Início / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 4 สถาปนิกเมืองกรุงกะวัวบ้านนอก

Compartilhar

ตอนที่ 4 สถาปนิกเมืองกรุงกะวัวบ้านนอก

Autor: Chalam whale
last update Última atualização: 2026-01-29 11:45:31

ตอนที่ 4 สถาปนิกเมืองกรุงกะวัวบ้านนอก

เมื่อถึงหน้าคอก กริชต้องชะงักฝีเท้าเหมือนเจอทางตัน ในคอกมีวัวแม่ลูกอ่อนและวัวหนุ่มรวม 4 ตัว พวกมันหยุดเคี้ยวเอื้องหน้าตาเฉยเมย แล้วหันมามองผู้มาเยือนในชุดแปลกตาเป็นตาเดียว โดยเฉพาะ ‘บักจ่อย’ วัวหนุ่มสีแดงก่ำที่มีเขาแหลมโง้งและดวงตาขวางโลก มันพ่นลมหายใจดัง ฟืด! พร้อมกับใช้กีบเท้าหน้าตะกุยดินอย่างไม่เป็นมิตร

“ย่าครับ... มันมองผมแปลกๆ นะครับ สายตามันเหมือนกำลังประเมินราคาผมเลย” กริชกระซิบเสียงสั่นพลางก้าวถอยหลังไปพิงเสาบ้าน

“มันบ่เคยเห็นคนใส่ผ้าโสร่งไหมเนื้อดีมั้งอ้าย” อิปิ๊หัวเราะร่าพลางเดินมาพิงคอกกอดอกมองอย่างสนุกสนาน 

“บักจ่อยมันมักคนสู้ชีวิตเด้ออ้าย ลองเข้าไปทักทายมันเบิ่งดู๊ สถาปนิกเมืองกรุงกะวัวบ้านนอก ไผสิแน่กว่ากัน”

“กริช… เข้าไปจูงเชือกบักจ่อยออกมาก่อนเด้อหล่า มันเป็นโตนำฝูง ถ้าบักจ่อยยอมไป โตอื่นกะสิพากันย่างตามเอง” ย่าสั่งเสียงเฉียบขาดพลางยื่นเชือกป่านเส้นหนาให้

กริชกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เขาค่อยๆ ก้าวเท้าขาวๆ ที่ไม่เคยสัมผัสความหยาบกร้านเข้าไปในคอก พื้นดินภายในนั้นนุ่มหยุ่นด้วย "ของฝาก" จากวัวจนเขาต้องเขย่งเท้า 

“ใจเย็นนะจ่อย... พี่กริชมาดี พี่แค่จะพาไปทานมื้อเช้าท่ามกลางวิวนะครับ อย่าเพิ่งทำร้ายกันเลย”

ทันทีที่กริชเอื้อมมือจะไปจับเชือกสนตะพาย บักจ่อยก็สะบัดหน้าพรืด! มันชูคอขึ้นแล้วส่งเสียงร้อง มอออออ! สนั่นคอกจนหลังคาสังกะสีสะเทือน กริชสะดุ้งตัวโยนจนโสร่งที่นุ่งไว้แบบมือสมัครเล่นเริ่มหลวมหลุดปม เขาต้องรีบคว้าหมับเข้าที่ปมผ้าตรงหน้าท้องเพื่อกู้ชีพภาพลักษณ์สถาพบุรุษ

“เฮ้ยๆ อย่าชนนะ อย่าเข้ามา” กริชตะโกนลั่นเมื่อบักจ่อยเริ่มก้มหัวลงต่ำ เล็งเขาแหลมโง้งมาที่พุงของเขา

“ฮ่าๆๆๆๆ อ้ายกริช! อย่าเฮ็ดตัวสั่นคือเจ้าเข้าสิ! วัวมันได้ใจ!” อิปิ๊หัวเราะจนตัวงอเกาะรั้วคอกวัวไว้ ย่าบุญมาเองก็เอาผ้าเช็ดน้ำหมากปิดปากขำหลานชายจนไหล่สั่น 

“บักกริชเอ๊ย... จับเชือกมันแน่นๆ อย่าไปหย่อนใส่หน้ามันจั่งซั่น วัวมันนึกว่าเจ้าสิมาเล่นไล่จับนำ!”

