Home / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 4 สถาปนิกเมืองกรุงกะวัวบ้านนอก

Share

ตอนที่ 4 สถาปนิกเมืองกรุงกะวัวบ้านนอก

Author: Chalam whale
last update publish date: 2026-01-29 11:45:31

ตอนที่ 4 สถาปนิกเมืองกรุงกะวัวบ้านนอก

เมื่อถึงหน้าคอก กริชต้องชะงักฝีเท้าเหมือนเจอทางตัน ในคอกมีวัวแม่ลูกอ่อนและวัวหนุ่มรวม 4 ตัว พวกมันหยุดเคี้ยวเอื้องหน้าตาเฉยเมย แล้วหันมามองผู้มาเยือนในชุดแปลกตาเป็นตาเดียว โดยเฉพาะ ‘บักจ่อย’ วัวหนุ่มสีแดงก่ำที่มีเขาแหลมโง้งและดวงตาขวางโลก มันพ่นลมหายใจดัง ฟืด! พร้อมกับใช้กีบเท้าหน้าตะกุยดินอย่างไม่เป็นมิตร

“ย่าครับ... มันมองผมแปลกๆ นะครับ สายตามันเหมือนกำลังประเมินราคาผมเลย” กริชกระซิบเสียงสั่นพลางก้าวถอยหลังไปพิงเสาบ้าน

“มันบ่เคยเห็นคนใส่ผ้าโสร่งไหมเนื้อดีมั้งอ้าย” อิปิ๊หัวเราะร่าพลางเดินมาพิงคอกกอดอกมองอย่างสนุกสนาน 

“บักจ่อยมันมักคนสู้ชีวิตเด้ออ้าย ลองเข้าไปทักทายมันเบิ่งดู๊ สถาปนิกเมืองกรุงกะวัวบ้านนอก ไผสิแน่กว่ากัน”

“กริช… เข้าไปจูงเชือกบักจ่อยออกมาก่อนเด้อหล่า มันเป็นโตนำฝูง ถ้าบักจ่อยยอมไป โตอื่นกะสิพากันย่างตามเอง” ย่าสั่งเสียงเฉียบขาดพลางยื่นเชือกป่านเส้นหนาให้

กริชกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เขาค่อยๆ ก้าวเท้าขาวๆ ที่ไม่เคยสัมผัสความหยาบกร้านเข้าไปในคอก พื้นดินภายในนั้นนุ่มหยุ่นด้วย "ของฝาก" จากวัวจนเขาต้องเขย่งเท้า 

“ใจเย็นนะจ่อย... พี่กริชมาดี พี่แค่จะพาไปทานมื้อเช้าท่ามกลางวิวนะครับ อย่าเพิ่งทำร้ายกันเลย”

ทันทีที่กริชเอื้อมมือจะไปจับเชือกสนตะพาย บักจ่อยก็สะบัดหน้าพรืด! มันชูคอขึ้นแล้วส่งเสียงร้อง มอออออ! สนั่นคอกจนหลังคาสังกะสีสะเทือน กริชสะดุ้งตัวโยนจนโสร่งที่นุ่งไว้แบบมือสมัครเล่นเริ่มหลวมหลุดปม เขาต้องรีบคว้าหมับเข้าที่ปมผ้าตรงหน้าท้องเพื่อกู้ชีพภาพลักษณ์สถาพบุรุษ

“เฮ้ยๆ อย่าชนนะ อย่าเข้ามา” กริชตะโกนลั่นเมื่อบักจ่อยเริ่มก้มหัวลงต่ำ เล็งเขาแหลมโง้งมาที่พุงของเขา

“ฮ่าๆๆๆๆ อ้ายกริช! อย่าเฮ็ดตัวสั่นคือเจ้าเข้าสิ! วัวมันได้ใจ!” อิปิ๊หัวเราะจนตัวงอเกาะรั้วคอกวัวไว้ ย่าบุญมาเองก็เอาผ้าเช็ดน้ำหมากปิดปากขำหลานชายจนไหล่สั่น 

“บักกริชเอ๊ย... จับเชือกมันแน่นๆ อย่าไปหย่อนใส่หน้ามันจั่งซั่น วัวมันนึกว่าเจ้าสิมาเล่นไล่จับนำ!”

