Accueil / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 21: คำท้าดวลกลางศาลา

Share

ตอนที่ 21: คำท้าดวลกลางศาลา

Auteur: Chalam whale
last update Date de publication: 2026-02-11 10:48:09

เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยเสียง “ติ๊ง-หน่อง-ติ๊ง-หน่อง” จากลำโพงเหล็กที่ติดอยู่บนยอดเสาไม้ไผ่กลางหมู่บ้าน ก่อนที่เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังของพ่อผู้ใหญ่บ้านจะดังผ่านระบบประกาศตามสาย ปลุกให้ชาวบ้านโคกอีแหลวตื่นจากการพักผ่อน

“ประกาศ... ประกาศ ลูกบ้านทุกท่านทราบ มื้อนี้สิบโมงเช้า ขอเชิญพ่อแม่พี่น้องมาโฮมกัน (รวมตัวกัน) ที่ศาลากลางบ้าน เฮาสิมีประชุมเรื่องการลงแขกดำนาประจำปี และเรื่องกองทุนผ้าป่าสามัคคีวัดบ้านอีแหลว... ไผมาได้กะฟ้าวมาเด้อ มีเรื่องสำคัญสิแจ้งให้ทราบ” ย่าบุญมาที่กำลังจัดสำรับกับข้าวอยู่บนเฮือนถึงกับต้องวางมือ 

“กริชเอ๊ย... ย่าสิไปประชุมที่ศาลาแนเด้อ ลูกบ้านต้องไปฟังข่าวคราว”

“เดี๋ยวผมขับรถไปส่งครับย่า ผมเองก็อยากไปทำความรู้จักกับชาวบ้าน และอยากไปฟังเรื่องลงแขกดำนาด้วยครับ” กริชอาสาอย่างกระตือรือร้น เขาคว้ากุญแจรถพร้อมสวมหมวกปีกกว้างใบเดิม แม้แผ่นหลังจะยังปวดเมื่อยจากศึกขุดดินเมื่อวาน แต่ความตื่นเต้นในเช้าวันใหม่มีมากกว่า

ศาลากลางบ้าน: สมรภูมิหน้าเสาธง

เมื่อรถยนต์ของกริชเลี้ยวเข้ามาจอดที่ลานกว้างหน้าศาลากลางบ้าน ชาวบ้านหลายคนต่างพากันมองดูด้วยความสนใจ หนุ่มเมืองกรุงในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตพับแขนดูแปลกตาแต่ก็ดูเข้าท่าในสายตาคนเฒ่าคนแก่ แต่ยังไม่ทันที่กริชจะเปิดประตูให้ย่าลงจากรถ สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับกลุ่มคนตรงหน้าที่กำลังโต้เถียงกันเสียงดัง

“มึงมันหน้าตัวเมียบักรุ่ง มึงกล้าดียังไงถึงแอบไปกรีดเชือกรอกไม้ไผ่อ้ายกริช”

เสียงแหลมสูงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของอิปิ๊ดังมาก่อนตัว เธอในชุดผ้าซิ่นพื้นเมืองสีสดใสกำลังยืนชี้หน้าด่าบักรุ่งที่วันนี้ดู "เบ่ง" เป็นพิเศษ เพราะยืนอยู่ข้างๆ กำนันพงษ์พ่อของเขาที่นั่งหน้าตายอยู่บนศาลา ในมือของอิปิ๊ถือเศษเชือกไนลอนที่ขาดวิ่นมาชูให้ทุกคนดู 

“เบิ่งเอาเด้อพี่น้อง นี่มันบ่ได้ขาดเพราะลมเด้อ แต่มันมีรอยมีดครูดไปครูดมาจนรุ่งริ่งแบบนี้ มึงมันอิจฉาเพิ่นจนหน้ามืดเบาะบักรุ่ง” บักรุ่งที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ทำหน้าไขสือ แสยะยิ้มกวนประสาท 

“มีหลักฐานเบาะปิ๊ มึงอย่ามากล่าวหากันลอย ๆ เชือกมันอาจสิเก่า หรือวัวมึงแอบไปแทะเล่นกะได้ ไผสิไปเสียเวลาเฮ็ดเรื่องปัญญาอ่อนแบบนั้น”

“วัวบ้านมึงเบาะสิคาบมีดไปฝนเชือก!” อิปิ๊ตวาดกลับ แววตาเธอแทบจะพ่นไฟได้ 

“มึงกะฮู้อยู่เต็มอกว่าเมื่อวานมีแค่มึงที่ไปด้อมๆ มองๆ แถวนั้น ถ้าอ้ายกริชเพิ่นบ่เปลี่ยนสายสลิงทัน ป่านนี้ประตูน้ำพังทับลุงหวังไปแล้ว”