บักจ่อยเริ่มออกอาการหวงถิ่น มันเริ่มวิ่งวนรอบคอกจนกริชต้องกระโดดหลบพัลวัน ท่าทางของสถาปนิกหนุ่มตอนนี้ดูไม่ต่างจากนักสู้วัวกระทิงที่กำลังจะเสียหลัก โสร่งที่พยายามรักษาไว้สุดชีวิตก็เริ่มหลุดลุ่ยจนเห็นขากางเกงบ็อกเซอร์ยี่ห้อดังวับๆ แวมๆ

“ปิ๊! ช่วยด้วย! มันจะขวิดผมจริงๆ แล้วนะ! นี่มันวัวนักเลงชัดๆ!” กริชร้องเสียงหลงพลางวิ่งไปหลบหลังเสาคอกวัวอย่างหมดรูป

“โอ๊ยยย สงสารวัวเด้อ ย่า... วัวมันสิสติแตกนำคนแล้ว!” อิปิ๊เห็นท่าไม่ดี (แม้จะอยากขำต่ออีกสักชั่วโมง) เธอเลยตัดสินใจกระโดดข้ามรั้วคอกวัวลงมาอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เธอเดินตรงเข้าไปหาบักจ่อยด้วยท่าทางมั่นใจ ยกมือขึ้นตบก้นมันเบาๆ แล้วดึงเชือกที่หลุดมือจากกริชมาถือไว้เอง 

“จ่อย! เซาหยอกอ้ายเพิ่นลูก เพิ่นคนต่างถิ่นหน้าขาวคือหยวกกล้วย เพิ่นย่านจนสิฉี่ราดแล้วนี่ มานี่มา...”

น่ามหัศจรรย์ที่วัวจอมพยศกลับนิ่งสงบลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงและสัมผัสของอิปิ๊ มันเอาหัวโตๆ มาถูกับแขนเสื้อลายสก็อตของเธอเหมือนลูกแมวเชื่องๆ พ่นลมหายใจเบาๆ อย่างเป็นมิตร กริชยืนหอบแฮก สภาพหล่อเนี้ยบในตอนเช้าหายวับไปกับตา มีเศษฟางติดอยู่ที่ผมและคราบโคลนที่ชายผ้าโสร่ง 

“ทำไม... ทำไมมันฟังคุณล่ะ ผมพูดกับมันตั้งนานมันไม่เห็นฟังเลย”

“กะข่อยคุยกับมันด้วยใจ บ่ได้คุยด้วยความกลัวคืออ้ายเด่ะ” อิปิ๊ยื่นปลายเชือกให้กริชอีกครั้งด้วยแววตาเป็นต่อ 

“เอ้า... จับไว้แน่นๆ คราวนี้เดินนำหน้ามันไปเลย อย่าหันหลังกลับมามองหน้ามันบ่อย มันสิมึน (ดื้อ) นึกว่าอ้ายท้าทายมัน เดินไปข้างหน้าอย่างเดียว”

กริชรับเชือกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ โดยมีอิปิ๊คอยเดินขนาบข้างช่วยพาวัวออกจากคอก ย่าบุญมาที่ยืนดูอยู่บนชานเรือนถึงกับส่ายหัวพลางยิ้มกว้าง 

“บักหลานชายเอ๊ย... สงสัยสิได้เมียสอนงานคักๆ งานนี้ สถาปนิกเมืองกรุงกะมาแพ้ทางสาวบ้านนาอีปิ๊”

