Beranda / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 37 : นายทุนเดชาลงสนาม

Share

ตอนที่ 37 : นายทุนเดชาลงสนาม

Penulis: Chalam whale
last update Tanggal publikasi: 2026-03-04 19:55:40

ชาวบ้านต่างพากันขยับถอยร่นออกไปตามคำบอกของกริช เสียงซุบซิบนินทาบักรุ่งค่อย ๆ เงียบลง เปลี่ยนเป็นความลุ้นระทึกที่เข้ามาแทนที่ โดยที่ทุกสายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มในชุดเปื้อนโคลนแต่ท่วงท่ากลับดูสง่างามอย่างประหลาด เขาเดินตรงไปยังคันกั้นน้ำจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับลำห้วยสาขา โดยมี อิปิ๊ วิ่งไปรอแสแตนด์บายอยู่ที่วาล์วเหล็กขนาดใหญ่ซึ่งกริชเพิ่งติดตั้งเสร็จเมื่อสองวันก่อน กริชหันไปมอง ย่าบุญมา อีกครั้งท่านพยักหน้าให้หลานชายด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น กริชจึงยกมือเป็นสัญญาณให้เด็กสาวที่ปลายนา

"เปิดน้ำได้เลยปิ๊"

สิ้นเสียงประกาศ อิปิ๊ใช้แรงทั้งหมดที่มีหมุนวาล์วเหล็กจนสุดเกลียว วินาทีนั้น เสียงน้ำไหลบ่าดัง ซ่า... กระหึ่มไปทั่วทุ่งนาสีทอง น้ำใสสะอาดเริ่มพุ่งทะลักเข้าสู่ร่องน้ำอัจฉริยะที่กริชและลุงหวัง คนของผู้ใหญ่บ้านมาช่วยกันขุดไว้ มันไม่ได้ไหลท่วมสะเปะสะปะเหมือนที่เคยเป็นมา แต่น้ำกลับไหลรินไปตามระดับความลาดเอียงที่ถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ ผ่านท่อระบายน้ำที่บักรุ่งพยายามจะอุด แล้วค่อย ๆ กระจายตัวเข้าสู่แปลงนาที่เคยแห้งแล้งจนดินแตกระแหง

ภาพของน้ำที่ค่อย ๆ ซึมลงสู่พื้นดินจนกลายเป็นสีคล้ำเข้ม และไหลต่อเนื่องไปยังที่นาอีกแปลง และอีกแปลง ๆ ในระนาบเดียวกัน ทำให้เกษตรกรหลายคนถึงกับอ้าปากค้าง บางคนถึงกับวิ่งลงไปกวักน้ำขึ้นมาลูบหน้าลูบตาด้วยความปิติ

"น้ำมาแล้ว... น้ำมาถึงต้องข่อยยืนแล้วอ้ายกริช" เสียงชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนก้องด้วยความดีใจ

กริชยืนนิ่งมองภาพสายน้ำที่กำลังชุบชีวิตแผ่นดิน เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะเหนือเดิมพัน 7 วัน แต่มันคือชัยชนะเหนือความยากจนและความแค้นที่กัดกินหมู่บ้านมานาน ในขณะที่บักรุ่งถูกลุงหวังและพวกช่วยกันดึงขึ้นมาจากโคลนในสภาพหมดรูป กริชกลับได้รับการโอบกอดจากสายตาที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธาของชาวบ้านอีกครั้ง

"เงินล้านน่ะซื้อน้ำกินได้ไม่กี่ปีครับพี่น้อง" กริชเอ่ยทิ้งท้ายท่ามกลางเสียงสายน้ำที่ไหลริน 

"แต่น้ำที่ไหลเข้าที่นาพวกคุณตอนนี้... มันจะสร้างเงินล้านให้พวกคุณไปชั่วลูกชั่วหลาน"

ภายในคฤหาสน์ไม้สักทองอันโอ่โถง บรรยากาศกลับมาคุยิ่งกว่าพายุฝน กำนันพงษ์เดินงุ่นง่านอยู่กลางห้องโถง เสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้ดังปังๆ สะท้อนถึงอารมณ์ที่เดือดพล่าน ทันใดนั้น เสียงประตูรั้วหน้าบ้านก็เปิดออก พร้อมกับร่างของนางชื่นที่พยุงบักรุ่งในสภาพเนื้อตัวมอมแมม กลิ่นโคลนสาบสางโชยนำหน้ามาแต่ไกล

"พ่อ... ช่วยรุ่งด้วย รุ่งหนาว..." บักรุ่งครางซม ทิ้งตัวลงนอนดมยาดมอยู่ที่โซฟามุมห้องอย่างหมดสภาพ

กำนันพงษ์หยุดกึก หันขวับมามองลูกชายด้วยสายตาที่แทบจะพ่นไฟได้ แกเดินเข้าไปกระชากยาดมออกจากจมูกบักรุ่งแล้วขว้างทิ้งจนกระเด็น

