INICIAR SESIÓN...วันนี้ทีมรบพิเศษทั้งหกคนมารวมตัวกันที่เชียงใหม่เพื่อเตรียมแผนการจับกุมพ่อเลี้ยงทรงพลที่จะมีขึ้นอีกสามวันข้างหน้า
...ที่ห้องประชุมเล็กในโรงแรมแห่งหนึ่ง ทีมรบพิเศษทั้งหกคนนั่งล้อมโต๊ะและมีโทรศัพท์วางอยู่ตรงกลางเพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างทีมกับท่าน ผบ.ตร. “ผมคุยกับผู้กำกับเรียบร้อยแล้วว่า ถ้างานนี้พลาดก็เตรียมตัวโดนเด้งไปอยู่ชายแดนปักษ์ใต้ได้เลย เรื่องกินนอกกินในที่โดนตรวจสอบก่อนหน้านี้ผมถือว่างานนี้จะช่วยล้างมลทินให้สักครั้ง เพราะฉะนั้นให้ทุกคนเข้าใจตรงกันนะว่างานนี้พลาดไม่ได้ เป้าหมายของเราคือจับพ่อเลี้ยงทรงพลได้สำเร็จเท่านั้น”...เสียงท่าน ผบ.ตร. ดังมาจากโทรศัพท์ที่เปิดลำโพงจนทุกคนได้ยินชัดเจนทุกคำพูด แต่อยู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือของเบญรดาก็ดังขึ้น
...เมื่อเธอก้มดูโทรศัพท์มือถือตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าก็มีสีหน้าเลิ่กลั่กทันทีเพราะคนโทรเข้ามาคือโอม แต่เธอเลือกจะไม่รับสาย ...สายทุกคู่หันมามองเธอเป็นตาเดียวกันเพราะสงสัยว่าทำไมเธอถึงไม่รับสายและปล่อยให้เสียงเรียกนั้นดังอยู่เป็นนานสองนาน ...เบญรดากลอกตามองสายตาทุกคู่ที่มองมายังเธอแล้วค่อยๆ ใช้นิ้วกดตัดสายพร้อมกับส่งยิ้มให้ทุกคนเพื่อกลบเกลื่อน แต่หมวดพิมพ์มองแล้วสงสัย “อ้าวใครโทรมาล่ะหมวด เฮ้ยย!! หน้าแดงด้วยอ่ะ ทำไมไม่รับล่ะ!!” ...หมวดพิมพ์ซึ่งนั่งฟากตรงข้ามทักขึ้นมา “แหะๆ ไม่เป็นไรจ้ะ!! ไว้ค่อยโทรคุยทีหลัง ตอนนี้เอาเรื่องงานก่อนเหอะ” ...เธอตอบกลับไป แล้วทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตาฟังท่าน ผบ.ตร. พูดต่อจนชี้แจงแผนการจับกุมอย่างละเอียดยิบ จนการประชุมจบลง ทำให้บรรยากาศการพูดคุยเปลี่ยนไปด้วย “เฮ้ยไอ้หมวดเบลนี่ชักจะยังไงแล้วว่ะ ท่าทีมีพิรุธนะ สงสัยมีแฟนแหง๋ๆ เลย ฮ่าๆๆๆ” ...หมวดธีรพงษ์พูดผ่าวงขึ้นมาจนทุกคนต่างพากันหัวเราะและส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้เธอ “จริงแท้แน่นอนเลยล่ะ หมวดเบลน่ะเก่งทุกเรื่องยกเว้นปกปิดพฤติกรรมเรื่องนี้ ไม่เนียนเลยดูสิตาเตอหูเหอแดงเถือกหมดแล้ว อย่างนี้มีใครดูไม่ออกมั่งล่ะว๊า!!!” “ฮ่าๆๆๆๆ เฮ้ววววว!!!” ...หมวดพิมพ์แซวสมทบหมวดธีรพงษ์จบ เสียงหัวเราะก็ดั่งลั่นห้องประชุม ...เบญรดาจำต้องก้มหน้าเอามือกุมหัวไว้เพราะไม่อาจสู้สายตาหยอกเย้าจากเพื่อนๆ ได้ แต่แล้วเสียงข้อความเข้าจากแอพพลิเคชั่นไลน์ก็ดังขึ้น ...