“ย่าครับ! เมื่อกี้มันเกือบจะเอาเขาชนผมเลยนะ! มันไม่ใช่หยอกแล้ว!” กริชตะโกนบอกย่าพลางกระชับโสร่งรอบที่สิบขณะพยายามจูงบักจ่อยเดินออกนอกเขตรั้วบ้าน

“มันบ่ได้สิชนดอกอ้าย… มันแค่อยากขวิดคนหล่อซื่อ ๆ เบิ่งแน”อิปิ๊ทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะก้องทุ่ง 

ก่อนจะต้อนฝูงวัวที่เหลือมุ่งหน้าสู่ทุ่งนาสีเขียวทอดยาว โดยมีกริชเดินขาสั่นพะเยิบพะยาบตามหลังไปอย่างทุลักทุเล มือหนึ่งจูงวัว อีกมือหนึ่งกำโสร่งไว้แน่น... เป็นภาพที่ทำเอาชาวบ้านโคกอีแหลวที่ตื่นมาทำธุระตอนเช้าต้องหยุดดูแล้วอมยิ้มไปตามๆ กัน!

ตลอดเส้นทางเดินจากบ้านแม่ใหญ่บุญมามุ่งหน้าสู่ทุ่งนา กริชรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ประหลาดที่หลุดออกมาจากตู้โชว์ในห้างสรรพสินค้า ชาวบ้านที่กำลังขะมักเขม้นกับการใช้ชีวิตยามเช้า ทั้งคนที่กำลังกวาดลานบ้าน คนที่กำลังหาปลา หรือแม้แต่กลุ่มแม่บ้านที่นั่งล้อมวงกินข้าวเหนียว ต่างพากันหยุดชะงักแล้วมองมาที่เขาเป็นตาเดียว

“ปาดดดด! นั่นหลานแม่ใหญ่บุญมาเบาะ? คือมาขาวจั๊วะปานนกกระยางแท้ล่ะหึ!” ป้าคนหนึ่งตะโกนถามมาจากใต้ถุนบ้านพลางหัวเราะร่วน

“แม่นแล้วป้า! อ้ายกริชสถาปนิกเมืองกรุงพู้นน่ะ เพิ่นสิมาลองเลี้ยงวัวมื้อแรก!” อิปิ๊ตะโกนตอบอย่างอารมณ์ดี พลางหันมามองกริชที่พยายามเดินหนีสายตาชาวบ้าน แต่เท้าดันไปสะดุดก้อนหินจนตัวเอนไปเบียดบักจ่อย

“เอ่อ... สวัสดีครับคุณป้า” กริชยกมือไหว้แบบพะวงๆ เพราะมือหนึ่งยังต้องกำปมโสร่งไว้แน่น

“ไหว้พระเถอะลูกเอ๊ย! ระวังเด้อ โสร่งสิหลุดใส่วัวมันสิตกใจ!” ชาวบ้านอีกคนแซวทำเอาเสียงหัวเราะดังระงมไปทั่วคุ้ม

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของสัตว์ใหญ่ก็ดังแว่วมาจากทางแยก พร้อมกับร่างกำยำของ ผู้ใหญ่บ้าน พ่อของอิปิ๊ ที่กำลังจูง ‘บักถึก’ ควายยักษ์คู่ใจเดินตรงมา ผู้ใหญ่บ้านมองกริชด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหันไปหาหลานชายแม่ใหญ่บุญมา

“อ้าว... นี่เบาะบักกริช?” ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้ม “เมื่อคืนอีปิ๊มันกลับไปเล่าให้ฟังว่า หลานแม่ใหญ่บุญมากลับมาแจ้งข่าวพ่อไกร ข่อยกะเสียใจนำเด้อ... แต่กะดีแล้วที่สูตัดสินใจกลับมาเบิ่งนาของพ่อสู”