"มึงยังกล้าร้องให้กูช่วยอีกเหรอไอ้ลูกเวร โง่" กำนันพงษ์แผดเสียงลั่นจนนางชื่นสะดุ้ง 

"กูบอกให้มึงไปทำเงียบ ๆ แต่มึงดันไปโชว์โง่ให้เขาจับได้คาหลุม มึงรู้ไหมว่าตอนนี้ชาวบ้านเขาหัวเราะเยาะกูไปถึงตำบลไหนแล้ว บารมีที่กูสร้างมา 20 ปี พังเพราะความควายของมึงคนเดียว"

"โถ่กำนัน... ลูกมันก็เจ็บมาทั้งคืนแล้วนะ" นางชื่นพยายามสอด

"มึงไม่ต้องมาเข้าข้างมันอีชื่น เพราะมึงให้ท้ายมันแบบนี้ไง มันถึงสู้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นไม่ได้" กำนันหันไปชี้หน้าบักรุ่งที่นอนสั่น 

"ไอ้กริชมันนิ่งแต่มันลึก มันขุดหลุมรอให้มึงเดินไปตายเองแท้ ๆ ต่อจากนี้กูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เวลาเดินเข้าสภากาแฟ" บักรุ่งได้แต่ก้มหน้าตัวสั่นระริก ไม่กล้าสบตาพ่อแม้แต่น้อย บรรยากาศในบ้านตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก 

ทันใดนั้น... กริ๊ง กริ๊ง เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะดังมาขัดจังหวะ กำนันพงษ์ชะงักแววตาเปลี่ยนจากโกรธจัดเป็นลนลานเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ 

"นายทุนเดชา" แกสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับน้ำเสียงให้ดูนอบน้อมที่สุดก่อนจะกดรับสาย 

"ครับ... ครับท่านเดชา"

"ครับท่าน... คือเรื่องมันผิดแผนไปนิดหน่อยครับท่าน ไอ้กริชมันหัวหมอเหลือเกินครับท่านแผนเดิมเราใช้ไม่ได้ผลแล้ว ชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนใจไปเข้าข้างพวกมันเบิดแล้วครับ ขนาดไอ้รุ่งลูกผม... มันยังพลาดท่าติดกับดักโคลนมันเลยครับท่าน" กำนันกรอกเสียงสั่นเครือพลางปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ปลายสายเงียบไปอึดใจใหญ่ ก่อนที่น้ำเสียงเย็นชาของนายทุนเดชาจะลอดผ่านลำโพงออกมา

 "เสียเวลาจริง ๆ  กำนัน... ผมอุตส่าห์ให้โอกาสคุณจัดการแบบเงียบๆ แต่ในเมื่อไม้อ่อนมันใช้ไม่ได้ผล ก็ต้องใช้ไม้แข็ง" เดชาแสยะยิ้มอยู่ที่ห้องทำงานหรูในตัวเมือง 

"ในฐานะที่ผมปรึกษากับทางผู้ใหญ่ในจังหวัดมาแล้ว ผมมีข้อมูลวงในว่าที่ตรงนั้นมันอยู่ในเขตผังเมืองใหม่ที่กำลังจะมีการเวนคืนเพื่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองตัดผ่านพอดี"

"เวนคืนหรือครับท่าน" กำนันตาโต

"ใช่... และพรุ่งนี้ผมจะส่งทนายไปที่อำเภอ เตรียมแจ้งเวนคืนที่ดินและฟ้องร้องไอ้กริชเรื่องการสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต... ดูซิว่าไอ้สถาปนิกจบนอกนั่น มันจะเอาความรู้กระจอกๆ มาสู้กับกฎหมายเวนคืนได้ยังไง! เตรียมตัวไว้พงษ์ พรุ่งนี้ที่อำเภอ... เราจะจบเรื่องนี้กัน"

เช้าที่สดใส... ก่อนพายุจะเข้า

ที่เถียงนาสีทอง กริชและย่าบุญมากำลังมีความสุขกับภาพสายน้ำที่ไหลผ่านอย่างสม่ำเสมอ กลิ่นดินชุ่มน้ำและสีเขียวของต้นกล้าที่เริ่มฟื้นตัวทำให้ใจของย่าบุญมาพองโต ชาวบ้านหลายคนเริ่มแวะเวียนเอาปลาเอาผักมาฝากเพื่อเป็นการขอโทษและขอบคุณ

"อ้ายกริช ดูนั่นสิจ๊ะ" อิปิ๊ ที่กำลังช่วยย่าจัดสำรับกับข้าวชี้ไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน

