หน้าหลัก / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 4 สถาปนิกเมืองกรุงกะวัวบ้านนอก

แชร์

ตอนที่ 4 สถาปนิกเมืองกรุงกะวัวบ้านนอก

ผู้เขียน: Chalam whale
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-29 11:45:31

ตอนที่ 4 สถาปนิกเมืองกรุงกะวัวบ้านนอก

เมื่อถึงหน้าคอก กริชต้องชะงักฝีเท้าเหมือนเจอทางตัน ในคอกมีวัวแม่ลูกอ่อนและวัวหนุ่มรวม 4 ตัว พวกมันหยุดเคี้ยวเอื้องหน้าตาเฉยเมย แล้วหันมามองผู้มาเยือนในชุดแปลกตาเป็นตาเดียว โดยเฉพาะ ‘บักจ่อย’ วัวหนุ่มสีแดงก่ำที่มีเขาแหลมโง้งและดวงตาขวางโลก มันพ่นลมหายใจดัง ฟืด! พร้อมกับใช้กีบเท้าหน้าตะกุยดินอย่างไม่เป็นมิตร

“ย่าครับ... มันมองผมแปลกๆ นะครับ สายตามันเหมือนกำลังประเมินราคาผมเลย” กริชกระซิบเสียงสั่นพลางก้าวถอยหลังไปพิงเสาบ้าน

“มันบ่เคยเห็นคนใส่ผ้าโสร่งไหมเนื้อดีมั้งอ้าย” อิปิ๊หัวเราะร่าพลางเดินมาพิงคอกกอดอกมองอย่างสนุกสนาน 

“บักจ่อยมันมักคนสู้ชีวิตเด้ออ้าย ลองเข้าไปทักทายมันเบิ่งดู๊ สถาปนิกเมืองกรุงกะวัวบ้านนอก ไผสิแน่กว่ากัน”

“กริช… เข้าไปจูงเชือกบักจ่อยออกมาก่อนเด้อหล่า มันเป็นโตนำฝูง ถ้าบักจ่อยยอมไป โตอื่นกะสิพากันย่างตามเอง” ย่าสั่งเสียงเฉียบขาดพลางยื่นเชือกป่านเส้นหนาให้

กริชกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เขาค่อยๆ ก้าวเท้าขาวๆ ที่ไม่เคยสัมผัสความหยาบกร้านเข้าไปในคอก พื้นดินภายในนั้นนุ่มหยุ่นด้วย "ของฝาก" จากวัวจนเขาต้องเขย่งเท้า 

“ใจเย็นนะจ่อย... พี่กริชมาดี พี่แค่จะพาไปทานมื้อเช้าท่ามกลางวิวนะครับ อย่าเพิ่งทำร้ายกันเลย”

ทันทีที่กริชเอื้อมมือจะไปจับเชือกสนตะพาย บักจ่อยก็สะบัดหน้าพรืด! มันชูคอขึ้นแล้วส่งเสียงร้อง มอออออ! สนั่นคอกจนหลังคาสังกะสีสะเทือน กริชสะดุ้งตัวโยนจนโสร่งที่นุ่งไว้แบบมือสมัครเล่นเริ่มหลวมหลุดปม เขาต้องรีบคว้าหมับเข้าที่ปมผ้าตรงหน้าท้องเพื่อกู้ชีพภาพลักษณ์สถาพบุรุษ

“เฮ้ยๆ อย่าชนนะ อย่าเข้ามา” กริชตะโกนลั่นเมื่อบักจ่อยเริ่มก้มหัวลงต่ำ เล็งเขาแหลมโง้งมาที่พุงของเขา

“ฮ่าๆๆๆๆ อ้ายกริช! อย่าเฮ็ดตัวสั่นคือเจ้าเข้าสิ! วัวมันได้ใจ!” อิปิ๊หัวเราะจนตัวงอเกาะรั้วคอกวัวไว้ ย่าบุญมาเองก็เอาผ้าเช็ดน้ำหมากปิดปากขำหลานชายจนไหล่สั่น 

“บักกริชเอ๊ย... จับเชือกมันแน่นๆ อย่าไปหย่อนใส่หน้ามันจั่งซั่น วัวมันนึกว่าเจ้าสิมาเล่นไล่จับนำ!”

