로그인ระหว่างรอจางหย่งที่หายออกไปตามคำสั่งนั้น หลิงไท่กลับเข้าไปยังภัตคารเช่นเดิมเพื่อนั่งรอผู้คน เขานั่งดื่มชาร้อนที่ถูกรินลงจอกอย่างช้าๆ ก่อนยกมันขึ้นจิบแล้ววางจอกชาลง สองมือไพล่หลังเดินออกไปยังระเบียงร้านชั้นสองชมท้องถนนด้านล่างที่คราคร่ำผู้คนด้วยสายตาครุ่นคิด เด็กคนนั้นที่เขาช่วยเหลือขึ้นจากน้ำ เขาเองรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดมากถึงขั้นไตร่ตรองเพราะรู้ดีว่าตนเองนั้นมิได้รู้จักมักคุ้นผู้ใดบนโลกมนุษย์ ที่เขามา ณ ที่แห่งนี้คือการนัดพบปะกับคนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นนับว่าซุกซ่อนตัวจากโลกเทพโลกเซียนมาเนิ่นนานนับหมื่นนับแสนปี แต่เพราะจดหมายที่ส่งมาถึงมือเขา โดยให้จางหย่งเป็นผู้ส่งมอบนั่นต่างหากน่าสนใจยิ่ง เขาหยิบจดหมายที่อยู่ในแขนเสื้อปีกกว้างออกมาอ่านซ้ำอีกรอบ
'จ้าวผู้ครองภพ เนื้อหาใจความยากนักจะเอ่ยถึง ข้าผู้ผ่านกลาเวลามานับแสนกว่าปี บัดนี้มีคำทำนายที่ต้องบอกกล่าวถึงท่าน เกรงว่าสถานที่ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์ชั้นเก้า หรือเขตเซียนก็มิอาจจะได้ยินคำทำนายล่วงหน้านี้ ดังนั้นขอท่านจงมาพบข้ายังดินแดนที่ล้วนมีแต่คาวโลกีย์ เพื่อหลีกเลี่ยงการรั่วไหล นามข้า เซียนซิ่ว' นี่ต่างหากที่เขาวิตกกังวล เหตุใดเซียนผู้เฒ่าถึงปิดเป็นความลับนัก เพียงไม่นานกลิ่นอายเซียนก็ปรากฏขึ้นด้านหลัง
"คารวะเจ้าภพ"หลิงไท่หันหลังกลับมายังต้นเสียงช้าๆ
"ท่านอาวุโสเซียน"หลิงไท่งอแขนด้านหน้าลงระหว่างเอว ค้อมหัวลงเล็กน้อย เฒ่าเซียนที่หนวดขาวจรดพื้นถือไม้เท้าขนาดใหญ่ยาวเลยความสูงของตนเอง ใบหน้าสดใสแววตาเจนโลกแย้มยิ้มก้มหัวลงเช่นกัน
"เชิญท่านนั่งก่อน"หลิงไท่โบกมือช้าๆ ก็มีป้านชาร้อนกรุ่นวางอยู่ กลิ่นชาชั้นดีของสวรรค์ชั้นเก้าลอยโชยมาสูดดมให้ชื่นใจยิ่ง
"ชาดี ชาดี"เฒ่าเซียนเดินช้าๆไปนั่งลง หลิงไท่จึงนั่งตาม
"ท่านยังคงสง่างามมิเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เล็กจนบัดนี้"เฒ่าเซียนเอ่ยชม
"ท่านกล่าวชมเกินไปแล้ว"หลิงไท่รินน้ำชาส่งให้ช้าๆ
"เอาล่ะข้าจะไม่อ้อมค้อม มีอยู่สองประโยคให้เจ้าภพได้จดจำเอาไว้ 'ยามขุนเขาเลื่อนลั่นมารร้ายปรากฏ ผู้ปลดเปลื้องความหายนะจักต้องเป็นผู้ลงมือ' เฒ่าเซียนเอ่ยเชื่องช้า จิบชาด้วยสายตาเลื่อนลอย
