Accueil / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 19 : "ตาฮัก" vs "ตาหัก"

Share

ตอนที่ 19 : "ตาฮัก" vs "ตาหัก"

Auteur: Chalam whale
last update Date de publication: 2026-02-10 11:27:15

ตอนที่ 19 : "ตาฮัก" vs "ตาหัก"

ยามเช้าที่บ้านพ่อผู้ใหญ่บ้าน ควันไฟจากครัวหลังบ้านลอยกรุ่นมาพร้อมกับกลิ่นหอมหวนของข้าวเหนียวใหม่ที่เพิ่งนึ่งเสร็จ อิปิ๊ กำลังง่วนอยู่กับการปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนกลมรีเสียบไม้ ทาเกลือบางๆ แล้วเอาไปอังไฟบนเตาถ่าน พอข้าวเริ่มเกรียมหอม เธอก็จัดการชุบไข่ไก่พื้นเมืองที่ตีจนฟูฟ่องแล้วเอาไปปิ้งซ้ำจนไข่สีเหลืองทองสุกจนเยิ้มหอม เธอทำแล้วทำเล่า ปั้นแล้วปั้นอีก จนกองข้าวจี่พูนพะเนินอยู่ในกระติ๊บใบใหญ่

“ปิ๊... มึงสิเฮ็ดข้าวจี่ไปเลี้ยงควายทั้งจังหวัดเบาะนั่น” พ่อผู้ใหญ่บ้าน ที่เพิ่งเดินลงจากเฮือนพร้อมขันล้างหน้าถึงกับชะงัก 

“ปั้นเอา ๆ ปานสิไปตั้งโรงทาน งานบุญบ้านเฮากะยังบ่ฮอดเด้อนั่น”

“โธ่พ่อ... กะอ้ายกริชเพิ่นขุดดินมาทั้งวัน เพิ่นคือสิหิวแฮง ปิ๊เลยอยากให้เพิ่นกินอิ่มๆ งานสิได้เดินไวๆ จ้า” อิปิ๊ตอบโดยไม่ละสายตาจากเตาไฟ ใบหน้าเปื้อนเขม่าไฟเล็กน้อยแต่แววตาสดใส

“เออ... ให้มันจริงเถาะ นึกว่าสิเอาไปมอมสถาปนิกเมืองกรุงจนลืมทางกลับบ้าน” พ่อผู้ใหญ่หัวเราะหึๆ ก่อนจะเดินไปล้างหน้า

ไม่นานนัก อิปิ๊ก็หอบเอาข้าวจี่ร้อนๆ ชุบไข่หอมฉุยใส่กระติ๊บมาส่งให้กริชถึงเถียงนาแปลงสีทอง กริชที่เพิ่งล้างหน้าล้างตาเสร็จพาบักจ่อยลงมาทุ่งพร้อมกับย่า แต่ย่ากลับขึ้นเรือนไปแล้ว เขาเลยมานั่งกินลมพักผ่อนเถียงนาในชุดเสื้อยืดสีเทาที่มีรอยดินเปื้อนจางๆ จากศึกขุดร่องน้ำเมื่อวาน ผมทรงสถาปนิกที่เคยเนี้ยบกริบบัดนี้ยุ่งเหยิงเล็กน้อยดูเป็นธรรมชาติ แสงแดดอ่อนยามเช้าตกกระทบโหนกแก้มและแววตามุ่งมั่นของเขา ทำให้เขาดูเหมือน "หนุ่มไทบ้าน" มากกว่า "หนุ่มเมืองกรุง" เข้าไปทุกที

“มาแล้วอ้าย ข้าวจี่สูตรลับฉบับอิปิ๊ กินตอนฮ้อน ๆ จั่งสิแซ่บ” อิปิ๊วางกระติ๊บลงพลางกวักมือเรียก

กริชละสายตาจากวิวธรรมชาติมาสนใจคนมาแทน เขาหยิบข้าวจี่ขึ้นมาละเมียด กลิ่นหอมของข้าวจี่บนไฟปะทะกับรสสัมผัสละมุนของไข่ทำให้เขาถึงกับเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างลืมตัว

“อร่อยมากปิ๊... ผมไม่เคยคิดเลยว่าแค่ข้าวกับไข่จะอร่อยได้ขนาดนี้” กริชพูดทั้งที่ข้าวยังเต็มปาก