บักจ่อยเริ่มออกอาการหวงถิ่น มันเริ่มวิ่งวนรอบคอกจนกริชต้องกระโดดหลบพัลวัน ท่าทางของสถาปนิกหนุ่มตอนนี้ดูไม่ต่างจากนักสู้วัวกระทิงที่กำลังจะเสียหลัก โสร่งที่พยายามรักษาไว้สุดชีวิตก็เริ่มหลุดลุ่ยจนเห็นขากางเกงบ็อกเซอร์ยี่ห้อดังวับๆ แวมๆ

“ปิ๊! ช่วยด้วย! มันจะขวิดผมจริงๆ แล้วนะ! นี่มันวัวนักเลงชัดๆ!” กริชร้องเสียงหลงพลางวิ่งไปหลบหลังเสาคอกวัวอย่างหมดรูป

“โอ๊ยยย สงสารวัวเด้อ ย่า... วัวมันสิสติแตกนำคนแล้ว!” อิปิ๊เห็นท่าไม่ดี (แม้จะอยากขำต่ออีกสักชั่วโมง) เธอเลยตัดสินใจกระโดดข้ามรั้วคอกวัวลงมาอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เธอเดินตรงเข้าไปหาบักจ่อยด้วยท่าทางมั่นใจ ยกมือขึ้นตบก้นมันเบาๆ แล้วดึงเชือกที่หลุดมือจากกริชมาถือไว้เอง 

“จ่อย! เซาหยอกอ้ายเพิ่นลูก เพิ่นคนต่างถิ่นหน้าขาวคือหยวกกล้วย เพิ่นย่านจนสิฉี่ราดแล้วนี่ มานี่มา...”

น่ามหัศจรรย์ที่วัวจอมพยศกลับนิ่งสงบลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงและสัมผัสของอิปิ๊ มันเอาหัวโตๆ มาถูกับแขนเสื้อลายสก็อตของเธอเหมือนลูกแมวเชื่องๆ พ่นลมหายใจเบาๆ อย่างเป็นมิตร กริชยืนหอบแฮก สภาพหล่อเนี้ยบในตอนเช้าหายวับไปกับตา มีเศษฟางติดอยู่ที่ผมและคราบโคลนที่ชายผ้าโสร่ง 

“ทำไม... ทำไมมันฟังคุณล่ะ ผมพูดกับมันตั้งนานมันไม่เห็นฟังเลย”

“กะข่อยคุยกับมันด้วยใจ บ่ได้คุยด้วยความกลัวคืออ้ายเด่ะ” อิปิ๊ยื่นปลายเชือกให้กริชอีกครั้งด้วยแววตาเป็นต่อ 

“เอ้า... จับไว้แน่นๆ คราวนี้เดินนำหน้ามันไปเลย อย่าหันหลังกลับมามองหน้ามันบ่อย มันสิมึน (ดื้อ) นึกว่าอ้ายท้าทายมัน เดินไปข้างหน้าอย่างเดียว”

กริชรับเชือกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ โดยมีอิปิ๊คอยเดินขนาบข้างช่วยพาวัวออกจากคอก ย่าบุญมาที่ยืนดูอยู่บนชานเรือนถึงกับส่ายหัวพลางยิ้มกว้าง 

“บักหลานชายเอ๊ย... สงสัยสิได้เมียสอนงานคักๆ งานนี้ สถาปนิกเมืองกรุงกะมาแพ้ทางสาวบ้านนาอีปิ๊”

“ย่าครับ! เมื่อกี้มันเกือบจะเอาเขาชนผมเลยนะ! มันไม่ใช่หยอกแล้ว!” กริชตะโกนบอกย่าพลางกระชับโสร่งรอบที่สิบขณะพยายามจูงบักจ่อยเดินออกนอกเขตรั้วบ้าน

“มันบ่ได้สิชนดอกอ้าย… มันแค่อยากขวิดคนหล่อซื่อ ๆ เบิ่งแน”อิปิ๊ทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะก้องทุ่ง 

ก่อนจะต้อนฝูงวัวที่เหลือมุ่งหน้าสู่ทุ่งนาสีเขียวทอดยาว โดยมีกริชเดินขาสั่นพะเยิบพะยาบตามหลังไปอย่างทุลักทุเล มือหนึ่งจูงวัว อีกมือหนึ่งกำโสร่งไว้แน่น... เป็นภาพที่ทำเอาชาวบ้านโคกอีแหลวที่ตื่นมาทำธุระตอนเช้าต้องหยุดดูแล้วอมยิ้มไปตามๆ กัน!