"ท่านหมายความว่าเช่นไร"หลิงไท่นั้นเป็นผู้มีไหวพริบดียิ่ง เฉลียวฉลาดและเจ้าเล่ห์ในตัวเอง สิ่งใดที่ปรารถนาไม่เคยปล่อยให้หลุดมือโดยเนื้อแท้เขาเป็นคนเหี้ยมโหด แต่ปิดบังตัวตนแท้จริงด้วยความสุภาพอ่อนโยน เขาถือกำเนิดมาจากดวงจิตของเทพแห่งสงคราม กระหายเลือดเป็นที่ยิ่งไม่ว่าสงครามน้อยใหญ่ไม่เคยได้รับคำว่าพ่ายแพ้ หากแต่ภายใต้หน้ากากที่เขาใส่ทุกครั้งยามออกศึก ทำให้ไม่มีผู้ใดพบเห็นใบหน้าที่แท้จริงเลยสักครั้ง มีเพียงคนสนิทซ้ายขวาเท่านั้นที่รู้ความเป็นไป
"อ่า..คำทำนายนี้ข้าเองก็มิอาจหยั่งรู้ได้ว่าหมายถึงสิ่งใด เพียงแต่ปรมาจารย์ของข้าได้สืบต่อกันมานับแสนปี หากถามว่าเหตุใดท่านถึงเป็นผู้ได้รับคำทำนาย เป็นเพราะในนี้ได้บ่งเอาไว้ว่า ผู้เป็นเจ้าแห่งสามภพและ..ผู้มีดวงจิตของเทพแห่งสงครามเท่านั้น จะต้องเป็นผู้ได้รู้เห็นในคำทำนายนี้ บัดนี้ข้าได้ส่งต่อคำเหล่านี้ให้ท่านได้รับรู้แล้ว ก็ถึงเวลาที่ดวงจิตของเฒ่าเซียนผู้นี้ต้องแตกดับแล้ว"เฒ่าเซียนเมื่อเอ่ยถึงคำทำนายเนื้อกายก็เริ่มจางลงไปเรื่อยๆ มันผู้ใดกล่าวกันว่าเทพเซียนไม่แตกดับ หากถึงเวลาพวกเขาย่อมสลายไปได้เช่นกัน
"ข้าขอลาก่อน"หลิงไท่เองก็รู้ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงได้แต่ยืนขึ้นประสานมือเข้าหากันค้อมกายลงช้าๆจนร่างนั้นหายไปถึงได้เงยหน้าขึ้น
"หมายถึงสิ่งใดกันแน่ ในหอตำราไม่มีมารร้ายตนใดที่กล้าแกร่งจะก่อกำเนิด เหตุใดข้าถึงได้เป็นผู้ถูกรับเลือก เพราะเหตุใดกัน"หลิงไท่เอ่ยปากถามตัวเองเบาๆ กลุ่มควันที่ปรากฏด้านหลังทำให้หลิงไท่หันกลับไปมอง เป็นจางหย่ง
"ได้เรื่องหรือไม่"
"พะย่ะค่ะ"จางหย่งประสานมือ
"เผ่าวิหคมีเด็กหนุ่มสองคนนั้นจริงๆพะย่ะค่ะ ผู้ที่ยังเด็กมีนามว่าอี๋ซู และเพื่อนเขานามปาไช่ เป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก อี๋ซูผู้นี้ถูกกลั่นแกล้งจากมารดาเลี้ยงจนหาอยู่สุขไม่ เขากำลังถูกสั่งให้ไปจับหงส์ไฟจึงต้องหนีออกมาพะย่ะค่ะ"
"หือ?หงส์ไฟเชียวรึ เด็กนั่นยังแปลงร่างเป็นนกผู้พิทักษ์ของตนเองยังไม่ได้สรรหาอะไรจะไปจับหงส์ไฟ รนหาที่ตายชัดๆ"หลิงไท่เอ่ยเสียงเรียบ
"เพราะรู้แน่ว่าถึงตายนางจึงได้ออกคำสั่งเช่นนี้"
"อืม แล้วเจ้ารู้รึไม่เห็นใดเขาจึงมีกลิ่นอายของวิหคสวรรค์"
"กระหม่อมให้คนแอบสอบถามกับนางก้นครัวที่เป็นผู้ดูแลเด็กน้อย ได้ความว่าอี๋ซูผู้นี้เก็บได้จากปากทางเข้าหมู่บ้านปักษาพะย่ะค่ะ"