“ขอบคุณครับผู้ใหญ่... ผมชื่อกริชครับ” กริชตอบด้วยภาษากลางที่เผลอทำตัวยืดตรงตามบุคลิกคนทำงานออฟฟิศ “ผมจะพยายามทำให้เต็มที่ครับ แม้ว่าจะยัง... เอ่อ... ยังเข้ากับวัวไม่ค่อยได้เท่าไหร่”

“ฮ่าๆๆๆ ดูทรงแล้วคือสิแม่นอยู่!” ผู้ใหญ่บ้านหัวเราะพลางตบหลังบักถึก “เบิ่งนี่... ขนาดบักถึกข่อยมันยังเหลียวมองสูเลย มันคือสิคึดว่า... เจ้านายใหม่ข่อยคือมาแต่งโตคือจั่งสิไปขึ้นเครื่องบินแท้ล่ะหึ?”

“มันไม่ได้ขนาดนั้นหรอกครับผู้ใหญ่ ผมแค่พยายามแต่งตัวให้เกียรติสถานที่ครับ” กริชพยายามรักษามาดสถาปนิกที่เหลือเพียงน้อยนิดไว้

“เกียรติสถานที่บ้านเฮากะคือเหงื่อนี่ล่ะหลานชาย!” ผู้ใหญ่บ้านยิ้มกว้าง “เอ้า... อีปิ๊! พาลูกอ้ายเพิ่นไปทางพู้นเด้อ หม่องนั่นหญ้าอ่อน วัวสิได้กินอิ่มๆ แล้วกะเบิ่งเพิ่นแนล่ะ อย่าให้บักจ่อยมันขวิดหลานแม่ใหญ่เพิ่นไส้ไหลล่ะ!”

“จ้าพ่อ! บ่ต้องห่วงดอก ปิ๊ดูแลอ้ายกริชประดุจไข่ในหินเลยล่ะ!” อิปิ๊หันมาขยิบตาให้กริช “ไปอ้าย... อย่ามัวแต่ยืนคุย ภาษากลางอ้ายมันหรูเกินไป วัวข่อยฟังบ่ฮู้เรื่อง!”

กริชได้แต่ถอนหายใจยาวพลางก้าวเดินต่อไป ท่ามกลางเสียงทักทายภาษาอีสานที่เขาฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เขารับรู้ได้ชัดเจนคือ "ความนัว" ของสังคมที่นี่ที่กำลังเริ่มโอบล้อมตัวเขาอย่างช้าๆ

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 10 : ปฏิบัติการเปลี่ยนเพิงร้างเป็นแลนด์มาร์ค

    แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า ทุ่งนาสีเขียวขจีถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกบางๆ ส่งกลิ่นดินผสมกลิ่นน้ำค้างที่สดชื่นจนกริชลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด เขาไม่ได้ตื่นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกดิจิทัล แต่ตื่นเพราะเสียงไก่ขันและเสียงนกกาเหว่าที่ร้องรับกันเป็นทอดๆ“ตื่นได้แล้วอ้ายกริช ตะเว็นสิเลียก้นแล้ว” เสียงใสๆ ของอิปิ๊ดังมาจากทางสระน้ำ เธอเดินกลับมาพร้อมล้างหน้าล้างตาจนสดใส ในมือถือขันน้ำอะลูมิเนียมใบเล็ก กริชบิดขี้เกียจบนเปลญวน พลางสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ“ปิ๊... เชื่อไหม นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมตื่นมาแล้วไม่ปวดหัวเรื่องเดตไลน์งานเลย”“กะดีแล้วจ้า แต่มื้อนี่ล่ะเดตไลน์ของจริง!” อิปิ๊ชี้ไปที่เถียงนาสภาพเขรอะ“อ้ายสิเปลี่ยนมันเป็นสตูดิโออิหยังนั่นบ่แม่นเบาะ ฟ้าวสิ ข่อยสิช่วยเป็นลูกมือให้มื้อหนึ่ง”08.30 น. ปฏิบัติการ "รื้อเพื่อสร้าง"กริชเริ่มใช้ทักษะสถาปนิกที่ร่ำเรียนมา เขาไม่ได้เริ่มด้วยการทุบ แต่เริ่มด้วยการ "จัดระเบียบ" เขาหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพออกมา วาดแปลนเถียงนาคร่าวๆ แบ่งสัดส่วนพื้นที่อย่างชาญฉลาด แบ่งห้องทำงาน ห้องเก็บของ“ปิ๊... มุมทิศตะวันออกนี่ แสงตอนเช้าสวยมาก ผม

