขาเพราะคนบ้าใช้แรงหมุนกลับมา ดวงตาของเขาที่เธอพอมองเห็นเลือนรางสะท้อนในความมืด แต่เธอกลับเห็นประกายบางอย่างในดวงตา กับความรู้สึกอันน่าหวาดเสียวที่กำลังแล่นเข้ามาจู่โจมที่หัวใจของเธอ

“ว่าไง... อยากลอง ‘ขยี้’ บ้างไหมล่ะคุณอัญชัน... บรรยากาศกำลังดี”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 60 ผลผลิตแห่งรัก (ตอนจบ)

    สองปีต่อมา...กาลเวลาเปลี่ยนผ่าน ไร่ภูตะวันก็เติบโตขึ้นอย่างงดงาม จากไร่องุ่นและพืชไร่ที่ส่งขายในประเทศ บัดนี้กลายเป็นอาณาจักรเกษตรแปรรูปครบวงจรที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ไวน์และผลไม้อบแห้งไปไกลถึงต่างแดน ไม่ใช่มีแค่องุ่น ยังมีผลไม้ไทยอีกหลายชนิดในห้องทำงานที่ขยายกว้างขวางขึ้นกว่าเดิม แม่เลี้ยงอัญภัทร ในชุดเดรสทำงานคลุมท้องตัวหลวม ท้องที่สองกำลังมา กำลังยืนสั่งงานทีมการตลาดผ่านวิดีโอคอน เฟอเรนซ์ด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะปัง“ยอดส่งออกไตรมาสนี้ต้องเร่งหน่อยนะคะ ทางยุโรปต้องการไวน์ล็อตพิเศษสำหรับเทศกาลคริสต์มาส ฝากคุณวิชัยเร่งผลิตไลน์ด้วย” เพราะว่าไม่ได้มีแค่คนงานไทย ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ที่เป็นชาวต่างชาติ การประชุมระดับหัวหน้าจึงยกระดับเป็นภาษาอังกฤษเธอยังคงเป็นแม่เลี้ยงผู้เฉียบขาดแห่งไร่ภูตะวัน แม้หน้าท้องจะนูนเด่นออกมาบ่งบอกอายุครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วก็ตามปัง!ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกโดยไม่เคาะ มีคนเดียวในไร่ที่กล้าทำแบบนี้ พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายวัยขวบเศษที่วิ่งเตาะแตะเข้ามา“มะ..มอมี้จ๋า! มี้จ๋า!”ร่างป้อม ๆ ของ ‘น้องภาคิน’ ลูกชายคนโตทายาทรุ่นที่สามของไร่ภูตะวัน วิ่งถลาเข้า

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 59 เข้าหอขอจัดหนัก

    เสียงเพลงฉลองงานวิวาห์ยังคงดังแว่วมาตามสายลมจากลานจัดเลี้ยง แต่สำหรับคู่บ่าวสาวป้ายแดง หน้าที่ต้อนรับแขกได้จบลงแล้ว... ต่อจากนี้คือเวลาส่วนตัวที่ทั้งคู่รอคอยปัง!เสียงประตูกระจกบานใหญ่ของห้องหอในห้องนอนใหญ่ของเรือนไม้สัก ถูกปิดลงและล็อกกลอนแน่นหนาโดยฝีมือของเจ้าบ่าวหมาด ๆหมอกครามในสภาพที่ถอดเสื้อสูทตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสองเม็ด เดินย่างสามขุมเข้ามาหาเจ้าสาวที่นั่งเอียงอายอยู่ปลายเตียง ทำราวกับนี่เป็นครั้งแรกแต่ว่าไม่ได้นะครั้งแรกในฐานะเมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย ยังไงมันก็ต้องพิเศษกว่าอยู่แล้วสิเนอะเตียงกว้างถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงเป็นรูปหัวใจคู่ กลิ่นหอมของดอกไม้และเทียนหอมอบอวลไปทั่วห้อง สร้างบรรยากาศโรแมนติกชวนฝัน แต่แววตาของหมอกครามในตอนนี้... มันไม่ได้ฝันหวานเลยสักนิด แต่มันคือแววตาของ ‘นักล่า’ ที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อตอนนี้เขาพร้อมกลายร่างเป็นเสือพร้อมกินเหยื่อตัวน้อยแล้วล่ะ“เหนื่อยไหมครับ...” เขาถามเสียงนุ่ม เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ มือหนาเชยคางมนขึ้นสบตากัน แววตาไหวระริกน้อย ๆ ทำให้เขาอยากจะหยอกล้อกับเธอเสียจริง“นิดหน่อยค่ะ... ยืนบนส้นสูงนาน ๆ เมื่อยขาไ