"เป็นไปไม่ได้"หลิงไท่เดินกลับไปมาระหว่างที่ฟังรายงานสองมือไพล่หลังบีบกันแน่น
"เป็นเช่นนั้นพะย่ะค่ะ สองคนปาไช่และนางก้นครัวเกรงว่าเด็กอี๋ซูจะได้รับอันตรายจึงรีบให้นำไข่ไปวางไว้ที่เดิม หากแต่ไม่ทันการ เด็กผู้นั้นยังตั้งชื่อปักษาสวรรค์ด้วยว่าเลี่ยงเฟิ่ง พะย่ะค่ะ"
"อืม..เอาล่ะข้าจะอัญเชิญปักษาสวรรค์มาสอบถาม พวกเรากลับตำหนักกันเถอะ"หลิงไท่พอได้รับรายงานแล้วก็กลับขึ้นยังสวรรค์ชั้นเก้า ซึ่งเป็นที่พำนักของเหล่าเทพเซียนสวรรค์และชนชั้นปกครอง
"แล้วกิจของฝ่าบาท"จางหย่งลังเล
"เรียบร้อยแล้ว"จางหย่งค้อมกายลง ทั้งคู่โบกมือทีเดียวร่างก็หายไปรวดเร็ว
บนที่พำนักล้วนงดงามหอมกรุ่น ตำหนักขนาดใหญ่ทอดยาวอยู่สุดตาสีทองปนขาวอร่ามตายิ่ง เหล่าบรรดาเทพเซียนชายหญิงแต่งกายงดงามยิ้มแย้มร่าเริงใบหน้างดงาม หลิงไท่โบกครั้งหนึ่งชุดที่สวมใส่กลับกลายเป็นชุดสีดำสลับเงินลวดลายงดงาม เส้นผมที่เคยเกล้าขมวดไว้เสียบด้วยปิ่นหยกสีดำที่มีเพียงแค่สรวงสวรรค์เท่านั้น มันถูกปลดลงจนเห็นเส้นผมยาวสยายสีดำเป็นแพรไหม หน้าผากมีรัดเกล้าสีทองคาดเอาไว้มองเห็นเพียงใจกลางรัดเกล้าเท่านั้นที่เปล่งประกาย จางหย่งเองก็เช่นกัน ชุดที่สวมใส่กลับกลายเป็นเกราะสีดำสอดเส้นเงิน ดาบอาญาห้อยเอาไว้ข้างเอว ยามร่างทั้งคู่ปรากฏขึ้นกลับมีชายผู้หนึ่งแต่งกายด้วยสีดำปนสีเงิน ราวบัญฑิตผู้คร่ำเคร่งวิชายืนรอรับอยู่ตรงหน้าตำหนักแล้ว
"ฝ่าบาท"
"จางหยู"หลิงไท่เอ่ยนาม
"พะย่ะค่ะ"
"มีเรื่องใดเกิดขึ้นหรือไม่"
"มีเพียงเทพจันทรามาขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ"
"หืม?"หลิงไท่หันมามองหน้าจางหยูแล้วก็เดินเข้าไปยังด้านในตำหนักของตน
"เทพจันทรา มีเรื่องใดถึงมาขอพบข้า"หลิงไท่เดินไปนั่งบนตั่งทองยกสูงขึ้นเล็กน้อย เทพจันทราค้อมกายคำนับแล้วรับจอกชาที่จางหยูส่งให้
"มีดวงดาวคู่ปรากฏพะย่ะค่ะ"หลิงไท่เกือบเสียอาการสำลักชาที่ยกขึ้นจิบ
"ฮึก ฮืออออ ข้าเจ็บๆ ข้าเจ็บปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ไม่เอาแล้ว ปล่อยข้านะหลิงไท่"ฮุ่ยเหอทั้งร้องทั้งหยกข่วนแผ่นอกกว้างจนเกิดเลือดซิบ เขาไม่ยอมถอยห่างซ้ำยังกดดันตัวเองคล้ายจะเข้าให้ลึกกว่าเดิม ฮุ่ยเหอทนเจ็บไม่ไหวใช้มือตบเข้าบนใบหน้าของเขาจนเสียงลั่นห้อง เขาโมโหวูบหนึ่งด้วยความเจ็บจึงกระแทกหมัดเข้าตรงท้องเพื่อหยุดอาการโวยวายของฮุ่ยเหอ"อ๊อก