Home / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 38: ศึกศักดิ์ศรีที่ว่าการอำเภอ

Share

ตอนที่ 38: ศึกศักดิ์ศรีที่ว่าการอำเภอ

Author: Chalam whale
last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-04 19:58:07

ตอนที่ 38: ศึกศักดิ์ศรีที่ว่าการอำเภอ

บรรยากาศที่ว่าการอำเภอยามเช้าดูเคร่งขรึมและกดดันกว่าปกติ รถตู้สีดำขลับฟิล์มมืดสนิทของนายทุนเดชาจอดเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าทางขึ้นอาคาร พร้อมขบวนรถกระบะสี่ประตูของกำนันพงษ์ ทีมทนายความในชุดสูทเนี้ยบก้าวลงมาพร้อมกระเป๋าเอกสารหนังราคาแพง เดินนวดนาดด้วยท่าทางยโสราวกับเป็นเจ้าของพื้นที่ แต่ที่ใต้ต้นจามจุรีใหญ่ฝั่งตรงข้าม กลับมีภาพที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ชาวบ้านหมู่บ้านอีแหลวกว่าสามสิบชีวิต นำโดย อิปิ๊ และ ลุงหวัง ต่างพากันนัดแนะใส่เสื้อสีเหลืองทองจนดูละลานตา ทุกคนยืนรวมกลุ่มกันอย่างสงบแต่หนักแน่น เพื่อรอส่งกำลังใจให้ "อ้ายกริช" ของพวกเขา

ทันใดนั้น เสียงรถยนต์ของกริชก็ดังแว่วมา กริชพอเห็นคนฝั่งตนเอง เขาลงจากรถมาพร้อมกับแบกม้วนกระดาษแบบร่างขนาดใหญ่ที่ผ่านการ "ปั่น" มาทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน แววตาหลังกรอบแว่นดูอ่อนเพลีย แต่ประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นยังคงสว่างจ้า

"อ้ายกริช ทางนี้จ้า" อิปิ๊ตะโกนเรียกพลางวิ่งเข้ามาหาเป็นคนแรก เธอยื่นกระบอกน้ำเย็นเจี๊ยบให้กริช 

"ดื่มน้ำก่อนอ้ายตาแดงหมดแล้วไหวไหมจ๊ะ" กริชรับน้ำมาจิบก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ให้ 

"ไหวครับปิ๊ ขอบใจมากนะ"

"ไม่ต้องกลัวนะหลาน" ลุงหวังตบไหล่กริชเบาๆ แต่หนักแน่น

 "คนทั้งหมู่บ้านอยู่ข้างหลังเจ้า ข้อมูลที่เจ้าเตรียมมาน่ะมันคือความจริงความจริงมันบ่มีวันตายหรอก"

"ใช่จ๊ะอ้ายกริช" ชาวบ้านอีกคนเสริมขึ้น 

"พวกเราเอาโฉนดมาเตรียมพร้อมแล้ว ถ้าเขาจะเอาเรื่องกฎหมายมาขู่ พวกเราก็จะบอกนายอำเภอว่าพวกเรายินดีให้กริชจัดการที่ดินให้ไม่ขายให้นายทุนหน้าไหนทั้งนั้น" กริชมองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังของทุกคน ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนหายไปเป็นปลิดทิ้ง 

"ขอบคุณทุกคนมากครับ ที่เชื่อใจผม พรุ่งนี้ที่ดินของเราจะไม่ใช่แค่ที่นา แต่มันจะเป็นสมบัติที่ใครก็มาแย่งไปไม่ได้ผมสัญญาครับ"

กริชปรับปกเสื้อให้เรียบร้อย สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกระชับม้วนแบบร่างในมือ แล้วก้าวเดินขึ้นบันไดที่ว่าการอำเภอไป ท่ามกลางเสียงเชียร์ 

"สู้ๆ เด้ออ้ายกริช" ที่ดังระงมอยู่เบื้องหลัง

การปะทะกันในห้องประชุม

ภายในห้องประชุมชั้นสองที่มีแอร์เย็นฉ่ำ นายอำเภอนั่งเป็นประธานที่หัวโต๊ะ ฝั่งขวาคือนายทุนเดชาที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ โดยมีทีมทนายความกางเอกสารฟ้องร้องรออยู่ ส่วนกำนันพงษ์นั่งหน้าสลอนคอยส่งสายตาเหยียดหยามมาทางกริชที่นั่งลงฝั่งซ้ายพร้อมกับพ่อผู้ใหญ่บ้าน