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 58 วันแห่งคำมั่นสัญญา

    เสียงระฆังวิวาห์ไม่ได้ดังก้องกังวานมาจากโบสถ์หรูหราที่ไหน แต่มันคือเสียงกระดิ่งลมที่แขวนอยู่ตามกิ่งไม้ ผสานกับเสียงดนตรีบรรเลงสดจากวงดนตรีอะคูสติกที่ขับกล่อมท่ามกลางสายลมยามเย็นของไร่ภูตะวันวันนี้... ไร่ทั้งไร่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความรักซุ้มดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่แม่ไพลินกำกับดูแลด้วยตัวเองตั้งตระหง่านอยู่กลางลานหญ้าสีเขียวขจี ฉากหลังเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนและท้องฟ้าสีทองยามพระอาทิตย์ตกดิน ทางเดินปูด้วยกลีบกุหลาบสีชมพูและดอกรัก สื่อความหมายถึงความรักที่ยั่งยืนตามเคล็ดลับของป้าคำดวงหมอกคราม ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าแท่นพิธี ในชุดสูทสีครีมคัตติ้งเนี้ยบที่ขับให้เขาดูลดความดุดันลง แต่เพิ่มความอบอุ่นอ่อนโยนขึ้นเป็นเท่าตัว แม้ภายนอกจะดูนิ่งขรึมเหมือนภูผา แต่ฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อกลับฟ้องว่าข้างในใจเขากำลังเต้นระรัวแค่ไหน“อย่าเกร็งดิวะไอ้เสือ... หายใจเข้าลึก ๆ” สารวัตรธีร์ ที่ยืนหล่อในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าวอยู่ข้าง ๆ กระซิบแซว“ทำหน้าเหมือนจะไปฆ่าคนอย่างนั้นแหละ ยิ้มหน่อยเว้ย วันนี้วันดี”“กูไม่ได้เกร็ง...” หมอกครามกัดฟันตอบโดยไม่ขยับปาก “กูแค่... ตื่นเต้น”“เออ รู้แล้วว่าตื่นเต้น เมียมึงสวยขน

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 57 เตรียมงานวิวาห์

    ข่าวการแต่งงานระหว่างพ่อเลี้ยงหมอกคราม กับ คุณอัญภัทร แพร่สะพัดไปทั่วไร่ภูตะวันเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง บรรยากาศในไร่ช่วงนี้จึงคึกคักเป็นพิเศษ คนงานเดินยิ้มแก้มปริกันถ้วนหน้า เพราะนอกจากจะได้เจ้านายหญิงที่ใจดีแล้ว พ่อเลี้ยงยังประกาศแจกโบนัสพิเศษรับขวัญวันแต่งงานอีกด้วยแต่คนที่ดูจะวุ่นวายที่สุดเห็นจะไม่พ้นสองแม่งานใหญ่อย่าง แม่ไพลิน และป้าดวงใจ“ดอกไม้ตรงซุ้มทางเข้าต้องใช้กุหลาบขาวผสมกับดอกรักนะ จะได้รักกันยืนยาว!” แม่ไพลินชี้นิ้วสั่งการทีม ออแกไนซ์“แล้วก็อาหาร... ต้องเพิ่มเมนูมงคลอีกสามอย่าง ขนมจีบอย่าให้ขาด สื่อถึงการจีบกันตลอดเวลา!” ป้าดวงใจญาติสนิทคนเดียวของหมอกครามเสริมทัพอย่างแข็งขันส่วนหมอกครามกับอัญภัทรยืนมองความชุลมุนวุ่นวายนั้นด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ พวกเขาแทบจะกลายเป็นคนวงนอกในงานแต่งของตัวเอง เพราะผู้ใหญ่จัดการให้ทุกอย่าง“เหนื่อยหน่อยนะอัญญา...” หมอกครามกระซิบพลางโอบไหล่ว่าที่เจ้าสาว “เหล่าป้า ๆ แม่ ๆ เขาเห่อหลานสะใภ้กับลูกเขย”“อัญโอเคค่ะ...แม่มีความสุข อัญก็ดีใจ” เธอยิ้มหวาน “ว่าแต่คุณเถอะ... เตรียมตัวหรือยัง เย็นนี้ต้องไปลองชุดนะ” อัญภัทรเตือนเขาเรื่องสำคัญ เพราะครั้งนี้เป็น

