INICIAR SESIÓN...โอมขมกรามแน่นมือก็บีบรัดต้นแขนเธอแน่นขึ้น ยิ่งเธอดิ้นอารมณ์เขาก็ยิ่งร้อนรุ่มมากขึ้นเพราะรู้สึกว่าเธอเห็นความสำคัญของความรู้สกึเขาน้อยมาก
“ไม่!! คุณจะมาเอางานมาอ้างแบบนี้ไม่ได้นะ!! ผมจะไม่ยอมให้คุณออกไปจากบ้านหลังนี้เด็ดขาด!!” ...เสียงที่ถูกเค้นรอดไรฟันนั่นบอกว่าเขากำลังโกรธและความโกรธก็พุ่งขึ้นเรื่อยๆ...แต่เบญรดาก็โกรธเขาเช่นกันที่มาทำกับเธอแบบนี้ จนคิดว่าช่วยไม่ได้แล้วล่ะ ในเมื่อพูดกันดีๆ แล้วไม่ฟังฟัน และไม่ยอมปล่อยสักทีก็ต้องสู้กันหน่อยแล้วล่ะ
“นี่ปล่อยนะ!! จะปล่อยมั้ย!! หีแล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ!!” ...พูดจบเบญรดาก็ใช้แรงทั้งหมดที่มีหมุนตัวในท่าที่จะให้หลุดจากการถูกจับตัวไว้ แล้วสะบัดร่างออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับเบี่ยงตัวออกมาให้พ้นรัศมีที่มือเขาจะเอื้อมถึง ...แต่จังหวะที่เธอจะเบี่ยงตัวออกมานั้น โอมก็รีบพุ่งเข้ารวบตัวเธอจากด้านหลัง ซึ่งรวบแขนทั้งสองข้างไว้ด้วย พร้อมกับยกร่างเธอให้ลอยเหนือพื้นแล้วอุ้มเดินพาร่างนั้นมาทิ้งลงบนที่นอนแล้วทาบร่างตามลงมาอย่างรวดเร็ว “เฮ้ยคุณจะทำอะไรเนี่ย!!” ...เบญรดาตกใจกับการจู่โจมในรูปแบบของเขา แต่เธอพูดได้แค่นั้นจริงๆ เพราะเขาประกบริมฝีปากลงปิดปากทันทีโดยไม่ปล่อยให้เธอได้พูดอีก ...ความโกรธและการถูกท้าทายที่คิดจะล้มเขา ทำให้บันดาลโทสะออกมาเป็นความต้องการในร่างกายของเธอ อีกทั้งฤทธิ์บรั่นดีที่ดื่มเข้าไปเกินครึ่งขวดก็ยิ่งกระตุ้นให้อารมณ์ความต้องการเพิ่มมากขึ้นจนไม่เหลือความเป็นคนดีมีสติอีกต่อไป ...ร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับอยู่บนร่างโปร่งบางแต่แข็งแรงของเธอนั่นยังคงใช้ปากบดขยี้ลงบนริมฝีปากนุ่มบางอย่างดุเดือดพร้อมทั้งใช้มือใหญ่ๆ ล็อคข้อมือเธอไว้ทั้งสองข้างเหมือนคีมเหล็กที่ยากจะสะบัดหลุด ...ลิ้นของโอมแทรกซุกรุกเร้าเข้าไปอย่างล้ำลึกตามความต้องการจนมองไม่เห็นคำสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก เพราะตอนนี้อารมณ์เสน่ห์พาเขาไปไกลเกินกว่าจะหยุดยั้งอะไรได้อีก ...เบญรดาถูกบดขยี้ริมฝีปากอย่างเร้าร้อนจนหมดหนทางต้านทาน ยิ่งเมื่อได้ลิ้มรสลิ้นอุ่นๆ ของเขาก็เหมือนถูกกระชากความโกรธออกไป เหลือไว้แต่เพียงความร้อนเร่าผะผ่าววูบวาบจนไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน ยิ่งเขาเพิ่มรสสัมผัสดูดดื่มลิ้นนุ่มๆ ของเธอแรงเท่าไหร่ ก็ยิ่งพาเธอให้ห่างไกลการทักท้วงและหน้าที่ออกไปมากเท่านั้น ...เมื่อลืมทุกอย่างอาการเกร็งก็คลายลง แรงต้านทั้งหมดก็ผ่อนลงตามแรงสัมผัสนั่น แล้วความรู้สึกใหม่ก็ค่อยๆ เข้าครอบงำเบญรดา เธออนุญาตให้หัวใจปล่อยวางการต่อต้านพร้อมกับตอบรับสัมผัสทุกอย่างที่เขาถ่ายทอดมา...เบญรดาตอบรับสัมผัสโดยดูดซับความลึกซึ้งจากลิ้นของเขากลับไป สัญชาติญาณบอกโอมทันทีว่ายกนี้เขาชนะ เมื่อโอมได้รับการตอบรับก็ผ่อนแรงพันธนาการข้อมือเธอลงด้วย แล้วต่างก็ดื่มด่ำสัมผัสกันและกัน จังหวะนั้นโอมผงกหน้าขึ้นมองคนที่อยู่ใต้ร่างเขาแล้วยิ้มอย่างพอใจออกมา