บักจ่อยเริ่มออกอาการหวงถิ่น มันเริ่มวิ่งวนรอบคอกจนกริชต้องกระโดดหลบพัลวัน ท่าทางของสถาปนิกหนุ่มตอนนี้ดูไม่ต่างจากนักสู้วัวกระทิงที่กำลังจะเสียหลัก โสร่งที่พยายามรักษาไว้สุดชีวิตก็เริ่มหลุดลุ่ยจนเห็นขากางเกงบ็อกเซอร์ยี่ห้อดังวับๆ แวมๆ

“ปิ๊! ช่วยด้วย! มันจะขวิดผมจริงๆ แล้วนะ! นี่มันวัวนักเลงชัดๆ!” กริชร้องเสียงหลงพลางวิ่งไปหลบหลังเสาคอกวัวอย่างหมดรูป

“โอ๊ยยย สงสารวัวเด้อ ย่า... วัวมันสิสติแตกนำคนแล้ว!” อิปิ๊เห็นท่าไม่ดี (แม้จะอยากขำต่ออีกสักชั่วโมง) เธอเลยตัดสินใจกระโดดข้ามรั้วคอกวัวลงมาอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เธอเดินตรงเข้าไปหาบักจ่อยด้วยท่าทางมั่นใจ ยกมือขึ้นตบก้นมันเบาๆ แล้วดึงเชือกที่หลุดมือจากกริชมาถือไว้เอง 

“จ่อย! เซาหยอกอ้ายเพิ่นลูก เพิ่นคนต่างถิ่นหน้าขาวคือหยวกกล้วย เพิ่นย่านจนสิฉี่ราดแล้วนี่ มานี่มา...”

น่ามหัศจรรย์ที่วัวจอมพยศกลับนิ่งสงบลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงและสัมผัสของอิปิ๊ มันเอาหัวโตๆ มาถูกับแขนเสื้อลายสก็อตของเธอเหมือนลูกแมวเชื่องๆ พ่นลมหายใจเบาๆ อย่างเป็นมิตร กริชยืนหอบแฮก สภาพหล่อเนี้ยบในตอนเช้าหายวับไปกับตา มีเศษฟางติดอยู่ที่ผมและคราบโคลนที่ชายผ้าโสร่ง 

“ทำไม... ทำไมมันฟังคุณล่ะ ผมพูดกับมันตั้งนานมันไม่เห็นฟังเลย”

“กะข่อยคุยกับมันด้วยใจ บ่ได้คุยด้วยความกลัวคืออ้ายเด่ะ” อิปิ๊ยื่นปลายเชือกให้กริชอีกครั้งด้วยแววตาเป็นต่อ 

“เอ้า... จับไว้แน่นๆ คราวนี้เดินนำหน้ามันไปเลย อย่าหันหลังกลับมามองหน้ามันบ่อย มันสิมึน (ดื้อ) นึกว่าอ้ายท้าทายมัน เดินไปข้างหน้าอย่างเดียว”

กริชรับเชือกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ โดยมีอิปิ๊คอยเดินขนาบข้างช่วยพาวัวออกจากคอก ย่าบุญมาที่ยืนดูอยู่บนชานเรือนถึงกับส่ายหัวพลางยิ้มกว้าง 

“บักหลานชายเอ๊ย... สงสัยสิได้เมียสอนงานคักๆ งานนี้ สถาปนิกเมืองกรุงกะมาแพ้ทางสาวบ้านนาอีปิ๊”

“ย่าครับ! เมื่อกี้มันเกือบจะเอาเขาชนผมเลยนะ! มันไม่ใช่หยอกแล้ว!” กริชตะโกนบอกย่าพลางกระชับโสร่งรอบที่สิบขณะพยายามจูงบักจ่อยเดินออกนอกเขตรั้วบ้าน

“มันบ่ได้สิชนดอกอ้าย… มันแค่อยากขวิดคนหล่อซื่อ ๆ เบิ่งแน”อิปิ๊ทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะก้องทุ่ง 

ก่อนจะต้อนฝูงวัวที่เหลือมุ่งหน้าสู่ทุ่งนาสีเขียวทอดยาว โดยมีกริชเดินขาสั่นพะเยิบพะยาบตามหลังไปอย่างทุลักทุเล มือหนึ่งจูงวัว อีกมือหนึ่งกำโสร่งไว้แน่น... เป็นภาพที่ทำเอาชาวบ้านโคกอีแหลวที่ตื่นมาทำธุระตอนเช้าต้องหยุดดูแล้วอมยิ้มไปตามๆ กัน!