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 56 ทุ่งดอกกระเจียวแห่งความทรงจำ

    แสงตะวันยามเย็นเริ่มทอแสงสีส้มอมชมพูระบายไปทั่วท้องฟ้าเหนือไร่ภูตะวัน สายลมเย็นพัดเอื่อย ๆ หอบเอากลิ่นหอมจาง ๆ ของไอดินและดอกไม้ลอยมาแตะจมูกอัญภัทรยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว วันนี้เธอสวมชุดเดรสยาวสีขาวเปิดไหล่ที่หมอกครามซื้อให้ เนื้อผ้าพลิ้วไหวทิ้งตัวสวยขับเน้นรูปร่างระหงและผิวขาวผ่องให้ดูสง่างามราวกับเจ้าหญิง ผมยาวสลวยถูกม้วนเป็นลอนคลาย ๆ ปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง“สวยแล้วครับ...”เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย หมอกครามยืนพิงกรอบประตูมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความชื่นชม วันนี้เขาอยู่ในชุดสูทลำลองสีเบจ เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนเล็กน้อย ดูหล่อเหลาและอบอุ่นจนใจเธอเต้นผิดจังหวะ“มารับแล้วเหรอคะ” อัญภัทรยิ้มหวาน เดินเข้าไปหาเขาราวกับรอเขาคนเดียว แต่หากรอแล้วได้คนนี้เป็นสามีก็ยินดีรอ“ครับ... เจ้าหญิงพร้อมหรือยัง”“พร้อมตั้งนานแล้วค่ะ”หมอกครามยื่นมือมาให้เธอจับ พาเดินออกจากบ้านไปที่รถจี๊ปเปิดประทุนคู่ใจที่จอดรออยู่เข้ากับบรรยากาศในไร่วันนี้ แต่ก่อนจะขึ้นรถ เขาหยิบผ้าแพรสีชมพูอ่อนออกมาจากกระเป๋าเสื้อ“ขออนุญาตนะครับ... ผมอยากให้คุณเห็นท

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 55 สัญญาใจ

    แสงแดดอ่อน ๆ ยามสายสาดส่องเข้ามาในห้องนอนกว้าง แต่อัญภัทรตื่นขึ้นมาพบกับความว่างเปล่าข้างกายเป็นวันที่สองติดต่อกัน ที่นอนฝั่งของหมอกครามเย็นชืด แสดงว่าเขาลุกออกไปนานแล้ว“หายหัวไปอีกแล้ว...” หญิงสาวชักหงุดหงิดนิด ๆ เพราะตื่นมาไม่เห็นสามีคนดีหญิงสาวบ่นพึมพำขณะลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมผ้าแพร เดินออกมาที่ระเบียงห้อง สายตาคมสวยกวาดมองไปทั่วอาณาบริเวณไร่ภูตะวันปกติหมอกครามจะตัวติดกับเธอเป็นตังเม ยิ่งช่วงหลังมานี้แทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว แต่วันนี้เขากลับหายตัวไปตั้งแต่ไก่โห่ แถมเมื่อวานก็ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ จนเกือบจะมีเรื่องเข้าใจผิดสัญชาตญาณของผู้หญิงบอกว่า... มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอัญภัทรจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินลงมาที่ห้องอาหารเจอ ป้าคำดวง กำลังจัดโต๊ะอาหารเช้าอยู่พอดี แต่ทันทีที่ป้าเห็นหน้าเธอ หญิงชราก็สะดุ้งโหยงจนช้อนส้อมในมือเกือบร่วง“อุ๊ย! คุณนาย... เอ้ย! คุณอัญ ตื่นแล้วเหรอคะ” ป้าคำดวงยิ้มเจื่อน ๆ หลบสายตาแปลก ๆ“ค่ะป้า... เห็นคุณหมอกไหมคะ?” อัญภัทรยิงคำถามทันที สายตาจับจ้องพิรุธของแม่บ้านเก่าแก่“เอ่อ... พ่อเลี้ยง... พ่อเลี้ยงออกไปดูงานท้ายไร่ค่ะ! เห็นว่าท่อประปาแตก! ใช่ค่ะ ท่อแตก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status