Accueil / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 20: วิศวกรรมไม้ไผ่สายตาพิฆาตของบักรุ่ง

Share

ตอนที่ 20: วิศวกรรมไม้ไผ่สายตาพิฆาตของบักรุ่ง

Auteur: Chalam whale
last update Date de publication: 2026-02-10 11:28:27

แสงแดดจัดจ้าในยามสายของทุ่งนาโคกอีแหลวเริ่มแผดเผาจนไอแดดเต้นระยิบระยับอยู่เหนือผืนดินที่เพิ่งถูกขุดลอก กลิ่นไอดินแห้งระคนกับกลิ่นฟางลอยอวลในอากาศที่เริ่มนิ่งสนิท ไร้ลมพัดพาความร้อนออกไป กริชยืนอยู่กลางร่องน้ำที่ขุดไว้ เสื้อยืดสีเทาของเขาเปียกชุ่มจนกลายเป็นสีเข้มแนบไปกับแผ่นหลัง หยดเหงื่อไหลย้อยจากไรผมผ่านขมับลงมาตามสันกรามจนเขาต้องใช้หลังมือปาดออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“มาแล้วหลานกริช ของดีเมืองอุบลฯ มาถึงแล้ว”

เสียงตะโกนพ่วงมากับเสียงเครื่องยนต์รถกระบะที่ดัง ตึกๆๆๆ ลุงหวังบังคับรถคันคู่ใจเลี้ยวเข้ามาตามคันนาอย่างคล่องแคล่ว ท้ายรถเต็มไปด้วยท่อไม้ไผ่ลำเขื่องที่คัดมาอย่างดี และที่โดดเด่นที่สุดคือ "บานประตูไม้แดง" สีแดงเข้มเนื้อแน่นที่ลุงหวังทุ่มเทฝีมือไสจนเรียบกริบพึ่งไว้กลางแดด

กริชรีบวางจอบแล้วกระโดดขึ้นไปช่วยลุงหวังประคองชุดอุปกรณ์ลงมา ความร้อนจากตัวรถและแดดเที่ยงวันทำให้โลหะทุกชิ้นร้อนจนแทบลวกมือ แต่กริชกลับไม่ถอย 

“รอกเหล็กตัวนี้ลื่นดีมากครับลุงหวัง ผมคำนวณไว้ว่าถ้าเราฝังท่อไม้ไผ่ทำมุม 15 องศา แรงดันน้ำจะช่วยดันบานประตูให้ปิดสนิทพอดีเวลาเราปล่อยเชือก” กริชอธิบายพลางชี้ให้ดูจุดหมุน

“ลุงกะว่าจั่งซั่นล่ะหลาน แต่อย่าลืมว่าไม้ไผ่พอมันโดนน้ำมันสิขยายตัว ลุงเลยเผื่อระยะไว้ให้แล้ว งานนี้ ‘วิศวกรไอแพด’ กับ ‘ช่างไม้ขี้เลื่อย’ ต้องร่วมมือกัน น้ำถึงสิไหลเข้าทุ่ง” ลุงหวังหัวเราะร่วนพลางขยับหมวกสาน

ห่างออกไปราวห้าสิบเมตร ท่ามกลางกอหนามและพุ่มข่อยที่ขึ้นหนาทึบตามแนวเขตนา บักรุ่ง ซุ่มหมอบอยู่กับพื้นดินที่ร้อนผ่าว ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธและความร้อน สายตาจ้องเขม็งไปยังกริชที่กำลังหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับอิปิ๊ในตอนที่ช่วยกันแบกไม้ไผ่

“เบิ่งมันเถาะพวกมึง... เอาไม้ไผ่มาผูกเชือกนึกว่าสิเฮ็ดบั้งไฟถวายพญาแถนเบาะ” บักรุ่งสบถเสียงต่ำใส่สมุนคู่ใจที่หมอบอยู่ข้างๆ 

“ไอ้หน้าขาวนี่มันสิมาโชว์เหนือเกินไปแล้ว ถ้าวันนี้มันเฮ็ดสำเร็จ ปิ๊มันสิบ่หอบผ้าหอบผ่อนตามไปอยู่กรุงเทพฯ เลยเบาะวะ”