ตลอดเส้นทางเดินจากบ้านแม่ใหญ่บุญมามุ่งหน้าสู่ทุ่งนา กริชรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ประหลาดที่หลุดออกมาจากตู้โชว์ในห้างสรรพสินค้า ชาวบ้านที่กำลังขะมักเขม้นกับการใช้ชีวิตยามเช้า ทั้งคนที่กำลังกวาดลานบ้าน คนที่กำลังหาปลา หรือแม้แต่กลุ่มแม่บ้านที่นั่งล้อมวงกินข้าวเหนียว ต่างพากันหยุดชะงักแล้วมองมาที่เขาเป็นตาเดียว

“ปาดดดด! นั่นหลานแม่ใหญ่บุญมาเบาะ? คือมาขาวจั๊วะปานนกกระยางแท้ล่ะหึ!” ป้าคนหนึ่งตะโกนถามมาจากใต้ถุนบ้านพลางหัวเราะร่วน

“แม่นแล้วป้า! อ้ายกริชสถาปนิกเมืองกรุงพู้นน่ะ เพิ่นสิมาลองเลี้ยงวัวมื้อแรก!” อิปิ๊ตะโกนตอบอย่างอารมณ์ดี พลางหันมามองกริชที่พยายามเดินหนีสายตาชาวบ้าน แต่เท้าดันไปสะดุดก้อนหินจนตัวเอนไปเบียดบักจ่อย

“เอ่อ... สวัสดีครับคุณป้า” กริชยกมือไหว้แบบพะวงๆ เพราะมือหนึ่งยังต้องกำปมโสร่งไว้แน่น

“ไหว้พระเถอะลูกเอ๊ย! ระวังเด้อ โสร่งสิหลุดใส่วัวมันสิตกใจ!” ชาวบ้านอีกคนแซวทำเอาเสียงหัวเราะดังระงมไปทั่วคุ้ม

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของสัตว์ใหญ่ก็ดังแว่วมาจากทางแยก พร้อมกับร่างกำยำของ ผู้ใหญ่บ้าน พ่อของอิปิ๊ ที่กำลังจูง ‘บักถึก’ ควายยักษ์คู่ใจเดินตรงมา ผู้ใหญ่บ้านมองกริชด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหันไปหาหลานชายแม่ใหญ่บุญมา

“อ้าว... นี่เบาะบักกริช?” ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้ม “เมื่อคืนอีปิ๊มันกลับไปเล่าให้ฟังว่า หลานแม่ใหญ่บุญมากลับมาแจ้งข่าวพ่อไกร ข่อยกะเสียใจนำเด้อ... แต่กะดีแล้วที่สูตัดสินใจกลับมาเบิ่งนาของพ่อสู”

“ขอบคุณครับผู้ใหญ่... ผมชื่อกริชครับ” กริชตอบด้วยภาษากลางที่เผลอทำตัวยืดตรงตามบุคลิกคนทำงานออฟฟิศ “ผมจะพยายามทำให้เต็มที่ครับ แม้ว่าจะยัง... เอ่อ... ยังเข้ากับวัวไม่ค่อยได้เท่าไหร่”

“ฮ่าๆๆๆ ดูทรงแล้วคือสิแม่นอยู่!” ผู้ใหญ่บ้านหัวเราะพลางตบหลังบักถึก “เบิ่งนี่... ขนาดบักถึกข่อยมันยังเหลียวมองสูเลย มันคือสิคึดว่า... เจ้านายใหม่ข่อยคือมาแต่งโตคือจั่งสิไปขึ้นเครื่องบินแท้ล่ะหึ?”