เบญรดาเปิดดูข้อความ “พรุ่งนี้เช้าพี่จะนั่งเครื่องลงกรุงเทพเพื่อไปประชุมที่บริษัทคุณวีรวิทย์ เย็นพรุ่งนี้หลังประชุมเสร็จพี่จะให้คุณวิทพาพี่ไปพบท่านนายพลกับคุณแม่ของเบลนะ พี่จะเรียนท่านเรื่องของเรา หวังว่าเบลคงไม่ขัดข้องอะไร พี่ส่งรูปใครไม่รู้ตอนใส่มงกุฎกล้วยไม้มาให้ด้วย ดูกี่ทีๆ ก็น่ารักจนคิดว่าถ้าอยู่ใกล้ๆ พี่คงอดใจไม่ไหวแน่ๆ” ...เบญรดานั่งก้มหน้าอ่านข้อความนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมาโดยลืมไปว่ามีสายตาอีกห้าคู่จ้องมองมาแบบรอจับผิดเต็มที่ “โอ๊ยชัวร์แล้วว่ะ!! ดูดิ สีหน้าแบบนี้ ยิ้มแบบนี้ หมวดเราเสร็จโจรแล้วว่ะเฮ้ย!! ฮ่าๆๆ” “ฮ่าๆๆๆ ก้ากกๆๆ” ...เมื่อมีแซวและหัวเราะสนุกสนานกันขนาดนี้ เจ้าตัวก็ไม่อาจทำอะไรได้อีกนอกจากได้แต่ก้มหน้าก้มตาเพราะความเขินอาย .......................สายอีกวันรถยนต์ส่วนบุคคลเจ็ดที่นั่งของโอมก็มาจอดตรงหน้าอาคารราชการในเมือง โอมในชุดสไตล์การแต่งกายที่คุ้นเคยยืนอยู่กับเบญรดาในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดกางเกงยีนส์สีเข้ม โอมมองหน้าเบญรดาแล้วยิ้ม“พร้อมยัง!!”“มาขนาดนี้แล้วถ้าไม่พร้อมนี่เสียฟอร์มแย่สิ หึหึ”“ดีมาก งั้นไป”...ว่าแล้วโอมก็จูงมือเบญรดาเดินเข้าไปยังสำนักงานราชการเพื่อทำการจดทะเบียนสมรสตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อคืน และเขาก็โทรไปคุยกับท่านนายพลและคุณปรียารวมทั้งวิทเรียบร้อยแล้วด้วย หลังจากคุยกับฝั่งเบญรดาแล้วเขาก็โทรบอกพ่อกับแม่เขาเองด้วยแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังคร่าวๆ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเขาก็พาเธอมาจดทะเบียนเลยในวันนี้...ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงและยินยอมของเธอกับเขาและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย นั่นคือจะไม่มีการจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดๆ เพราะให้เกียรติตำแหน่งและหน้าที่ของเบญรดาที่ยังคงอยู่แบบไร้ตัวตนตามที่เธอร้องขอ...โอมที่วันนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นคนละคนกับวันก่อนๆ หัวใจเขาได้รับการซ่อมแซมแล้วตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งถือว่าเขายังโชคดีที่เบญรดากลับมาทันเวลา เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจหลับไม่ตื่นไปแล้วจากการรอเธออย่างไม่มีจุดหมาย...