อิปิ๊นั่งเท้าคางมองดูภาพตรงหน้าอย่างเพลินตา แสงแดดรำไรสะท้อนใบหน้าคมคายของกริชที่ดูอ่อนโยนลงยามเคี้ยวข้าว ความมุ่งมั่นของเขาที่ยอมมาลำบากบนผืนดินนี้ทำให้เธอเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว แล้วเธอก็พึมพำเสียงเบาออกมาว่า

“ป๊าด... อ้ายกริชมื้อนี่คือมา 'ตาฮัก' แท้” 

กริชชะงักมือที่กำลังถือข้าวจี่ คิ้วขมวดเข้าหากันทันที หัวใจเขากระตุกวูบเพราะคำว่า "หัก" มันแสลงหูมาตั้งแต่เมื่อวานที่บักรุ่งขู่จะทำให้เขาหน้าหัก

“ปิ๊...” กริชวางข้าวจี่ลง สีหน้าจริงจังจนอิปิ๊สะดุ้ง

“เมื่อกี้ปิ๊ว่าอะไรนะ ตาหักเหรอ”

“กะ... กะแม่นจ้า อ้ายกริชตาฮักอิหลีมื้อนี่” อิปิ๊พยักหน้ายืนยัน กริชลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าดูน้อยใจและโกรธระคนกัน

 “ทำไมปิ๊พูดแบบนี้ ผมรู้นะว่าเมื่อวานบักรุ่งมาขู่ผม แต่ไม่คิดว่าแม้แต่ปิ๊เองก็อยากเห็นผมเจ็บตัวถึงขั้นให้ ‘ตาหัก’ ผมมาที่นี่ด้วยใจจริงนะปิ๊ ถึงผมจะขุดดินช้า หรือดูไม่เป็นงานเหมือนคนอื่น แต่ปิ๊ไม่น่ามาแช่งกันแบบนี้เลย” อิปิ๊นั่งตาค้าง มองสถาปนิกหนุ่มที่ร่ายยาวเป็นชุดด้วยความงุนงง 

“อ้าย... อ้ายกริช ใจเย็นๆ ปิ๊แช่งอ้ายตอนใด๋”

“ก็เมื่อกี้ไง! ปิ๊บอกว่าผม ‘ตาหัก’ มื้อนี้ มันหมายความว่าปิ๊อยากให้ผมโดนต่อยจนเบ้าตาหัก"

"หรืออยากให้ผมประสบอุบัติเหตุตอนติดตั้งประตูน้ำใช่ไหม ถ้าปิ๊ไม่อยากช่วย หรือเห็นผมเป็นตัวตลกขนาดนั้น บอกกันตรงๆ ก็ได้ ไม่ต้องมาแช่งกัน” กริชพูดพลางเตรียมจะคว้าไอแพดเดินหนี

อิปิ๊นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ประมวลผลว่าหนุ่มเมืองกรุงคนนี้กำลัง "แปล" คำชมของเธอเป็นคำแช่ง เธอระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นทุ่งจนนกที่เกาะอยู่บนเถียงนา พากันบินกระจาย

“โอ๊ยยยย อ้ายกริช! ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ย... ข้อยยอมอ้ายเลย” เธอขำจนตัวงอ น้ำตาเล็ด พยายามจะโบกมือห้ามไม่ให้เขาเดินหนี

“ขำอะไรปิ๊ มันตลกมากเหรอที่แช่งคนอื่นน่ะ” กริชกอดอก หน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเก่า อิปิ๊พยายามกลั้นขำ ปาดน้ำตาแล้วเดินไปดึงแขนเสื้อกริชให้นั่งลงที่เดิม 

“อ้ายกริช ฟังปิ๊เด้อ... ใจเย็นๆ ภาษาอีสานกับภาษาเมืองกรุงมันคนละทางกันเลยจ้า”

เธอเริ่มอธิบายพร้อมจิ้มนิ้วลงบนฝ่ามือเหมือนสะกดคำช้าๆ “คำว่า ‘ตาหัก’ ที่อ้ายเข้าใจน่ะ มันคือ ห.หีบ มันแปลว่า แตก แหลก หัก คือจั่งไม้หักนั่นล่ะ แต่อันที่ปิ๊เว้าเมื่อกี้ มันคือ ฮ.นกฮูก จ้า”