“น้องเบล รู้มั้ยว่าเมื่อวานจากน้ำตก พอกลับมาแล้วพี่ต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหนที่ต้องหยุดตัวเองไว้ แต่ตอนนี้พี่ขอถอนคำสัญญาทั้งหมดได้มั้ย ต่อให้ท่านนายพลจะเอาปืนมาจ่อหัวพี่ พี่ก็หยุดไม่ได้แล้ว” ...เสียงพร่าๆ พูดจบก็ประทับจูบริมฝีปากสีเรื่อนั่นอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ซุกไซ้ไล่เลื้อยริมฝีปากลงมาเรื่อยๆ ตามซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ฝ่ามือใหญ่ๆ ที่องศาความร้อนยังสูงนั้นทำให้เกิดความซาบซ่านทุกครั้งเมื่อสัมผัสลงบนทุกจุดบนเรือนร่างของเธอ ...โอมค่อยๆ จัดการเสื้อผ้าของเธอให้หลุดพ้นจากการบดบังเรือนร่างทีละชิ้นๆ ขณะเดียวกันริมฝีปากร้อนผ่าวและฝ่ามือของเขาก็ไล่สัมผัสไปทุกอณูผิวพรรณของเธอเช่นกัน จนความอุ่นซาบซ่านค่อยๆ เพิ่มองศาเป็นความร้อนแรงและเธอก็ตอบรับความร้อนแรงที่โหมกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง แม้จะไม่ประสากับเรื่องแบบนี้แต่นาทีนี้กายใจของเธอก็พร้อมจะเรียนรู้จากเขาใจทุกอิริยาบถ ...จนเขารีบพลิกร่างเพื่อปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองให้หลุดพ้นออกไป แล้วพลิกกลับทาบทับร่างบางเนื้อแน่นนั้นอีกครั้ง และครั้งนี้เบญรดาก็รู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนเมื่อเขาประทับใบหน้าลงบนเนินเนื้อหนั่นแน่นของเธอพร้อมกับซุกไซ้อย่างดูดดื่มจนเจ้าของเนินเนื้อถึงกับสะดุ้งเฮือกและแอ่นร่างรับสัมผัสการดูดดื่มจากเขา ...นาทีนี้โอมไม่มีอะไรต้องพูดหรืออธิบายอีกแล้ว เขารู้แค่ว่าเมื่อโลกเหวี่ยงเธอกลับมาให้เขาแล้ว เขาก็พร้อมน้อมรับและยินดีให้เธอครอบครองเขาทั้งกายและใจเหมือนเขาที่ตอนนี้กำลังครอบครองเธอและจะรักษาเธอไว้ให้นานที่สุด แม้ต้องเสี่ยงอันตรายตามที่เธอบอกเขาก็ไม่สน เพราะการอยู่โดยไม่มีตำรวจหญิงคนนี้ต่างหากคือความเสี่ยงอันตรายที่แท้จริง...ทั้งโอมและเบญรดาต่างสนองความต้องการและตอบรับความลึกซึ้งจนทะลักล้นหัวใจกันและกัน
.......................สายอีกวันรถยนต์ส่วนบุคคลเจ็ดที่นั่งของโอมก็มาจอดตรงหน้าอาคารราชการในเมือง โอมในชุดสไตล์การแต่งกายที่คุ้นเคยยืนอยู่กับเบญรดาในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดกางเกงยีนส์สีเข้ม โอมมองหน้าเบญรดาแล้วยิ้ม“พร้อมยัง!!”“มาขนาดนี้แล้วถ้าไม่พร้อมนี่เสียฟอร์มแย่สิ หึหึ”“ดีมาก งั้นไป”...ว่าแล้วโอมก็จูงมือเบญรดาเดินเข้าไปยังสำนักงานราชการเพื่อทำการจดทะเบียนสมรสตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อคืน และเขาก็โทรไปคุยกับท่านนายพลและคุณปรียารวมทั้งวิทเรียบร้อยแล้วด้วย หลังจากคุยกับฝั่งเบญรดาแล้วเขาก็โทรบอกพ่อกับแม่เขาเองด้วยแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังคร่าวๆ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเขาก็พาเธอมาจดทะเบียนเลยในวันนี้...ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงและยินยอมของเธอกับเขาและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย นั่นคือจะไม่มีการจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดๆ เพราะให้เกียรติตำแหน่งและหน้าที่ของเบญรดาที่ยังคงอยู่แบบไร้ตัวตนตามที่เธอร้องขอ...โอมที่วันนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นคนละคนกับวันก่อนๆ หัวใจเขาได้รับการซ่อมแซมแล้วตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งถือว่าเขายังโชคดีที่เบญรดากลับมาทันเวลา เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจหลับไม่ตื่นไปแล้วจากการรอเธออย่างไม่มีจุดหมาย...