“แต่พี่รุ่ง... ผมว่าของมันเบิ่งคือจั่ง (ดูเหมือน) ของนอกอีหลีนะพี่ รอกนั่นกะหมุนติ้วๆ เลย” สมุนเอ่ยแทรก

“มึงเงียบปากไป เดี๋ยวกูนี่ล่ะสิพิสูจน์ให้เห็นว่าสมองเมืองกรุงมันสิสู้คนบ้านเฮาได้จั่งใด๋ น้ำสิไหลหรือสิแตกกระจายจนหน้าหัก กะคอยเบิ่งเอา” บักรุ่งกำหมัดแน่น ในมือมีคีมตัดลวดอันเล็กที่เขาแอบพกมาด้วย แผนการป่วนสายรอกกำลังก่อตัวขึ้นในหัว

เที่ยงตรง ความร้อนพุ่งทะลุจุดเดือดจนทุกคนเริ่มอ่อนแรง ย่าบุญมาเดินต้วมเตี้ยมฝ่าแดดมาพร้อมกับตะกร้าใบใหญ่ โดยมีสำรับอาหารง่ายๆ ที่ส่งกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยไปทั่วเถียงนา

“พักกินข้าวเถาะพวกเจ้า แดดปานนี่วัวควายยังหลบเข้าฮ่ม คนสิมาสู้แดดสิกลายเป็นหมูแดดเดียวซะก่อน” ย่าบุญมาตะโกนบอกพลางปูเสื่อใต้ต้นจามจุรีใหญ่ กริชและอิปิ๊รีบวางมือจากงาน 

“ลุงหวังครับ มาพักกินข้าวด้วยกันก่อนครับ ย่าเอาของอร่อยมาเพียบเลย” กริชตะโกนเรียกช่างไม้ใหญ่ ลุงหวังปาดเหงื่อด้วยผ้าขาวม้าก่อนจะเดินยิ้มร่าเข้าหาวงอาหารด้วยความหิวโซ

“มาอ้ายกริช กินข้าวสิได้มีแรง ขุดดินหน้าแล้งมันกินแรงคนกว่าที่อ้ายคิดแม่นเบาะ” อิปิ๊จิ้มข้าวเหนียวส่งให้กริช

“ครับปิ๊... ผมเพิ่งรู้ว่าส้มตำใต้ต้นไม้ตอนแดดร้อนๆ มันอร่อยกว่ากินในห้างเป็นไหน ๆ ” กริชเคี้ยวไก่ย่างพลางปาดเหงื่อ 

“น้ำใจของย่ากับปิ๊นี่ล่ะ ที่ทำให้ผมยังสู้ไหว” ย่าบุญมามองหลานชายด้วยสายตาเอ็นดู 

“กินเยอะๆ ลูก พ่อเจ้าเพิ่นกะมักส้มตำรสฝีมือย่าแบบนี้ล่ะ... งานใหญ่มันต้องใจเย็นคือจั่งการตำบักหุ่ง ถ้าตำไวเกินเส้นกะบ่น่วม ถ้าตำช้าเกินพริกกะบ่หอม”ลุงหวังหัวเราะร่วนพลางปั้นข้าวเหนียวคำโต 

“แม่นครับแม่ใหญ่ งานไม้ไผ่ของผมกะคือกัน ใจฮ้อนบ่ได้ ดินแข็งกะต้องค่อยๆ งัด น้ำใจคนกะต้องค่อยๆ ประสาน กินเถาะหลานกริช มื้อบ่ายงานหนักสิรออยู่”

บทสนทนาเล็กๆ ในวงข้าวท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดที่ร้องระงมช่วยชดเชยความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี กริชรู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังถูกเติมเต็มด้วยสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ แต่นอกวงเสื่อนั้น สายตาพิฆาตของบักรุ่งยังคงจับจ้องไม่วางตา

บ่ายโมงตรง หลังจากพักผ่อนพอหายเหนื่อย กริชและลุงหวังเริ่มขั้นตอนสุดท้าย คือการวางบานประตูไม้แดงลงในร่องที่ขุดไว้และเชื่อมต่อสายเชือกเข้ากับรอกเหล็ก ทุกสายตาจับจ้องมาที่จุดเดียว แม้แต่ชาวบ้านใกล้เคียงที่รู้ข่าวก็พากันมามุงดูห่างๆ

