LOGINเสียงกระซิบของ วิญญาณปานขวัญ ยังคงดังวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของ แพร มันเต็มไปด้วยมนต์สะกดและความอาฆาตที่ชวนให้จิตใจอ่อนแอ "ยังไง... มึงยังอยากช่วยมันอีกไหม?" คำถามนั้นราวกับมีดที่กรีดลึกลงไปในหัวใจของแพร ผีปานขวัญเห็นน้ำตาของแพรที่ไหลอาบแก้ม จึงกล่าวข้อเสนอที่ชั่วร้ายต่อ "ไล่มันไป... กูจะฆ่ามันแก้แค้นให้ยายมึงเอง" ในขณะที่แพรกำลังต่อสู้กับความทุกข์ทรมานในจิตใจ... เสียงตะโกนดีใจก็ดังขึ้นมาจากฝายน้ำล้น! "พ้อแล้วครับ! พ้อแล้ว!" เสียงของทีมนักประดาน้ำดังลั่น "พ้อแล้วๆ ...โอ้ยยายเอ๋ย!" ชาวบ้านที่ยืนรออยู่ต่างพากันร้องไห้ด้วยความโล่งใจปนความเศร้า แพรที่ได้ยินเสียงก็รีบลุกขึ้นวิ่งไปที่ฝายน้ำล้นทันที เมื่อเห็นร่างอันไร้ชีวิตของยายแหล่ที่ถูกนำขึ้นมา เธอก็ทรุดตัวลงคุกเข่าร่ำไห้ราวกับคนเสียสติ "ยาย... ยายจ๋า... ฮือๆ... แพรขอโทษ... ฮือๆ" ไหมรีบเข้ามาประคองเพื่อนรักไว้แน่น ด้วยหัวใจที่เจ็บปวดไม่แพ้กัน... การตายของยายแหล่ในครั้งนี้... ยิ่งเพิ่มแรงกดดันและความรู้สึกผิดให้กับไหมอย่างมหาศาล... "แพร... ทำใจดีๆ นะ..." จู่ๆ แพรก็ผลักไหมออกอย่างรุนแรงจนไหมล้มลงไปนั่งไม่เป็นท่าบนพื้นโคลน "อย่ามาย
หลังจากปั่นจักรยานมาได้ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงบริเวณห้วยน้ำที่ชาวบ้านกำลังตกปลากันอย่างคึกคัก "โอ้โห! น้ำขึ้นเยอะมากเลยไหม! แกดูดิน่าสนุกเนอะ! ชาวบ้านได้ปลากันเต็มเลย!" แพรถึงกับตื่นเต้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า น้ำในห้วยดูใสสะอาดและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา "อืมม์... ใช่" ไหมมองภาพชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแต่ดูมีความสุขอย่างแท้จริง "ที่นี่เขาใช้ชีวิตง่ายๆ แต่ดูมีความสุขดีเนาะ" "นี่แกรู้ไหม..." แพรเล่าอย่างอารมณ์ดี "ห้วยเนี่ยตอนเด็กๆ ฉันมาเล่นกับเพื่อนๆ ในหมู่บ้านประจำเลยแหละ อยู่ที่นี่มันสนุกจริงๆ ถึงจะได้มาแค่ตอนปิดเทอมก็เถอะ" "แล้วน้ำลึกไหมแก?" ไหมถามด้วยความกังวลเล็กน้อย เพราะเธอว่ายน้ำไม่เป็น "น้ำไม่ลึกมากหรอก... ตอนเด็กฉันว่ายข้ามไปฝั่งนั้นได้เลย แกดูสิ" แพรชี้ให้ไหมดูฝั่งตรงข้าม "เก่งว่ะ! ฉันว่ายน้ำไม่เป็นเลย" "มีโอกาสจะสอนแกแล้วกัน" แพรยิ้มแล้วกล่าวต่อ "ไหมแกดูนะ... ทางโน้นมี ฝายน้ำ" "อะไรคือฝายน้ำ?" ไหมมองไปยังจุดที่แพรชี้ "ชาวบ้านเขาเรียก ฝายน้ำล้น ตรงนั้นมันจะเป็นเหวลงไปค่อนข้างลึกเลยล่ะ เหมือนน้ำตกเล็กๆ น่ะแก แต่เขาทำที่คั่นเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คนพลัดตกลงไป" ในขณะท