“มีวันนึงพี่วิทไปทำงานแล้วโดนตามค่ะ พี่วินก็โดนตาม ดีที่ไหวตัวทันเลยย้ายกันไปอยู่บ้านอีกหลังแล้วทำงานอยู่ที่บ้านค่ะ แล้วก็เปลี่ยนซิมใหม่กันหมดเพราะป๊ายื่นเรื่องไปที่ตำรวจไซเบอร์จนได้รู้ว่ามันตามจากเบอร์โทรค่ะ ส่วนที่พี่วิทไม่ติดต่อกลับหาคุณเพราะ เอ่อ...”“เพราะอะไร!!”“เอ่อ..คือ เพราะป๊าถามฉันว่าถ้ายังเสี่ยงอยู่แบบนี้แล้วจะยังอยากกลับมาหาคุณไหม ตอนนั้นฉันนอนหยอดข้าวต้มอยู่แล้วคิดว่าถ้าฉันเลือกเส้นทางนี้แล้วและตอนนี้ก็เจ็บสาหัสยิ่งอนาคตก็ยิ่งบอกไม่ได้ว่าจะตายหรือจะรอด ฉันเลยบอกป๊าว่าไม่ขอไปต่อกับคุณแล้วค่ะ ป๊าเลยบอกพี่วิทว่าถ้าฉันเลือกแบบนั้นก็ให้พี่วิทหยุดคุยเรื่องฉันกับคุณไปเลย แค่ให้คนที่บริษัทดำเนินการเรื่องงานไปตามปกติ และรอดูสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่พี่วิทค่อยกลับมาคุยงานกับคุณเหมือนเดิม ป๊าบอกว่าให้ความเงียบค่อยๆ บอกคุณเอง เอ่อคุณอย่าโกรธป๊านะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธฉันนี่” ...โอมยิ่งฟังก็ยิ่งคิดว่านี่คือรายละเอียดสำคัญทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือนี่ไม่ใช่หรือคือปาฏิหาริย์ที่เขาร้องขอทุกวันทุกคืนทั้งๆ ที่เธอตัดเขาไปแล้ว แต่แล้วเธอก็กลับมา เขาค่อยๆ เลื่อนมือข้างหนึ่งไป
...เขาหลับลึกจนฝันเห็นเบญรดาอยู่บ่อยครับ และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังฝันว่าเธอมาหามาดูแลเขา มาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบโดยเธอมานั่งตรงริมขอบที่นอนแล้วยกฝ่ามือขึ้นแตะหน้าผากเขาเพื่อจะดูว่าความร้อนจากอาการไข้ได้ลงลงหรือยัง...ในฝันนั้นเขาเห็นว่าขณะเธอกำลังใช้มืออังหน้าผากเขาอยู่นั้น และเขาก็กลัวว่าเธอจะดึงมือกลับเขาเลยรีบคว้ามือนั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้เธอจากเขาไปอีก“น้องเบล!!!”...โอมเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาพร้อมร่างที่สะท้านตัวขึ้นตามความกลัวว่าเธอจะหายไป จนเมื่อลืมตาขึ้นถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน...แต่ความฝันทำไมเหมือนจริงเสียเหลือเกิน เพราะขนาดรู้สึกตัวแล้วก็ยังรู้สึกว่ามือเขากำลังกุมมือใครอยู่“เป็นอย่างไรบ้างคะ!! พี่แสงดาวบอกว่าคุณไม่สบายเลยกินยาแล้วนอน ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง!!”...น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นถามเขา แต่เพราะโอมยังตกอยู่ในความงุนงงว่านี่คือความฝันหรือความจริง เขามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขาตอนนี้ เธอสวมเสื้อเชิ้ดรัดรูปสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าสีดำ และหน้าตาท่าทางเธอคนนี้ก็เหมือนคนที่จากเขาไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว...โอมรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมาอีกแล้วเพราะคิดว่ามีแต่คนใจ
...จากหนึ่งวันเป็นสามวัน จากสามวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์ก็ผ่านไปเป็นเดือน จนวันเวลาล่วงเลยเข้าเดือนที่สาม...ชายหนุ่มที่ชื่ออภิภัทร์หรือโอมยังคงใช้ชีวิตปกติกับธุรกิจฟาร์มกล้วยไม้กลางดอยแม่แจ่ม และนับวันก็ยิ่งมีหน่วยงานต่างๆ ได้ติดต่อเข้ามายังบริษัทขนาดกลางของเขาเพื่อขอเป็นคู่ค้าบ้างและสั่งจองดอกกล้วยไม้จากฟาร์มเพื่อประดับตกแต่งรองรับงานต่างๆ มากมายจนแต่ละเดือนมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ายินดี...และแม้ว่ากิจการจะเติบโตและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้มากมาย แต่ผู้เป็นเจ้าของกิจการกลับไม่มีความสุขจากธุรกิจที่เติบโตขึ้นเลย จากชายหนุ่มบุคลิกดีหน้าตาดีจนเป็นที่แอบถูกใจของสาวๆ มากมายและจิตใจที่เคยแข็งแกร่งแต่โอบอ้อมอารี ...