กริชเดินเข้ามาสมทบข้างอิปิ๊ แววตาของเขานิ่งสงบแต่ดูเยือกเย็น เขาไม่ได้พูดอะไรเรื่องเชือก แต่การปรากฏตัวของเขาในชุดที่ดูสะอาดสะอ้านและดูภูมิฐานแบบหนุ่มเมืองกรุง ยิ่งทำให้บักรุ่งรู้สึกหมั่นไส้

“อ้าว สถาปนิกนาซ่ามาแล้วเบาะ” บักรุ่งตะโกนทักทายอย่างยวนประสาทท่ามกลางสายตาชาวบ้านนับร้อย 

“มื้อนี้ใส่รองเท้าหรูมาประชุม ระวังเด้อ... โคลนที่ศาลานี่มันสิเปื้อนเอา หรือสิกลัวจนต้องให้ผู้หญิงออกหน้าด่าแทนวะ”

“บักรุ่ง! พอได้แล้ว!” กำนันพงษ์ตะโกนขัดขึ้นเมื่อเห็นว่าลูกชายเริ่มลามปาม แต่สายตาที่กำนันมองกริชก็ดูไม่ได้เป็นมิตรนัก 

“มาประชุมกันได้แล้ว เรื่องเชือกเรื่องน้ำกะค่อยว่ากันไปตามหลักฐาน”

หลังจากที่พ่อผู้ใหญ่บ้านแจ้งรายละเอียดเรื่องงานผ้าป่าสามัคคี และมติที่จะให้มีการลงแขกดำนาที่ "ทุ่งนาสีทอง" เป็นที่แรกเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย บักรุ่งที่นั่งกระสับกระส่ายมานานก็ลุกขึ้นยืนพรวด

“พ่อผู้ใหญ่ ผมขอเสนออะไรหน่อย” บักรุ่งพูดเสียงดังฟังชัด 

“ในเมื่ออ้ายกริชเพิ่นเก่งนักเรื่องออกแบบเครื่องยนต์กลไก ผมกะอยากฮู้ว่าถ้าต้องก้มหน้าปักดำอยู่ในตมสู้กับแดดเปรี้ยง ๆ อัจฉริยะเมืองกรุงสิแน่คือจั่งปากเบาะ” บักรุ่งหันมาจ้องหน้ากริชตรงๆ 

“มื้อลงแขกผ้าป่า... กูขอท้ามึงแข่งดำนาตัวต่อตัวในแปลงสาธิต วัดกันไปเลยว่าระหว่าง ‘สมองเมืองกรุง’ กับ ‘แรงไทบ้าน’ ใครสิของจริง” ชาวบ้านเริ่มฮือฮากระซิบกระซาบกันถ้วนหน้า 

“จะไหวเหรอ” 

“คนเมืองจะไปสู้เด็กเลี้ยงควายได้ไง” บักรุ่งยิ่งได้ใจ เดินไปหยุดหน้ากริชกลางศาลา 

“ถ้ามึงแพ้ มึงต้องยอมรับต่อหน้าทุกคนว่ามึงมันดีแต่ในไอแพด แล้วมึงห้ามมายุ่งกับปิ๊อีกเด็ดขาด แต่ถ้ามึงชนะ... กูสิยอมเป็นขี้ข้าขุดดินให้มึงทั้งฤดูกาลเลย” อิปิ๊ที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าแดงซ่านด้วยความโมโห

 “บักรุ่ง มึงมันขี้โกง อ้ายกริชเพิ่นบ่เคยดำนา มึงมันหน้าตัวเมีย”

กริชยืนนิ่ง เขามองดูรอยมีดที่ครูดบนเชือกในมืออิปิ๊ แล้วสบตาบักรุ่งที่กำลังแสยะยิ้มท้าทาย เขาเข้าใจแล้วว่าถ้าไม่สยบบักรุ่งด้วยวิธีของคนที่นี่ เขาก็จะไม่มีวันได้รับการยอมรับจริงๆ กริชก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว สบตาบักรุ่งอย่างไม่ลดละ 

“ผมรับคำท้าครับรุ่ง...” เสียงของกริชทุ้มลึกและหนักแน่นสะท้อนก้องศาลา 

“และไม่ต้องห่วงเรื่องปิ๊หรอก เพราะผมไม่ได้มองว่าเธอเป็นสิ่งของที่จะเอามาวางเดิมพัน แต่ผมจะแข่งเพื่อพิสูจน์ว่า ‘รอยมีด’ บนเชือกของคนอย่างคุณ ทำอะไรความมุ่งมั่นของผมไม่ได้” บักรุ่งชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเจอสวนกลับแบบนิ่มๆ แต่มีคม ก่อนจะตะโกนเสียงหลง 