“มันไม่ได้ขนาดนั้นหรอกครับผู้ใหญ่ ผมแค่พยายามแต่งตัวให้เกียรติสถานที่ครับ” กริชพยายามรักษามาดสถาปนิกที่เหลือเพียงน้อยนิดไว้

“เกียรติสถานที่บ้านเฮากะคือเหงื่อนี่ล่ะหลานชาย!” ผู้ใหญ่บ้านยิ้มกว้าง “เอ้า... อีปิ๊! พาลูกอ้ายเพิ่นไปทางพู้นเด้อ หม่องนั่นหญ้าอ่อน วัวสิได้กินอิ่มๆ แล้วกะเบิ่งเพิ่นแนล่ะ อย่าให้บักจ่อยมันขวิดหลานแม่ใหญ่เพิ่นไส้ไหลล่ะ!”

“จ้าพ่อ! บ่ต้องห่วงดอก ปิ๊ดูแลอ้ายกริชประดุจไข่ในหินเลยล่ะ!” อิปิ๊หันมาขยิบตาให้กริช “ไปอ้าย... อย่ามัวแต่ยืนคุย ภาษากลางอ้ายมันหรูเกินไป วัวข่อยฟังบ่ฮู้เรื่อง!”

กริชได้แต่ถอนหายใจยาวพลางก้าวเดินต่อไป ท่ามกลางเสียงทักทายภาษาอีสานที่เขาฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เขารับรู้ได้ชัดเจนคือ "ความนัว" ของสังคมที่นี่ที่กำลังเริ่มโอบล้อมตัวเขาอย่างช้าๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนพิเศษ: กำเนิด "ไอ้หนูนาสีทอง" ขวัญใจชาวโคกอีแหลว

    ตอนพิเศษ: กำเนิด "ไอ้หนูนาสีทอง" ขวัญใจชาวโคกอีแหลวค่ำคืนกลางฤดูเก็บเกี่ยว กลิ่นรวงข้าวหอมมะลิที่สุกงอมโชยมาตามลมหนาวที่พัดผ่านทุ่งนาสีทอง แสงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าที่บ้านโคกอีแหลวดูจะนิ่งสงบผิดปกติ ทว่าในเรือนไม้หลังงามของผู้ใหญ่กริช กลับมีความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้น"โอ๊ย อ้ายกริช ปิ๊เจ็บท้อง" เสียงร้องของอิปิ๊ดังฝ่าความเงียบ ทำเอาผู้ใหญ่บ้านหนุ่มที่กำลังนั่งตรวจแบบแปลนโรงเรียนดินถึงกับปากกากระเด็น"ปิ๊ เป็นอะไรจ๊ะ หรือว่ามะขามป้อมเมื่อเย็นมันแผลงฤทธิ์" กริชพุ่งตัวไปที่เตียงหน้าตาตื่น"บ่ใช่ มันเจ็บแบบ... แบบสิออกแล้วอ้าย ฮืออออ อ้ายกริช ปิ๊ปวด" อิปิ๊หน้าซีดเผือด มือเรียวจิกหมอนจนแน่น กริชสติกระเจิง ทำอะไรไม่ถูก จะอุ้มเมียก็กลัวจะทำหล่น จะโทรหาหมอก็ลืมรหัสล็อกหน้าจอ"สติจ๊ะกริช... สติ" กริชตบหน้าตัวเองซ้ายทีขวาทีจนแก้มแดงเถือก แต่มันก็ยังระงับอาการมือไม้สั่นไม่ได้"ปิ๊ อ้าย... อ้ายต้องทำยังไงก่อน กระเป๋า ใช่ กระเป๋าเตรียมคลอด" กริชลนลานวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าแต่แทนที่จะคว้ากระเป๋าผ้าอ้อม เขากลับคว้าเอา ม้วนพิมพ์เขียวกับตลับเมตรคู่ใจออกมากอดไว้แน่น"อ้ายกริช""ฮึ่ย! เอาตลับเมตรมาทำไม

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 60 (ตอนจบ) : นาสีทองที่ถักทอด้วยรัก