ตลอดเส้นทางเดินจากบ้านแม่ใหญ่บุญมามุ่งหน้าสู่ทุ่งนา กริชรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ประหลาดที่หลุดออกมาจากตู้โชว์ในห้างสรรพสินค้า ชาวบ้านที่กำลังขะมักเขม้นกับการใช้ชีวิตยามเช้า ทั้งคนที่กำลังกวาดลานบ้าน คนที่กำลังหาปลา หรือแม้แต่กลุ่มแม่บ้านที่นั่งล้อมวงกินข้าวเหนียว ต่างพากันหยุดชะงักแล้วมองมาที่เขาเป็นตาเดียว

“ปาดดดด! นั่นหลานแม่ใหญ่บุญมาเบาะ? คือมาขาวจั๊วะปานนกกระยางแท้ล่ะหึ!” ป้าคนหนึ่งตะโกนถามมาจากใต้ถุนบ้านพลางหัวเราะร่วน

“แม่นแล้วป้า! อ้ายกริชสถาปนิกเมืองกรุงพู้นน่ะ เพิ่นสิมาลองเลี้ยงวัวมื้อแรก!” อิปิ๊ตะโกนตอบอย่างอารมณ์ดี พลางหันมามองกริชที่พยายามเดินหนีสายตาชาวบ้าน แต่เท้าดันไปสะดุดก้อนหินจนตัวเอนไปเบียดบักจ่อย

“เอ่อ... สวัสดีครับคุณป้า” กริชยกมือไหว้แบบพะวงๆ เพราะมือหนึ่งยังต้องกำปมโสร่งไว้แน่น

“ไหว้พระเถอะลูกเอ๊ย! ระวังเด้อ โสร่งสิหลุดใส่วัวมันสิตกใจ!” ชาวบ้านอีกคนแซวทำเอาเสียงหัวเราะดังระงมไปทั่วคุ้ม

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของสัตว์ใหญ่ก็ดังแว่วมาจากทางแยก พร้อมกับร่างกำยำของ ผู้ใหญ่บ้าน พ่อของอิปิ๊ ที่กำลังจูง ‘บักถึก’ ควายยักษ์คู่ใจเดินตรงมา ผู้ใหญ่บ้านมองกริชด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหันไปหาหลานชายแม่ใหญ่บุญมา

“อ้าว... นี่เบาะบักกริช?” ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้ม “เมื่อคืนอีปิ๊มันกลับไปเล่าให้ฟังว่า หลานแม่ใหญ่บุญมากลับมาแจ้งข่าวพ่อไกร ข่อยกะเสียใจนำเด้อ... แต่กะดีแล้วที่สูตัดสินใจกลับมาเบิ่งนาของพ่อสู”

“ขอบคุณครับผู้ใหญ่... ผมชื่อกริชครับ” กริชตอบด้วยภาษากลางที่เผลอทำตัวยืดตรงตามบุคลิกคนทำงานออฟฟิศ “ผมจะพยายามทำให้เต็มที่ครับ แม้ว่าจะยัง... เอ่อ... ยังเข้ากับวัวไม่ค่อยได้เท่าไหร่”

“ฮ่าๆๆๆ ดูทรงแล้วคือสิแม่นอยู่!” ผู้ใหญ่บ้านหัวเราะพลางตบหลังบักถึก “เบิ่งนี่... ขนาดบักถึกข่อยมันยังเหลียวมองสูเลย มันคือสิคึดว่า... เจ้านายใหม่ข่อยคือมาแต่งโตคือจั่งสิไปขึ้นเครื่องบินแท้ล่ะหึ?”

“มันไม่ได้ขนาดนั้นหรอกครับผู้ใหญ่ ผมแค่พยายามแต่งตัวให้เกียรติสถานที่ครับ” กริชพยายามรักษามาดสถาปนิกที่เหลือเพียงน้อยนิดไว้

“เกียรติสถานที่บ้านเฮากะคือเหงื่อนี่ล่ะหลานชาย!” ผู้ใหญ่บ้านยิ้มกว้าง “เอ้า... อีปิ๊! พาลูกอ้ายเพิ่นไปทางพู้นเด้อ หม่องนั่นหญ้าอ่อน วัวสิได้กินอิ่มๆ แล้วกะเบิ่งเพิ่นแนล่ะ อย่าให้บักจ่อยมันขวิดหลานแม่ใหญ่เพิ่นไส้ไหลล่ะ!”

“จ้าพ่อ! บ่ต้องห่วงดอก ปิ๊ดูแลอ้ายกริชประดุจไข่ในหินเลยล่ะ!” อิปิ๊หันมาขยิบตาให้กริช “ไปอ้าย... อย่ามัวแต่ยืนคุย ภาษากลางอ้ายมันหรูเกินไป วัวข่อยฟังบ่ฮู้เรื่อง!”

กริชได้แต่ถอนหายใจยาวพลางก้าวเดินต่อไป ท่ามกลางเสียงทักทายภาษาอีสานที่เขาฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เขารับรู้ได้ชัดเจนคือ "ความนัว" ของสังคมที่นี่ที่กำลังเริ่มโอบล้อมตัวเขาอย่างช้าๆ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status