“เอาล่ะนะหลานกริช... ดึง” ลุงหวังให้สัญญาณ

กริชจับเชือกไนลอนที่โยงผ่านรอกยอดเสา เขาออกแรงดึงช้าๆ ตามหลักคานดีดคานงัดที่คำนวณไว้ เสียงรอกเหล็กดัง กริ๊ก... กริ๊ก... กริ๊ก... อย่างเป็นจังหวะ บานประตูไม้แดงที่หนักอึ้งค่อยๆ ขยับตัวขึ้นจากร่องดินทีละนิด ทว่าในจังหวะนั้นเอง... ปัง! เสียงบางอย่างขาดผึ่ง! บานประตูหล่นกระแทกดินจนฝุ่นตลบ น้ำที่เริ่มจะไหลซึมเข้ามาถูกปิดกั้นทันที

“เกิดอะไรขึ้น” กริชรีบวิ่งไปดู พบว่าสายเชือกส่วนหนึ่งถูกตัดจนเกือบขาดและรับน้ำหนักไม่ไหว เขาเงยหน้าขึ้นมองพุ่มข่อยที่อยู่ไม่ไกล เห็นเงาหลังไวๆ ของใครบางคนกำลังวิ่งหนีไป

“บักรุ่ง มึงแมนบ่” อิปิ๊ตะโกนด่าทอเสียงหลง

กริชนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้โกรธจนฟิวส์ขาด แต่เขากลับยิ้มออกมาเล็กน้อย เขารีบกลับไปที่กระเป๋าเครื่องมือ หยิบสลิงเหล็กขนาดเล็กที่เขาเตรียมเผื่อไว้สำหรับงานโครงสร้างออกมา

“ไม่เป็นไรครับลุงหวัง... ผมนึกแล้วว่ามันต้องมีแรงต้าน” กริชพูดด้วยเสียงสุขุม

 “เราจะเปลี่ยนจากเชือกเป็นสลิงเหล็ก และผมจะเปลี่ยนจุดยึดใหม่ให้เข้าถึงยากกว่าเดิม”

ลุงหวังพยักหน้าอย่างเข้าใจ ทั้งสองเริ่มซ่อมแซมและติดตั้งใหม่อีกครั้ง คราวนี้กริชใช้ทักษะการออกแบบซ่อนกลไกไว้ในรางไม้ไผ่ที่มิดชิด จนกระทั่งทุกอย่างพร้อมอีกรอบ

“เอาใหม่... ดึง” คราวนี้กริชดึงเพียงเบาๆ ด้วยระบบทดแรงที่สมบูรณ์แบบ บานประตูไม้แดงยกตัวขึ้นอย่างนุ่มนวล 

และทันใดนั้น... ซ่าาาาาาาาาา! น้ำจากคลองหลักพุ่งทะลักผ่านท่อไม้ไผ่ พุ่งตรงเข้าสู่ร่องน้ำ "นาสีทอง" อย่างรุนแรงและเป็นระเบียบ น้ำที่ไหลผ่านร่องดินที่กริชและอิปิ๊ขุดไว้เริ่มแผ่กระจายไปทั่วแปลงนาที่แห้งผาก แสงแดดสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับราวกับปาฏิหาริย์กลางทุ่งนาหน้าแล้ง

“สำเร็จแล้ว อ้ายกริชทำสำเร็จแล้ว” อิปิ๊กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ย่าบุญมายืนยิ้มทั้งน้ำตาอยู่บนคันนา ลุงหวังตบไหล่กริชแรงๆ ด้วยความภูมิใจ

กริชมองดูภาพน้ำที่ไหลนองพื้นที่ เขาไม่ได้เห็นแค่ความสำเร็จของวิศวกรรม แต่วันนี้เขาได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ความรู้จากไอแพดเมื่อถูกหล่อหลอมด้วยเหงื่อและภูมิปัญญาดั้งเดิมของลุงหวัง มันสามารถสร้างชีวิตใหม่ให้แผ่นดินได้จริง ๆ ส่วนบักรุ่งที่แอบดูอยู่ไกลๆ ถึงกับขว้างคีมทิ้งด้วยความแค้นใจที่ "ไอ้หน้าหัก" ของจริงไม่ใช่กริช... แต่เป็นตัวเขาเอง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status