    ตอนที่ 60 (ตอนจบ) : นาสีทองที่ถักทอด้วยรัก แสงทองของดวงอาทิตย์ยามเช้าทอดผ่านทุ่งรวงข้าวที่สุกปลั่งส่งกลิ่นหอมละมุนไปทั่วอาณาบริเวณ “นาสีทองโมเดล” ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เกษตรกรรม แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของชายหนุ่มสถาปนิกที่เคยเกือบจะทิ้งความฝัน และหญิงสาวสู้ชีวิตที่มี “ซาเล้ง” เป็นอาวุธคู่กายวันนี้คือวันสำคัญที่สุด... วันเปิดตัว “ห้องสมุดดินและศูนย์เรียนรู้เยาวชนนาสีทอง” ผลงานมาสเตอร์พีซที่กริชทุ่มเททั้งความรู้และความรักสร้างขึ้นมาบรรยากาศที่หน้าอาคารดินทรงหอยทากคึกคักไปด้วยผู้คน แต่เจ้าของโครงการอย่าง ผู้ใหญ่กริช กลับอยู่ในสภาพที่ใครเห็นเป็นต้องอมยิ้ม เขาไม่ได้ยืนสง่าผ่าเผยเหมือนสถาปนิกในนิตยสาร แต่กลับนั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย มือหนึ่งถือยาดมตราโป๊ยเซียนจ่อจมูก อีกมือกุมพุงตัวเองไว้ราวกับคนท้องเสีย“อึก... ปิ๊จ๋า... ให้ใครเอาไอ้รถโม่ปูนที่จอดอยู่ไปเก็บที อ้ายได้กลิ่นฝุ่นปูนแล้วมันพะอืดพะอมอย่างบอกไม่ถูก” กริชโอดยิ้มๆ หน้าซีดเป็นไก่ต้ม“อดทนเอาเด้ออ้ายกริช” อิปิ๊ในชุดผ้าซิ่นพื้นเมืองสีเขียวน้ำไหล เดินนวยนาดมาตบหลังสามีเบาๆ วันนี้เธอผิวพรรณผุดผ่อง แก้มอมชมพูผิดกับกริชรา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 59 : ความฮอตของผู้ใหญ่บ้านกริช

    ตอนที่ 59 : ความฮอตของผู้ใหญ่บ้านกริชความฮอตของ "ผู้ใหญ่กริช" เริ่มลามปามไปไกลกว่าที่คิด เมื่อเพจท่องเที่ยวชื่อดังลงรูปผู้ใหญ่บ้านในลุคสถาปนิกมาดเซอร์ ยืนกางพิมพ์เขียวท่ามกลางทุ่งนาสีทอง พร้อมแคปชั่น“ผู้ใหญ่บ้านหล่อบอกต่อด้วย... อยากนอนเถียงนาพ่อผู้ใหญ่ ” ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่จากเมืองกรุงแห่กันจองห้องพักโฮมสเตย์นาสีทองจนเต็มไปถึงปีหน้า!บ่ายวันนั้น ขณะที่อิปิ๊กำลังนั่งเคี้ยวมะยมดองจนหน้าเบี้ยวเพราะอาการแพ้ท้อง เธอก็เหลือบไปเห็นแขกสาวสวยกลุ่มหนึ่งในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวพลิ้วไหว เดินนวยนาดมาหาผู้ใหญ่กริชที่กำลังนั่งล้างคราบโคลนออกจากขาอยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นจามจุรี"อุ๊ย ผู้ใหญ่ขา... รบกวนหน่อยค่ะ" เสียงหวานหยดย้อยแว่วมาถึงหูอิปิ๊"พอดีแอร์ในห้องพักหลังที่ 2 มันมีเสียงแปลก ๆ แถมไม่ค่อยเย็นเลยค่ะ ผู้ใหญ่ช่วยเข้าไปดูให้หน่อยได้ไหมคะ พวกเราเปิดแอร์ไม่เป็นหรือเครื่องมันจะเสียก็ไม่รู้ค่ะ"กริชเงยหน้าขึ้นเช็ดมือ"อ๋อ... แอร์หลังนั้นผมเพิ่งล้างไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเองนะ เดี๋ยวผม" ยังไม่ทันที่กริชจะพูดจบ"เคร้ง!" เสียงถาดสเตนเลสที่อิปิ๊ถืออยู่ร่วงลงพื้นเสียงดังสนั่น แขกสาวสะดุ้งโหยง ส่วนกริชหน้าซีดเผ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 58: ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่