ฮือออเจ้าทำร้ายข้า ออกไป ออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้ข้าจะไปฟ้องเสด็จพ่อ"หลิงไท่รู้สึกตัวรีบหยุดตัวเองคาไว้แบบนั้น"ข้าขอโทษ อย่าโกรธข้าเลยเจ้าอดทนเพื่อข้าอีกนิดได้หรือไม่ ครั้งแรกมันมักจะเจ็บปวดแบบนี้อีกเดี๋ยวมันจะดีขึ้นข้าให้สัญญา"ฮุ่ยเหอสะอื้นไม่หยุด ด้านล่างเจ็บปวดยิ่งนักเขารับรู้ถึงกลิ่นคาวจึงก้มลงมองช่องที่เชื่อมต่อกันอยู่อีกครั้ง เลือดสีแดงจางๆไหลย้อยออกมาจากช่องจีบ"อดทนเพื่อข้าได้หรือไม่"หลิงไท่ปลอบโยน ก้มลงจูบซับน้ำตาและกระซิบแผ่วอยู่ข้างหูเล็ก ฮุ่ยเหอเมื่อหลิงไท่หยุดขยับตัวก็รู็สึกบางเบาขึ้นบ้าง หากความจุดยังอัดแน่นอยู่ด้านในทำให้ไม่สบายตัวนัก เขาเห็นฮุ่ยเหอยอมสงบนิ่งก็ปลุกเร้าอีกครั้งทั้งมือและปากประสานกันเพื่อทำให้ฮุ่ยเหอหลงลืมความเจ็บ เสียงครางกระเส
"ถวายพระพรฮ่องเฮาพะย่ะค่ะ"หลิงไท่คุกเข่าลง"โธ่ ข้ารู้แล้วว่าเพราะอะไรพระองค์กับจิ้นหยางถึงไม่ค่อยถูกชะตากันนัก เป็นเพราะพระนิสัยเหมือนกันนี่เอง เอาเถอะๆ อย่าทรงทำอะไรบุ่มบ่ามนะพะย่ะค่ะ พระองค์น่าจะรูว่าองค์จิ้นหยางพระอารมณ์ร้อนแค่ไหน ไปเถอะๆถ้าอย่างนั้นแม่จะกลับตำหนักแล้ว วันนี้เจ้าก็ไม่ต้องมากินอาหารเย็นกับพ่อกับแม่หรอก หม่อมฉันทูลลาพะย่ะค่ะ"ชุนหวงส่ายหน้าไปมาแล้วถอยจากไป"พวกเจ้ารู้เห็นอะไรก็ให้เงียบเสียเข้าใจไหม"เขากำชับนางกำนัลทุกคนก่อนจะกลับไปหาจิ้นหยางและหลอกล่อให้ลืมฮุ่ยเหอชั่วขณะ"เพคะ""คิดถึงจัง"ฮุ่ยเหอโผเข้าหาหลิงไท่ที่ปลดชุดเกราะของทหารออก"ข้าเองก็เช่นกัน"หลิงไท่ก้มลงเอามือประคองก้นกลมแล้วอุ้มขึ้นมาให้ใบหน้าเสมอกัน ก่อนจะประกบจูบปากด้วยความคิดถึง เนิ่นนานจนหายใจไม่ออกเขาจึงปล่อยฮุ่ยเหอลง"ข้ารักเจ้า"หลิงไท่กรระซิบแผ่ว"ข้าเช่นกัน"หลิงไท่อุ้มคนตัวเล็กกว่าลงนอนบนตั่งก่อนจะเบียดตัวเองลงไปช้าๆ"ให้ข้ารักเจ้านะ ข้าทนคิดถึงเจ้าแทบไม่ไหวแล้ว""อย่าพูดสิข้าวางหน้าไม่ถูกแล้ว"หลิงไท่ยิ้มกว้างรีบปลดเสื้อผ้าของฮุ่ยเหอออกจนหมดเหลือเพียงร่างขาวสว่างตา เขาลูบผิวเนื้อนุ่มเนียนช้าๆ ก่อนจ