“มีวันนึงพี่วิทไปทำงานแล้วโดนตามค่ะ พี่วินก็โดนตาม ดีที่ไหวตัวทันเลยย้ายกันไปอยู่บ้านอีกหลังแล้วทำงานอยู่ที่บ้านค่ะ แล้วก็เปลี่ยนซิมใหม่กันหมดเพราะป๊ายื่นเรื่องไปที่ตำรวจไซเบอร์จนได้รู้ว่ามันตามจากเบอร์โทรค่ะ ส่วนที่พี่วิทไม่ติดต่อกลับหาคุณเพราะ เอ่อ...”“เพราะอะไร!!”“เอ่อ..คือ เพราะป๊าถามฉันว่าถ้ายังเสี่ยงอยู่แบบนี้แล้วจะยังอยากกลับมาหาคุณไหม ตอนนั้นฉันนอนหยอดข้าวต้มอยู่แล้วคิดว่าถ้าฉันเลือกเส้นทางนี้แล้วและตอนนี้ก็เจ็บสาหัสยิ่งอนาคตก็ยิ่งบอกไม่ได้ว่าจะตายหรือจะรอด ฉันเลยบอกป๊าว่าไม่ขอไปต่อกับคุณแล้วค่ะ ป๊าเลยบอกพี่วิทว่าถ้าฉันเลือกแบบนั้นก็ให้พี่วิทหยุดคุยเรื่องฉันกับคุณไปเลย แค่ให้คนที่บริษัทดำเนินการเรื่องงานไปตามปกติ และรอดูสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่พี่วิทค่อยกลับมาคุยงานกับคุณเหมือนเดิม ป๊าบอกว่าให้ความเงียบค่อยๆ บอกคุณเอง เอ่อคุณอย่าโกรธป๊านะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธฉันนี่” ...โอมยิ่งฟังก็ยิ่งคิดว่านี่คือรายละเอียดสำคัญทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือนี่ไม่ใช่หรือคือปาฏิหาริย์ที่เขาร้องขอทุกวันทุกคืนทั้งๆ ที่เธอตัดเขาไปแล้ว แต่แล้วเธอก็กลับมา เขาค่อยๆ เลื่อนมือข้างหนึ่งไป
...เขาหลับลึกจนฝันเห็นเบญรดาอยู่บ่อยครับ และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังฝันว่าเธอมาหามาดูแลเขา มาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบโดยเธอมานั่งตรงริมขอบที่นอนแล้วยกฝ่ามือขึ้นแตะหน้าผากเขาเพื่อจะดูว่าความร้อนจากอาการไข้ได้ลงลงหรือยัง...ในฝันนั้นเขาเห็นว่าขณะเธอกำลังใช้มืออังหน้าผากเขาอยู่นั้น และเขาก็กลัวว่าเธอจะดึงมือกลับเขาเลยรีบคว้ามือนั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้เธอจากเขาไปอีก“น้องเบล!!!”...โอมเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาพร้อมร่างที่สะท้านตัวขึ้นตามความกลัวว่าเธอจะหายไป จนเมื่อลืมตาขึ้นถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน...แต่ความฝันทำไมเหมือนจริงเสียเหลือเกิน เพราะขนาดรู้สึกตัวแล้วก็ยังรู้สึกว่ามือเขากำลังกุมมือใครอยู่“เป็นอย่างไรบ้างคะ!! พี่แสงดาวบอกว่าคุณไม่สบายเลยกินยาแล้วนอน ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง!!”...น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นถามเขา แต่เพราะโอมยังตกอยู่ในความงุนงงว่านี่คือความฝันหรือความจริง เขามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขาตอนนี้ เธอสวมเสื้อเชิ้ดรัดรูปสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าสีดำ และหน้าตาท่าทางเธอคนนี้ก็เหมือนคนที่จากเขาไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว...โอมรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมาอีกแล้วเพราะคิดว่ามีแต่คนใจ
...จากหนึ่งวันเป็นสามวัน จากสามวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์ก็ผ่านไปเป็นเดือน จนวันเวลาล่วงเลยเข้าเดือนที่สาม...ชายหนุ่มที่ชื่ออภิภัทร์หรือโอมยังคงใช้ชีวิตปกติกับธุรกิจฟาร์มกล้วยไม้กลางดอยแม่แจ่ม และนับวันก็ยิ่งมีหน่วยงานต่างๆ ได้ติดต่อเข้ามายังบริษัทขนาดกลางของเขาเพื่อขอเป็นคู่ค้าบ้างและสั่งจองดอกกล้วยไม้จากฟาร์มเพื่อประดับตกแต่งรองรับงานต่างๆ มากมายจนแต่ละเดือนมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ายินดี...และแม้ว่ากิจการจะเติบโตและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้มากมาย แต่ผู้เป็นเจ้าของกิจการกลับไม่มีความสุขจากธุรกิจที่เติบโตขึ้นเลย จากชายหนุ่มบุคลิกดีหน้าตาดีจนเป็นที่แอบถูกใจของสาวๆ มากมายและจิตใจที่เคยแข็งแกร่งแต่โอบอ้อมอารี ...