นอกหมู่บ้านผักตบ... ในบริเวณที่เป็นป่ารกและมืดมิด มีกลุ่มวิญญาณชั่วร้ายจำนวนมากมารวมตัวกัน สัมภเวสี ผีเร่ร่อน และ ผีเปรต ต่างยืนเรียงรายอย่างน่ากลัว โดยมี วิญญาณร้ายของปานขวัญ ยืนอยู่ด้านหน้าสุด แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสะใจและบ้าคลั่งกับเหตุการณ์สังหารที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับวัยรุ่นทั้งสามนั้น ล้วนเป็นฝีมือของบริวารที่เธอสั่งการให้ไปปฏิบัติภารกิจสังหารอย่างอำมหิต ในขณะที่กลุ่มวิญญาณกำลังรวมตัวอย่างเงียบเชียบ พลันเกิด ควันสีขาวบริสุทธิ์ พวยพุ่งขึ้นมาเบื้องหน้าของพวกมันอย่างกะทันหัน! ควันสีขาวนั้นได้ก่อตัวขึ้นเป็นร่างของ ปู่แห่งศาลประจำหมู่บ้าน! ทันทีที่ท่านปรากฏกายออกมา พลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์อันบริสุทธิ์ก็แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ทำให้เหล่าสัมภเวสีและผีเร่ร่อนต่างๆ ที่อ่อนกำลัง พลันสลายหายไปในอากาศ ราวกับถูกแสงอาทิตย์แผดเผา! เหลือเพียง วิญญาณร้ายของปานขวัญ ที่สะสมแรงแค้นแรงอาฆาตมานับภพชาติอยู่ตนเดียวเท่านั้น ที่ยังยืนหยัดอยู่ต่อหน้าท่านได้โดยที่ไม่เป็นอะไรเลย "เจ้าจงเลิกยุ่งกับคนในหมู่บ้านของเราเสีย" เสียงของปู่กังวานและเต็มไปด้วยอำนาจ "ท่านนั่นแหละอย่ามายุ่งก
ขุนศึกเดินเข้ามาในศาลาอย่างสงบนิ่ง แล้วคุกเข่าลงกราบ หลวงปู่แก้วอย่างนอบน้อม "หลวงปู่มีอิหยังสิบอกผมบ่ครับ?" หลวงปู่ยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาที่ปิดลงช้าๆ กลับเปิดขึ้น แล้วท่านก็มองมาที่ขุนศึกด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา แต่ก็มีความหนักแน่นแฝงอยู่ “อาตมาสิบอกโยมว่าในบ้านเฮากำลังสิมีคนตาย” คำพูดของหลวงปู่ราวกับสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของขุนศึก เขารู้สึกตกใจและกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ก็ยังพยายามควบคุมสติ “ผมกำชับคนในบ้านเฮาแล้ว ให้ระมัดระวัง โตผมกะเอาดินดำที่ปลุกเสกไปฝังไว้รอบหมู่บ้านเฮาแล้วครับ” “ถึงจั่งซั่น... มันกะยังมีพวกดวงตก คนพวกนี้มักสิบ่ฟังคำเตือนไผ่” หลวงปู่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เศร้าหมอง “เอาเถาะ... อาตมาสิสวดมนต์คุ้มครองคนในบ้านเฮา ซ่อยโยมอีกแรง” “ครับหลวงปู่” ขุนศึกรับคำด้วยความเคารพนับถือ เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถป้องกันได้ง่ายๆ เขาต้องเตรียมตัวเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ร้ายแรงที่กำลังจะเกิดขึ้น... เมื่อกลับมาถึงเรือนไทยของขุนศึก ก็เกือบจะมืดสนิทแล้ว ไหมหันไปมองเขาที่กำลังยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเขาแม้จะดูเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงความอบอุ่นไว้เสมอ "พ่อครูหิวข้า