"เดินทางปลอดภัย รู้ใช่ไหมว่าข้ารอเจ้าอยู่"หลิงไท่ส่งคนขึ้นรถม้าด้วยท่าทีอาวรณ์ยิ่ง เขาจำใจต้องส่งฮุ่ยเหอกลับไปยังฉางอันโดยที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้ว่า เขาจะไปเยือนอีกครั้งในวันที่ฮุ่ยเหอครบสิบเจ็ดชันษา เขาตั้งใจจะไปทูลขอเข้าพระราชพิธีอภิเษกรู้ดีว่ามิใช่เรื่องง่ายแน่นอน จิ้นหยางฮ่องเต้ขึ้นชื่อว่าหวงพระโอรสยิ่งนัก คนที่พอจะช่วยเขาได้คงมีแต่ฮองเฮาชุนหวงเท่านั้น คิดแล้วก็ให้ทอดถอนใจ"ข้ารู้แล้ว เจ้าเองก็อย่ารับพระสนมล่ะ""เด็กน้อย ข้าจะผิดต่อคำสัญญาของเราสองคนได้อย่างไร ไว้ใจข้าเถอะ"หลิงไท่จูบดูดดื่มและกอดร่างเล็กแน่นๆอีกครั้งก่อนจะยินยอมลงจากรถม้า"เฟยเหลียงฝากดวงใจของข้าด้วย"หลิงไท่ตบไหล่เฟยเหลียงเบาๆ เฟยเหลียงรู้ดีกว่าผู้ใดว่าสององค์ต่างเสน่หาซึ่งกันและกันมาเนิ่นนาน"วางใจเถอะพะย่ะค่ะ ส่วนจดหมายนี่กระหม่อมจะส่งถึงมือฮองเฮาแน่นอนพะย่ะค่ะ""ขอบใจเจ้ามาก"หลิงไท่ย้ำอีกครั้งก่อนจะมองขบวนรถม้าค่อยลับสายตาไป"อะไรนะ ข้าไม่ยอม ไม่ยอม""จิ้นหยาง อย่าทำเหมือนเด็กได้หรือไม่ เราสองคนก็เริ่มแก่เฒ่าขึ้นทุกวัน"ชุนหวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ เรื่องฮุ่ยเหอและหลิงไท่รู้ถึงหูจิ้นหยางเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลัง
"ข้าได้รับข่าวจากสายว่าจะมีกองทหารไม่ทราบฝ่ายเข้ามาในแนวหัวเมือง""แล้วทำไมหลิงไท่เกอเกอจะต้องไปเอง แม่ทัพล่ะพะย่ะค่ะ""เรื่องนี้หากแพร่งพรายไปคงไม่ดี ข้าจะต้องไปดูด้วยตนเองเสียก่อนๆจะสั่งให้แม่ทัพระวังภัย""แต่ว่า..""เด็กดี เจ้าอยู่กับเฟยเหลียงเถอะ ข้าจะไปกับจื่ออวิ๋นเอง""เช่นนั้นต้องระวังองค์นะพะย่ะค่ะ""แน่นอนเด็กน้อย"หลิงไท่แอบโบกมือให้องค์รักษ์ประจำพระองค์ออกไปแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้ ทว่าองค์เองใช้มือหนาโน้มคอคนตัวเล็กกว่าเข้ามาจนชิดประกบริมฝีปากเข้าแลกลิ้นจนอีกฝ่ายสติคล้ายหลุดลอยจึงยินยอมปล่อย"บ้าจริงกระหม่อมไม่คุยด้วยแล้ว"ฮุ่ยเหอเช็ดริมฝีปากเจ่อบวมของตัวเองไปมา"หึหึ แต่ข้ารู้ว่าเจ้าชอบ ดูแลตัวเองดีๆแล้วข้าจะรีบกลับมา"เวลาผ่านไปค่อนคืนแต่หลิงไท่ยังไม่กลับมา ฮุ่ยเหอนอนไม่หลับได้แต่เดินวนเวียนอยู่ในห้องบรรทม นับจากวันที่เขามาเยือนเป๋ยหยาง เขากับหลิงไท่นอนในห้องเดียวกันมาตลอดไม่มีเว้น"ยังไม่บรรทมหรือพะย่ะค่ะ"เฟยเหลียงที่กลับมาจากการลาดตะเวนรอบตำหนักเอ่ยทัก"ยังข้ารอหลิงไท่""บรรทมเถอะพะย่ะค่ะ อีกไม่นานคงเสด็จกลับมาแน่""อืม"ฮุ่ยเหอยอมล้มตัวลงนอนตามคำบอก ไม่รู้เวลายามใด เสียงซุบ