“ฮ.นกฮูก” กริชทวนคำแบบงงๆ

“ตา-ฮัก” อิปิ๊เน้นเสียงชัดๆ 

“ตาฮัก แปลว่า ‘น่ารัก’ จ้าอ้ายกริช มันบ่ได้แปลว่าตาจะหัก”

กริชนิ่งเป็นหินไปทันที ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ตั้งแต่โหนกแก้มไปจนถึงใบหู ราวกับข้าวจี่ชุบไข่ที่เพิ่งกินเข้าไปมันแผ่ซ่านไปทั่วหน้า 

“น่า... น่ารักเหรอ”

“กะแม่นตั๊ว ปิ๊สิมักคนหน้าขาวๆ คืออ้ายมาแช่งให้ตาหักเฮ็ดหยัง” อิปิ๊เริ่มเขินเองบ้างแต่ก็ยังกล้าสบตา 

“คนอีสานเพิ่นสิใช้คำว่า ‘ตา’ นำหน้าเพื่อเน้นความรู้สึก เช่น ตาสะออน (น่าเอ็นดู) และกะ ‘ตาฮัก’ ที่แปลว่าน่ารัก... ที่ปิ๊บอกว่าอ้ายตาฮัก เพราะเห็นอ้ายพยายามกินข้าวจี่สู้แดดนี่ล่ะ” กริชยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองด้วยความเขินอายอย่างถึงที่สุด 

อิปิ๊นิ่งไปสามวินาที ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง จนบักจ่อยที่เล็มหญ้าอยู่สะดุ้งเงยหน้าขึ้นมามอง หญิงสาวหัวเราะร่าจนตัวโยน มือไม้กุมท้องไว้แน่น น้ำตาเล็ดออกมาทางหางตา เธออ้าปากจะประท้วงแต่กลับมีเพียงเสียงเอิ๊กอ๊ากที่หยุดไม่ได้

“โอ๊ยยยย อ้ายกริช! ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ย... ท้องข่อยสิแตก” กริชยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองด้วยความเขินอายอย่างถึงที่สุด เขาอยากจะขุดดินนาที่เพิ่งขุดเสร็จแล้วมุดหน้าหนีลงไปเดี๋ยวนั้น 

“โธ่... ปิ๊ ผมขอโทษ เมื่อวานคนนั้นบอกผมว่าดั้งหัก”

“บักรุ่งมันกะส่วนบักรุ่งสิอ้าย” อิปิ๊ยิ้มล้อเลียน 

“แต่อ้ายนี่กะแปลกเนาะ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟพอนึกว่าโดนแช่ง แต่พอฮู้ว่าปิ๊ชมว่าน่ารัก กลับหน้าแดงปานเขือเครือ (มะเขือเทศ) เลยเนาะ”

“ก็... ก็มันไม่ชินนี่นา” กริชพึมพำ แก้เขินด้วยการหยิบข้าวจี่ที่เหลือขึ้นมางับคำโต 

“สรุปว่า... ‘ตาฮัก’ คือชมใช่ไหม”

“แม่นจ้า... แต่ถ้าอ้ายยังซื่อบื้อแบบนี่อีก ปิ๊สิเปลี่ยนไปชมว่า ‘ตาซัง’ แทนแล้วเด้อ”

เสียงหัวเราะของคนสองคนดังประสานไปกับเสียงลมพัดใบไผ่ ความเข้าใจผิดเล็กๆ กลายเป็นเชือกสายใยบางๆ ที่เริ่มถักทอใจของสถาปนิกหนุ่มกับสาวไทบ้านเข้าด้วยกัน กริชเรียนรู้แล้วว่า ที่นี่... ไม่ใช่แค่ดินที่เขาต้องศึกษา แต่ภาษาและหัวใจของคนที่นี่เขาก็ต้อง "แปล" ให้ถูกความหมายด้วย

“หลานกริช!” เสียงลุงหวังตะโกนมาแต่ไกล พร้อมรถกระบะที่ขนท่อไม้ไผ่พะรุงพะรัง

 “ตื่นหรือยังหลาน มื้อนี้ประตูน้ำไม้ไผ่สถาปนิกสิได้ลั่นทุ่งแล้วเด้อ!” กริชรีบลุกขึ้นคว้าไอแพดและจอบ 

“ไปครับลุง! วันนี้ผมพร้อม... พร้อมจะตาฮัก เอ๊ย! พร้อมจะทำงานแล้วครับ!”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status