“ดี! มื้อลงแขกดำนา... มึงเตรียมตัวหลังหักได้เลยอ้ายหน้าขาว”

เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วศาลากลางบ้าน ทันทีที่คำว่า “รับคำท้า” หลุดออกมาจากปากของกริช ชาวบ้านต่างมองหน้ากัน บ้างก็ทึ่งในความใจกล้า บ้างก็อดสงสารหนุ่มเมืองกรุงหน้าขาวไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าบักรุ่งนั้นมัน "กระดูกเหล็ก" เรื่องงานใช้แรงมาแต่ไหนแต่ไร

แม่ใหญ่บุญมาที่นั่งฟังอยู่นาน บัดนี้ลุกขึ้นจากอาสนะไม้เก่า ๆ เดินช้า ๆ แต่ละย่างก้าวดูมั่นคงมาหยุดยืนเคียงข้างหลานชาย มือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาแต่ยังดูอบอุ่นเอื้อมไปจับแขนกริชไว้เป็นการให้กำลังใจ ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกำนันพงษ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหน็บแนม

“เฮอะ ฟังเบิ่งเอาเด้อพี่น้อง” ย่าบุญมาเอ่ยเสียงดังฟังชัดพลางปรายตาไปทางบักรุ่งที่กำลังทำหน้าเบ่ง 

“เป็นลูกกำนันพงษ์นี่กะดีเนาะ ไร้ประโยชน์เบิดมื้อ งานการในนาในสวนเจ้าของกะบ่เคยสิลงไปหยิบจับ เห็นแต่ขี่มอเตอร์ไซค์แว้นไปแว้น มาป่วนบ้านป่วนเมือง แต่กะช่างกล้ามาท้าคนอื่นเขาปานว่าเจ้าของเก่งคักเก่งแน่” ชาวบ้านที่นั่งฟังอยู่พากันพยักหน้าเห็นด้วย บ้างก็หลุดหัวเราะคิกคักออกมา 

“แม่นอีหลีแม่ใหญ่ เห็นแต่มันขี่รถกวนหูคนนั่นล่ะ งานนาแทบสิบ่เห็นมันก้ม” เสียงคนในศาลาพึมพำสนับสนุน ทำเอาบักรุ่งหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ส่วนกำนันพงษ์ได้แต่แสร้งกระแอมไอแก้เก้อ ย่าบุญมาหันมามองกริชด้วยสายตาที่เปลี่ยนเป็นความภูมิใจ 

“ในเมื่อหลานย่ามันกล้ารับคำท้า ย่ากะเห็นดีเห็นงามนำ สิได้ฝึกไปในตัวก่อนสิลงดำนาเจ้าของอีหลี มื้อแข่งผ้าป่ากะให้มันฮู้ไปว่า คนมีความรู้กับคนมีแต่แฮง ไผสิเฮ็ดให้แผ่นดินนาสีทองมันรุ่งเรืองได้มากกว่ากัน”

กริชยิ้มกว้างออกมาอย่างมั่นใจเมื่อเห็นว่าย่าสนับสนุนเขาเต็มที่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มคุกรุ่นไปด้วยความท้าทาย อิปิ๊ที่ยืนกำเศษเชือกไนลอนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับยืดอกขึ้นอย่างภูมิใจในตัวกริช เธอรีบก้าวออกมาอาสาทันที 

“บ่ต้องห่วงเด้อจ้าย่า อ้ายกริชเพิ่นหน่วยก้านดี ปิ๊นี่ล่ะสิอาสาเป็นคนแนะนำ เป็นครูฝึกสอนอ้ายกริชเอง อาทิตย์หน้าก่อนวันแข่ง ปิ๊สิเคี่ยวเข็ญให้อ้ายกริชปักดำไวปานพายุเล่ยล่ะ”

“ฮ่า ๆ ๆ ดีมากปิ๊ ฝากเบิ่งแยงหลานย่านำเด้อ” ย่าบุญมาหัวเราะชอบใจ 

บักรุ่งเห็นท่าไม่ดีที่คะแนนเสียงชาวบ้านเทไปทางกริช แถมอิปิ๊ยังทำท่าทางสนิทสนมเข้าไปใหญ่ เขาก็เบิ้ลเสียงตะโกนทิ้งท้ายอย่างกวนประสาท 

“เออ! สิกินส้มตำรอดำนาซ้อมกะเชิญ อาทิตย์หน้ากูสิถ่า (รอ) เบิ่งคนเมืองกรุงหลังยอกอยู่กลางตม”

กริชไม่ได้โต้ตอบด้วยวาจา แต่เขาสบตากับบักรุ่งนิ่ง ๆ พลางนึกในใจถึงแบบแผนการดำนาที่เขาจะเริ่มร่างในสมองนับตั้งแต่คืนนี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status