    ตอนที่ 58: ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่บรรยากาศการใส่บาตรกรวดน้ำผ่านพ้นไปพร้อมกับเสียงหัวเราะแซวของย่าบุญมา แต่เรื่องราวที่ "เรือนใหม่นาสีทอง" ยังไม่จบลงแค่นั้น เพราะวันนี้ถือเป็นวันมงคลสองต่อ นอกจากจะเป็นวันเริ่มต้นชีวิตคู่ของกริชและอิปิ๊แล้ว ยังเป็นวันที่ชาวบ้านนาสีทองต้องมารวมตัวกันเพื่อหา "ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่" มาแทน พ่อผู้ใหญ่(พ่อของอิปิ๊) ที่เพิ่งได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น กำนันคนใหม่ของตำบลสายวันนั้น ชาวบ้านนับร้อยต่างพากันมานั่งล้อมวงกันที่ลานใต้ถุนเรือนกำนันคนใหม่ กลิ่นหอมของลาบเทาและต้มไก่บ้านโชยมาเป็นระยะ กำนันในชุดกากีเต็มยศยืนยิ้มหน้าบานมองดูลูกเขยคนเก่งที่กำลังเดินจูงมือลูกสาวลงมาหาชาวบ้าน"เอาล่ะ พี่น้องชาวนาสีทอง" กำนันหมายประกาศเสียงก้อง "ตอนนี้ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมันว่างลง ข้อยกะเป็นกำนันแล้ว สิให้เบิ่งแยงทั้งตำบลมันกะสิไม่ทั่วถึง วันนี้ข้อยเลยอยากฟังเสียงพวกเจ้าว่า อยากได้ใครมาดูแลหมู่บ้านนาสีทองของเราต่อ"เสียงชาวบ้านซุบซิบกันไปมา จนกระทั่ง ลุงมิ่ง อดีตนักเลงเก่าประจำหมู่บ้านตะโกนขึ้นมา "สิไปหาไกลทำไมล่ะพ่อกำนันก็ไอ้เจ้ากริชลูกเขยพ่อนั่นแหละ มันจบกรุง

  • มักสาวอิปิ๊   บทที่ 57 : ข้าวใหม่ปลามัน(ตอนตีสี่)

    บทที่ 57 : ข้าวใหม่ปลามัน(ตอนตีสี่)บรรยากาศรอบเรือนหอยังคงถูกปกคลุมด้วยหมอกบางสีขาวนวล เสียงไก่ป่าเริ่มขยับปีกขันรับกันเป็นทอด ๆ ประสานกับเสียงนกกระแตแต้แว็ดที่บินผ่านท้องนาไป กลิ่นหอมกรุ่นของดินและน้ำค้างยามเช้าลอยลอดผ่านหน้าต่างไม้เข้ามาเบา ๆบนเตียงไม้ที่เมื่อคืนผ่าน "ศึกหนัก" มาจนหมอนกระจัดกระจาย กริชค่อยๆ ลืมตาขึ้นขยับกายเข้าไปสวมกอดร่างบางที่กำลังหลับสนิทจากด้านหลัง เขาฝังจมูกลงบนไหล่เนียนที่โผล่พ้นผ้าห่มผืนหนาออกมา"ปิ๊ เมียอ้าย ตื่นหรือยังจ๊ะ" กริชกระซิบเสียงพร่า พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่ง"อื้อ... อ้ายกริชปล่อยก่อนจ้ะ ปิ๊จะรีบไปนึ่งข้าวเดี๋ยวตักบาตรไม่ทัน" อิปิ๊งึมงำตอบทั้งที่ยังหลับตาพยายามขยับตัวหนีคนขี้อ้อน"ตักบาตรน่ะทันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้อ้ายอยากตักตวงความสุขจากเมียก่อนนี่นา" เขาไม่พูดเปล่า กลับซุกไซ้ปลายจมูกไปตามลำคอระหง ขบเม้มเบาๆ อย่างหยอกเย้า "เมื่อคืนอ้ายยังไม่อิ่มเลย ปิ๊แกะกระดุมให้อ้ายอีกรอบได้ไหมจ๊ะ""อ้ายกริชเสื้อก็ยังไม่ได้ใส่ จะให้แกะอะไรอีกล่ะ" อิปิ๊ลืมตาขึ้นมาค้อนวงใหญ่หน้าแดงระเรื่อเมื่อนึกถึงวีรกรรม "เตียงสั่น" เมื่อคืน"