กลายเป็นตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อโอมซูบผอมลงมาก หน้าตาก็ดูเคร่งเครียดตลอดเวลาไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนเมื่อก่อน และน้อยครั้งมากที่เขาจะแสดงตัวต่อสังคมหรือที่ไหนๆ ก็ตาม เพราะงานทุกอย่างสามารถสั่งการผ่านผู้จัดการและอินตาได้ เขาจึงมีโลกส่วนตัวที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่บ้านพักริมหน้าผากับกระท่อมปีกไม้กลางสวนกล้วยไม้เท่านั้น...แม้แต่อัญชิกาเองเขาก็เลือกที่บล็อคเบอร์เธอและบอกให้ผู้จัดการในบริษัท
...และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ ที่โอมไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาอยากจะติดต่อคนโน้นคนนี้เพื่อตะล่อมถามก็เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยสถานะของเบญรดาออกไป เขาจึงตกอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก...ขณะที่เขานั่งเคร่งเครียดอยู่ในห้องนั่งเล่นซึ่งแยกส่วนมาจากห้องโถงนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารีบหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็รีบกดรับเพราะหวังว่าจะมีข่าวเบญรดา“ฮัลโหล สวัสดีครับคุณโอม ผมชื่อศิรวัฒน์นะครับ”“ฮัลโหล ครับสวัสดีครับ”“คือคุณวีรวิทย์เจ้านายของผมมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อประสานงานเรื่องกล้วยไม้กับคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ”...คำพูดจากคนที่โทรมาทำให้โอมแปลกใจ“อ้าวแล้วคุณวิทล่ะครับ ผมพยายามโทรติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”...โอมรีบถามกลับอย่างร้อนใจ เพราะนี่คงเป็นความหวังเดียวที่เขาจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น“คุณวีรวิทย์ลางานยาวเลยครับ ลาแบบไม่มีกำหนดและไม่ได้บอกไว้ครับว่าลาทำไม ลาไปไหน บอกอย่างเดียวว่าลาแบบไม่มีกำหนดเพราะมีเรื่องสำคัญมากต้องจัดการ และฝากบอกคุณว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องไปที่บ้านนะครับเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เลยเกรง
...โอมขับรถมาตามถนนสายหลักจนมาถึงทางแยกเข้าสู่ถนนเป้าหมายเพื่อไปยังโกดังพ่อเลี้ยงทรงพล แต่ข้างหน้าเขาเห็นตำรวจจราจรหลายนายคอยโบกมือส่งสัญญาณห้ามรถเลี้ยวเข้าถนนเส้นนั้น และทำการโบกมือส่งสัญญาณให้รถเบี่ยงไปทางอื่น...นี่คือช่วงเวลาเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องคอยกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ที่เกิดเหตุ...โอมหักพวงมาลัยเข้าซ้ายมือเพื่อจอดรถตรงข้างทางก่อนจะถึงทางแยกที่มีตำรวจจราจรยืนอยู่นั่น เพราะต่อให้เขาไปต่อเขาก็คงเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เขาลงมายืนดูสถานการณ์ว่าพอจะมีทางได้เข้าไปเส้นทางนั้นได้หรือไม่...รถราเริ่มหนาตาขึ้นและชะลอเป็นคอขวดอยู่เต็มถนนเส้นหลัก เพราะข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่คอยเปิดทางให้รถวิ่งผ่านเป็นระยะๆ...แล้วเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้ามองตามใบพัดยักษ์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นๆ นั่น ใจโอมเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะและมีแต่ความสงสัยว่าจะมีใครอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั่นบ้าง จะมีเบญรดาอยู่ด้วยไหม!! ถ้าเธออยู่ด้วยเธอปลอดภัยดีใช่ไหม!!...แต่แล้วโอมก็ทำได้แค่ยืนแหงนมองเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสะท้านไปทั้งน่านฟ้าเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะค่อยๆ หายลับไปสุดปลายฟ้านั่น แต่