รถตู้สีดำขลับสไตล์ผู้บริหารขับฝ่าฝุ่นฟุ้งเข้ามาจอดที่หน้าเถียงนา ตามด้วยรถมอเตอร์ไซค์ของกำนันพงษ์ที่รีบกุลีกุจอลงมาเปิดประตูรถให้ชายในชุดสูทสากลสีเทาที่ก้าวลงมาด้วยท่าทางยโส

"สวัสดีครับ คุณกริชและคุณยายบุญมาขอโทษนะครับที่มารบกวนแต่เช้า" นายทุนเดชาเอ่ยขึ้นพร้อมกับถอดแว่นกันแดดราคาแพง 

"ผมมาเพื่อยื่นข้อเสนอสุดท้าย... หรือจะเรียกว่าคำเตือนก็ได้" กริชยืนประจันหน้ากับเดชาอย่างไม่เกรงกลัว 

"ถ้าเป็นเรื่องขอซื้อที่ดิน ผมกับย่าให้คำตอบเดิมครับคือไม่ขายครับ"

"หึ... ผมไม่ได้มาซื้อแล้วครับ" เดชาหันไปพยักหน้าให้ทนายความที่เดินตามมาพร้อมแฟ้มเอกสารหนาปึก

 "แต่ผมมาแจ้งให้ทราบว่า ที่ดินผืนนี้ถูกระบุเป็นเขตเวนคืนเพื่อโครงการสร้างถนนเชื่อมต่อจังหวัด และโครงการทางระบายน้ำหลักของส่วนกลาง ซึ่งโครงการทางผ่านน้ำของคุณ มันเข้าข่ายรุกล้ำและผิดผังเมืองจังหวัดครับ"

กริชรับเอกสารมาอ่านด้วยแววตาเคร่งเครียด เขาใช้สายตาสแกนแผนที่แนบท้ายอย่างรวดเร็วด้วยทักษะสถาปนิกที่ฝึกมาอย่างดี

"ที่ดินผืนนี้เป็นของส่วนบุคคลมานานกว่า 50 ปีและโครงการที่ผมทำมันเป็นการจัดการน้ำในระดับชุมชน ไม่ได้มีการกั้นทางน้ำถาวรที่ผิดกฎหมาย" กริชเถียงกลับด้วยภาษากลางที่สุภาพแต่เฉียบคม

"พูดนะมันง่ายครับคุณกริช" นายทุนเดชาหัวเราะเบาๆ 

"แต่วันพรุ่งนี้จะมีการประชุมสรุปผังเมืองที่อำเภอ ถ้าคุณไม่มีแผนพัฒนาที่เหนือกว่าหรือไม่มีเอกสารยืนยันว่าที่ดินผืนนี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมมากกว่าการสร้างถนน... ที่นาของย่าคุณจะถูกไถกลบด้วยคอนกรีตทันที" กริชกำหมัดแน่นเขารู้ดีว่านี่คือ 

"สงครามกระดาษ" ที่นายทุนใช้เส้นสายขีดเขียนขึ้นมาเพื่อบีบให้เขายอมแพ้ แต่เดชาคงลืมไปว่า... กริชไม่ได้เป็นแค่คนทำนา แต่เขาคือ สถาปนิกผังเมือง ที่จบเกียรตินิยมมา

"ได้ครับคุณเดชา... พรุ่งนี้ที่อำเภอผมจะไปที่นั่น" กริชสบตาเดชานิ่ง 

"แล้วผมจะแสดงให้เห็นว่าผังเมืองสีทองของผม มันสร้างมูลค่าให้จังหวัดนี้ได้มากกว่าถนนคอนกรีตของคุณมหาศาล"

ค่ำคืนแห่งการร่างอนาคต

คืนนั้น กริชไม่ได้นอน เขาจุดตะเกียงเจ้าพายุกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนแคร่ไม้ไผ่ เขาใช้ปากกาเขียนแบบและไม้บรรทัดเหล็ก ร่างแผนผัง "โครงการวิสาหกิจชุมชนเกษตรอัจฉริยะนาสีทอง" เขาออกแบบระบบน้ำที่เชื่อมต่อกันทั้งหมู่บ้าน แผนผังโซนนิ่งการปลูกพืชหมุนเวียนและที่สำคัญที่สุดคือ "ศูนย์เรียนรู้สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น" เพื่อยกระดับหมู่บ้านอีแหลวให้กลายเป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งจะทำให้รัฐบาลไม่สามารถเวนคืนที่ดินผืนนี้ได้โดยง่ายเนื่องจากมีสถานะเป็นพื้นที่พัฒนาวิสาหกิจชุมชน

"ย่าครับ... พรุ่งนี้เราจะเอามรดกของพ่อก้องกลับคืนมาอย่างถาวร" กริชกระซิบกับตัวเองในความมืด ขณะที่มือยังคงขีดเส้นร่างอนาคตของหมู่บ้านอย่างแน่วแน่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status