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 9 : ตั้งวงข้าวริมกองไฟ

    ซาเล้งของอิปิ๊แล่นผ่านความมืดขรุขระของคันนามาจนถึงจุดหมาย แสงไฟจากหน้ารถสาดส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของเถียงนาไม้ที่กริชเพิ่งวิ่งหนีมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ประสานเสียงกันระงมจนกริชเผลอกระชับเป้ในมือแน่น“เอ้า... ถึงแล้วอ้ายกริช อย่ามัวแต่ยืนสั่น รีบลงมาช่วยกันจัดที่ทางก่อนสิค่ำไปกว่านี้”อิปิ๊กระโดดลงจากรถอย่างคล่องแคล่วกริชก้าวลงจากรถด้วยความระแวง สายตามองขึ้นไปบนเถียงนาที่มืดมิด“ปิ๊... คุณแน่ใจนะว่ายาสมุนไพรนั่นได้ผล ผมยังหลอนท่าทางสะบัดหางของเจ้าบ้านตัวลายไม่หายเลย”“เชื่อใจข่อยเถอะน่า” อิปิ๊พูดพลางหยิบแผ่นโซลาร์เซลล์ขนาดพกพาสามสี่แผ่นออกมาจากหลังรถ เธอเดินไปติดมันไว้ตามมุมเสาเถียงนาและกิ่งไม้ใกล้ๆ เพียงครู่เดียว แสงไฟสีนวลตาจากหลอด LED เล็กๆ ก็สว่างขึ้นรอบเถียงนา เปลี่ยนบรรยากาศที่น่ากลัวให้ดูอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นทันตา“โอ้โห... คุณมีโซลาร์เซลล์ด้วยเหรอ นึกว่าจะมีแต่ตะเกียงน้ำมันก๊าดซะอีก” กริชอุทานด้วยความทึ่งในความไฮเทคของสาวบ้านนา“อ้ายกริช... นี่มันปีไหนแล้วจ้า ข่อยกะต้องใช้เทคโนโลยีช่วยคือกันล่ะ” อิปิ๊หัวเราะร่วนก่อนจะสั่งการต่อ“เอ้า!

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 8: คืนที่ต้องกลายเป็นยามเฝ้าเถียงนา