"ท่านนายอำเภอครับ" ทนายฝ่ายนายทุนเริ่มเปิดฉาก 

"ลูกความของผมได้รับความเสียหายจากการที่นายกริชทำการขุดร่องน้ำรุกล้ำทางน้ำสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผิดต่อ พ.ร.บ. การขุดดินและถมดิน และยังเสี่ยงจะทำให้พื้นที่รับน้ำในเขตนี้เปลี่ยนทิศทางจนเกิดน้ำท่วมขังที่นาแปลงอื่น เราจึงขอให้ทางอำเภอสั่งระงับและสั่งรื้อถอนทันทีครับ" กริชไม่ได้มีอาการตื่นตระหนก เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่าผ่าเผย แล้ววางม้วนกระดาษลงบนโต๊ะประชุมตัวยาว

"ผมขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้กางแบบร่างนะครับท่านนายอำเภอ"

กริชคลี่กระดาษไขแผ่นใหญ่ออกมา มันไม่ใช่แค่แผนที่ลายเส้นธรรมดา แต่มันคือ "แผนผังฟื้นฟูทางน้ำระดับจังหวัด" ที่กริชซ้อนทับข้อมูลระหว่างแผนที่โฉนดหลวงปี พ.ศ. 2480 กับผังเมืองปัจจุบันไว้อย่างละเอียด

"ท่านนายอำเภอครับ ที่ทนายอ้างว่าผมรุกล้ำ ผมอยากให้ท่านดูจุดสีแดงตรงนี้ครับ" กริชชี้นิ้วไปที่พิกัดยุทธศาสตร์ในแบบ 

"จากการสำรวจระดับความสูงและเส้นทางน้ำเก่า พบว่าจุดที่ผมขุด คือ ร่องน้ำธรรมชาติเดิม ที่หายไปเพราะมีการถมดินสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำของทางโครงการรีสอร์ทฝั่งคุณเดชาเองเมื่อปีที่แล้วครับ" ทนายฝ่ายนายทุนถึงกับสะดุ้ง รีบหยิบแว่นขึ้นมาส่องดูแบบร่าง ใบหน้าเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดพรายออกมา

กริชไม่ปล่อยให้ฝ่ายนั้นตั้งตัว เขาคลี่แบบร่างแผ่นที่สองที่เป็นภาพ Perspective 3 มิติ แสดงโมเดล "นาสีทอง" ที่ดูทันสมัยและเป็นระบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา

"ท่านครับ สิ่งที่ผมทำคือ โครงการเกษตรอัจฉริยะนาสีทองโมเดล ผมไม่ได้แค่ขุดร่องน้ำ แต่ผมสร้างระบบแก้มลิงชุมชนเพื่อป้องกันน้ำท่วมให้ตำบลตามหลักวิศวกรรมสถาปัตยกรรม และตอนนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้ลงนามเข้าร่วมวิสาหกิจชุมชนเพื่อใช้ที่ดินร่วมกันแล้ว" กริชหันไปสบตานายอำเภอด้วยแววตาจริงจัง 

"ผมจึงขอใช้สิทธิ์ในฐานะสถาปนิกและตัวแทนชุมชน ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนพื้นที่นี้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมคุ้มครองพิเศษเพื่อยกเว้นการเวนคืนและห้ามเปลี่ยนสภาพที่ดินเพื่อการพาณิชย์อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมครับ" นายอำเภอหยิบแบบร่างขึ้นมาพิจารณาด้วยความทึ่ง

 "งานละเอียดมาก... นี่มันระดับมืออาชีพชัด ๆ " นายทุนเดชาหน้าเสียทันที เขาหันไปถลึงตาใส่กำนันพงษ์ที่ตอนนี้นั่งก้มหน้าตัวสั่น ความมั่นใจที่เคยมีมลายสิ้นเมื่อเจอกับ "วิชาชีพ" ที่กริชงัดออกมาสู้

"ในเมื่อข้อมูลแผนที่ทางน้ำระบุชัดเจนว่านี่คือการฟื้นฟูทางน้ำเดิมและมีแผนพัฒนาชุมชนที่ชัดเจนขนาดนี้" นายอำเภอสรุปเสียงเข้ม 