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 56 ความลับคืนเข้าหอ

    ตอนที่ 56 ความลับคืนเข้าหอบรรยากาศยามค่ำคืนที่นาสีทองอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกมะลิป่าและกลิ่นอายแห่งความสุข หลังจากมื้ออาหาร "งันเฮือน" ที่ครื้นเครงผ่านไป แสงตะเกียงเจ้าพายุบนเรือนไม้พะยูงหลังใหม่ส่องสว่างนำทางเข้าสู่พิธีสุดท้ายที่บ่าวสาวรอคอย (และเกรงกลัว) นั่นคือ "พิธีส่งตัวเข้าหอ"ที่หน้าห้องหอ พ่อผู้ใหญ่บ้าน ย่าบุญมา และบรรดา "นกต่อ" หรือคู่ผัวเมียตัวอย่างที่ครองรักกันมานานจนหัวหงอกหัวขาวอย่าง ลุงหวังกับป้าเนียน นั่งรออยู่บนเสื่อน้ำมันลายสวยด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม มีนัยยะหยิกแกมหยอก"มาแล้ว ๆ บ่าวสาวมาแล้ว" ป้านวลตะโกนบอกคนข้างล่างที่แอบมาจอบฟังภายในห้องหอที่กริชออกแบบให้มีช่องลมรับแสงจันทร์และระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม เตียงไม้หลังใหญ่ถูกปูด้วยผ้าห่มแพรสีแดงสด ย่าบุญมาเชิญลุงหวังและป้าเนียนขึ้นไปนั่งและนอนบนเตียงเป็นปฐมฤกษ์"เอ้า... ตาหวัง ยายเนียน ลงไปนอนให้เด็กมันดูซิ" ย่าบุญมาสั่งสองสามีภรรยาที่อยู่กินกันมานานลุงหวังแกล้งล้มตัวลงนอนคว่ำแล้วกรนเสียงดัง ครอก... ฟี้ ก่อนจะพลิกตัวมากอดป้าเนียนกลมดิ๊ก "โอ๊ย... เตียงสถาปนิกนี่มันนุ่มดีแท้แม่เนียนเอ๊ย นอนแล้วมันอยากมีลูกอีกสักคนเด้""ลุงนี

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มข

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 47: กระสุนที่ปิดปาก

    ตอนที่ 47: กระสุนที่ปิดปากท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านโคกอีแหลวในยามเย็นถูกฉาบด้วยสีแดงเพลิงราวกับลางบอกเหตุ กลิ่นธูปจางๆ จากในโบสถ์ลอยมาปะทะกับลมทุ่งที่พัดกระโชกแรง ลานวัดที่เคยใช้จัดงานบุญ บัดนี้ถูกดัดแปลงเป็นลานพิพากษา กริชในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบง่ายที่ตอนนี้ดูหลวมโพล่งไปเล็กน้อยจากการตรากตรำงาน กำลั

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 45: หน้ากากสถาปนิก

    แสงแดดจัดจ้าสะท้อนกระจกตึกระฟ้า กริชก้าวเข้ามาในออฟฟิศด้วยมาดสถาปนิกหนุ่มผู้ทรงพลัง เขาสวมสูทเนี้ยบใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายจนเชอรี่ถึงกับตายใจ เธอเชื่อสนิทใจว่า "เงินและอำนาจ" ได้ดึงกริชกลับมาสู่โลกของเธอเรียบร้อยแล้ว"กริชคะ วันนี้คุณดูดีจังเลยค่ะ" เชอรี่เกาะแขนกริชพลางพาเดินไปที่ห้อง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status