    หลังจากเหตุการณ์ “ตุ๊กแกบุกสตูดิโอของกริช” จนสถาปนิกหนุ่มต้องวิ่งหน้าตั้งลืมมาด อิปิ๊ก็ทำหน้าที่มัคคุเทศก์จำเป็นกึ่งพี่เลี้ยง พาเขานั่งซาเล้งไปที่ร้านค้าท้ายหมู่บ้านเพื่อซื้ออาวุธลับที่เธออ้างว่า “เอาอยู่” ยิ่งกว่ายาฆ่าแมลงกระป๋องไหนๆ“เอ้า... นี่ล่ะอ้ายกริช สมุนไพรไล่ตุ๊กแกสูตรเด็ด” อิปิ๊ยื่นก้อนถุงผ้าเล็ก ๆ ที่ส่งก“เอาไปแขวนไว้ตามมุมมืดๆ หม่องที่เห็นไข่มันนั่นล่ะ กลิ่นนี่สิเฮ็ดให้พวกเพิ่นแสบจมูกแล้วย้ายสำมะโนครัวออกไปเองแบบสันติวิธี”เมื่อกลับมาถึงเถียงนา กริชยังคงยืนกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ที่โคนบันได จนอิปิ๊ต้องเดินนำขึ้นไปแขวนถุงสมุนไพรตามจุดต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับหันมาสอนเขาใช้สเปรย์สมุนไพรฉีดพ่นไล่สัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ทั้งตะขาบและแมงมุมที่อาจซ่อนตัวอยู่ตามซอกไม้“จำไว้อ้าย... เฮาบ่ได้มาฆ่าเพิ่น เฮาแค่มาขอแบ่งที่อยู่ เพิ่นแสบเพิ่นกะไปเอง” อิปิ๊เอ่ยเสียงใสขณะฉีดฟึ่ดๆ เข้าไปในรูไม้ที่แม่ตุ๊กแกเคยโผล่หน้าออกมาแต่ปัญหาใหม่ที่กริชเพิ่งนึกได้ก็คือ ของที่เขาอุตส่าห์แบกออกมาวางไว้กลางเถียงนาเพื่อเตรียมทำความสะอาด ทั้งอุปกรณ์ทำนาของย่า อุปกรณ์เขียนแบบราคาแพง และเครื่องมือช่างสารพัดอ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 7: เถียงนามหาภัย

    แสงสีส้มทองทอประกายผ่านรอยแตกของฝาบ้านไม้ขัดมันยับ กริชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ความหวาดระแวงในเสียงตุ๊กแกหรือจิ้งหรีดเมื่อคืนเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความเคยชินบางอย่าง เขาขยับตัวลุกขึ้นจากมุ้งสีขาวสะอาด พับเก็บอย่างมีระเบียบตามที่อิปิ๊เคยสอน (แม้จะยังเบี้ยวไปบ้าง) ก่อนจะเดินลงไปที่ชานเรือน ย่าบุญมานั่งรออยู่ก่อนแล้วพร้อมขันข้าวเหนียวและกับข้าวใส่บาตร ท่านยิ้มจนตาปิดเมื่อเห็นหลานชายสวมโสร่งเดินลงมาอย่างคล่องแคล่วขึ้น“ตื่นสายกะสิว่า ตื่นเช้ากะสิย่อง (ชม) เด้อนี่... มา ๆ ฟ้าวล้างหน้ามาปั้นข้าวรอพระ” ย่ากวักมือเรียกหลังจากใส่บาตรเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็นั่งล้อมวงกินข้าวเช้ากันบนแคร่ไม้ใต้ถุนบ้าน เมนูวันนี้เรียบง่ายตามสไตล์คนบ้านป่า น้ำพริกแจ่วปลาร้า รสจัดจ้าน ผักลวก สด ๆ จากหลังบ้าน และ ปลาทูทอด ที่หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน“ย่าครับ แจ่วอันนี้มันเผ็ดน้อยกว่าเมื่อวานไหมครับ หรือว่าลิ้นผมมันเริ่มชินแล้วก็ไม่รู้” กริชเอ่ยพลางปั้นข้าวเหนียวจิ้มแจ่วส่งเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย“มันบ่ได้เผ็ดน้อยลงดอกหลานเอ๊ย ใจเจ้าของมันเปิดรับแล้วรสชาติมันกะนัวเองล่ะ” ย่าบุญมาหัวเราะพลางคัดเลือกเนื้อปลา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่6 โลกอีกใบของอิปิ๊