"ทางอำเภอจะรับเรื่องโครงการเกษตรอัจฉริยะไว้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษ และขอให้ฝ่ายผู้ร้องหยุดการฟ้องร้องไว้ก่อนจนกว่าทีมโยธาจังหวัดจะเข้ามาตรวจสอบพิกัดจริงตามแบบร่างของคุณกริช"

"ท่านนายอำเภอครับ ท่านจะตัดสินแบบนี้ไม่ได้นะครับ" นายทุนเดชาตบโต๊ะประชุมเสียงดังปังจนแก้วน้ำสะเทือน แววตาที่เคยสุขุมบัดนี้เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

 "โครงการรีสอร์ทและศูนย์การค้าของผม มูลค่าการลงทุนมันหลายร้อยล้านบาทนะครับ มันจะสร้างงาน สร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับอำเภอนี้ทันทีที่สร้างเสร็จ ท่านจะเอาเม็ดเงินมหาศาลไปแลกกับนาข้าวและร่องน้ำของเด็กเมื่อวานซืนคนนี้เหรอครับ" เดชาหันมาจ้องหน้ากริชอย่างกินเลือดกินเนื้อ 

"คุณกริช คุณมันก็แค่คนเพ้อฝัน เงินล้านในมือที่ผมหยิบยื่นให้ชาวบ้าน มันเปลี่ยนชีวิตพวกเขาได้เดี๋ยวนี้ แต่ไอ้เกษตรอัจฉริยะของคุณน่ะ กว่าจะเห็นกำไร กว่าจะได้เงินมาปลดหนี้ มันต้องรออีกกี่ปีชาวบ้านเขาจะกินแกลบรอความฝันของคุณหรือไง" กริชม้วนกระดาษแผ่นสุดท้ายเสร็จพอดี เขาหันไปสบตากับเดชาด้วยความสงบที่เหนือกว่า

"เงินล้านที่คุณให้ชาวบ้านมันคือเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตของพวกเขาครับคุณเดชา" กริชตอบเสียงเรียบแต่หนักแน่น 

"เมื่อเงินหมดที่ดินก็ไม่อยู่อาชีพก็ไม่มี สุดท้ายพวกเขาก็ต้องกลายเป็นลูกจ้างในที่ดินตัวเองหรือไม่ก็ต้องอพยพไปขายแรงงานในเมืองเพื่อหาเงินมาประทังชีวิตแบบไร้รากเหง้า" กริชเดินเข้ามายืนต่อหน้านายอำเภอและหันไปทางเดชาอีกครั้ง

"โครงการของผมอาจไม่ได้ให้เงินล้านในวันเดียว แต่มันคือ 'ดอกผลที่ไม่มีวันหมด' ผมออกแบบให้ที่นี่เป็นระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน น้ำที่ไหลผ่านนาจะเลี้ยงปลา ข้าวที่ปลูกจะเลี้ยงคน และการท่องเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรมจะดึงเม็ดเงินจากภายนอกเข้ามาอย่างยั่งยืน เงินของคุณมันคือการซื้อขาด แต่ความรู้ของผมคือการ สร้างชีวิต ผมเชื่อว่าคนบ้านโคกอีแหลวไม่ได้อยากรวยทางลัดแล้วสิ้นชาติ แต่พวกเขาอยากมีศักดิ์ศรีในที่ทำกินของบรรพบุรุษครับ" นายอำเภอนิ่งฟังพลางพยักหน้า 

"เม็ดเงินมหาศาลมันก็น่าสนใจครับคุณเดชา แต่หน้าที่ของผมคือการสร้างความมั่นคงให้กับราษฎรไม่ใช่แค่การหมุนเวียนเงินในบัญชีนักลงทุน" นายทุนเดชาหน้าสั่น คว้ากระเป๋าเอกสารขึ้นมาถือไว้แน่น 

"พงษ์ กลับ" เขาคำรามใส่กำนันพงษ์ที่นั่งหน้าซีดอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องประชุมไปโดยไม่หันกลับมามอง

กริชเดินออกมาที่ระเบียงหน้าที่ว่าการอำเภอ ชูม้วนแบบร่างขึ้นเหนือหัวเป็นสัญญาณแห่งชัยชนะ ชาวบ้านในเสื้อสีเหลืองทองด้านล่างต่างโห่ร้องไชโยด้วยความดีใจ บางคนถึงกับน้ำตาซึมเพราะรู้ว่าที่ดินที่เกือบจะเสียไปบัดนี้ได้รับการคุ้มครองแล้ว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status