กลายเป็นตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อโอมซูบผอมลงมาก หน้าตาก็ดูเคร่งเครียดตลอดเวลาไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนเมื่อก่อน และน้อยครั้งมากที่เขาจะแสดงตัวต่อสังคมหรือที่ไหนๆ ก็ตาม เพราะงานทุกอย่างสามารถสั่งการผ่านผู้จัดการและอินตาได้ เขาจึงมีโลกส่วนตัวที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่บ้านพักริมหน้าผากับกระท่อมปีกไม้กลางสวนกล้วยไม้เท่านั้น...แม้แต่อัญชิกาเองเขาก็เลือกที่บล็อคเบอร์เธอและบอกให้ผู้จัดการในบริษัท
...และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ ที่โอมไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาอยากจะติดต่อคนโน้นคนนี้เพื่อตะล่อมถามก็เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยสถานะของเบญรดาออกไป เขาจึงตกอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก...ขณะที่เขานั่งเคร่งเครียดอยู่ในห้องนั่งเล่นซึ่งแยกส่วนมาจากห้องโถงนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารีบหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็รีบกดรับเพราะหวังว่าจะมีข่าวเบญรดา“ฮัลโหล สวัสดีครับคุณโอม ผมชื่อศิรวัฒน์นะครับ”“ฮัลโหล ครับสวัสดีครับ”“คือคุณวีรวิทย์เจ้านายของผมมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อประสานงานเรื่องกล้วยไม้กับคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ”...คำพูดจากคนที่โทรมาทำให้โอมแปลกใจ“อ้าวแล้วคุณวิทล่ะครับ ผมพยายามโทรติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”...โอมรีบถามกลับอย่างร้อนใจ เพราะนี่คงเป็นความหวังเดียวที่เขาจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น“คุณวีรวิทย์ลางานยาวเลยครับ ลาแบบไม่มีกำหนดและไม่ได้บอกไว้ครับว่าลาทำไม ลาไปไหน บอกอย่างเดียวว่าลาแบบไม่มีกำหนดเพราะมีเรื่องสำคัญมากต้องจัดการ และฝากบอกคุณว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องไปที่บ้านนะครับเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เลยเกรง
...โอมขับรถมาตามถนนสายหลักจนมาถึงทางแยกเข้าสู่ถนนเป้าหมายเพื่อไปยังโกดังพ่อเลี้ยงทรงพล แต่ข้างหน้าเขาเห็นตำรวจจราจรหลายนายคอยโบกมือส่งสัญญาณห้ามรถเลี้ยวเข้าถนนเส้นนั้น และทำการโบกมือส่งสัญญาณให้รถเบี่ยงไปทางอื่น...นี่คือช่วงเวลาเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องคอยกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ที่เกิดเหตุ...โอมหักพวงมาลัยเข้าซ้ายมือเพื่อจอดรถตรงข้างทางก่อนจะถึงทางแยกที่มีตำรวจจราจรยืนอยู่นั่น เพราะต่อให้เขาไปต่อเขาก็คงเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เขาลงมายืนดูสถานการณ์ว่าพอจะมีทางได้เข้าไปเส้นทางนั้นได้หรือไม่...รถราเริ่มหนาตาขึ้นและชะลอเป็นคอขวดอยู่เต็มถนนเส้นหลัก เพราะข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่คอยเปิดทางให้รถวิ่งผ่านเป็นระยะๆ...แล้วเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้ามองตามใบพัดยักษ์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นๆ นั่น ใจโอมเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะและมีแต่ความสงสัยว่าจะมีใครอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั่นบ้าง จะมีเบญรดาอยู่ด้วยไหม!! ถ้าเธออยู่ด้วยเธอปลอดภัยดีใช่ไหม!!...แต่แล้วโอมก็ทำได้แค่ยืนแหงนมองเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสะท้านไปทั้งน่านฟ้าเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะค่อยๆ หายลับไปสุดปลายฟ้านั่น แต่