    หลังจากกาแฟยกล้อในถุงกระดาษเริ่มหมดฤทธิ์ความหวาน กริชก็นั่งซ้อนท้ายซาเล้งกลับมาที่หน้าบ้านย่าบุญมาด้วยสภาพที่ "สว่าง" จนตาแข็ง อิปิ๊เบรกรถจนฝุ่นสีแดงตลบอีกครั้งก่อนจะหันมาบอกเขา“เอ้า... ฮอดแล้วอ้ายกริช ลงไปพักผ่อนซะเด้อ ข่อยสิไปเฮ็ดงานในสวนต่อแล้ว มัวแต่มาหยอกอ้าย บักเขือเทศข่อยสิเหี่ยวตายเบิดก่อน”กริชกระโดดลงจากรถพลางจัดโสร่งให้เข้าที่ “งานในสวน คุณไม่ได้แค่ขี่ซาเล้งไปมาแซวชาวบ้านไปวัน ๆ เหรอปิ๊ แล้วที่บอกว่าเป็นนักเกษตรอินทรีย์นี่คือยังไง ปลูกผักกินเองเฉย ๆ น่ะเหรอ”อิปิ๊เลิกคิ้วสูง หัวเราะหึในลำคอ “ปาดดด... ดูถูกกันคักน้ออ้าย ข่อยเรียนจบเกษตรมาเด้อจ้า บ่ได้ปลูกแค่กินซื่อ ๆ ข่อยเฮ็ดฟาร์มอินทรีย์แบบครบวงจร ส่งขายโรงพยาบาล ส่งร้านอาหารคลีนในเมืองพู้น งานข่อยมันละเอียดกว่าการขีดเส้นในกระดาษอ้ายหลาย!”กริชขมวดคิ้วด้วยความสงสัย งานเกษตรที่เขาเคยเห็นในข่าวส่วนใหญ่คือการใส่ชุดชาวนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน แต่แววตาของอิปิ๊ตอนพูดเรื่องนี้มันดูเชี่ยวชาญและจริงจังจนเขาอดสงสัยไม่ได้“ส่งโรงพยาบาลเลยเหรอ ผมงงไปหมดแล้ว งานเกษตรอินทรีย์มันต้องทำอะไรขนาดนั้นเลยเหรอปิ๊ ผมขอตามไปดูด้วยได้ไหม ไหน ๆ วันน

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อ

    ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มแผดจ้าขึ้นทุกขณะ กริชเดินลากเท้าผ่านคันนาที่ขรุขระด้วยความทุลักทุเล มือหนึ่งพยายามประคองโสร่งที่พร้อมจะหลุดทุกเมื่อ อีกมือหนึ่งก็ปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตาจนแสบไปหมด ฝูงวัวของย่าบุญมาเดินทอดน่องเล็มหญ้าอย่างสบายใจ โดยมีอิปิ๊เดินนำหน้าแกว่งไม้เรียวไปมาอย่างคล่องแคล่ว“นั่นล่ะอ้าย... ออฟฟิศใหม่ของสุภาพบุรุษสถาปนิก” อิปิ๊ชี้ไม้เรียวไปทางสิ่งปลูกสร้างเล็กๆ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทุ่งกริชเงยหน้ามองตาม และสิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบอยากจะทรุดตัวลงนอนกลางคันนา มันคือ ‘เถียงนา’ หรือกระท่อมไม้หลังเล็กสภาพเก่าคร่ำคร่า หลังคามุงสังกะสีที่มีรอยสนิมเกาะกิน ใต้ถุนยกสูงพอประมาณ ภายในที่ควรจะเป็นที่พักผ่อนกลับเต็มไปด้วยกระสอบปุ๋ย ถังฉีดยาฆ่าแมลง จอบ เสียม และเครื่องมือทำนาที่วางระเกะระกะจนแทบไม่มีที่ว่าง“ย่าบอกว่า ต่อไปนี้ให้อ้ายมาคุมงานอยู่ที่นี่ ที่นาห้าสิบไร่นี่ล่ะคือโครงการมรดกที่อ้ายต้องดูแล” อิปิ๊หันมาบอกพลางยิ้มกริ่มกริชก้าวขึ้นไปบนเถียงนาอย่างระมัดระวัง เสียงไม้กระดานดัง เอี๊ยด... เหมือนจะหักลงมาได้ทุกเมื่อ เขาใช้นิ้วแตะลงบนขอบไม้แล้วก็ต้องรี

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status