ในความมืดมิดของยามค่ำคืน ปู่ ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า ขุนศึก ร่างของท่านสูงใหญ่แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ "ผีร้ายตนนั้นมีแรงอาฆาตหลายนัก...ต้องฟ้าวหาทางปลดปล่อยเขาก่อนที่คนบ้านเฮาจะเดือดฮ้อน" เสียงของปู่กังวานและหนักแน่น "หากปลดปล่อยบ่ได้...ก็จงจองจำเขาไว้เด้อ" "ครับผม... ผมสิปกป้องคนบ้านเฮาให้ปลอดภัย... ขออำนาจบารมีปู่ซ่อยคุ้มครองทุกคนแหน่เด้อ" ขุนศึกรับคำอย่างนอบน้อมพร้อมกับก้มลงกราบ ก่อนที่ร่างของปู่จะค่อยๆ เลือนหายไปในความมืด หลังจากปู่จากไป ขุนศึกก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันไปหา ไอ้แหลม "ไอ้แหลม... เดี๋ยวมึงไปส่งกูที่เฮือน... แล้วก็ไปเอิ้นกำนันกับผู้ใหญ่บ้านมาให้แหน่เด้อ" "เอิ้นกลางดึกเลยบ่ครับพี่ขุน?" ไอ้แหลมถามด้วยความสงสัยปนความกลัว "อืม... หรือว่ามึงสิให้รอให้พวกผีมันมาจั่งค่อยไปเอิ้น?" ขุนศึกย้อนถามด้วยน้ำเสียงจริงจังจนไอ้แหลมรีบตัวสั่น "ครับๆ...ข่อยไปเดี๋ยวนี้แหละ" จากนั้นทั้งสองก็กลับไปที่เรือนไทย ก่อนที่ไอ้แหลมจะขับรถออกไปตามผู้ใหญ่บ้านและกำนันมาหาขุนศึก... การมาเยือนของปู่ในครั้งนี้ทำให้ขุนศึกรู้แล้วว่านี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา และเขาจะต้องรีบ
ในป่าอันมืดมิดที่เต็มไปด้วยพลังงานด้านลบ ไหมประคองร่างที่แน่นิ่งของขุนศึกไว้ในอ้อมกอด น้ำตาของเธอไหลอาบแก้มด้วยความเจ็บปวด เธอเขย่าร่างของเขาอย่างแผ่วเบา "พ่อครู!" เสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น "พ่อครูอย่าเป็นอะไรนะ! ไหมขอโทษ!" "พ่อ!" เสียงเล็กๆ ของ ไอ้แดง กุมารทอง ดังขึ้นอย่างเป็นกังวล เขาปรากฎตัวอยู่ข้างๆ ไหม มองผู้เป็นพ่อด้วยความห่วงใย "ไหม! พ่อครู! เป็นยังไงบ้าง!" แพรรีบเข้ามาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด เธอตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเลือดไหลอาบศีรษะของขุนศึก แต่แล้ว... สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ขุนศึกค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แล้วพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งอย่างมั่นคง แม้จะมีเลือดไหลออกมาจากบาดแผลบนศีรษะ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "อย่าตกใจครับ... ผมไม่เป็นอะไรมาก" เขาเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว แต่เต็มไปด้วยพลัง "คุณไหม! คุณแพร! ตั้งจิตให้มั่นนะครับ!" "ค่ะ!" ไหมและแพรตอบรับพร้อมกัน พวกเธอรู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวแต่เสียใจ ขุนศึกในสภาพที่สะบักสะบอม พนมมือขึ้นอย่างตั้งใจ หลับตาลง แล้วเริ่มสวด คาถาชุมนุมเทวดา เสียงของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณ คาถาที่ร่ายออกมานั้นไ