เขารู็ดีว่าฮุ่ยเหอไม่คุ้นชิน ดังนั้นเขาจึงคอยปลอบประโลมมิให้ตื่นตกใจ เมื่อเห็นว่าฮุ่ยเหอยินยอมขึ้นนั่งตักแล้วจึงรั้งไหล่เล็กมาอิงแนบอก ขาด้านล่างที่อยู่ในน้ำกางออกช้าๆเพื่อให้คนด้านบนอ้าขาออกตามโดยไม่มีทางเลือก เขาจงใจให้ทุกอย่างถูกน้ำลอยด้วยดอกไม้ปิดบังเอาไว้ป้องกันมิให้คนด้านบนตระหนก"รู้สึกดีหรือไม่""อืมมม ก็ดี"ฮุ่ยเหอหลับตาเอาใบหน้าซบกับอกกว้างชื้นน้ำ กลิ่นดอกไม้ที่ลอยอวลทั่วห้องคล้ายกับทำให้เขาผ่อนคลายลงหลายส่วน หลิงไท่เมื่อได้ฟังคำตอบก้ยกยิ้มน้อยๆ มือหนาลูบแผ่นหลังเนียนลื่นมือไปมา เลยลงไปด้านล่างสะโพกบ้างเป็นบางครั้ง มืออีกข้างค่อยแตะสัมผัสแท่งหยกที่กำลังเติบโตเอาไว้ในมือ ฮุ่ยเหอสะดุ้งผละตัวเองออกห่าง หลิงไท่รีบคว้าเอวเอาไว้ทันที"ชู่ว์ ชู่ว์ ไม่มีอะไรน่ากลัว ใจเย็นก่อน"หลิงไท่ใช้แขนข้างเดียวโอบร่างเล็กเข้าสู่อ้อมอกอีกครั้ง มือใหญ่ใต้น้ำค่อยรูดแท่งเล็กขึ้นลงช้าๆเพื่อให้คุ้นชิน ฮุ่ยเหออ้าปากกว้างคล้ายคนหายใจไม่ออก ดวงตาเบิกกว้าง"รู้สึกเช่นไร""มะ..ไม่รู้ ปล่อยข้าเถอะ"ฮุ่ยเหอร้องขอด้วยน้ำเสียงเหมือนคนขาดอากาศ"ไม่เป็นไร เราก็รู้เช่นนี้กันทุกคน"หลิงไท่ปลอบใจ"จะ..จริงหรือ""อืม แ
"ข้ายังเที่ยวไม่ทั่วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะชอบมันหรือไม่""อย่างน้อยถ้ายังไม่ชอบเมืองข้า ชอบข้าก่อนดีหรือไม่"หลิงไท่เอ่ยเสียงเบาฮุ่ยเหอถึงกับตาโตเมื่อได้ยินแต่เพราะคำพูดแสนเบาจึงจำได้เพียงบางคำ"เจ้าว่าอะไรนะ""ข้าบอกว่า ถ้ายังไม่ชอบเมืองชอบข้าก่อนดีหรือไม่""ข้าเอ่อ...ข้า"ฮุ่ยเหอใบหน้าแดงซ่านเมื่อได้ฟังคำพูดที่หลิงไท่ย้ำ"ข้าก็ชอบเจ้าอยู่แล้วนี่นา ถึงได้มาเยือนที่นี่"หลิงไท่รู้ดีว่าฮุ่ยเหอหมายถึงเรื่องไหน แต่ความหมายที่เขาต้องการจะบอกหาใช่ความรู้สึกแบบนั้นไม่"เอาล่ะๆ รีบกินเถอะเจ้าจะได้ไปอาบน้ำอุ่นๆแล้วพักผ่อน"ฮุ่ยเหอหน้าเสียเพราะไม่รู้ว่าหลิงไท่เปลี่ยนท่าทีด้วยเหตุใด จึงใช้มือเล็กเกาะแขนใหญ่เอาไว้"เคืองข้าหรือ""ไม่หรอก ข้าจะเคืองเจ้าด้วยเรื่องใด อิ่มหรือยังเราไปกันเถอะ"หลิงไท่ยิ้มให้ดวงหน้าที่กำลังกังวลอยู่ ทั้งคู่ค่อยเดินตามระเบียงไปช้าๆลมหนาวพัดโชยเข้ามาและยังมีหิมะแรกของปีกำลังเริ่มโปรยปรายลงมาช้าๆ"หิมะตก"ฮุ่ยเหอหันมายิ้มหว้างให้หลิงไท่ มือเล็กแบออกรับเกล็ดสีขาวอ่อนนุ่มที่กำลังตกลงมาบนมือ"รู้หรือไม่ตามตำนานเค้าว่ากันว่า หากคู่รักเห็นหิมะครั้งแรกของปีพร้อมกัน ความรักจะยืนนานตลอด







